ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 38 : สีสันแห่งมิลาน

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 38 : สีสันแห่งมิลาน

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทสรุปของความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ของสมุทรไทและบนฟ้า นวนิยายยอดนิยมในอ่านเอา จากปลายปากกาของกฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

***************************

– 38 –

มหาวิหารดูโอโมแห่งมิลานยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า ต้อนรับเช้าวันใหม่ที่ไร้ฝน ท่ามกลางผู้คนที่เพิ่งมาเพียงประปรายโดยมีคิวยาวเหยียดซึ่งสองหนุ่ม ปรายกับโยธีไปยืนรอซื้อบัตร เพื่อเข้าชมภายในซึ่งเจ้าตัวผู้เคยอยู่เคยมาบอกกล่าวไว้ว่า ‘ถ้าไม่เข้าไปชม ก็หมายถึง มาไม่ถึงอิตาลีเหมือนกันนะครับ’

บนฟ้ากับสมุทรไทเช้านี้ราวกับท้องฟ้าสีงามไร้หมอกเมฆ ยาเยียกลายเป็นขนมเสกเสื่อมมนตร์ที่ถูกทิ้งขว้างอยู่กลางชานบ้านหมอเสน่ห์ หล่อนก็เลยทำท่าเก๋ ลุกไปยืนกลางลาน เซลฟี่กับมหาวิหารอย่างตั้งใจ

“น้องเยียชอบดูโอโมที่นี่จังเลยพ่อ” หล่อนเอ่ยกับยงยุทธผู้ยังคงคุยกับปู่ย่าถึงความปรารถนาของตนเองว่าอยากจะสร้างงานที่เหมาะกับยุคสมัยขึ้นมาสักอย่าง แต่ต้องไม่เสี่ยงมาก “เมื่อคืนก็เลยลองอ่านรายละเอียดจากหนังสือที่ซื้อมา…ที่พ่อว่าหนาไปน่ะ แต่หนากลับดีนะพ่อ คือเขาลงลึกไงคะ…ถ้าแค่ผิวเผิน ดูในกูเกิ้ลก็ได้ แต่มันไม่พอไงล่ะ”

ชวนให้ปู่ย่านึกในใจว่า เด็กคนนี้แม้จะชอบเว่อร์ไม่เข้าเรื่อง แต่ดูเหมือนจะเปรื่องเกี่ยวกับความรู้ ท่าทางสู้ไม่ถอยเพราะเห็นซื้อหนังสือติดมือจากทุกแห่ง

‘เผื่อน้องเรียนประวัติศาสตร์ จะได้มีหนังสืออ่านนอกเวลา’

เออ…เด็กแบบนี้จะว่าไปก็ใช้ได้เหมือนกัน

กว่าจะได้บัตรก็ผ่านไปอีกครู่ใหญ่ สองหนุ่มจึงเดินกลับจากแถวมาพาปู่ย่า ยงยุทธไปเข้าประตู มีหนุ่มสาวเดินตาม

“พี่บนจับมือพี่ไทแน่นเลย กลัวหายตลอด” ยาเยียเริ่มสัพยอกนิดหนึ่ง “น้องเห็นแล้วเหนื่อยแทน”

แต่บนฟ้าไม่เล่นด้วย จึงทำเหมือนไม่ได้ยิน เสหันไปพึมพำกับย่า

“ย่าไม่เบื่อโบสถ์นะย่านะ”

“จะเบื่อได้ไง ตะละแห่งอลังการงานสร้าง”

สมุทรไทเดินเคียงกันไปกับปู่ หลังจากก้าวเข้าประตูสูงใหญ่ สู่ภายในห้องโถงที่ทั้งกว้าง สูงและลึก แม้จะสว่างไม่มาก หากความงามตระการแกมเข้มขลังด้วยเสาแต่ละต้นอันสูงใหญ่หลายคนโอบ ยืน เรียงกันจากหน้าไปจรดด้านหลัง รวมแล้ว 5 ช่อง 52 ต้นตามที่โยธีบรรยายว่า แต่ละต้นเป็นตัวแทนของแต่ละสัปดาห์ในหนึ่งปี โดยรอบประดับหน้าต่างบานสูงโปร่งด้วยกระจกแก้วหลากสี เพียงแต่วันในฤดูใบไม้ร่วงเช่นนี้ แม้แสงจากภายนอกไม่ไสวสว่างจนถึงกับกระจายความพร่างพราวได้เต็มที่…ก็ยังชวนให้ใจทั้งดวงอิ่มเต็ม

เมื่อมองตรงไปเบื้องหน้าจนสุดห้อง แลเห็นซุ้มแท่นบูชาที่เชื่อกันสืบมาว่าเป็นที่วางตะปูศักดิ์สิทธิ์อันใช้ตรึงองค์พระเยซูบนไม้กางเขน โดยจะนำตะปูนี้ลงจากแท่นมาให้ประชาชนได้ชมกันทุกปี

“ที่จริงเขาก็เปิดให้เราขึ้นไปบนหลังคาโบสถ์ได้นะฮะ” โยธีบอกกล่าวขณะทุกคนยังคงตะลึงมองรูปแกะสลักนักบุญเทวดานางฟ้าและภาพวาดโดยรอบจนแทบไม่กะพริบตา “มีลิฟต์ขึ้นไปนะฮะคุณปู่ แต่แพงกว่าขึ้นบันได”

“ไม่เอาละ แค่นี้พอแล้วนะปู่นะ” ปรายตัดบท “ดูพอให้รู้ว่าเรามาถึงมหาวิหารดูโอโมก็พอ เพราะของเขาสุดยอดจริงๆ ขืนยืนดูแต่ข้างนอก กลับไปแล้วจะนึกเสียดาย”

ปู่ประธานพยักหน้าพลางพึมพำ

“แค่นี้ก็พอแล้วนะไทนะ”

ปรายได้แต่ยิ้มในหน้า หยอกยั่วสืบไป

“ปู่ชักจะหายใจเป็นไอ้หมอนี่ใหญ่แล้ว”

ยงยุทธก็เลยขำขันขณะเดินตามกันออกประตูหลังจากเดินดูถ้วนทั่ว

“ถ้าน้องเป็นพี่ไท น้องดีใจตาย…นะพ่อนะ”

“ว่าแต่ว่า…บ่ายนี้ผมจะขอพาเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันมารู้จักสักนิดสักหน่อยได้ไหมครับคุณปู่คุณย่า” โยธีถามไถ่ขณะพากันเดินกลับไปที่ร้านอาหารจีน

“ได้ซี ทำไมถึงจะไม่ได้ล่ะ จะได้พาเขาไปทานกาแฟไอศกรีมคุยกันให้สมกับนานๆเจอกันที…ดีไหมลูก” พลางหันมาพยักพเยิดกับหลานทั้งคู่

“ขอบพระคุณคุณปู่มากครับ” โยธีพนมมือขณะที่รู้สึกว่าบุพการีของเพื่อนสุดแสนทันสมัย เหมาะเป็นผู้บริหารระดับสูงมาก่อน

ราวบ่ายสองโมง โยธีจึงได้แนะนำให้ทุกคนรู้จักเพื่อนต่างชาติชาวอิตาเลียน อเมริกัน ญี่ปุ่นทั้งสี่คน พาเข้าไปในร้านกาแฟสุดไฮโซในบริเวณถนนแฟชั่น พร้อมกันนั้น ก่อนจากกัน สองคนก็นัดโยธีออกไปพบอีกครั้งยามค่ำคืน

“ไทกะปรายไปกะกูไหม” อีกฝ่ายหันมาชวน

“พี่ไทไปไหนหนูไปด้วย” เสียงใสของน้องบนดังขึ้น

ชายหนุ่มก็เลยหัวเราะ

“ไปโว้ย…ไปไป…” ปรายตามใจ “เอาปู่ย่าคุณลุงไปส่งห้องแล้วไปกัน เผื่อไงกูจะได้ดิ้นซักชั่วโมง…ไท มึงดิ้นกะน้องบนได้เลยนี่คืนนี้ พี่ชายอนุญาต น้องเยียจะได้ดิ้นกะพี่”

“ดีเลย” ยาเยียรีบชูสองนิ้ว

ย่ามองท่าทางเด็กสาวแล้วใจคอไม่ดี

ปรายจะชอบเด็กคนนี้ไหมนะ

ภายในคลับแห่งนี้ที่นัยว่าหนุ่มสาวมิลานนิยมมาออกกำลังแขนขายามค่ำคืนท่ามกลางเสียงดนตรี เพียงแต่ก้าวเข้าไปก็พบแสงสีสว่างจัดตัดกันแสบนัยน์ตา ชาวพาราทั้งหญิงชาย ชายกับชาย หญิงกับหญิงต่างก็ชวนกันเหวี่ยงร่างระวิงระไว แสนสนุกสุขหัวใจถ้วนหน้า

ปรายเป็นผู้จ่ายค่าเข้าคลับ สั่งเครื่องดื่มเบาๆมากลั้วลำคอพอให้รู้สึกคึกคะนอง มีเพื่อนของโยธีสองสามีภรรยาชาวอิตาเลียนเท่านั้นร่วมทาง เพื่อนสาวชาวอเมริกันและญี่ปุ่นแยกทางไป เนื่องด้วยบ้านอยู่ไกลถึงนอกเมือง

“เต็มที่เลยเว้ยโยคืนนี้”

โยธีก็เลยผลัดกันกับโรนัลโดออกไปสุดสวิงริงโก้กับซูซานนาภรรยาของเขา

บนฟ้าก็เพิ่งรู้ว่าสมุทรไท ‘ดิ้น’ เก่งมาก…เต้นได้หลากหลายทีท่ารูปแบบ…แต่ก็อย่างนุ่มๆ…ไม่ทะลุ่มทะลุยแกมทะลึ่งตึงตังเหมือนบางรายที่แลเห็นอยู่ตรงหน้าหรือซ้ายขวา…นั่นก็ดูเหมือนจะเจนเวทีจบแทบไม่มีท่าใดที่เขาออกแบบไม่ได้

“สนุกดีนะน้อง”

ครั้นแล้ว แขนสองข้างของเขาก็คล้องเอาลำคอหล่อนไว้ ดึงเข้ามาแนบชิดสนิทเสน่ห์จนขาทั้งคู่ได้แต่ขยับอยู่ไปมา

ขณะหนึ่งนั้นเอง ริมฝีปากเขาก็เคลื่อนเข้ามาจรดริมฝีปากหล่อนอย่างแนบแน่น ราวกับแสนล้านความรักไหลหลั่งมารวมกัน ณ ที่นี้

ครั้นแล้ว เขาก็ค่อยๆถอนแขนออกจากคอหญิงสาว เพียงแต่ไขว้กันไว้อย่างหลวม พาหล่อนเต้นต่อไปราวไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

หากแต่ตามองตา

ไฟสีจัดพลัดพรายสาดจ้าวูบวับ

“พี่ไทเต้นเก่งมาก เก่งกว่าหนูเยอะเลย” เจ้าตัวเอ่ยชม…เชิงแก้เก้อ…ราวกับ…ที่เคยละเมอเพ้อหาแกมหึงสาอลเวงแล้วผ่านไป…ไม่เคยมีไม่เคยมา

“น้องก็เก่งนี่นา” เขายิ้มพราย

แววนัยน์ตาเขาคืนนี้พราวระยับ…ราวกับมิใช่ชายคนเก่าที่เอาแต่จูงปู่ดูแลย่า มิใช่ชายคนที่ตั้งหน้าตั้งตาขับรถ มิใช่ทั้งคนที่กดและคลึงไปตามสะโพกของหญิงสาว หากก็ไม่เอาใจใส่ว่าเจ้าของขาคือใคร ตั้งใจเพียงให้หล่อนหายเจ็บ

แต่ชายผู้กำลังขยับกายเหวี่ยงไหวไหล่เพียงน้อยๆอยู่ตรงหน้าคือบุรุษหนุ่มผู้เปี่ยมชีวิตชีวา แสงตาเป็นประกายรับกับยิ้มพรายอย่างเป็นสุข

“พี่ไทขา” หล่อนก็เลยจ่อริมฝีปากที่ข้างหูเขา…ขณะดนตรีเปลี่ยนจังหวะไปมา

ทั้งเขาและหล่อนเพียงแต่ขยับขาน้อยๆอยู่กับที่

ครั้นมองข้ามไหล่เขาฝ่าความมืดไปยังเงาร่างคู่ถัดไป ก็แลเห็นปรายกับยาเยียกำลังดิ้นเร่าๆด้วยท่าทางที่แสนเข้ากับการบรรเลงเร้าใจ ตึง ตึง ตึง ปัง ปัง ปัง  เป็นระยะกระแทกกระทั้นราวกับบั้นเอวและโคนขาจะหลุดออกจากกัน

แต่นั่นหมายถึงรสชาติอันคั้นแล้ว จึงทั้งข้นและเข้ม

แลเห็นเด็กสิบเก้าหัวเราะร่าในความมืด…โยธียึดเอาเมียเพื่อนเป็นคู่ โรนัลโดก็เลยต้องหันไปเหวี่ยงขาแข้งกับลมแล้งโดยรอบ สักไม่กี่อึดใจ ก็ได้ใครคนหนึ่ง เพศที่สาม ข้ามจากอีกแถวมาแกล้วกล้าไปด้วยกัน

ต่างคนต่างก็กำลังมันจนหยุดไม่ได้

“เหนื่อยไหมน้อง ถ้าเหนื่อยก็นั่งพัก”

มีที่นั่งว่างลง เนื่องด้วยคนนั่งเมื่อครู่สองสามคนออกไปเต้น เขาก็เลยพาหล่อนไปนั่งแทน สั่งโซดามะนาวเย็นๆมาดื่ม

ต่างมองหน้าเป็นมันเพราะเหงื่อจับของกันและกัน

“ดีนะ…ได้ออกกำลัง”

“ดีจังพี่ไท หนูสนุกมากมากคืนนี้”

เขาก็เลยยื่นหน้ามาจุมพิตหล่อนอีกที

“เหงื่อเต็มเลยพี่” เจ้าตัวรีบดึงกระดาษมาซับ

“แต่เหงื่อหอมก็ไม่เป็นไรนี่นา” ชายหนุ่มก็เลยเอ่ยล้อๆ

“นี่ถ้าไม่ได้มาเต้น คงไม่ใช่ทริปยืนหนึ่งใช่ไหมคะ” หญิงสาวจึงยื่นริมฝีปากไปที่หูเขา…พร้อมกับจุ๊บเบาๆ

“ดีไหมล่ะ ครบเครื่องเรื่องอิตาลี” สมุทรไทบอกยิ้มๆ “ไม่งั้น ถ้าปรายจัดทริป ก็อาจไม่รู้ว่าจัดหนักจัดเต็มน่ะแค่ไหน แล้วก็ต้องพอดีกับเวลา” 

Don`t copy text!