‘เทพารักษ์ภัสดา’ อีกหนึ่งน้ำเสียงที่อาจไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ของ ‘กุลวีร์’

‘เทพารักษ์ภัสดา’ อีกหนึ่งน้ำเสียงที่อาจไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ของ ‘กุลวีร์’

โดย : กิ่งสุรางค์ อนุภาษ

Loading

‘เทพารักษ์ภัสดา’ เป็นผลงานใหม่ของ ‘กุลวีร์’ ที่เจ้าตัวการันตีว่าเป็นอีกน้ำเสียงหนึ่งที่อาจไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน โดยเขาได้อธิบายเพิ่มเติมว่า “เรื่อง เทพารักษ์ภัสดา เป็นการเล่าเรื่องที่ผมตั้งใจเล่าสั้นๆ กระชับ เดินเรื่องไว และน่าจะปิดท้ายด้วยความคาดไม่ถึง เพื่อให้เหมาะกับคนยุคปัจจุบันที่ไม่ค่อยนิยมอ่านอะไรยาวๆ ส่วนสิ่งที่น่าสนใจกับการใช้น้ำเสียงหนึ่งในการเล่าเรื่องของกุลวีร์ในเรื่องนี้คือ ผมตั้งใจให้ทุกบท เริ่มต้นและจบเป็นไดอะล็อกหรือคำพูดของตัวละครครับ”

แฟนๆ อ่านเอาและกุลวีร์คงได้เห็นผลงานเรื่องนี้ผ่านตากันบ้างแล้วในเว็บไซต์อ่านเอา ซึ่งแค่ได้อ่านเรื่องย่อในช่วงต้นของนิยาย ก็คงพอจะเดากันได้ว่าน่าจะเป็นผลงานที่ทำให้แฟนๆ นักอ่านได้อมยิ้มกันแน่ๆ

 “นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องของเทพารักษ์ที่อยากมีเมีย เมื่อเจอผู้ที่จะเป็นคู่ครองของตน และการทำตามสัจจะที่ให้ไว้กับตัวเอง จึงต้องพิชิตใจนางเอกและทำให้นางเอกยอมรับเขาในฐานะสามีให้ได้ ส่วนเหตุผลที่เลือกเล่าเรื่องของเทพารักษ์ เพราะอยากเขียนนิยายที่มีชื่อเรื่องว่าเทพารักษ์ครับ โดยเขียนให้เรื่องนี้เป็นแนวเหนือจริง ฟีลกู้ด โรแมนติก เพราะคิดว่าเป็นความถนัดของตัวเองที่เขียนจบโดยใช้เวลาไม่นาน และอยากมอบความสุขกับรอยยิ้มให้นักอ่านได้อ่านไปยิ้มไป คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้ได้ผ่อนคลายจากความเครียดมากมายในสังคมไม่มากก็น้อยครับ”

จาก ร่างสลับอัปสรา ละเล่นลานรัก ถึง เทพารักษ์ภัสดา สิ่งที่แสดงตัวตนความเป็นกุลวีร์ได้อย่างชัดเจนคือความโรแมนติก คอเมดี และสาระที่แฝงไว้ในแต่ละเรื่อง “แต่ความต่างคือ เทพารักษ์ภัสดา จะมีวิธีเล่าเรื่องที่ต่างจาก ร่างสลับอัปสรา ละเล่นลานรัก ครับ ซึ่งผลงานเรื่องล่าสุดนี้นอกจากจะสร้างรอยยิ้มแล้ว ผมยังมีอีกหลายเรื่องที่อยากบอกนักอ่านด้วยครับ ไม่ว่าจะเป็นการครองเรือนให้ยืนยาวเมื่อเจอคนที่หวังจะให้เป็นคู่ครอง เรื่องเพื่อนบ้านที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน ตลอดจนการเป็นผู้ให้และการไม่ทำผิดศีลทั้งห้าข้อโดยเฉพาะข้อสาม และยังมีเรื่องคนสูงวัยที่ได้เห็นคุณค่าของตัวเองด้วย แต่ถ้าจะถามถึงความงดงามของผลงานชิ้นนี้ ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นความงามไหม แต่คาดว่าคงมีนิยายไทยไม่กี่เรื่องที่แต่ละบทมีการเริ่มต้นและจบด้วยคำสนทนาของตัวละครในทุกบทครับ”

กระบวนการการทำงานกว่าจะกลายมาเป็นผลงานเรื่องนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่าย เพราะกุลวีร์เองก็ต้องค้นคิดและค้นคว้าเพื่อสร้างสรรค์นิยายออกมาให้มีคุณภาพมากที่สุด

“เริ่มต้นจากการได้ชื่อเรื่องมาก่อนครับ ก่อนหน้านั้นผมเขียนเรื่องเรื่องหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับเทวดา แต่เรื่องนั้นไม่สามารถให้เป็นเทพารักษ์ได้ จึงบอกตัวเองว่าจะต้องนำคำว่าเทพารักษ์มาใช้เป็นชื่อเรื่องให้ได้ กระทั่งได้ฟังเพลง เมรี (ของกระแต อาร์สยาม) แล้วได้ยินคำว่า ‘ภัสดา’ ที่แปลว่าสามี เลยนำมาต่อกับคำว่าเทพารักษ์ซึ่งผมว่าเข้าท่าดี หลังจากนั้นผมได้อ่านนิยายเรื่องหนึ่ง ซึ่งมีฉากที่ตัวร้ายถูกบังคับให้กินยาปลุกเซ็กซ์ จากจุดนั้นเองทำให้ผมเกิดไอเดียต่อยอดว่าจะให้พระเอกกับนางเอกได้พบกันโดยมียาตัวนี้เป็นตัวเชื่อมเหตุการณ์ ผมจึงลองค้นคว้าเพิ่มเติมว่า เทพารักษ์สามารถมีความรู้สึกทางกายหรืออารมณ์เชิงปรารถนาได้หรือไม่ พอรู้ว่าเทพารักษ์สามารถเสพสังวาสได้ก็วางเรื่องนี้ไว้เพียงเท่านี้ไว้ก่อน จากนั้นก็ได้เข้าอบรมอ่านเอาก้าวแรกรุ่นที่ ๕ และหยิบเรื่องนี้นำมาคิดพล็อต อีกทั้งช่วงนั้นได้เห็นข่าวปัญหาเพื่อนบ้านทางทีวีเป็นประจำ จึงนำมาเขียนในเรื่องนี้อีกด้วยครับ วิธีการคือผมวางตัวละครและคิดพล็อตอย่างไม่ซับซ้อน จากนั้นจึงเริ่มเขียน โดยตั้งใจเล่าในแบบที่ไม่เหมือนเรื่องก่อนๆ ครับ

“สำหรับเรื่องที่ท้าท้ายในการเขียนผลงานชิ้นนี้คือการสรรหาคำพูดของตัวละครมาใช้เริ่มต้นบทและปิดบท โดยเฉพาะปิดแต่ละบท ซึ่งจะหาคำพูดใดมาใช้เพื่ออยากให้ติดตามในบทถัดไป และอีกเรื่องที่ท้าท้ายคือคาแรกเตอร์ของตัวละครโดยเฉพาะเทพเวธัสที่จะต้องทำอย่างไรให้มีคำพูดคำจาที่อ่านแล้วสามารถสัมผัสได้ว่าไม่ใช่คนทั่วไปพูดคุยกัน เพราะการที่เทพารักษ์ต้องมาใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับที่จะเขียนออกมา แต่ผมก็พยายามเขียนออกมาให้ดีที่สุดครับ”

ในฐานะนักเขียน กุลวีร์บอกว่าประสบการณ์ที่เขาได้รับจากการทำงานชิ้นนี้คือการเล่าเรื่อง การคิดพล็อตที่ไม่ยุ่งยาก แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องดำเนินเรื่องให้น่าติดตามด้วย “นอกจากนี้ยังมีเรื่องการสร้างตัวละครที่หลายตัวละครในเรื่องนี้จะมีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเองแบบชัดเจน และผมเองก็ใส่ความเชยที่มีอยู่ในตัวผมลงไปมากเลยทีเดียวครับ”

กุลวีร์เข้าร่วมโครงการอ่านเอาก้าวแรกมาแล้วถึงสามครั้ง แต่ละครั้งเขาก็รับได้ทักษะ ความรู้ ติดไม้ติดมือกลับไปด้วยเสมอ

“รุ่นหนึ่งทำให้ผมเขียนนิยายจบได้หนึ่งเรื่อง แม้เรื่องนั้นยังไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อนก็ตาม รุ่นสองผมได้นำเรื่องใกล้ตัวมาเขียนตามคำแนะนำของพี่ๆ ทั้งสามคน จึงเกิดเป็นเรื่อง ร่างสลับอัปสรา ขึ้นมาครับ สำหรับรุ่นที่ห้า ถือเป็นการเติมไฟ และโอกาสฝึกปรือฝีมือ และครั้งนี้ผมก็ได้รับคำชมจากพี่ๆ ทั้งสามคนในเรื่องการใช้คำหรือใช้ภาษาในการเขียนที่ดีขึ้นกว่าเรื่องก่อนๆ ผมคิดว่าการเข้าอบรมรุ่นที่ห้าเป็นโอกาสที่ดีที่ผมจะได้ส่งผลงานของตัวเองให้พี่ๆ ได้อ่านอีกครั้งครับ”

จากรุ่นแรกจนมาถึงรุ่นนี้กุลวีร์ยังไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง และเขียนนิยายออกมาอย่างต่อเนื่อง เขาน้อมรับทั้งคำติและคำชมเพื่อพัฒนาผลงานการเขียนของตัวเองต่อๆ ไป

“เรื่องต่อไปที่น่าจะเสร็จสมบูรณ์ไม่เกินสิ้นปีนี้คงเป็นเรื่อง ‘เกลอเทวา กระทาชาย’ ครับ ผลงานเรื่องนี้ผมเล่าเรื่องราวของเขมินทร์ที่เป็นน้องชายของนางเอกในเรื่อง ร่างสลับอัปสรา และยังเป็นเรื่องที่เป็นบ่อเกิดของชื่อเรื่องของเรื่องนี้อีกด้วยครับ”

สามารถติดตามผลงานเรื่อง ‘เทพารักษ์ภัสดา’ กันได้ที่เว็บไซต์อ่านเอา และติดตามผลงานต่างๆ ของกุลวีร์ได้ที่ เพจ Facebook กุลวีร์ ของวีร์ รวมถึงกลุ่มรวมมิตรนักเขียน ซึ่งมีงานเขียนของกุลวีร์และผลงานนักเขียนท่านอื่นๆ อีกด้วย

Don`t copy text!