‘ตราบหัวใจไม่แพ้’ นวนิยายดราม่าสร้างแรงฮึด โดย พรรณสิริ

‘ตราบหัวใจไม่แพ้’ นวนิยายดราม่าสร้างแรงฮึด โดย พรรณสิริ

โดย : YVP.T

Loading

หนึ่งในนักเขียนอีกหนึ่งคนจากโครงการช่องวันอ่านเอาครั้งที่ 2 ที่น่าจับตามองไม่แพ้คนไหน คือ เจ้าของผลงาน “ตราบหัวใจไม่แพ้” ที่อ่านเอากล้าพูดแบบนี้ เพราะเธอคนนี้ เคยเข้าประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2541 และได้ครองรองอันดับ 2 ซะด้วย  นอกจากนี้เธอยังเคยทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 7 และเป็นครูสอนโยคะที่พ่วงอาชีพนักเขียนไปอีกหนึ่งอย่าง วันนี้ อ่านเอาขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเธอค่ะ “ณัฏฐวรรณ จิตรรัตน์” เจ้าของนามปากกา ‘พรรณสิริ’  

เริ่มต้นเขียนนิยาย ในปี พ.ศ. 2553 ด้วยการส่งพล็อตเข้าประกวดโครงการพล็อต (รัก) เป็นเรื่อง ครั้งที่ 2 กับสำนักพิมพ์อรุณ และได้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย กระทั่งได้ตีพิมพ์นิยายเรื่องแรกในชีวิต “ภารกิจ (ไม่) ลับฉบับนางงาม” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการที่เคยเข้าประกวดนางงาม และรู้สึกว่ามีหลายเรื่องหลังเวทีที่อยากเล่า แต่ความที่เมื่อก่อนยังไม่มีโซเชียลมีเดียเลยนำประสบการณ์ในกองประกวดมาถ่ายทอดลงในนิยายของตัวเอง หลังจากนั้นก็ทยอยมีผลงานเขียนมาเรื่อยๆ แต่ไม่บ่อยนักนะคะ จนถึงปีนี้ที่จบไปแล้ว มี 5 เรื่อง และกำลังเขียนอยู่อีกหนึ่งเรื่องค่ะ

“แต่ถ้าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของการเขียน คงต้องยกเครดิตให้คุณแม่ เพราะท่านรับนิตยสารสกุลไทย ทำให้ตัวเองได้มีโอกาสอ่านนิยายหลายเรื่องที่ตีพิมพ์ในนั้น ทำให้กลายเป็นเด็กที่ชอบอ่านนิยายมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะแนวโรแมนติกพาฝัน พออ่านมากๆ เข้าก็รู้สึกอยากเขียนบ้าง จนฝันอยากมีนิยายเป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร กระทั่งมีโอกาสได้ส่งพล็อตนิยายเข้าประกวดและได้ตีพิมพ์ในนามปากกา ‘พรรณสิริ’ ซึ่งเป็นชื่อเก่าของตัวเอง ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็น ณัฏฐวรรณ ตามคำแนะนำของหมอดูที่นับถือกันแนะนำ เนื่องจากช่วงหนึ่งมีปัญหาด้านสุขภาพ พอมาเขียนนิยายก็เลยนำชื่อเก่ามาใช้ และก็ได้เดินทางเข้าสู่เส้นทางอาชีพนักเขียนอย่างเต็มตัวจนถึงวันนี้ค่ะ”

“โครงการช่องวันอ่านเอา” อีกหนึ่งโครงการที่ ‘พรรณสิริ’ ไม่พลาด

“เราทราบข่าวการเปิดรับสมัครโครงการช่องวันอ่านเอาทางเฟซบุ๊กของเพื่อนๆ นักเขียนที่เคยส่งผลงานเข้าประกวดในปีแรกค่ะ ซึ่งตอนนั้นพลาดที่สมัครไม่ทัน หลังจากนั้นก็ติดตามข่าวจากเพจอ่านเอาเป็นระยะๆ พอโครงการปีที่สองเปิดรับสมัครเลยไม่ลังเล สมัครแน่นอน เพราะนอกเหนือจากความฝันที่จะได้ตีพิมพ์นิยายแล้ว ถ้ามีโอกาสก็อยากให้นิยายของตัวเองถูกนำไปสร้างเป็นละครบ้าง  

“ตลอดการอบรมในโครงการนี้รู้สึกสนุกนะคะ และได้นำความรู้ รวมถึงคำแนะนำจากคณะกรรมการ วิทยากรทุกท่านมาปรับปรุงการเขียนของตัวเอง เพราะก่อนหน้านี้ เราเขียนด้วยความรู้สึกของตัวเองล้วนๆ การเข้าอบรมทำให้เราได้เห็นจุดอ่อนในพล็อตของตัวเอง ได้เข้าใจว่านิยายที่จะนำมาเป็นละครนั้นควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง 

“แต่พอตอนที่ต้องส่งนิยายนี่สิ เกิดอาการกดดันเล็กๆ เพราะปกติเป็นคนที่เขียนนิยายช้ามาก ถ้าเปรียบแล้วน่าจะเรียกว่าอยู่ในระดับสปีดหอยทากเลยค่ะ แต่โครงการนี้มีการกำหนดเวลาที่ต้องส่งนิยายให้ทัน ถ้าส่งไม่ทันคือหมดสิทธิ์เลยนะ แต่สุดท้ายก็ส่งทันจนได้”

“ตราบหัวใจไม่แพ้” เรื่องราวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องใกล้ตัว

พรรณสิริ ได้แรงบันดาลใจในการเขียนนวนิยายตราบหัวใจไม่แพ้” มาจากข่าวโทรทัศน์ที่นำเสนอค่ายมวยใต้สะพานข้ามคลอง ผสมกับชีวิตวัยเด็กของตัวเองที่ครั้งหนึ่ง เธอเองเคยอาศัยอยู่หลังตลาด จึงดึงประสบการณ์ในวัยเยาว์มาใช้เป็นข้อมูลในการเขียนนวนิยายเรื่องนี้อย่างเต็มที่

“ตัวละคร ‘หลี’ ได้รับแรงบันดาลใจจากเพื่อนเชื้อสายจีนสมัยประถมที่ไม่ได้เรียนต่อชั้นมัธยม เพราะต้องช่วยทางบ้านขายน้ำเต้าหู้ ซึ่งจริงๆ แล้วพล็อตเรื่องนี้มีในใจมานานแล้วนะคะ เป็นพล็อตที่ดองไว้นานเพราะไม่มั่นใจว่าจะเขียนได้ เนื่องจากความรู้เกี่ยวกับแวดวงหมัดมวยน้อยมาก กระทั่งโครงการช่องวันอ่านเอาประกาศรับพล็อต ‘กลุ่มดราม่าครอบครัว’ เลยฮึดนำมาปัดฝุ่นส่ง และคิดว่า ถ้าไม่เข้ารอบก็คงยังดองพล็อตไว้ ไม่ได้เขียนสักที

“นวนิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ชื่อ ‘องอาจ’ ที่อาศัยอยู่หลังตลาด ชอบต่อยมวยเป็นชีวิตจิตใจ แต่ด้วยความเป็นเด็ก ความคิดอ่านยังน้อยจึงถูกชักจูงให้หลงเดินทางผิด เขาตัดสินใจ ‘ล้มมวย’ ส่งผลให้ชะตาชีวิตพลิกผันถึงขั้นติดคุก แต่หลังออกจากคุกก็พยายามพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งบนเส้นทางสายหมัดมวยที่ตัวเองรัก ซึ่งนอกจากตัวละครหลักแล้ว ยังมีตัวละครตัวเล็กตัวน้อยในเรื่องที่ต่างสู้ชีวิตในวิถีของตัวเองเช่นกัน

“ตอนที่เขียนเรื่องนี้ สิ่งที่ต้องทำคือ การหาข้อมูลก่อนเขียนงาน เราก็ไปสัมภาษณ์นักมวย เจ้าของค่ายมวย ดูถ่ายทอดสดรายการชกมวย รวมถึงติดตามช่อง YouTube นักมวยตัวจริงเพื่อนำมาใช้เป็นต้นแบบถ่ายทอดคาแร็กเตอร์ขององอาจ

“หากคุณผู้อ่านได้อ่าน ‘ตราบหัวใจไม่แพ้’ จบลงแล้ว ก็อยากให้รู้สึกมีกำลังใจ ค้นหาความถนัดของตัวเองโดยไม่ต้องเลียนแบบหรือเปรียบเทียบกับคนอื่น มุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา และที่สำคัญ การเขียนนวนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะอยากสื่อถึงการให้โอกาส เนื่องจากแรงสนับสนุนและกำลังใจจากครอบครัวหรือผู้คนรอบข้างจะช่วยให้ผู้ที่เคยผิดพลาดสามารถแก้ไข ปรับปรุงและพิสูจน์ตัวเองได้อีกครั้ง

“และสำหรับคนที่อยากเป็นนักเขียน ขอให้ลงมือเขียน แม้จะช้า (อย่างตัวเอง) แต่ขออย่าหยุดเขียนนะคะ ค้นหาแนวที่ถนัด เขียนในสิ่งที่เชื่อ ฝึกฝนตัวเองไปเรื่อยๆ และอาศัยความสามารถทางวรรณศิลป์สอดแทรกแง่คิดลงไป เพื่อให้ได้ผลงานที่ทั้ง ‘ประโลมโลกและชุบชูโลก’ ไปพร้อมๆ กันค่ะ”  

ใครอยากติดตามผลงานของผู้หญิงเก่งคนนี้ กดติดตามได้ที่เพจพรรณสิริ https://www.facebook.com/writerphansiri/ นะคะ

Don`t copy text!