รอยอรุณ : เมื่อวรรณกรรมปลุก ‘จิตวิญญาณแห่งสถานที่’ ของเกาะรัตนโกสินทร์

รอยอรุณ : เมื่อวรรณกรรมปลุก ‘จิตวิญญาณแห่งสถานที่’ ของเกาะรัตนโกสินทร์

โดย : กิ่งสุรางค์ อนุภาษ

Loading

เราคงเคยได้ยินชื่องาน Bangkok Design Week ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมประจำปีที่น่าสนใจและจะพาเราไปรู้จักผลงานสร้างสรรค์ระดับนานาชาติที่โชว์ศักยภาพการออกแบบ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งภายใต้บรรยากาศของงานระดับประเทศครั้งนี้ พื้นที่ ‘วังท่าพระ’ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันผ่านกิจกรรม SU Learning Space ไม่ว่าจะเป็นเวิร์กช็อป กลิ่น เสียง ดนตรีทดลอง และภาพยนตร์ทดลองที่ได้แรงบันดาลใจจากวัดอรุณราชวราราม รวมทั้งอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือเวทีเสวนา ‘รอยอรุณ’ บทสนทนาที่พาผู้ฟังออกตามหาร่องรอยของอดีต ผ่านวรรณกรรมและความทรงจำที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

เวทีครั้งนี้ได้รับเกียรติจากสองนักเล่าเรื่องคนดังอย่างคุณโตมร ศุขปรีชา นักเขียนที่มีผลงานเป็นที่รู้จักหลายต่อหลายเรื่อง ทั้งยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และนวัตกรรมการเรียนรู้ สังกัด สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) ฯลฯ และ นายแพทย์พงศกร จินดาวัฒนะ คุณหมอและนักเขียนนวนิยายที่มักจะสอดแทรกกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ เจ้าของผลงานอย่างชื่อดัง รอยไหม, ลายกินรี, สาปภูษา, บางกอกนฤมิต, สาวหลงยุค ฯลฯ โดยมี ผศ.ดร.วิชญ มุกดามณี เป็นผู้ดำเนินรายการ

เกาะรัตนโกสินทร์ : จุดตัดของพลังหลายมิติ

คุณโตมรเริ่มต้นด้วยการชวนมองเกาะรัตนโกสินทร์ในฐานะพื้นที่ที่อัดแน่นไปด้วยจุดตัดของพลังหลากหลายด้าน ทั้งความศักดิ์สิทธิ์ของพระบรมมหาราชวัง และ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ความรู้จากมหาวิทยาลัยอย่าง มหาวิทยาลัยศิลปากร และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตลอดจนพลังของความยุติธรรมจากศาลฎีกา และความคึกคักแบบสากลของ ถนนข้าวสาร เขาอธิบายพื้นที่แห่งนี้ผ่านแนวคิด จิตวิญญาณแห่งสถานที่ว่า เหล่านี้ทำให้เกาะรัตนโกสินทร์นั้นไม่ใช่เพียงกลุ่มอาคารเก่า หากเป็นภูมิทัศน์ทางความทรงจำที่ทับซ้อนกันระหว่างอดีตและปัจจุบัน

วรรณกรรมยุคต้น : ภาพศักดิ์สิทธิ์และชีวิตจริง

เมื่อย้อนดูงานเขียนยุคต้นรัตนโกสินทร์ คุณโตมรยกตัวอย่างเรื่อง นิราศนรินทร์ ของ นายนรินทรธิเบศร์ ซึ่งบันทึกภาพกรุงเทพฯ หลังการล่มสลายของอยุธยาไว้อย่างสง่างาม เมืองใหม่ถูกมองผ่านสายตาที่เชิดชูความรุ่งเรืองของพระมหานคร ถัดมาใน นิราศภูเขาทอง ของ สุนทรภู่ ภาพของกรุงเทพฯ เปลี่ยนไปจากเมืองสวรรค์สู่เมืองที่เต็มไปด้วยชีวิตผู้คน โรงเหล้า ความรัก และความเปราะบางของมนุษย์ วรรณกรรมสองชิ้นนี้จึงเปรียบเสมือนภาพคู่ขนาน ด้านหนึ่งคือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ อีกด้านคือชีวิตจริงริมแม่น้ำเจ้าพระยา

อีกหลักฐานสำคัญคือ จดหมายเหตุความทรงจำ ของ กรมหลวงนรินทรเทวี ซึ่งบันทึกความโกลาหล การสร้างเมือง และเหตุการณ์โรคระบาดในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ภายหลัง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชวิจารณ์ เพื่อตรวจสอบข้อมูลซ้ำอีกชั้นหนึ่ง แสดงให้เห็นว่าประวัติศาสตร์มิได้มีเพียงมุมเดียว

คุณโตมร ศุขปรีชา นักเขียนที่มีผลงานเป็นที่รู้จักหลายต่อหลายเรื่อง ทั้งยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และนวัตกรรมการเรียนรู้ สังกัด สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD)

นวนิยายพีเรียด : จากสี่แผ่นดินถึงโลกแฟนตาซีร่วมสมัย

เมื่อพูดถึงนิยายเกาะรัตนโกสินทร์ที่สำคัญ คุณโตมรได้กล่าวถึง สี่แผ่นดิน ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่ถ่ายทอดชีวิตแม่พลอย ผ่านสี่รัชกาล รวมถึงผลงานของ ว.วินิจฉัยกุล และ ทมยันตี

ด้านคุณหมอพงศกรเล่าว่า งานของตนเองอย่าง สาปภูษา และ บางกอกนฤมิต เกิดจากการค้นคว้าในผลงานของ กาญจนาคพันธุ์ (ขุนวิจิตรมาตรา) หรือ คำบอกเล่าของ ศรีฟ้า ลดาวัลย์ (หม่อมหลวงศรีฟ้า มหาวรรณ) ซึ่งทำให้เขาเห็นภาพบางยี่ขัน วังเจ้าลาว โรงละครปรีดาลัย ถนนราชดำเนินยุคต้นที่มีต้นมะฮอกกานีเรียงราย ข้อมูลเหล่านี้แม้ไม่ปรากฏในตำราทางการ แต่ช่วยเติมเนื้อหนังให้ฉากในนวนิยายมีชีวิต

คุณหมอโอ๊ตหรือ พงศกร ย้ำว่า การเขียนนิยายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ต้องจินตนาการอย่างมีฐาน เติมในช่องว่างเท่าที่เป็นไปได้ ไม่ใช่จินตนาการลอยๆ และต้องตรวจสอบหลายด้าน เพราะความทรงจำอาจมีอคติ

รัตนโกสินทร์ในสายตาโลก

ความน่าสนใจของพื้นที่นี้มิได้จำกัดอยู่ในงานเขียนไทย คุณหมอพงศกรยกตัวอย่างนิยาย The Temple of Dawn  ในชุด The Sea of Fertility ของ Yukio Mishima ซึ่งใช้วัดอรุณเป็นฉากสำคัญ ตัวละครยืนมองข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เปรียบสายน้ำราว ‘แม่น้ำสติกซ์’ ในตำนานกรีก ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าเกาะรัตนโกสินทร์มีพลังทางสัญลักษณ์ระดับสากล

 

ความเปลี่ยนแปลง และการดูแล สมบัติร่วม

พิธีกรได้ถามเพิ่มเติมขึ้นมาว่าเมื่อพื้นที่เปลี่ยน ถนนข้าวสารหลังโควิด-19 เงียบลง ราชดำเนินกำลังมีรถไฟฟ้า เราควรมองอย่างไร

คุณหมอพงศกรตอบในฐานะแพทย์ว่า มนุษย์มีทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ การทำความรู้จักพื้นที่ผ่านเรื่องเล่า คือการบำรุงจิตวิญญาณร่วม เมื่อเราเชื่อมโยง เราจะรักและหวงแหน พื้นที่จึงกลายเป็น ‘สมบัติร่วม’ ที่ทุกคนมีส่วนดูแล นอกจากนี้คุณโตมรยังเสริมต่อว่า ไม่ว่าจะเป็นงาน Non-fiction หรือ Fiction สิ่งสำคัญคือทำให้เรื่องน่าเชื่อถือ วรรณกรรมจึงเป็นสะพานเชื่อมพื้นที่กับผู้คน และทำให้การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่การสูญเสีย แต่คือการสืบทอด

นายแพทย์พงศกร จินดาวัฒนะ คุณหมอและนักเขียนนวนิยายที่มักจะสอดแทรกกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ เจ้าของผลงานอย่างชื่อดัง รอยไหม, ลายกินรี, สาปภูษา, บางกอกนฤมิต, สาวหลงยุค ฯลฯ

Reading List : จุดเริ่มต้นของการแกะรอย

หากจะเริ่มต้นสำรวจเกาะรัตนโกสินทร์ผ่านตัวอักษร วิทยากรทั้งสองท่านแนะนำหนังสือดังนี้

ร่มฉัตร – ทมยันตี

สี่แผ่นดิน – ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

นิราศภูเขาทอง – สุนทรภู่

นิราศนรินทร์ – นายนรินทรธิเบศร์

บ้านทรายทอง – ก.สุรางคนางค์

กรุงเทพฯ เมื่อวานนี้ – กาญจนาคพันธุ์

 

รอยอรุณฯไม่สิ้นสุด

เสวนา รอยอรุณ ทำให้เห็นว่า การแกะรอยอดีตไม่ใช่การโหยหาอดีตเพียงอย่างเดียว หากคือการสร้างความสัมพันธ์ใหม่กับพื้นที่ มนุษย์ต้องอยู่กับสถานที่ และสถานที่มีชีวิตได้ด้วยเรื่องเล่า เกาะรัตนโกสินทร์จึงไม่ใช่แค่ศูนย์กลางประวัติศาสตร์การเมืองหรือศาสนา แต่คือ ภูมิทัศน์แห่งจิตวิญญาณ ที่นักเขียนรุ่นแล้วรุ่นเล่าหยิบยกมาเล่าใหม่เสมอ และตราบใดที่ยังมีคนอ่านและคนเขียน รอยอรุณ ก็จะยังปรากฏให้เราเห็นผ่านมุมมองในพื้นที่เหล่านี้เสมอ

 

Don`t copy text!