
‘อยากเป็นนักเขียน ต้องลงมือเขียน ไม่มีทางลัด!’ คีย์เวิร์ดสำคัญที่สร้าง ‘บุปผาตีตรา’ นิยายเรื่องแรกในชีวิตของสีน้ำฟ้า
โดย : กิ่งสุรางค์ อนุภาษ
![]()
ทลายสิ่งที่ค้างคาใจจนสำเร็จแล้ว เพราะในที่สุดผลงานนิยายเล่มแรกในชีวิตของสีน้ำฟ้า หรือ แจม – พิชามญชุ์ พรจิตรเกษม เรื่อง บุปผาตีตรา ก็ได้ออกสู่สายตาของนักอ่านเป็นที่เรียบร้อย
นวนิยายดราม่า-ย้อนยุคเรื่องนี้ ถือเป็นผลงานนวนิยายเรื่องแรกที่นักเขียนตั้งใจเขียนให้จบ หลังผ่านเส้นทางการเขียนบทกวีและเรื่องสั้นมายาวนาน และยังเป็นผลลัพธ์สำคัญจากการเข้าร่วมโครงการ อ่านเอาก้าวแรก ที่ช่วยพานักเขียนก้าวข้ามความกลัวและข้อจำกัดของตัวเอง
ในโลกของวรรณกรรม มีนิยายจำนวนไม่น้อยที่พูดถึงความรัก ความสูญเสีย หรือความขัดแย้งของมนุษย์ แต่ บุปผาตีตรา ของสีน้ำฟ้าเลือกจะพาผู้อ่านย้อนกลับไปมอง “การตัดสิน” ที่สังคมกระทำต่อผู้หญิงคนหนึ่ง เพียงเพราะเส้นทางชีวิตของเธอไม่เป็นไปตามกรอบที่ใครคุ้นเคย
แรงบันดาลใจของ บุปผาตีตรา เกิดจากความตั้งใจเรียบง่ายแต่จริงจังของผู้เขียน
“อยากเขียนนวนิยายให้จบสักเรื่องในชีวิต ซึ่งวิทยากรแนะนำให้เลือกเรื่องที่คุ้นเคย จะทำให้เขียนจบ ผู้เขียนเป็นคนต่างจังหวัด เติบโตมากับทัศนียภาพสวยงามและผู้คนเอื้ออาทรต่อกัน การได้เขียนเล่าจึงเป็นความสุขอย่างหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม บริบทของสังคมชนบทมักตัดสินว่า ผู้หญิงไปทำงานในเมือง มีเงินทองกลับมา ต้องเป็นผู้หญิงหากิน ผู้เขียนจึงอยากเขียนเรื่องนี้ เพื่อคืนศักดิ์ศรีให้บุปผาที่ถูกตีตราค่ะ”

บุปผาตีตรา ดำเนินเรื่องในช่วงสงครามเวียดนาม ราว พ.ศ. ๒๕๑๔ เล่าถึง นวลปราง เด็กสาวจากชนบท จำต้องออกจากบ้านไปทำงานในเมืองที่มีค่ายทหารต่างชาติตั้งอยู่ แม้เธอจะทำงานสุจริต แต่เพียงการเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ ต่างภาษา ก็เพียงพอให้สังคมตัดสินและตีตราเธออย่างไร้ความปรานี
นวลปรางไม่เลือกตอบโต้ด้วยคำอธิบาย หากแต่ยืนหยัดสร้างคุณค่าและศักดิ์ศรีของตนเองแทนคำตอบ
แม้นิยายเรื่องนี้จะเป็นดราม่า-ย้อนยุค แต่ไม่ใช่นิยายรักหวานหรือดราม่าด่าทอ ผู้เขียนเล่าว่าได้ค้นคว้าข้อมูลจากหลายแหล่ง นำมาสร้างเป็นโลกสมมติ โดยไม่อ้างอิงบุคคลหรือสถานที่จริง ทุกฉากและตัวละครถูกออกแบบเพื่อรับใช้การเล่าเรื่องในฐานะงานวรรณกรรม ไม่ใช่บันทึกประวัติศาสตร์ตรงตัว
“ความท้าทายระหว่างการเขียนคือการเมาตัวอักษรค่ะ อุปสรรคเป็นเรื่องของความไม่ชำนาญในการใช้ภาษาเขียนนิยาย การเขียนเอง อ่านเอง อ่านวนไปวนมา ผิดๆ ถูกๆ คำซ้ำ คำเกิน ผู้เขียนมีพื้นฐานจากการเขียนบทกวีจึงระวังเรื่องความหมายของคำ แต่มีจุดอ่อนเรื่องการบรรยายที่เยอะเกินไป แก้ปัญหาด้วยการอ่านนิยายของนักเขียนมืออาชีพ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้
“นอกจากนี้ยังเคยคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านงานเขียน แต่พอทำนิยายเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่าทั้งหมดคือการใช้พรแสวงและแรงงาน อยากเป็นนักเขียนต้องลงมือเขียน ไม่มีทางลัด ยิ่งตอนใกล้ส่งงาน ยิ่งร้อนรน แต่อย่างไรก็ตาม สนุกมากค่ะ เพราะระยะเวลาประมาณ ๕-๖ เดือนที่ใช้ชีวิตกับตัวละคร กิน นอน เก็บไปฝัน เคยตื่นยามดึกต้องลุกขึ้นมาจดไอเดีย เป็นอะไรที่ประทับใจมาก

“สำหรับการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการอ่านเอาก้าวแรกนั้น เกิดขึ้นหลังผ่านช่วงล็อกดาวน์โควิด-19 และปัญหาสุขภาพค่ะ ตอนนั้นตระหนักถึงความไม่แน่นอนของชีวิต ความคิดที่ค้างคามานานว่าอยากเขียนนิยายให้จบสักเรื่องเลยต้องถูกทำให้เป็นจริงเสียที
“ในคลาสมีอาจารย์สามท่าน ได้แก่ พี่เอียด ปิยะพร ศักดิ์เกษม พี่ปุ้ย กิ่งฉัตร และพี่หมอโอ๊ต พงศกร รวมทั้งวิทยากรที่มาร่วมในห้องเรียน ได้ถ่ายทอดความรู้ แนะแนวทางการทำงาน และช่วยดึงศักยภาพในตัวผู้เขียนออกมาได้ตามเป้าหมาย คือ การเขียนให้จบ รวมถึงเพื่อนๆ ในคลาสก็ช่วยกันอย่างเต็มที่ ทำให้รู้สึกประทับใจมากๆ”
แม้ผู้เขียนจะให้คะแนนผลงานของตนเองเพียง ๕ จาก ๑๐ เพราะมองว่ายังเป็นช่วงเริ่มต้นของการเรียนรู้ แต่ บุปผาตีตรา ได้ทำหน้าที่สำคัญแล้ว นั่นคือ การเริ่มต้นบทใหม่บนเส้นทางนักเขียนอย่างแท้จริง อีกทั้งเร็วๆ นี้เธอก็กำลังจะมีผลงานออกมาให้แฟนๆ นักอ่านได้ติดตามกันอีกด้วย
บุปผาตีตรา ฉบับรีไรต์ มีกำหนดเผยแพร่ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ทั้งแบบเล่มและ E-book
พร้อมติดตามผลงานอื่นๆ ของสีน้ำฟ้า ได้ผ่าน Mebmarket, ReadAwrite, Facebook Page “สีน้ำฟ้า นักเขียน”, Blockdit, YouTube, TikTok และ Bloggang







