รัก (จัง) ปักใจ บทที่ 35 : กลิ่น

รัก (จัง) ปักใจ บทที่ 35 : กลิ่น

โดย : ปิยะพร ศักดิ์เกษม

รัก (จัง) ปักใจ นวนิยายรักโรแมนติกเรื่องล่าสุด จากปลายปากกาของ ปิยะพร ศักดิ์เกษม ที่นักอ่านรอคอย กับเรื่องวุ่นๆ ของเจ้าคอร์กี้ตัวเปี๊ยกนาม “รักจัง” และ “ปักใจ” ที่ป่วนปั่นอลวนอลเวง พาให้เจ้าของของทั้งสองมาพบกัน ตกหลุมรักกันและเผชิญกับอุปสรรคมากมายด้วยกัน นิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

*****************************

อากัปกิริยาของนางหมาน้อยและร่องรอยที่เห็นทำให้ฐิติอยากจะมั่นใจว่าที่ตรงนั้นมีสุนัขตัวหนึ่งปัสสาวะทิ้งไว้สด ๆ ร้อน ๆ และเขาก็อยากจะมั่นใจว่าเป็นปักใจ หาไม่นางรักจังคงไม่มีทีท่าดังนี้ ถ้าเป็นหมาตัวอื่นมันน่าจะทำไปด้วยความกร่างและข่มมากกว่าเป็นมิตรกึ่งดีอกดีใจอย่างที่ทำอยู่

ทว่า นี่ก็เป็นเพียงการแปลท่าทีของสุนัขจากความเข้าใจของคน ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าเขาเข้าใจถูกต้องหรือแค่คิดไปเอง…อีกฝ่ายก็พูดภาษาคนสื่อสารให้ใครฟังชัด ๆ ไม่ได้เสียด้วย!

ชายหนุ่มตัดสินใจโทร.กลับไปหาคุณทรงพลผู้เป็นพี่เขยอีกครั้ง เขายังไม่วางใจว่ากระเป๋าใบนั้นจะไม่ตกน้ำไปตามที่คิดกลัวแต่แรกจึงไม่ยกเลิกคำสั่งเดิมที่ให้คนช่วยดูช่วยหาตลอดแนวคลองส่งน้ำ แต่กลับขอเพิ่มเติมด้วยการบอก

“รบกวนให้ส่งคนงานมาช่วยหารอบ ๆ จุดนี้ให้ด้วยนะครับ เผื่อปักใจเดินหลงเข้าไปในทุ่งหรือในที่รกร้าง…”

ฐิติเล่าถึงสภาพจุดทิ้งขยะที่เขมรุจีบอกว่าเอาปักใจมาทิ้งไว้ว่าถังขยะขนาดใหญ่สามสี่ใบว่างเปล่า พื้นที่โดยรอบมีร่องรอยเก็บกวาดและรอยเท้าสับสน บอกให้รู้ว่าเทศบาลเพิ่งมาก่อนหน้านี้ไม่นานนัก แล้วเขาก็อธิบายต่อถึง ลักษณะภูมิประเทศที่มีบ้านเรือนรั้วรอบขอบชิด และบางจุดก็เป็นพื้นที่ที่เจ้าของยังไม่ได้มาปลูกสร้างอะไร จึงมีแต่พงหญ้ารกที่สุนัขน้อยซึ่งกำลังตื่นกลัวอาจหลงเตลิดเข้าไปได้

คุณทรงพลรับคำและเสริมด้วยการเสนอความเห็น

“รถพวกนี้เขามีเส้นทางของเขา พี่ว่าการไปไล่ตามคงตามกันไม่ทันและอาจตามผิดคัน…เราไปดักรอถามที่สำนักงานดีกว่าไหม อีกสองสามชั่วโมงเขาก็จะกลับเข้าสำนักงานเอารถไปคืนแล้ว ถ้าไปที่สำนักงานเราก็จะได้รู้ว่ารถคันไหนที่วันนี้ทำหน้าที่วิ่งผ่านมาเก็บขยะที่จุดนี้”

“เราก็จะได้ถามเบาะแส เผื่อเขาเห็นกระเป๋าหรือปักใจ” ฐิติต่อความ “ดีเหมือนกันครับพี่”

เมื่อตกลงใจดังนั้น อีกไม่นานชายหนุ่มก็พาทุกคนวกกลับไปยังสำนักงานเมือง เจ้าหน้าที่ที่อยู่เวรกลางคืนได้รับคำสั่งไว้แล้วจึงจัดการเปิดประตูให้เขานำรถเข้าไปจอดในที่จอดรถ  จากจุดที่จอดจะสามารถมองทะลุเข้าไปถึงด้านหลังสำนักงานที่เป็นที่จอดรถเก็บขยะ

ทุกคนรออย่างอดทนอยู่ในรถรวมทั้งนางรักจังด้วย ตราบจนกระทั่งรถคันแรกแล่นเข้ามา ฐิติก็ชวนอีกสามคนและหนึ่งตัวลงไปนั่งรอที่หน้าห้องทำงานเล็ก ๆ ซึ่งพนักงานประจำรถที่กลับเข้ามาจะต้องมาเซ็นสมุดงานและนำกุญแจรถมาส่งคืน

พื้นลานระเบียงด้านหน้าห้องทำงานเป็นหินขัดเย็นลื่นแบบที่รักจังโปรดปรานยิ่งนัก หลังจากที่มันพาบังอรกับสมพิดสำรวจไปจนทั่วบริเวณแล้วก็กลับมานอนเขลง สบายอกสบายใจเป็นยิ่งนักอยู่ที่ใต้เก้าอี้ยาวที่ปลื้มใจนั่งรออยู่ ส่วนพี่ฐิติของมันก็ยืนคุยอยู่กับหัวหน้าแผนกที่วันนี้ต้องออกจากบ้านมารับคืนกุญแจรถด้วยตัวเองอยู่หน้าห้องนั้นเอง

เมื่อรถค่อย ๆ ทยอยกลับเข้าสำนักงาน แรก ๆ รักจังก็ตื่นเต้นวิ่งออกมาทักทายคนโน้นคนนี้ หากนานเข้าก็เบื่อ เดินกลับไปนอนอยู่ใต้เก้าอี้ที่ปลื้มใจ บังอร และสมพิดนั่งอยู่ด้วยกัน นางหมาน้อยกำลังเคลิบเคลิ้ม ใกล้จะหลับมิหลับแหล่ หากจู่ ๆ กลิ่นกลิ่นหนึ่งก็โชยมาเตะจมูกอย่างแรง

…เป็นกลิ่นที่มันคุ้นเคย เป็นกลิ่นที่มันรับเข้าพวก เป็นกลิ่นที่มันรู้สึกว่าเป็นเจ้าของ…กลิ่นนี้คือของมัน!

จากที่นอนหงายอ้าซ่า เปิดขาทั้งสี่ข้างและพุงรับลมแรงจากพัดลมที่เจ้าพนักงานคนหนึ่งยกมาเปิดไว้ให้กลายเป็นการพลิกตัวตุ้บ! กลับมานอนหมอบ ชูจมูกเล็ก ๆ ดำ ๆ สูดกลิ่น ส่วนใบหูก็กางตั้งก็กระดิกพลิกไปมาราวกับจานเรดาร์หมุนหาสัญญาณ

ทว่า มันก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร ทุกอย่างยังคงเงียบกริบ…มีแต่กลิ่นเท่านั้นที่รุนแรง ชัดเจนขึ้นทุกที

ดาวเรืองกำลังเดินขึ้นบันไดเตี้ย ๆ ตรงสุดแนวระเบียงสำนักงาน วันนี้เธอรับอาสานำกุญแจรถมาคืนหัวหน้าและจะเป็นคนลงชื่อให้แทนทองอยู่ที่เป็นหัวหน้าหน่วย นอกจากจะเป็นเพราะต้องการให้ทองอยู่อยู่ดูแลไอ้เตี้ยหมาน่ารักที่เธอเก็บได้จากกองขยะแล้ว ก็เพราะดาวเรืองอยากจะเจอหน้านังชะเอม อยากจะเอากระเป๋าใบที่สะพายบ่าอยู่นี้มาอวดมันนั่นแหละ

อยากจะบอกใส่หน้ามันว่า นี่ไง! ฉันก็มี! สวยเหมือนกัน ดีเหมือนกัน ขนาดก็เท่ากัน แต่ดาวเรืองหาได้เอง ไม่ต้องไปประจบขอจากใคร!…หญิงสาวขยับกระเป๋าบนบ่าให้กระชับตัว สอดส่ายสายตามองหาชะเอม…มันกลับมาหรือยังนะ ถ้ามันยังไม่กลับมาดาวเรืองก็จะรอ ขอแค่มันอย่ามาแล้วไปแล้วก็แล้วกัน!

เธอกำลังสอดส่ายสายตามองหาเพื่อนร่วมหน่วยงานคนที่ดูเหมือนจะคอยค่อนแคะ กดข่มดาวเรืองอยู่ตลอดเวลา จึงไม่ได้สังเกตสังกาสิ่งใด เมื่อโดนกระแทกอย่างแรงจากทางด้านหลังก็ตกใจและเสียหลักจนหมุนคว้าง หญิงสาวผวาหาที่ยึดเกาะก่อนจะล้มคว่ำหน้าลงไป และกระเป๋าใบใหญ่ที่ประคับประคองมาตลอดทางก็หลุดจากไหล่

ตัวอะไรสักตัวกลม ๆ ดำ ๆ ว่องไวและมีเรี่ยวแรงมหาศาล! ราวกับหมี!…หมีหรือสัตวประหลาดเนี่ย…ดาวเรืองอุทานอยู่ในใจ เธอยังเห็นรูปร่างหน้าตามันไม่ชัดนัก ค่าที่บริเวณนี้มืดสลัว และมันเองก็เคลื่อนไหวรุนแรงว่องไว มันกำลังจะแย่ง…ดึง…ทึ้ง…กระเป๋าใบงามไปจากเธอ

ไม่! ไม่! ไม่ยอม! ดาวเรืองยื้อแย่งไว้สุดแรงหากก็ดูเหมือนจะสู้แรงและความว่องไวของมันไม่ได้ ก่อนที่ดาวเรืองจะร้องเอะอะหรือร้องไห้ออกมา คนหลายคนก็กรูกันเข้าหา มือหลายมือช่วยกันดึงรั้งร่างกลม ๆ ดำ ๆ นั้นไว้ และดาวเรืองก็เพิ่งเห็นว่ามันหน้าตาคล้ายคลึงกับ‘ไอ้เตี้ย’ที่เธอเพิ่งได้ตัวมา เพียงแต่ดวงตาของมันเป็นมันวาวดูดื้อดึงซุกซน ไม่อ่อนหวานเหมือนไอ้เตี้ยของเธอ

“หมาหรือคะนี่ ทำไมดุจัง” ดาวเรืองคราง

“ต้องขอโทษด้วยค่ะ รักจังแค่ซนและอยากรู้อยากเห็นน่ะค่ะ” ปลื้มใจบอก ขณะที่นางหมาดำก็ยังคงพยายามจะกระโดดเข้าหาตาจ้องเป๋งไปที่อีกฝ่าย

วินาทีนั้นเองที่ฐิติเดินมาถึง แล้วเขาก็มองปราดเห็นท่าทีของรักจัง มันกำลังพยายามจะพุ่งเข้าหาพนักงานเก็บขยะสาว หากเป้าหมายไม่ใช่แค่ตัวตนของฝ่ายนั้นแต่เป็นกระเป๋าใบใหญ่ที่เจ้าหล่อนคล้องสายไว้กับบ่า…ตราที่ติดอยู่ที่กระเป๋าคือตราของห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่มีสาขาทั่วกรุง…

ชายหนุ่มนึกถึงวันที่เขมรุจีกับไนซ์มาที่บ้าน…อ้างว่าเพื่อมาเล่นและทำความคุ้นเคยกับรักจัง…กระเช้าผลไม้ที่ทั้งสองถือมาเป็นของกำนัลคุณป้าของเขาคือกระเช้าผลไม้จากซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ในห้างแห่งนี้

จู่ ๆ เขาก็สังหรณ์ใจอย่างรุนแรง รักจังต้องได้กลิ่น! กลิ่นที่มนุษย์ไม่มีทางได้…รักจังต้องได้กลิ่นปักใจ…ปักใจต้องเคยอยู่ในกระเป๋าใบนี้! นี่คือกระเป๋าใบที่เขมรุจีสารภาพว่าเอาปักใจใส่ไว้แล้วนำมาโยนทิ้งที่กองขยะนั่นเอง

ฐิติระงับหัวใจที่เต้นโลดด้วยความยินดีไว้ เขากำลังดีใจแทนปลื้มใจจนสุดหัวใจ หากชั้นเชิงของนักกฎหมายที่ผ่านการสู้รบมาแล้วอย่างโชกโชนก็ทำให้เขาเก็บความรู้สึกทุกอย่างไว้ภายใต้ดวงหน้าสุภาพราบเรียบเมื่อพูดอย่างอ่อนโยน

“หมาของเราเองครับ ขอโทษด้วยที่ทำให้คุณตกใจ มันคงอยากเล่นกับคุณเท่านั้นแหละครับ”

อาจเป็นเพราะความสุภาพ บุคลิกของสองหนุ่มสาว และท่าทีเกือบนอบน้อมของหัวหน้าแผนกที่พลอยเดินตามออกมาจากในห้องทำงานด้วยก็ได้ที่ทำให้ดาวเรืองไม่กล้ายื้อแย่งหรือเขกหัวเล็ก ๆ ดำ ๆ นั้นสักโป๊ก

เมื่อไม่กล้าต่อต้านยื้อแย่ง ไอ้หมี เอ๊ย! ไอ้หมาที่แข็งแรงว่องไวตัวนั้นก็ยิ่งตะเกียกตะกายมุดหัวดำ ๆ ของมันเข้ามาในกระเป๋าใบงาม มันทั้งดมทั้งทำน้ำลายยืดใส่จนภายในกระเป๋าของดาวเรืองเปียกไปหมด

ที่ร้ายกว่าการรุกรานของนางหมาหน้าดำก็คือคำพูดของชายหนุ่มที่ชัดเจน ตรงเป้าราวกับตาเห็น

“กระเป๋าใบนี้อยู่ที่จุดเก็บที่สิบสอง ด้านหลังหมู่เจ็ดใช่ไหมครับ หมาในกระเป๋าไปไหน….”

“อยู่กับพี่ทองอยู่ในรถค่ะ” ดาวเรืองไม่กล้าโกหก จึงพรั่งพรูคำพูด “ดาวเรืองเก็บได้นะคะ ไม่รู้ว่ามีเจ้าของ ทั้งกระเป๋าทั้งหมา ดาวเรืองว่าจะเอามันไปเลี้ยงต่อ ตั้งชื่อแล้วด้วยค่ะ ชื่อไอ้เตี้ย…หมาของคุณหรือคะ” เธอหันไปหาฝ่ายหญิงสาว แล้วดาวเรืองก็อดไม่ได้ร้องไห้ออกมาด้วยความตกใจ

“หนูไม่ได้คิดจะลักจะขโมยนะคะ ทั้งหมาทั้งกระเป๋า หนูนึกว่าคุณทิ้งแล้ว…”

“ไม่เป็นไรจ้ะ ดาวเรืองไม่ได้ทำผิดอะไร” ปลื้มใจรีบบอก “หมาของฉันถูกคนอื่นลักมาอีกต่อ หน้าตามันเหมือนรักจังนี่แหละ เพียงแต่มีหาง และเป็นสีน้ำตาล…ดาวเรืองไม่ได้ทำผิดแต่ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณดาวเรืองที่เมตตามัน”

“ใช่ ๆ ๆ ค่ะ หน้าตาเหมือนอย่างนี้ แต่สีน้ำตาล” พนักงานสาวน้ำตาแห้ง ก้มลงมองหมาน้อยสีดำที่หายตื่นเต้นกับกระเป๋าของเธอแล้ว มันคงดมจนพอใจจึงลงนั่งทับไว้ มันยิ้มด้วย! แถมยังแลบลิ้นยาว…

แล้วอีกไม่กี่นาทีถัดมาทองอยู่ก็อุ้มเอาเจ้าหมาน้อยสีน้ำตาลขึ้นบันไดสำนักงานมา มันตัวสั่นด้วยความดีใจก่อนโผเข้าหาอ้อมแขนของหญิงสาวผู้ที่มันรักและตั้งใจจะฝากชีวิตให้ ปักใจคิดว่ามันจะไม่ได้พบหน้าเธออีกแล้ว โชคดีเหลือเกินที่ได้กลับมาอยู่ในอ้อมแขนนี้อีกครั้ง

คราวนี้กลายเป็นปลื้มใจที่น้ำตาไหลพราก…เป็นน้ำตาแห่งความโล่งใจและยินดีปรีดา ปักใจเอ๋ย ทำไมปักใจจึงมีชะตาชีวิตที่ล่อแหลมโลดโผนเหลือเกิน…ฉิวเฉียดจริง ๆ นะปักใจ เกือบไปแล้ว เกือบจะไม่ได้พบหน้ากันอีกแล้ว ต่อจากนี้เราคงหมดเคราะห์หมดโศกกันเสียที…

“ผมกับดาวเรืองพบมันในกระเป๋า ตั้งใจว่าจะเอากลับไปเลี้ยงครับ ไม่ได้คิดว่าจะลักจะขโมยเอามันไปไหน” เขาพูดซื่อ ๆ ขณะที่เมียสาวนั่งกอดกระเป๋าไว้แน่น ราวกับเกรงว่าจะมีใครมาแย่งเอาไป

ตอนนั้นนางรักจังเลิกนั่งทับกระเป๋าไว้แล้ว มันโดดสี่ขาเข้าหาปักใจ แล้วสุนัขสองตัวก็วิ่งไล่เล่นตบกันด้วยขาหน้าอยู่บนแนวระเบียง มีสมพิดกับบังอรช่วยกันดูแล

ทั้งสองคนกำลังแปลกใจว่าตอนนี้ปักใจทำไมแรงดีเหลือเกิน วิ่งไล่เล่นตะปบอยู่กับรักจังแบบไม่มีเหน็ดไม่มีเหนื่อย วนเวียนไปมาจนรอบระเบียง แม้บางครั้งจะล้มกลิ้งเพราะขาหลังใช้งานได้ไม่เต็มร้อย หากก็ตะเกียกตะกายกลับมากระโดดโลดเต้นกอดปล้ำกับรักจังแบบไม่ยอมแพ้

แม่บ้านกับผู้ช่วยพากันคิดว่าปักใจคงดีใจที่จะได้กลับบ้าน…ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าหมาน้อยกำลัง‘ดีด’จากโอเลี้ยงจาง ๆ ที่ดื่มเข้าไปจนหมดชาม

เมื่อสองหนุ่มสาวละสายตาจากสุนัข พนักงานขับรถหนุ่มก็ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

“ดาวเรืองเขาชอบกระเป๋า สายมันเกี่ยวอยู่กับกิ่งไม้ที่ริมคลองผมก็เลยปีนไปเก็บมาให้”

กลุ่มคนตามหมาหายทุกคนใจหายวาบเมื่อนึกถึงน้ำในคลองที่ไหลเร็วรี่ บุญของปักใจแท้ ๆ ที่นางคนใจร้ายเหวี่ยงกระเป๋าไปไม่ถึงคลอง และบุญแท้ ๆ ที่กิ่งไม้กึ่งหนึ่งช่วยชีวิตมันไว้ได้

“พวกเราต้องขอบคุณ ทองอยู่กับดาวเรืองมากที่ช่วยดูแลปักใจไว้ให้เรา…ถ้าอย่างนั้นเราก็จะรับตัวปักใจกลับไปนะครับ ส่วนกระเป๋าน่ะ ถ้าดาวเรืองอยากได้ก็เอาไว้เถอะ” ฐิติบอกอย่างอ่อนโยน แล้วเขาก็ส่งซองสีขาวหนาหนักซองหนึ่งให้

“ขอให้ทั้งสองคนรับไว้นะครับ อย่ามองว่าเป็นเงินรางวัลให้ถือว่านี่เป็นคำขอบคุณที่ทั้งสองคนใจดีกับปักใจ”

หลังจากนั้นฐิติก็โทรศัพท์กลับไปรายงานผู้เป็นพี่เขย บอกกับเขาว่าได้ตัวปักใจแล้ว ไม่ต้องให้คนไปเสาะหาที่ริมฝั่งคลองส่งน้ำและในป่าหญ้าใกล้เคียงจุดทิ้งขยะอีกแล้ว แล้วทองอยู่กับดาวเรืองทำตาโตเมื่อหัวหน้าแผนกรับโทรศัพท์ในมือชายหนุ่มแปลกหน้าไปคุยต่ออีกสองสามนาทีก่อนวางแล้วหันมาบอก

“ท่านรองปลัดจังหวัดฝากขอบคุณทั้งสองคน และฝากชมเชยการทำงานมาด้วย ท่านบอกว่าทั้งคู่ทำงานละเอียดลออ  และมีเมตตา ขอให้รักษาความดีข้อนี้ไว้”

คำชมนั้นทำให้พนักงานทั้งสองคนยิ้มแป้น ตัวลอยเท้าแทบไม่ติดดินด้วยความดีใจ ดาวเรืองนั้นเดินตามมาส่ง ‘ไอ้เตี้ย’ของเธอถึงรถ และระหว่างที่เธอร่ำลาสุนัขน้อยแสนหวานสีน้ำตาลกับนางหมาดำที่โดดใส่เธอราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่นั่นเอง ปลื้มใจก็ถ่ายของออกจากกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลใบเล็กที่ตนเองใช้อยู่มาใส่ถุงผ้า แล้วส่งกระเป๋าใบนั้นให้

“ถ้าไม่รังเกียจ ดาวเรืองเอาไปใช้ต่อจากหมอนะคะ ใบมันเล็กกว่าใบนั้น ใช้ได้คล่องตัวกว่า จะได้ใช้สะพายติดตัวเวลามาทำงานหรือไปเที่ยวไหน ๆ ค่ะ”

หญิงสาวยกมือไหว้ แล้วรับมากอดไว้กับอก ดีใจจนตัวแทบลอยอีกครั้งเมื่อบังอรชะโงกหน้ามาบอก

“เก็บไว้ดี ๆ อย่าไปให้ใคร และอย่าไปทำหายนะดาวเรือง กระเป๋าของคุณหมอมียี่ห้อของอเมริกา…ของแท้ด้วย”

…วันนี้เป็นวันที่ดาวเรืองโชคดีมาก…โชคดีจริง ๆ!



Don`t copy text!