ดุจฟ้าบาดาล บทที่ 12 : ในเบื้องลึก

ดุจฟ้าบาดาล บทที่ 12 : ในเบื้องลึก

โดย :

ดุจฟ้าบาดาล โดย วัสส์ วรา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้ทุกคนได้ อ่านออนไลน์ กับเรื่องราววังวนแห่งรักและความแค้นที่เวียนมานับศตวรรษ พร้อมบททดสอบบางประการที่ทำให้เงื่อนปมในวันวานคลี่คลายออกมากขึ้น และการได้เรียนรู้ว่า…อาจไม่มีการได้มาโดยไม่สูญเสียสิ่งใดไป! 

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

…………………………………………………

-12-

 

‘ที่เงียบๆ’ ที่เซธกล่าวถึงคือห้องส่วนตัวของผู้อำนวยการโรงพยาบาล ศิรัชไม่รู้ว่าเซธสนิทสนมกับฝ่ายนั้นพอจะขอใช้ห้องนี้ มีอิทธิพลพอจะสั่งการหรือขอความร่วมมือ หรือเพียงใช้พลังสะกดที่มีล้างสมองทุกคนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้สถานที่มา แม้ว่าข้อสุดท้ายจะดูเอิกเกริกโดยใช่เหตุ และน่าจะทำได้ยากเมื่อคิดถึงข้อจำกัดบางอย่างของเจ้าตัว

“ผมไม่คิดว่าคุณจะอุตส่าห์มาเองในเวลาแบบนี้”

คำพูดของศิรัชทำให้คนฟังคลี่ยิ้ม เขายกขาขึ้นไขว่ห้าง เอนกายไปด้านหลังพิงพนักเก้าอี้นวมพลางถามกลับ

“คุณหมายถึงกลางวันแสกๆ น่ะหรือ”

ตอนนี้เซธถอดแว่นดำออกแล้ว เผยให้เห็นดวงตาซึ่ง ‘ไม่ปกติ’ อย่างเห็นได้ชัด มันเคลือบแววสีแดงคล้ายเลือด อันเป็นภาพที่ศิรัชเคยเห็นบางครั้งในตอนกลางวันเมื่อพลังของเจ้าตัวอ่อนลง และอำนาจในการสะกดหรือลวงตาคนลดหย่อนไปจนโฉมหน้าจริงบางส่วนของเขาเผยออกมา แม้แต่ผิวของเซธก็ดูจะขาวซีดกว่าเคย ขาวจนเมื่ออยู่ใต้แสงไฟจ้า เขาดูเหมือนศพมากกว่ามนุษย์ที่มีชีวิต

อันที่จริงถ้าเขาไม่ได้อยู่มายาวนานขนาดนี้และแกร่งขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป เขาไม่ควรมีสติลุกขึ้นมาพูดคุยกับใครได้ด้วยซ้ำ

ตำนานเกี่ยวกับแวมไพร์ที่ ‘ตาย’ ตอนกลางวันไม่ใช่เรื่องโกหกเสียทีเดียว

“ผมก็ไม่อยากออกมาเท่าไรนักหรอก แต่ช่วยไม่ได้ ผมเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ”

“เพราะมีคนก่อเรื่องในเมืองของคุณ?”

“ผมก็เหมือนคุณนั่นแหละ ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะยอมให้ใครลบเหลี่ยมได้” รอยยิ้มของเซธเหี้ยมเกรียมขึ้น “แล้วอีกอย่าง คุณก็แสดงออกชัดว่าเธอเป็นคนสำคัญมากของคุณ ถ้าผมทำเฉยกับเรื่องเธอหลังเกิดเรื่องกับศรุต เราคงมองหน้ากันไม่ติดละมัง”

“ผมทำแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไร”

“คุณศิรัช…” เซธจุปาก ทำท่าคล้ายขัดใจ “คุณเป็นคนอ้างสิทธิ์ในตัวเธอ ยอมเอาตัวเองมาวางเดิมพันปกป้องเธอจากผม ทั้งที่คุณไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไรต่อไป แล้วตอนนี้คุณจะมาบอกผมงั้นหรือว่าเธอไม่ใช่คนสำคัญ”

เจ้าตัวกำลังพูดถึงสิ่งที่เขาทำที่ริมทะเลสาบหลังเกิดเรื่อง ‘หุ่นน้ำ’ การอ้างสิทธิ์ดังกล่าวเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมายาวนานของสังคมเหนือมนุษย์ ตั้งแต่ครั้งที่โลกยังเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติและหวาดกลัวพวกเขา ในยุคมืดหลายยุค ความลับที่รั่วไหลหรือการเปิดเผยตัวตนอาจหมายถึงการถูกล่าจนสิ้นสูญเผ่าพันธุ์

และเพราะเหตุนั้น การมีตัวตนอยู่ของพวกเขาจึงถูกเปิดเผยเท่าที่จำเป็น เฉพาะกับคนที่ไว้ใจได้ คนที่รู้เห็นอะไรนอกเหนือจากนั้นอาจถูกสังหาร…หรืออย่างน้อย…ลบความทรงจำ พราวพัชร์พูดไม่ผิดจากความจริงนักที่บอกว่าพวกเขาคล้ายมาเฟีย เรื่องที่เกิดภายใน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาขัดแย้งใดๆ ก็ตามล้วนถูกเก็บงำอยู่ภายใน

การอ้างสิทธิ์ในตัวมนุษย์ธรรมดาอย่างที่เขาทำกับเธอคือการรับรองและคุ้มครองในขณะเดียวกัน มันคือการประกาศว่าเธอเป็นคนของเขา ไม่มีใครสามารถแตะต้องเธอได้เพียงเพราะเธอรู้เรื่องเกินกว่าที่ควรรู้ และเพราะเธอเป็นคนของเขา สิ่งใดก็ตามที่เธอทำลงไปด้วยความรู้นั้นจึงเป็นความรับผิดชอบของเขาทั้งหมด

แล้วก็อย่างที่เซธพูด มันเป็นการรับผิดชอบด้วยศีรษะตัวเอง

เขาอาจตัดสินใจผิดก็ได้ พราวพัชร์อาจไม่ซื่อใสบริสุทธิ์อย่างที่เขาเคยคิด และเขาอาจกำลังเอาความเป็นตายของตนไปเสี่ยงกับคนที่ไม่เคยหวังดีต่อเขา คนที่สังหารน้องชายเขาและกำลังเล่นละครลวงเพื่อให้เขาตายตกไปเช่นกัน คนที่ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาที่เขาต้องปกป้องตั้งแต่แรก

แต่เขาไม่คิดจะบอกเรื่องนั้นกับชายตรงหน้า ถ้าเธอตั้งใจหักหลังเขาจริง นั่นก็เป็นหนี้เลือดที่เขากับเธอจะต้องสะสางกันเอง เขาไม่ใช่คนประเภทที่ยืมมือใครมากำจัดศัตรู

“เอาเถอะ เธออาจเป็นคนสำคัญของผมอย่างที่คุณพูดก็ได้”

ชายหนุ่มยักไหล่ ตอบเซธด้วยคำตอบที่ไม่ใช่คำตอบ ทว่าสายตาของเขาคงบ่งบอกอะไรออกไปบางอย่าง เพราะอีกฝ่ายชะงัก โน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มมองตรงมาอย่างพินิจขึ้น ก่อนเจ้าตัวจะตั้งคำถาม

“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ”

“ผมไม่รู้ว่าคุณพูดถึงเรื่องอะไร”

“ไม่เอาน่า” คู่สนทนาของเขาโบกมือ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “คุณดู…ลังเล ตอนเราคุยเรื่องด็อกเตอร์สรากรกันคราวที่แล้ว คุณไม่ได้มีท่าทีแบบนี้ ต้องมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้น”

“แล้วคุณจะต้องรู้ให้ได้ทุกเรื่องหรือไง”

“เปล่า เฉพาะเรื่องสำคัญ”

ศิรัชทำเสียงหึขึ้นจมูกกับคำตอบที่ได้ยินนั่น เขาประสานมือ แตะนิ้วเข้าหากันเป็นรูปสามเหลี่ยมหลวมๆ มองอีกฝ่ายอยู่นานอย่างตรึกตรอง ก่อนจะส่ายหน้า

“เรื่องระหว่างผมกับคุณพราวเป็นเรื่องส่วนตัว ผมขอบคุณที่คุณ ‘เป็นห่วง’ แต่ยังไงมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณอยู่ดี”

“ถ้าคุณเปลี่ยนใจ คุณยังบอกผมได้ทุกเมื่อนะ”

เซธเอ่ยหน้าตาเฉย ไม่สนใจวาจาประชดประชันของเขา เป็นความไม่สะทกสะท้านซึ่งทำให้ศิรัชอดหัวเราะในคอไม่ได้

“โอเค ผมจะจำไว้ ว่าแต่คุณยังไม่ได้บอกผมเลยว่าคุณรู้เรื่องอะไรมา ถึงลากผมขึ้นมาที่นี่”

“อ้อ เรื่องนั้น” แวมไพร์ผู้ทรงอิทธิพลในชิคาโกเอนหลังกลับไปพิงพนักเก้าอี้นวมอีกรอบ ดวงตาหลุบลงเล็กน้อยยามเขาเอ่ย “ผมไม่ได้รู้เรื่องด็อกเตอร์สรากรมาจากสำนักงานตำรวจหรือเอฟบีไออย่างที่แมคเครย์เข้าใจ ผมให้คนตามดูเธออยู่ คนของผมเห็นเหตุการณ์ตอนเธอถูกยิง”

คำพูดนั้นทำให้ประสาททุกส่วนของคนฟังตื่นตัวขึ้นมาทันที เขาโน้มกายไปข้างหน้าเล็กน้อย ยั้งตัวเองไว้ไม่ให้แสดงความสนใจออกนอกหน้าเมื่อเอ่ย

“อะฮะ”

“อันที่จริงไม่ใช่แค่เห็นเหตุการณ์” อะไรบางอย่างในน้ำเสียงของเซธทำให้ศิรัชต้องชะงัก หรี่ตาลง และรอยยิ้มของฝ่ายนั้นที่เขาเห็นก็คล้ายจะเจือรอยเคืองขึ้นมาชั่วครู่ “เราตามมือปืนไปถึงอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง เราเกือบคว้าตัวเขาไว้ได้”

“แล้ว…?”

“เราเข้าไปเจอเขานอนตายอยู่ในห้อง ไม่มีเวลาตรวจสอบมากนักว่าเขาตายเพราะอะไรแน่ แต่คนของผมเดาจากสภาพศพว่าเขาโดนรัดคอหรือล็อกคอจนขาดอากาศ”

“มีคนฆ่าปิดปากเขา”

“เป็นมืออาชีพที่ฝึกมา หรือไม่ก็ไม่ใช่คน” เซธพึมพำ “ผมว่ายากนะที่คนธรรมดาจะฆ่าเขาได้เร็วขนาดนั้นโดยไม่มีร่องรอยการต่อสู้”

“แล้วยังลอยนวลลอดหูลอดตาคนของคุณออกไปได้อีก”

“ห้องเขามีหน้าต่างเปิดออกไปติดกับบันไดหนีไฟด้านหลัง” อีกฝ่ายเอ่ยเรียบๆ ด้วยท่าทางขัดใจเล็กน้อย “มันแสดงว่าคนว่าจ้างเขาวางแผนไว้แต่แรกแล้ว อาจเป็นคนเลือกห้องนี้ให้เขาพักด้วยซ้ำ ถ้าลงมือเสร็จก็เก็บเสียทันที ไม่ให้มีร่องรอยทิ้งไว้”

“แล้วคุณจะทำยังไงต่อ”

“ผมจะตรวจสอบดูว่าห้องนั้นใครเป็นเจ้าของ หรือถ้าเป็นห้องเช่า ใครเป็นคนเช่า” เซธบอก “แต่ถ้าคนร้ายรอบคอบขนาดนี้ ผมก็ไม่คิดว่าเขาจะทิ้งรอยไว้ให้ตามง่ายๆ เหมือนกัน แล้วเราคงต้องรอดูข้อมูลอื่นจากทางตำรวจว่าจะได้เรื่องอะไรแค่ไหน”

“ถ้ารู้เรื่องอะไรคุณบอกผมด้วยก็แล้วกัน”

“ผมต้องบอกอยู่แล้ว และอันที่จริงผมก็มีเรื่องจะถามคุณอีกเรื่องด้วย” เซธล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า กดอะไรอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอียงหน้าจอมาทางเขา “นี่ใช่แหวนที่หายไปของศรุตหรือเปล่า ผมคิดว่าผมจำได้ แต่ถ้าคุณยืนยันกับผมได้อีกทีก็ดี”

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

…เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตุ๊กตาที่กำลังจะลานขาด…

ความคิดนั้นแวบขึ้นมาในหัวพราวพัชร์ขณะเธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ในห้องแคบๆ มองร่างผู้เป็นน้องสาวซึ่งนอนนิ่งอยู่บนนั้น กิรณายังคงไม่ได้สติ และเมื่อมองหน้าซีดเผือดกับดวงตาที่หลับพริ้มนั้น หญิงสาวก็อดตัวสั่นไม่ได้ เธอเฉียดกับการเสียอีกฝ่ายไปเหลือเกิน

ตอนนี้เมื่อวิกฤตผ่านพ้น อย่างน้อยก็ส่วนหนึ่ง ความอ่อนล้าก็ถาโถมเข้าใส่เธอ เหตุการณ์ที่ผ่านมาและความตึงเครียดสูบพลังงานทั้งหมดที่มีออกจากตัวเธอไปจนหมดนานแล้ว และเมื่อฤทธิ์ของอะดรีนาลีนที่สูบฉีดทั่วร่างเริ่มจางลง พราวพัชร์ก็รู้ว่าเธออาจฟุบลงได้ทุกเมื่อ

แอรอนก็เหมือนจะสัมผัสได้เช่นกัน เขาโน้มกายมาจากโซฟาซึ่งตั้งอยู่ริมหน้าต่างบานกว้างเยื้องไปด้านหลังเธอ มือแข็งแรงวางลงบนไหล่ และเมื่อเธอหันไปมอง เขาก็เอ่ยปาก

“คุณกลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่า แล้วนอนที่นั่น เดี๋ยวผมขับรถไปส่ง คุณอยู่นี่ก็ไม่ใช่จะทำอะไรได้”

หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้า ในเบื้องลึกเธอรู้ว่าเขามีเหตุผลที่จะให้เธอกลับบ้านและพักฟื้น ออมแรงไว้ก่อน ในเมื่อเธอช่วยอะไรกิรณาไม่ได้อยู่ดีในตอนนี้ แต่แค่คิดถึงการทิ้งฝ่ายนั้นเอาไว้ตามลำพัง…แม้จะมีแพทย์และพยาบาลคอยดูแล ใจเธอก็กรีดร้อง เท้าเธอจิกลงกับพื้นเหมือนร่างกายต่อต้านความคิดดังกล่าวโดยอัตโนมัติ

“ฉันทิ้งเกลไปไม่ได้ แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันแค่ต้องรอจนกว่าน้าแก้วจะมา”

“คุณบอกว่าน้าคุณออกไปนอกเมืองไม่ใช่หรือ”

“ค่ะ ไปติดต่องานที่มิชิแกน” พราวพัชร์พยักหน้า “แต่ฉันโทรไปบอกข่าวแล้ว อีกสักชั่วโมงน้าแก้วก็คงมาถึง ฉันอยู่ได้ค่ะ”

แอรอนดูเคลือบแคลงกับคำประกาศว่าตน ‘อยู่ได้’ นั่น หญิงสาวรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่ในสภาพดีนักทั้งร่างกายและจิตใจ แต่เธอทิ้งน้องสาวไปไม่ได้จริงๆ

“ก็แล้วแต่คุณ” ที่สุดเขาก็เอ่ยอย่างยอมจำนน เปลี่ยนประเด็นไปอีกเรื่อง “แปลกดี ผมนึกว่าคุณศิรัชจะตามขึ้นมาแล้ว แต่เขาหายไปเลย”

พราวพัชร์ปิดปากเงียบ เธอไม่รู้จะพูดอะไร และอันที่จริงไม่รู้จะคิดอย่างไรกับการปรากฏตัวของศิรัชก่อนหน้านี้ รวมถึงเซธ รัทเธอร์ฟอร์ด

“เขาดูสนใจคุณมากกว่าที่ผมคิด” ชายหนุ่มยังคงเอ่ยต่อ “ผมคงไม่ต้องเตือนคุณอีกทีให้ระวังตัวเรื่องเขา”

“คุณคิดว่าเรื่องที่เกิดวันนี้เกี่ยวกับเขา”

“ผมบอกคุณแล้วว่าเรายังสรุปอะไรไม่ได้ มันอาจไม่ใช่…”

“แอรอนคะ ฉันไม่ได้โง่นะ” หญิงสาวส่ายหน้า ฝืนยิ้มออกมา “แล้วคุณก็ไม่จำเป็นต้องปกป้องฉัน อันที่จริงฉันไม่ชอบให้คุณปกป้องฉันด้วยวิธีปิดหูปิดตาแบบนั้น คุณเห็นฉันเป็นตุ๊กตาแก้วหรืออะไรคะ ฉันไม่ได้เปราะบางจนรับความจริงไม่ได้”

เพื่อนร่วมงานของเธอเงียบไปนาน เขาจ้องเธอนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะถอนใจ บอกอย่างยอมจำนน

“ผมพูดจริงว่าเราไม่มีหลักฐาน แต่ใช่ ผมสงสัย”

“คุณแสดงออกชัดมาก ทีแรกฉันไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่านี่ฝีมือใคร ฉันคิดแต่เรื่องเกล แต่พอคุณพูด…” พราวพัชร์ยกมือขึ้นลูบหน้า ก่อนจะสบตาเขา เอ่ยถาม “ทำไมคุณคิดแบบนั้นคะ ทำไมคุณคิดว่ามันเกี่ยวกับคุณศิรัช”

“เพราะผมไม่เห็นเหตุผลที่ใครจะลงมือกับคุณหรือเกลในลักษณะนี้”

“แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับเขาอยู่ดี”

“ผมเชื่อว่าเกี่ยว และตัวเขาเองก็คงเชื่อว่าเกี่ยว ในเมื่อเขารีบมาแบบนั้น” แอรอนปล่อยมือจากไหล่เธอ ลุกขึ้นก้าวมาข้างเตียงคนไข้และวางมือลงบนราวกั้นแทน “ตอนเห็นหน้าเขาทีแรก ผมคิดด้วยซ้ำว่ามันอาจเป็นฝีมือเขา เขาไม่น่ารู้เรื่องที่คุณถูกยิงเร็วขนาดนี้”

“แต่รัทเธอร์ฟอร์ดบอกเองนี่คะว่าเป็นคนแจ้งข่าวเขา”

“ใช่ ซึ่งก็แปลว่าเขาสนใจคุณ และต้องแสดงออกชัดด้วยว่าเขาสนใจคุณ ไม่อย่างนั้นรัทเธอร์ฟอร์ดจะเอาข่าวไปบอกเขาทำไม ถ้าผมเห็น รัทเธอร์ฟอร์ดเห็น ใครอื่นก็อาจเห็นหรือเอาไปพูดต่อก็ได้” เจ้าหน้าที่เอฟบีไอหนุ่มเว้นคำไปครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยต่ออย่างระมัดระวัง “ผมไม่รู้ว่าเขาพัวพันกับอะไรอยู่หรือซ่อนความลับอะไรไว้จากเรา แต่ผมเชื่อว่าเขาบอกความจริงเราไม่ถึงครึ่ง เขาน่าจะพอรู้ด้วยซ้ำ…ว่าน้องเขาตายเพราะอะไร”

หญิงสาวขยับปากจะพูด แต่แอรอนยกมือขึ้นห้าม กดเสียงหนักขึ้น

“คุณเชื่อสัญชาตญาณผมก็แล้วกัน ทริช่า ว่าเขามีเบื้องหลังมากกว่าที่เราเห็น แล้วต่อให้นี่ไม่ใช่ฝีมือเขา เขาก็มีศัตรู ยิ่งคุณใกล้ชิดเขา ยิ่งเขาแสดงความสนใจต่อคุณ คุณก็ยิ่งตกเป็นเป้า”

“คุณพูดเหมือนเขาแปะป้ายให้คนมาฆ่าฉัน”

“ไม่ใช่ก็เหมือนใช่ เขาควรเลิกดึงคุณไปพัวพันกับเขาได้แล้ว ในเมื่อเขาก็เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น”

ชายหนุ่มผงกศีรษะไปทางคนบนเตียง และหัวใจของพราวพัชร์ก็หนักอึ้งขึ้นเหมือนถูกถ่วงด้วยตะกั่ว

“คุณอยู่ห่างเขาได้เท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น อาจเป็นเรื่องฉลาดก็ได้ถ้าคุณถอนตัวจากการทำคดีแล้วปฏิเสธที่จะติดต่อกับเขาต่อไป”

“แต่…”

“แต่อะไร ทริช่า” เขาหันมองมา คิ้วเข้มเลิกสูงขึ้น “คุณมีอะไรที่ไม่ได้บอกผมงั้นหรือ”

หญิงสาวเงียบไปอีกครั้ง แน่ละ…เธอมีเรื่องที่ไม่ได้บอกเขา เรื่องที่ศิรัชและน้องชายของเขาไม่ใช่มนุษย์ เรื่องเหตุการณ์ที่เธอเสียบิดามารดาไปตอนเด็ก งูที่รายล้อมบ้าน…ซึ่งทำให้เธอสงสัยว่าอาจมีสิ่งเหนือธรรมชาติเข้ามาพัวพัน

แล้วเธอก็หวนนึกไปถึงฝันที่เธอเห็นศิรัชในชุดแบบโบราณ ฝันที่เธอรู้สึกเหมือนตนเป็นผู้หญิงอีกคน…ผู้หญิงที่เขาเรียกว่าปาลวีย์ ฝันที่เขากลายร่างเป็นงูรัดเธอไว้ มาถึงตอนนี้เมื่อรู้ว่าศิรัชเป็นนาค เธอไม่แน่ใจแล้วว่ามันเป็นเพียงฝันเหลวไหลที่เกิดจากความพะวงเรื่องคดีเขา

เธอเริ่มคิดว่าการที่เธอพบศพศรุตจนเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ได้อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ตอนนั้นเธอเห็นงูเลื้อยพันศพอยู่ไม่ใช่หรือ งูที่จ้องมองเธอราวกับมีความคิดจิตใจอย่างมนุษย์ เป็นไปได้ไหมว่ามันอาจเป็นนาคเช่นกัน?

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะพูดกับแอรอนได้

“หรือที่จริงคุณแค่ไม่อยากเลิกติดต่อเขา”

น้ำเสียงของแอรอนเรียบสนิท ทว่าพราวพัชร์อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่ามันฟังคล้ายคำกล่าวหา เธอเงยหน้าขึ้น พยายามอ่านสีหน้าของคนพูด แต่พบว่าชายหนุ่มเบี่ยงกายผินหลังให้เธอและหันกลับไปทางกิรณาที่นอนอยู่บนเตียงแทน เขาเอ่ยต่อโดยไม่ได้มองหน้าเธอ

“ความรู้สึกเป็นเรื่องแปลก คุณว่าไหม”

“คุณพยายามบอกอะไรอยู่คะ”

“ก็แค่…บางครั้งเราสนใจคนที่ไม่ควรสนใจ แต่ทั้งที่รู้ว่ามันทำให้ชีวิตเรายุ่งยาก เราก็ห้ามมันไม่ได้”

“แอรอน…”

เขาไม่หันกลับมา เพียงยืนมองคนบนเตียงนิ่งอยู่ชั่วครู่ มือที่วางบนราวกั้นข้างเตียงเกร็งขึ้นนิดหนึ่ง ก่อนเจ้าตัวจะพึมพำในคอ

“…แม้แต่ผมก็เหมือนกัน”

 

***

 

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

Don`t copy text!