ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 4 : ญาติผู้ใหญ่

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 4 : ญาติผู้ใหญ่

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-4-

 

น่าแปลกที่เขาจำย่าของปรายได้แม่นเช่นกัน เช่นเดียวกับที่เธอชอบเขา ดังนั้น ระหว่างยืนรอผู้โดยสารที่ทยอยกันออกจากประตูตึกสนามบิน เขาก็เลยลองทดสอบความจำของตนเองถึงรูปร่างหน้าตาสตรีวัย 74 ที่ปรายบอกเขาว่า ย่าชื่อใบบุญ ปู่ชื่อประธาน

จำได้ว่า เธอท้วมหน่อยๆ ผิวสองสี ไม่ถึงกับขาว หากก็ไม่ดำ ไม่สูงไม่เตี้ย เพื่อนเขามีบางอย่างคล้ายย่าอยู่บ้างตรงริมฝีปากบางที่ดูคล้ายยิ้มละไมอยู่เสมอ

ปรายเป็นคนซื่อ หน้าตาใจดี มีเชื้อสายจีนที่ตระกูลวงศ์ของเขาขับเคี่ยวเขามาให้ดำรงตนอยู่ในคัมภีร์จีนโบราณ

‘ความสง่าผ่าเผย คุณธรรม มนุษยธรรมและความมานะพยายาม ต้องมีมากพอที่จะนำผู้ใต้บังคับบัญชา ทำให้คนหมู่มากเกิดสันติสุข’

ดังนั้น ความใจดีที่น่าจะใช้คำว่า ‘ไม่เค็ม’ ของเขา จึงพาเพื่อนฝูงมาคบหากลุ่มใหญ่

แต่นั่น ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อาณาจักรของเขาขยายออกไปโดยมิทันรู้สึก

สมุทรไทลึกซึ้งกับปรายก็เนื่องด้วยคราวหนึ่งจู่ๆเขาก็ปวดท้องขึ้นมาแทบเป็นแทบตายท่ามกลางงานเลี้ยงรุ่นเมื่อสามปีที่แล้ว ก็ได้ปรายคนนี้พาเขาส่งโรงพยาบาล ผ่าตัดด่วน เพราะไส้ติ่งกำลังอักเสบถึงขีดอันตราย

พร้อมกับจองห้องให้เสร็จสรรพ นอนเป็นเพื่อนจนกระทั่งหายป่วย

นี่ถ้าเขาไม่มีเงินจ่าย ก็คงไม่แคล้วปรายจ่ายแทน

‘ทวดกูมาจากเมืองจีน มาถึงก็มาเก็บเศษตะกั่วเศษเหล็กที่เขาทิ้งแล้วไปขาย’ ปรายเคยเล่าคร่าวๆถึงรากเหง้าดั้งเดิมที่สร้างตัวมายาวนานกว่าร้อยปี จนกระทั่งกลายเป็นบริษัทใหญ่ชั้นนำในวันนี้ นับเป็นเรื่องราวรายละเอียดที่ชายหนุ่มตั้งใจฟัง นั่นก็คงเนื่องด้วยเขาชื่นชอบประวัติบุคคลที่โดดเด่นด้านภูมิปัญญา อุตสาหะ ซื่อสัตย์สุจริตมากกว่าตัวเงิน

อาจเป็นเพราะ ‘ตัวเงิน’ สำหรับเขา สำคัญน้อยกว่าจิตวิญญาณของมนุษย์ที่เขารัก อาชีพที่ชอบ ความรู้ที่อยากเรียน

ผู้โดยสารชวนกันลากกระเป๋าออกมา

ครั้นแล้วจึงถึงบุรุษและสตรีสูงวัยผู้นั่งมาในรถเข็น คนเข็นเป็นหญิงสาวกับชายหนุ่มชาวสเปน กับอีกคนตามหลัง เข็นรถขนกระเป๋าขนาดกลางและเล็กสี่ใบ

สมุทรไทจำย่าของปรายได้ จึงปราดเข้าไป

รถตู้ของโรงแรมจอดคอยอยู่แล้ว ไม่ไกลจากหน้าประตูเลื่อนสนามบิน

“คุณย่าหรือครับผม” ชายหนุ่มพนมมือทำความเคารพสองผู้อาวุโส “คุณย่าของปรายนะครับ”

“ใช่จ้ะ…คุณชื่อไทใช่ไหม ฉันจำได้” ริมฝีปากบางทาลิปสติกสีอ่อนคลี่ออกยิ้ม เป็น ‘ยิ้มละไม’ ที่เขาไม่ลืม “เพื่อนสนิทปราย”

“ครับ…ผมชื่อสมุทรไท” ครั้นแล้ว ชายหนุ่มก็เข้าขนาบข้างพาปู่ย่าของเพื่อนข้ามถนนตรงหน้าไปสู่ลานจอดรถใกล้ๆที่แลเห็นท่ามกลางแสงแดดจัดยามบ่าย พยุงย่าและปู่ขึ้นรถเสร็จสรรพพร้อมคนขับขนกระเป๋าใส่ด้านหลังโดยเธอบอก “ฉันทิปเขาแล้วนะคะ”

เขาก็เลยขึ้นนั่งหน้าคู่คนขับ หากก็ยังเอี้ยวตัวมาชวนคุย

“คุณปู่คุณย่าเดินทางสบายดีไหมครับ”

‘คุณปู่’ เป็นผู้ที่เขาไม่เคยพบมาก่อน เป็นชายวัยเจ็ดสิบเจ็ดผอมบาง สูงโปร่ง สวมแว่นตากรอบวาว ดูท่าไม่ค่อยช่างพูด แต่เขาเองต่างหากนึกรู้

ปู่เป็นผู้ชายทำงาน

‘ปู่กูนี่ที่จริงตอนเด็ก เขาก็เกเรเหมือนกัน เพราะตอนนั้นทวดเริ่มมีร้านแล้ว ทวดมีแต่ลูกชาย 6 คน ก็ได้ลูกช่วยกันทำ ทำอย่างเดียวคือเหล็ก ซื้อขายเหล็กตั้งแต่เหล็กเล็กจนถึงเหล็กใหญ่ ปู่เป็นลูกชายคนที่ 3 จะว่าเป็นทิวสเดย์ไชลด์ก็อาจจะใช่ เขาว่าเตี่ยรักแต่พี่คนโต ใช้พี่คนที่สอง แม่ก็รักน้องคนเล็ก แม่ของปู่คือทวดผู้หญิง เป็นคนไทย ชาวสมุทรสงคราม’

เรื่องที่ปรายเล่าในที่สุดก็มาสะดุดลงตรงความแปลกประหลาดที่ว่า

‘มึงเชื่อไหม ตระกูลกูไม่เคยมีลูกผู้หญิงเลยแม้แต่คนเดียวตลอด 70 ปี

ก็พอดีย่าเอ่ยขึ้น

“นี่ถ้าน้องบนไม่ต้องไปงานด่วนกับป๊า เขาก็ต้องมาด้วยแล้วค่ะ ปรายก็ไม่ต้องกวนคุณ ก็เลยต้องขอบคุณคุณมากที่มาแทน”

“แต่อาจจะมาทันเรือออก…หรือไง” เสียงปู่ดังขึ้นเบาๆ น้ำเสียงมีกังวล “ถ้าไม่ทัน เขาว่าเขาตามไปลงเรือที่ท่าข้างหน้าก็ได้”

สมุทรไทจึงเพิ่งรู้สึก

มีใครอื่นอีกคนหนึ่งที่เขายังไม่รู้จักสักเท่าไร หรือมิฉะนั้นก็รู้จักยังไม่พอ

‘แต่พอผ่านเจ็ดสิบปีไปแล้วไม่กี่เดือน น้องสาวกูก็มาเกิด’ เสียงปรายผ่านมา ‘โอ้โฮเว้ย…ตานี้เขาก็เลยตื่นเต้นกันแทบจะเป็นบ้าเลย ขอบอก น้องก็เลยกลายเป็นเทพธิดากลางหมู่มนุษย์ หรือไม่ก็คล้ายๆอย่างนั้น’

ปรายใช้คำว่า ‘น้องสาว’ ตลอดมา

เพิ่งเดี๋ยวนี้เองที่เขาได้ยินย่าเรียกชัดๆว่า ‘น้องบน’

‘สงสัยจะถูกตามใจจนเสียเด็ก’ เขาก็เลยนึกในใจ

เป็นไปได้อย่างไรที่คนในตระกูลแต่งงานครั้งแล้วคราวเล่าจะไม่เคยให้กำเนิดเด็กผู้หญิง

ราวกับเทวดาหวงไว้

ไม่ยอมให้มาเกิดนานถึงเจ็ดสิบปี

ฟังๆดูก็แทบไม่รู้ว่าเป็นไปได้

ตระกูลคนจีนมักรักแต่เด็กชาย ก็น่าจะพอใจแล้ว เหตุไฉนจึงต้องตื่นเต้นเมื่อได้ลูกหลานผู้หญิง

ครั้นแล้ว ใจเขาก็กระหวัดถึงน้องสาวปรายที่เคยพบกันครั้งหนึ่งเมื่อหล่อนเพิ่งอายุ 11-12 ปี

 

Don`t copy text!