อุมาวสี บทที่ 38 : เข้าพบญาติผู้ใหญ่

อุมาวสี บทที่ 38 : เข้าพบญาติผู้ใหญ่

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

ปุถุชนธรรมดาย่อมง่ายสำหรับคำตอบ แต่อุมาวสีกลับตรงกันข้าม เพราะถือสัจไม่กล่าวเท็จ

อาศัยไหวพริบ ทำให้ไม่อับจน

“พิสูจน์ความจริงดีกว่าค่ะ อุจะให้เบอร์คุณยาย แล้วพี่โฉมโทร.ถามท่าน”

ถึงคราวที่เฉิดโฉมจะหน้าม้านยิ้มเจื่อน รีบกล่าวแก้เก้อ

“พี่ไม่ได้จุ้นจ้านวุ่นวายนะจ๊ะ ก็แค่ทักทายกันตามปกติเท่านั้นเองแหละ หากรังเกียจจะไม่พูดด้วย

“เมื่อวานวันหยุด พี่โฉมโทร.หาอุเรื่องอะไรคะ คุณยายสงสัยอุตอบไม่ถูก”

อีกครั้งที่สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์ชักกระดากกระเดื่อง นิสัยของหล่อนชอบสาระแนส่อเสียด จัดว่าเป็นเกมสนุกเพลิดเพลิน นอกเหนือจากละโมบกอบโกยไม่อิ่มไม่พอ

อยากรู้ว่าอุมาวสีจะอยู่กับนวมินทร์หรือเปล่าเท่านั้นเอง

“เธอเป็นคู่หู จะปรึกษาหารือบางอย่างจ้ะ”

“อุคิดว่าจะถามเกี่ยวกับคุณมินทร์เสียอีก”

“เปล่า” โกหกสดๆร้อนๆ ลูบลำคอที่เนื้อไขมันชักจะอูมอิ่ม “อยากจะปรึกษาเรื่องคุณธวัช เผื่อเขาขอแต่งงานจะตอบรับหรือปฏิเสธ พอดีเธอโอนสายไปให้น้องแนทเลยอดพูด”

“ควรถามใจพี่โฉมว่าชอบเขาระดับไหน”

เฉิดโฉมลอยหน้าละเมียดละไมเกือบจะออกอาการตุ้งติ้ง ระลึกถึงตอนถูกธวัชมอมยาพาขึ้นคอนโด รู้สึกคล้ายตกอยู่ในความฝัน รสพิศวาสอาบเอิบ หัวใจกระเจิดกระเจิงกู่ไม่กลับ ด้วยใจจริงยังถวิลหาลึกๆ

ประเด็นที่สอง ภาพเหตุการณ์วันหมั้นระหว่างไอศูรย์-พีรวรรณ สินสอดทองหมั้นมากมาย พอที่จะทำให้คนยากจนกลายเป็นเศรษฐีย่อมๆ ไม่นับเรือนหอต่างหาก

หล่อนฝันเฟื่องว่าจะได้สินสอดจำนวนเท่านั้นบ้าง

“ถ้าคุณธวัชสู่ขอ พี่ก็พร้อมจะสละชีวิตโสด ตอนนี้ได้แต่แทะเล็ม เจ้าชู้ไก่แจ้ทีเล่นทีจริง วันนี้อยากจะให้เขามาอุดหนุน แต่ไม่กล้าโทร.ติดต่อ เดี๋ยวเขาจะหาว่าเรามีใจผูกพัน”

นั่นเป็นข้อมูลที่สะท้อนออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจอย่างหมดเปลือก นานๆ จะเกิดขึ้นกับเฉิดโฉมสักครั้ง

อุมาวสีกลั้นลมหายใจ หมุนแหวนเงินในนิ้ว สำรวมพลังจิต ขนลุกเกรียวราวกับต้องลมหนาว ภาพทางมโนทวารปรากฏรางเลือน ธวัชนั่งโต๊ะตักอาหารเข้าปากเคี้ยวตุ้ย

“ลองเดาเล่นๆ เขาน่าจะมาคนเดียวค่ะ”

“เอาล่ะ งั้นเราจะได้พิสูจน์ ถ้ามันเป็นจริงละก็ น้องอุมีสัมผัสที่หก”

“อุ๊ย! อุแค่คนธรรมดาเดินดินกินข้าวแกง”

เวลาผ่านไป ลูกค้าทยอยเข้ามาอุดหนุนไม่ขาดระยะ เด็กเสิร์ฟเบอร์หนึ่งปฏิบัติภารกิจคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง

ใกล้บ่ายโมง ธวัชลงจากรถเก๋งเดินอาดๆ เข้ามานั่งโต๊ะริม มุมเยื้องเคาน์เตอร์แคชเชียร์

สาวใหญ่ร่างอวบแก้มร้อนผ่าว หัวใจซู่ซ่ากระติ๊กริก ออกจากเคาน์เตอร์นวยนาดแอ๊บแบ๊ว

“สวัสดีค่ะ โฉมคิดว่าคุณธวัชจะลืมสวนอาหารของเราเสียแล้ว”

“ผมไม่เคยลืมครับ”

หย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ สันหลังตรงแหนว ไขว้ขายักเยื้องลีลานางแบบ เฉิดโฉมจีบปาก

“เหตุการณ์คืนนั้น คุณธวัชจะรับผิดชอบยังไงคะ”

แม้จะไม่ขยายความ แต่ก็รู้กันโดยนัยว่า หล่อนถูกมอมยาสิ้นสติ ธวัชพาไปปู้ยี่ปู้ยำในคอนโด

“รับผิดชอบทุกอย่างตามที่คุณโฉมปรารถนาครับ”

คั่นจังหวะด้วยการสั่งอาหารเครื่องดื่ม อุมาวสีจดใส่สมุดฉีก อ่านทบทวนให้เขาฟังเพื่อความถูกต้อง เมื่อเด็กเสิร์ฟแยกไปเข้าโรงครัว การเจรจาที่หยุดชะงักจึงดำเนินต่อ

“ผมหลงใหลเสน่ห์คุณโฉมมากเกินกว่าที่จะหักห้าม”

“นั่นไม่ใช่ประเด็นค่ะ คุณก็รู้โฉมเสียหายยับเยิน ไม่มีความภูมิใจหลงเหลืออยู่เลย”

“ขอรับประกันว่า ผมเป็นสุภาพบุรุษเต็มร้อย กินที่ลับ เอาไปไขที่แจ้ง ยุคโลกาภิวัฒน์เขาไม่ถือกันแล้ว ความบริสุทธิ์จะเก็บเทิดทูนไว้บนหิ้ง”

“ทัศนคติของผู้ชายได้เปรียบ คาสโนว่า” ชำเลืองค้อนตุ้งติ้งสะดิ้งพราว ทรวงอกอวบกระเพื่อมในเสื้อ “เอาเถอะค่ะ ทานให้อิ่มเสียก่อน เราจะคุยกันอีกในรายละเอียด”

เฉิดโฉมลุกขึ้น เยื้องกรายส่ายสะโพก กลับไปประจำตำแหน่งในเคาน์เตอร์ ไล่เลี่ยกับอุมาวสียื่นใบรายการที่จด

“น้องอุทายถูกเผง พี่อยากจะให้ทานต่อไปว่า เราจะตกลงปัญหาที่ค้างคาใจสำเร็จหรือล้มเหลว”

ทั้งที่พอจะอ่านเกมออก ว่าเกี่ยวกับกรณีที่พลาดพลั้งเสียทีธวัช อยากจะกู้ชื่อเสียงกู้หน้า แต่อุมาวสีแกล้งลองใจหล่อน

“ปัญหาอะไรคะพี่โฉม”

“ส่วนตัว”

“เดายาก เพราะข้อมูลภายในใจของแต่ละฝ่ายแตกต่าง เปลี่ยนไปตามกระแสด้วย ยังไงก็ตาม อุขออวยพรให้พี่เฉิดโฉมประสบความสำเร็จค่ะ”

เด็กสาวแยกไปบริการลูกค้ารายอื่นๆ

สาวใหญ่เจ้าของกิจการครุ่นคำนึง นวมินทร์อยู่ไกลสุดเอื้อม เลิกฝันหวานดีที่สุด ธวัชอยู่ใกล้ตัว จัดว่าเป็นเบอร์สอง หากเขาจัดการสู่ขอแต่งงานตามประเพณีก็ไม่เลวนัก

สินสอดทองหมั้น ถ้าไม่เทียบเท่าพีรวรรณก็จะปกปิดเป็นความลับสุดยอด

บัดนี้ ชายหนุ่มเช็คบิล เฉิดโฉมตามไปส่งที่ลานจอดรถ ยืนห่างจากเขาระยะสองเมตร ระมัดระวังเต็มที่ หากว่าเขาจะเผลอไผลกอดจูบ

“คุณธวัชรับผิดชอบ หมายถึงการสู่ขอแต่งงานใช่ไหมคะ”

ผู้ฟังเกือบสะดุ้ง ยิ้มจางเจื่อน

“แต่งงานผมยังไม่พร้อมครับ ขอให้เป็นเรื่องของอนาคต เราควรคบค้าศึกษานิสัยใจคอซึ่งกันและกันก่อน โบราณเขาว่าไว้ ช้าๆได้พร้าเล่มงาม”

นึกแล้วเชียวว่าจะบ่ายเบี่ยงเลี่ยงฮุ้น เฉิดโฉมพยายามเก็บความขุ่นข้องหมองมัวทางอารมณ์

“โฉมจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อ ของเล่นของคุณอีก ที่แล้วไปแล้วก็ถือว่าเคราะห์กรรม ตกอยู่ในสภาพจำยอมโดยอุบัติเหตุ”

“ผมทราบ” เขาให้ยาหอม “คุณโฉมมีความเป็นกุลสตรีขนานแท้”

“เริ่มวาระแรกก่อนดีไหม พาโฉมไปเยี่ยมคารวะผู้ใหญ่ภายในครอบครัวของคุณ”

ธวัชนิ่งใคร่ครวญ เฉิดโฉมฉลาดเล่ห์เหลี่ยมพราวตัว คำนึงถึงส่วนได้ส่วนเสียสมประโยชน์ มิใช่ม้วนกระดาษชำระ เมื่อดึงแผ่นแรกหลุด แผนที่สอง-สาม-สี่ ฯลฯ ก็จะลุ่ยออกมาเองโดยอัตโนมัติ

“ทางครอบครัวผมคงยังจะไม่พร้อมครับ”

“ไม่พร้อมแบบไหนคะ”

“คุณยายท่านล้มป่วยเป็นโรคเส้นเลือดโลหิตในสมองตีบนอนอยู่ที่บ้าน ทุกคนเป็นห่วงกังวลโดยเฉพาะคุณแม่แทบว่าจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ เอายังงี้เถอะ ผมจะพาคุณโฉมไปเยี่ยมลุงอีกบ้านหนึ่งแทน”

“ได้ค่ะ”

“ยังงั้นสักสองหรือสามวัน ผมจะมารับคุณโฉม”

“อย่าลืมโทร.มาบอกล่วงหน้าจะได้เตรียมตัว”

ชายหนุ่มรับปาก โบกมืออำลาก่อนจะก้าวขึ้นเก๋งคันงาม เฉิดโฉมกลับเข้าสวนอาหารอิ่มเอม

อุมาวสีนิ่งสงบใช้พลังจิตตรวจสอบ ได้ยินเสียงสนทนาโดยตลอด รู้ว่าลับ-ลวง-พรางด้วยกันทั้งคู่ เกมนี้เดิมพันสูง จะมีใครคนหนึ่งชนะและอีกคนพ่ายแพ้

อยากจะช่วยเฉิดโฉม แต่ต้องขึ้นอยู่กับว่าสมควรแก่กรณีหรือไม่

O         O         O         O

ตามปกติราคาค่าอาหารค่อนข้างจะแพง เหมาะสำหรับพวกไฮโซหรือฐานะปานกลาง น้อยครั้งที่สุดชนชั้นระดับล่างจะเข้ามาอุดหนุน

อาศัยตาไว อุมาวสีเหลือบพบเจ้าจำรูญกับสหายคู่หูจอดรถจักรยานยนต์ เดินอกตั้งไหล่ผึ่งเข้าสวนอาหารอิ่มเอม

เด็กสาวหมุนแหวนเงินในนิ้ว กลั้นลมหายใจอธิษฐานจิต อำพรางรูปโฉม ดังนั้นสองสหายมิจฉาชีพจึงแลเห็นคู่ปรับเป็นหญิงผิวคล้ำ จมูกดั้งหัก ขี้เหร่

อุมาวสีปล่อยให้พนักงานอื่นต้อนรับแทน ใช่…ครั้งนี้คลาดแคล้ว ครั้งต่อไปไม่แน่ หล่อนอาจจะพลาดพลั้งให้ศัตรูชั้นต่ำรู้ข้อมูลส่วนตัว

ปัญหามันร่ำรวยหรือเปล่า ดรุณีโฉมสะคราญจับแหวนเงิน ใช้ญาณตรวจสอบภาพปรากฏทางมโนทวารรางเลือน

เจ้าจํารูญซิ่งมอเตอร์ไซค์โฉบเฉี่ยว เพื่อนชั่วที่ซ้อนท้ายกระชากกระเป๋าหิ้วของผู้หญิง รอดพ้นจากการจับกุมของตำรวจ ได้เงินจากการฉกชิงหลายพันบาท

“มันไม่รู้ว่ากฎแห่งกรรมมีจริง วาระที่ต้องชดใช้กรรมกำลังจะมาถึง”

เมื่ออิ่มข้าวแกง สองโจรก็กลับออกไปขี่จักรยานยนต์ปร๋อ

เวลาผ่านไปชั่วประเดี๋ยว เฉิดโฉมปรารภกับเด็กเสิร์ฟโฉมงาม

“แปลก คนขี่มอเตอร์ไซค์บ่นกับยาม ว่าสวนอาหารเรามีพนักงานเสิร์ฟขี้เหร่สุดๆ ผิวเนื้อดำแดง ดั้งจมูกหัก พี่คิดว่าถ้าเขาไม่ติ๊งต๊องก็คงจะเมา”

รู้ข้อมูลรายละเอียด แต่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการกล่าวเท็จ อุมาวสีคลี่ยิ้มหวานละมุน

“สายตาและความรู้สึกของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันค่ะ”

“คุณธวัชติดต่อมาแล้ว” หล่อนเปลี่ยนเรื่องคุย “เย็นนี้เขาจะมารับพี่ไปเยี่ยมคารวะคุณลุง หวังว่าความสัมพันธ์จะสืบสานถึงขั้นแต่งงานในที่สุด”

“เขาโสดจริงหรือว่าโสดเฉพาะกิจคะ”

เล่นเอาเฉิดโฉมนิ่งอึ้ง กะพริบตาปริบๆ ตรงกับความคิดเสี้ยวหนึ่งของหล่อน พยายามหาเหตุผลประกอบ

“เมื่อเดือนก่อนพี่พบภาพข่าวในหนังสือพิมพ์ คุณธวัชออกงานสังคมคนเดียว”

ฝ่ายตรงข้ามอมยิ้ม ไม่ขยายความต่อ

เย็นนั้นใกล้เวลาปิดสวนอาหารอิ่มเอม ธวัชมารับเฉิดโฉมตามนัด สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์แต่งกายสวยพริ้ง น้ำหอมจากฝรั่งเศสกระจายกลิ่นหอมกรุ่น

“โอ้โห ผมคิดว่านั่งคู่กับนางฟ้า”

เขาทำปากจิ๊กจั๊ก สายตากรุ้มกริ่มเจ้าชู้ ส่วนปากจะตรงกับใจหรือไม่ ตนเองผู้เดียวรู้คำตอบ

“โฉมไม่เคยคิดว่าตัวเป็นนางฟ้าค่ะ ติดดิน มักน้อยตลอด”

หล่อนลอยหน้าเจรจาแอ๊บแบ๊ว พูดเชิงสร้างภาพลักษณ์ ส่วนความจริงตรงกันข้าม สะสมวัตถุ ละโมบกอบโกย ไร้ขอบขีดจำกัด รู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแค่เพียงตัวหนังสือ

ภาคเย็น การจราจรจะติดขัดเป็นระยะ หากส่วนใหญ่จะไหลลื่นตลอด มักจะสะสมแถวสี่แยก

บ้านตึกหลังนั้นอยู่ในซอยชานเมือง ค่อนข้างจะโอ่อ่าหรูหราราคายี่สิบล้านขึ้น ลุงของธวัชเป็นสุภาพบุรุษวัยหกสิบเศษ รักษาสุขภาพดีเยี่ยม ไม่ลงพุง ผมย้อมดำสนิท เลี้ยงสุนัขพันธุ์เทศสองตัว

“นี่ครับ เพื่อนใจของผม คุณเฉิดโฉมเจ้าของสวนอาหารอิ่มเอมอันลือชื่อ”

เฉิดโฉมพนมมือไหว้อย่างนอบน้อม ชายวัยเกษียณทักทายปราศรัยเรื่องพื้นๆ ไม่เกี่ยวกับความรักสัมพันธ์สวาท ส่วนใหญ่จะถามเรื่องอาชีพการงาน ประวัติของคู่สนทนา ใกล้เคียงการสัมภาษณ์

สิ่งที่น่าสังเกตคือ หญิงสาววัยสามสิบต้นๆ แต่งกายดี บุคลิกไม่ใช่ลูกจ้าง บริการกาแฟร้อนแก่แขก

ชวนให้สงสัยว่า น่าจะเป็นลูกสาวคุณลุง แต่ทำไมไม่แนะนำ

สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์เล่าประวัติว่า หล่อนต่อสู้ชะตากรรมตั้งแต่วัยรุ่น บิดามารดาเสียชีวิต เริ่มทำงานหลายแห่ง ชีวิตไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร

ตัดสินใจเปิดร้านอาหารระยะแรกๆ ขาดทุน อาศัยใจฮึดสู้ เรียนรู้ด้านโภชนาการเพิ่มเติม กิจการรุ่งเรืองขึ้นทีละน้อย จนกระทั่งปักหลักมั่นคงในนามของสวนอาหารอิ่มเอม

สนทนาประมาณหนึ่งชั่วโมง ธวัชชวนเฉิดโฉมอำลาญาติผู้ใหญ่ ขณะนั่งรถเก๋ง คนนั่งคู่เปรยขึ้น

“คุณลุงทำงานอะไรคะ โฉมไม่กล้าถาม”

“ข้าราชการบำนาญ อดีตอธิบดี”

“คนนั้นลูกสาวของท่านหรือคะ”

“ภรรยาคุณลุงครับ ท่านหย่าร้างกับภรรยาคนแรกหลายปีแล้ว แฟนคนใหม่ตั้งครรภ์อ่อนๆ”

เฉิดโฉมสะดุดความรู้สึก หญิงสาวรายนั้นอายุน้อยกว่าหล่อน รุ่นลูกสาวคุณลุง

เมียหลวงที่ว่าหย่าร้าง อาจจะแค่แยกกันอยู่ โดยมิได้จดทะเบียนหย่าเป็นทางการก็ได้

เอ…หรือว่าเราพลัดเข้าไปอยู่ในชมรมเมียน้อยเมียหลวง

“เราจะไปไหนกันต่อดีครับ?”

ธวัชถามขณะที่ยานพาหนะคันหรูเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ ใกล้จะถึงสี่แยก เฉิดโฉมไหวระแวงว่าเขาจะเล่นไม่ซื่อ

“กลับบ้านสิคะ”

“ไหนว่าเราจะปรึกษาหารือเพื่ออนาคต”

“ปรึกษาที่บ้านก็สะดวกค่ะ”

“ผมรักคุณโฉม” น้ำเสียงอ้อยอิ่งอาลัยอาวรณ์ “เราน่าจะนั่งตามคาเฟ่ บรรยากาศโรแมนติก ฟังเพลง ทานอาหารเบาๆ รองท้อง”

ผู้ฟังหัวใจเต้นแรง อ่านเกมออกว่าหลอกมอมยาแผนเดิม ครั้นแล้วก็ไปจบที่คอนโด

มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ ตกเป็นเหยื่อครั้งแล้วครั้งเล่า อนาคตได้สินสอดทองหมั้นเยอะ แต่งงาน อาจเป็นเพียงความฝันลอยลม

แม้หล่อนจะถวิลหารสสวาท แต่ก็รู้จักยับยั้งชั่งใจพอสมควร

“งั้นแวะดิสเคาน์สโตร์ที่อยู่ในเส้นทางค่ะ โฉมจะทานส้มตำจานนึง”

ชายหนุ่มรู้ว่าหล่อนเคี่ยวจัด จำต้องโอนอ่อนผ่อนตาม ตราบที่ยังคบค้าสมาคมกัน เขาย่อมจะไม่สูญเสียโอกาส

ทัศนคติของเขาอยู่กินก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง

คืนนั้น กว่าจะส่งสาวใหญ่เจ้าเสน่ห์ที่สวนอาหารก็เป็นเวลาสามทุ่มเศษ เฉิดโฉมก้าวลงจากรถเก๋งที่พาร์คกิ้ง ธวัชตามมาส่ง

ทันทีทันใด ตรงมุมเงาสลัว เขารวบร่างอวบอิ่มเซ็กซี่ประทับจูบดูดดื่ม มือลูบไล้แผ่นหลัง เรื่อยลงไปถึงสะโพก ปากงึมงำกระเส่า

“ผม…รักคุณโฉม”

“พอ…พอก่อนค่ะ”

เฉิดโฉมครางระงม ซาบซ่านรัญจวน เมื่อสาวใช้เปิดประตูก็เดินระทดระทวยผ่านเข้าตึก

O         O         O         O

วันวิวาห์ระหว่างพีรวรรณ-ไอศูรย์ใกล้เข้ามาทุกขณะ สองหนุ่มสาวตระเวนแจกบัตรเชิญแขกผู้ทรงเกียรติ หรือไม่ก็ฝากผ่านไปทางญาติมิตร

ตกบ่ายทั้งคู่แวะสวนอาหารอิ่มเอม เฉิดโฉมต้อนรับขับสู้ยิ้มแย้ม ซ่อนความตะขิดตะขวงเก้อเขินไว้ในทรวง

ดูเถิด ครั้งหนึ่งไอศูรย์เคยเคลิบเคลิ้มกอดจูบหล่อนที่ลานจอดรถ ทุกคนไม่คิดทบทวนพากันลืมสนิท เหมือนฝันร้ายในฤดูร้อน

“แหม ทำไมไม่ฝากน้องอุมาให้พี่ เสียเวลาในการเดินทางค่ะ”

“ผ่านมาทางนี้ก็เลยแวะ อยากจะอุดหนุนอาหารพี่โฉมด้วย”

“เชิญนั่ง”

อุมาวสีเข้ามาบริการอย่างนอบน้อม ก่อนอื่นพนมมือไหว้ไอศูรย์ รอจดรายการตามสั่ง พีรวรรณเลือกเมนู และแถมพก

“น้องอุจะให้ใครไปส่งตอนเย็นจ๊ะ”

“กลับรถเมล์ค่ะ”

“ได้ข่าวว่า คุณยายฝากเธอซื้อเต้าฮวย”

“ใช่ค่ะ อุตั้งใจว่าจะแยกน้ำขิงต่างหาก แล้วเอาไปอุ่นทีหลัง จะได้ไม่เย็นชืด”

เด็กสาวนำใบสั่งอาหารไปมอบให้ทางโรงครัว ต่อจากนั้นก็ถึงมือเฉิดโฉมที่เคาน์เตอร์

ลูกค้าทยอยกันเข้ามาอุดหนุนต่อเนื่อง อุมาวสีบริการโต๊ะโน้นโต๊ะนี้มือเป็นระวิง หาเวลาส่วนตัวยาก

นั่งอยู่ในเคาน์เตอร์มุมสูง เฉิดโฉมกวาดสายตาสำรวจมุมกว้าง ส่วนใหญ่มักจะจับสังเกตพีรวรรณ-ไอศูรย์ทั้งคู่กะหนุงกะหนิง ยิ้มหัว บางคราวสบตาหวานซึ้ง หากป้อนข้าวกันได้ก็คงจะป้อน

“ถามอะไรหน่อยน้องอุ หมู่นี้คุณเอไปเยี่ยมน้องแนนทุกวันหรือจ๊ะ”

เด็กเสิร์ฟเบอร์หนึ่งตั้งหลัก เฉิดโฉมเก็บความลับไม่เป็น ปากโทรโข่ง มักจะพูดให้คนอื่นเสียหาย แฝงนัยยกตัวเองเลอเลิศ เจรจากับหล่อนต้องไม่พลั้งเผลอ

“แทบทุกวันค่ะ เช้าตรู่วันนี้ เขาก็ตักบาตรคู่กับพี่แนน”

“ยุคนี้ผู้หญิงมักจะไม่ค่อยตระหนี่ตัวสักเท่าไหร่ จริงมั้ยน้องอุ”

เอากับแม่ซิ ยัดเยียดประเด็นร้อนให้ดื้อๆ สมมุติว่าหล่อนแสดงความคิดเห็น จะมีแต่เสียกับเสีย เฉิดโฉมพร้อมที่จะโพนทะนาต่อเติม พูดขาวให้กลายเป็นดำ

“พี่โฉมก็เป็นผู้หญิงนะคะ”

“สำหรับฉันยกเว้นจ้ะ” สาวใหญ่จอมส่อเสียดจ้องลึกลงไปในดวงตาของอุมาวสี “เธอคิดยังนี้มั้ย คุณเอกับน้องแนนทดลองอยู่กินกันแล้ว”

“เอ๊ะ! พี่แนนค้างคืนที่บ้านตลอด”

“โฮ้ย! คนเรามีวิธีซิกแซกเยอะ” ความอิจฉาคุโพลงในหัวใจหล่อน “เขาแอบไปอยู่กินกันส่วนตัวกลางวันจ้ะ เช่น ตามห้องพัก คอนโด หรือไม่ก็โมเต็ล พอใกล้ค่ำก็ลอยนวลกลับบ้านสบายใจเฉิบ”

“พี่โฉมพูดเอง อุไม่กล้าออกความคิดเห็น”

“ขอทายว่าพอแต่งกันได้สักห้าเดือนเศษ น้องแนนไปโรงพยาบาลคลอดทารก”

คราวนี้อุมาวสีเฉยเสีย ยอมรับฟังอย่างสงบ เฉิดโฉมสาธยายเยอะแยะ ล้วนแล้วแต่ขยายความมืดของจิตใจออกมาตีแผ่

เป็นชาวพุทธแค่ทำบุญเลี้ยงพระ นานๆ จะตักบาตรสักครั้ง ต่อจากนั้นกิเลสแทรกซึมเพียบ เต็มไปด้วยความโลภ โกรธ และหลง ห่างเหินวัดวาอาราม ไม่รู้จักดำเนินชีวิตวิถีพุทธ

เกิดลางสังหรณ์รางเลือน รู้สึกว่าเฉิดโฉมจะได้รับบทเรียนอย่างเจ็บแสบที่สุด ไม่กล้าตักเตือน รู้ล่วงหน้าว่าเปล่าประโยชน์

สิ่งที่ไม่คาดฝันคือ นวมินทร์โผล่เข้ามาในอาคารตึก สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์พยักพเยิด

“นั่นไง คุณมินทร์ ไปต้อนรับเขาสิ เดินตุ้งติ้งส่ายสะโพก”

“อุเป็นอย่างที่เป็นค่ะ พี่โฉม”

เด็กสาวเข้าไปบริการหนุ่มหล่อตามปกติ จดรายการอาหารตามสั่ง

ทันใดนั้น เจ้าจำรูญที่ขี่มอเตอร์ไซค์กวดตามเก๋งนวมินทร์เลี้ยวเข้ามาจอด จึงเป็นการเผชิญหน้าอีกคน อุมาวสีไม่สามารถใช้อำนาจจิตอำพรางโฉม

 



Don`t copy text!