มนตร์เบญจรงค์ บทที่ 11 : แผนซ้อนแผน

มนตร์เบญจรงค์ บทที่ 11 : แผนซ้อนแผน

โดย :

มนตร์เบญจรงค์ เรื่องราวของน้ำทอง หญิงสาวอาศัยอยู่ในบ้านทรงไทยไม้สักทองหลังงามกลางสวน กับการได้ครอบครองเบญจรงค์โบราณลายเทพบุตรทรงกลมแป้นที่ได้มาในราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ และเบญจรงค์ใบนี้ทำให้เหตุการณ์ในบ้านอันสงบสุขของเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นิยายออนไลน์ โดย จรัสพร ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

สมัครบัตร Citi Ready Credit โดยคลิกผ่านลิ้งนี้

 

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

…………………………………………

-11-

 

 เมื่อคุณรักร้อยและเทียมจันทร์มาถึงวัด พบลุงตันนั่งรออยู่กับหลวงตา เตรียมบาตรน้ำมนต์ พร้อมทำพิธีแก้อาคมไว้เรียบร้อยแล้ว

“กราบนมัสการค่ะหลวงตา ดิฉันต้องขอรบกวนให้ช่วยลูกศิษย์ของพ่อลงยาด้วยค่ะ ไม่ทราบโดนอาคมอะไรเข้าไป ขวัญไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยค่ะ”

“เจริญพรโยม พาไปนั่งตรงที่เตรียมทำพิธีไว้เถอะ พ่อตันเค้าจัดการไว้เแล้ว”

“สวัสดีจ้ะลุงตัน รบกวนหน่อยนะจ๊ะ” คุณรักร้อยหันมายิ้มทักทายลุงตันอย่างคุ้นเคย

“สวัสดีขอรับท่าน เชิญพาคุณหนูมาทางนี้เลยขอรับ เดี๋ยวหลวงตาจะได้เริ่มพิธีเลย กระผมกราบเรียนหลวงตาไว้เรียบร้อยแล้วขอรับ” ลุงตันกล่าวกับคุณรักร้อยอย่างพินอบพิเทา

หลวงตาเริ่มพิธีเสกน้ำมนต์ เพื่อขับไล่สิ่งอัปมงคลและแก้อาถรรพณ์มนตร์สะกดออกจากตัวเทียมจันทร์ เมื่อเสร็จแล้วก็เทน้ำมนต์ราดรดตัวหญิงสาวจนหมด  น่าประหลาดใจที่น้ำมนต์ที่ราดรดลงไปแล้วนั้นกลับเหือดแห้งหายไปจนสิ้น ร่างของเทียมจันทร์ก็ไม่มีร่องรอยการเปียกน้ำแม้แต่นิดเดียว สาวทอมผวาสุดตัว เมื่อได้สติก็พบว่าเธอนั้นอยู่ที่วัดกับคุณรักร้อย ชายแก่ และภิกษุชราอีกรูปหนึ่ง ทอมสาวกลับใจงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก

“คุณแม่รักร้อยคะ ที่นี่ที่ไหน แล้วหนูมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรคะ เท่าที่จำได้หนูไปที่บ้านอาจารย์ เห็นคุณกังไสกับพวกช่างกำลังขโมยเครื่องเพชรที่โชว์อยู่ในตู้ หนูร้องทักไปแล้วก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลยค่ะ”

“เทียมจันทร์ หนูกราบนมัสการหลวงตาเสียก่อน ท่านช่วยหนูเอาไว้ และนี่ลุงตันคนเก่าแก่บ้านคุณน้ำทองมาช่วยทำพิธีแก้มนตร์สะกดให้ แล้วเดี๋ยวแม่จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้หนูฟัง” คุณรักร้อยตอบ

เทียมจันทร์ทำตามที่คุณรักร้อยบอกอย่างว่าง่าย มารดาของ ดร.หนุ่มผู้เคราะห์ร้ายจึงตัดสินใจเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เทียมจันทร์ฟังต่อหน้าหลวงตาโดยมีลุงตันเล่าเสริมเป็นระยะ เจ้าหล่อนรับฟังอย่างตื่นเต้น พร้อมทั้งสลดใจในชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับ ‘จารย์ฮะ’ ที่รักของเธอเป็นอย่างยิ่ง ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมอาจารย์ถึงมีท่าทีที่แปลกและเปลี่ยนไปกับเธอ หญิงสาวบอกกับคุณรักร้อยว่าเธอพร้อมที่จะช่วยเหลือทุกวิถีทางเพื่อให้อาจารย์ของเธอกลับมาคืนร่างได้อย่างเป็นปกติ มารดาของ ดร.ลงยาจึงสรุปให้ตรงประเด็นที่เธอต้องการทันที

“เอาละจ้ะ ทีนี้หนูก็ได้ทราบถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว แม่อยากให้หนูช่วยทำเป็นไม่ได้สติเหมือนเดิม อย่าให้กังไสรู้ว่าหนูไม่ได้อยู่ในอำนาจของเขาแล้ว เราจะได้ทราบว่าเขาคิดอะไรอยู่ตอนนี้ หวังว่าคงไม่ลำบากจนเกินไปนะจ๊ะ”

“ได้ค่ะคุณแม่ ดีเลยหนูจะได้ดูแลพ่ออินกับอาจารย์เวลาไปมหาวิทยาลัยด้วยค่ะ สงสารอาจารย์จังเลยนะคะ ต้องไปเป็นเทพธิดาอยู่หน้าโถเบญจรงค์ คงอึดอัดน่าดู” เทียมจันทร์กล่าวกับคุณรักร้อย

ลุงตันกับคุณรักร้อยหันมาปรึกษากันเองเรื่องเครื่องทองที่บ้านเรือนไทยและเครื่องเพชรที่คฤหาสน์ริมน้ำว่าจะหาทางป้องกันไม่ให้เป็นเหยื่อของกังไสอย่างไรดีเพราะกังไสคงไม่หยุดเพียงนี้เป็นแน่ เมื่อหาข้อสรุปกันได้แล้วทั้งหมดก็กราบนมัสการลาหลวงตาออกจากวัด คุณรักร้อยอาสาพาลุงตันมาส่งที่บ้านเรือนไทย เพราะเธออยากจะแวะดูอาการแม่จันทร์ หากแต่ลุงตันปฏิเสธบอกให้คุณรักร้อยรีบส่งเทียมจันทร์กลับบ้านก่อนที่กังไสจะรู้ตัว ทั้งหมดจึงแยกย้ายกันกลับ

กังไสนั้นเมื่อพลาดจากการไปโจรกรรมเครื่องทองและเครื่องเพชรจากบ้านของน้ำทองและลงยา จึงพาปิง วัง ยม น่าน ไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้นายท่านฟังเพื่อเป็นการยืนยันว่าผีที่เขาพบเจอนั้นเป็นเรื่องจริง สมุนทั้งสี่มีอาการหวาดผวาจนลนลานเมื่อหนุ่มตี๋พาไปที่เซฟเฮาส์ นายท่านมองดูเหล่าสมุนด้วยความประหลาดใจ คนพวกนี้เดินตามรับใช้เขาผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน เดินลุยดงกระสุนกันมาแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ทั้งหมดไม่เคยมีอาการหวาดกลัวเลย เพราะเชื่อมั่นในตัวเขามาตลอด  เขาไม่เคยรู้ว่าลูกน้องคนสนิทกลัวผีกันจนขึ้นสมองขนาดนี้ สำหรับตัวเขาแล้ว อยู่มาจนป่านนี้ยังไม่เคยเจอผีหลอกเลยสักครั้ง จะว่ากังไสโกหกก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะคนสนิทของเขาคงไม่เล่นด้วยเป็นแน่ ความคิดสะดุดหยุดลงเมื่อเสียงของกังไสดังขึ้น

“นายท่านครับ จริงๆ แล้วผมมีอีกเรื่องจะเล่าให้ฟังนะครับ เรื่องนี้ทีแรกไม่ได้เล่าให้ฟังเพราะเห็นว่านายท่านไม่เชื่อเรื่องผี เลยไม่กล้าเล่า”

“มีเรื่องอะไรอีกก็ว่าไปสิคุณกังไส เอาเรื่องจริงนะอย่ามาปั้นน้ำเป็นตัวกับผม” นายท่านตอบหนุ่มตี๋ด้วยสำเนียงที่ชวนเสียขวัญ

“ที่จริงแล้วน้ำทองกับ ดร.ลงยาที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่ตัวจริงครับ คือเป็นร่างจริงของพวกเขาแต่วิญญาณนั้นเป็นของพ่ออินและแม่จันทร์ที่ถูกฆ่าตายตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา แต่ทั้งคู่ถูกกักขังวิญญาณเอาไว้ในโถเบญจรงค์ สองใบ คือโถเทพบุตรและโถเทพธิดา ผมให้พ่อครูสะยามินชาวพม่าย้ายวิญญาณพ่ออินและแม่จันทร์ออกจากโถเบญจรงค์นั่นมาเข้าร่างสองคนนี่แทน โดยได้ย้ายวิญญาณของน้ำทองกับ ดร.ลงยา ไปไว้ในโถเบญจรงค์คู่นั้น  เพื่อที่จะให้พ่ออินและแม่จันทร์หยิบข้าวของในบ้านมาให้ผมโดยไม่มีใครสงสัย หากแต่พอผมเข้าไปหยิบของทีไรก็โดนวิญญาณในบ้านทั้งสองหลังนั้นเล่นงานจนบาดเจ็บกลับมาทุกที”

“แล้วตอนนี้โถเบญจรงค์นั่นอยู่ที่ไหน คุณไปเอามาให้ผมดูหน่อย คงเข้าใจนะ ผมคงเชื่อคำพูดของคุณไม่ได้จนกว่าจะมีอะไรมาพิสูจน์ให้ผมมั่นใจ” นายท่านออกคำสั่งกับกังไส

“ได้ครับ ผมจะหาทางเอาโถสองใบนั่นมาให้นายท่านดูให้ได้” กังไสรับปาก

“เอาละ ตอนนี้ ปิง วัง ยม น่าน ไม่ต้องตามกังไสแล้ว ไปรักษาตัวให้หายตกใจแล้วค่อยว่ากัน” เมื่อนายท่านพูดจบทุกคนก็แยกย้ายกันออกไป ทิ้งนายท่านยืนโพสท่างงๆ อยู่คนเดียว นึกว่าเหล่าบริวารจะมาโพสท่าหมู่ก่อนแยกย้ายกันเหมือนทุกครั้ง เล่นเอานายท่านจ๋อยไปเลย

กังไสเมื่อออกจากเซฟเฮาส์มาก็คิดหาหนทางที่จะเอาโถเบญจรงค์มาตามคำสั่งให้ได้ แล้วเขาก็คิดออก จึงเลี้ยวรถไปที่คฤหาสน์ริมน้ำ เมื่อพ่ออินในร่างของ ดร.ลงยาออกมาพบ เขาก็เริ่มแผนการทันที

“สวัสดีคุณกังไส มีธุระกระไรรึ” พ่ออินทักทายอย่างห่างเหิน ผีๆ ในบ้านชะโงกหน้าออกมาสังเกตการณ์อย่างมุ่งร้ายแต่เขามองไม่เห็น

“พ่ออิน ที่ผมมาวันนี้ ผมมีเรื่องดีๆ จะมาบอกกล่าว ผมนั้นสำนึกแล้วในสิ่งที่ผมทำกับพ่ออิน แม่จันทร์ ดร.ลงยาและน้ำทอง ก็เลยอยากจะมานัดหมายพวกคุณ ว่าเราจะไปทำพิธีถอนมนตร์เบญจรงค์ ปลดปล่อยวิญญาณพ่ออิน แม่จันทร์ให้ไปเกิด และปลดปล่อยน้ำทองและ ดร.ลงยาออกจากโถเบญจรงค์ทั้งสองใบเสียที พิธีน่าจะทำได้ในวันพระหน้า คืออีกสิบวัน ผมจะมารับพวกคุณและโถเบญจรงค์ไปทำพิธีกัน ผมนัดกับพ่อครูสะยามินไว้เรียบร้อยแล้ว” กังไสตีหน้าซื่อบอกกล่าวเรื่องทั้งหมดกับพ่ออิน

“จริงหรือนี่ เป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งนักที่พ่อ เอ้อ คุณกังไสคิดได้เยี่ยงนี้ เดี๋ยววันพระหน้าจงเร่งมาพาพวกเราไปทำพิธีเถิด” เมื่อพ่ออินทร์กล่าวจบ กังไสก็ลากลับไปอย่างสมใจ

พ่ออินนั้นก็ฟังสิ่งที่กังไสพูดอย่างไม่เชื่อถือนักหากแต่ไม่มีทางใดดีไปกว่ารับปากไปตามเรื่อง แล้วค่อยไปปรึกษากันอีกที เพราะเขาเชื่อว่าเดี๋ยวกังไสก็ต้องไปที่บ้านเรือนไทยด้วยจุดประสงค์เดียวกัน

และพ่ออินก็คาดการณ์ไม่ผิด เพราะหลังจากที่ออกจากคฤหาสน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว หนุ่มตี๋ก็ขับรถต่อไปยังเรือนไทย  เมื่อไปถึงและป้ามาลีลงมาต้อนรับ เขาก็ให้ป้ามาลีไปตามแม่จันทร์มาพบ เหล่าผีๆ ในบ้านเรือนไทยก็ออกมาแสดงความไม่พอใจกัน โดยที่กังไสมองไม่เห็น

“สวัสดีไอ้กัง แกมาทำไมรึ” แม่จันทร์ส่งเสียงทักมาก่อนตัว

“แม่จันทร์ ผมมาวันนี้ก็เพื่ออยากจะมาขอโทษแม่จันทร์และน้ำทองที่ทำเรื่องไม่ดีกับพวกคุณเอาไว้ ผมโดนเหล่าวิญญาณที่บ้านนี้และที่คฤหาสน์คุณลงยาเล่นงานจนตอนนี้ผมสำนึกได้แล้ว ผมจะปลดปล่อยวิญญาณคุณและพ่ออิน พร้อมทั้งคืนร่างให้น้ำทองกับ ดร.ลงยาให้ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของทุกคน ผมขอโทษที่คิดไม่ดีและทำชั่วกับพวกคุณ ทั้งๆ ที่น้ำทองเป็นเพื่อนรักของผมแท้ๆ ผมไม่น่าทำมันได้ลงคอเลย เดี๋ยววันพระหน้าผมจะมารับพวกคุณและโถเบญจรงค์ไปทำพิธีกัน เตรียมตัวให้พร้อมนะ” กังไสกล่าวจบก็ลาจากไป

แม่จันทร์เข้ามาในห้องนอน แล้วบอกน้ำทองถึงเรื่องที่กังไสมาพูด พอดีกับ ดร.ลงยาให้พ่ออินเฟซไทม์มา ทั้งหมดจึงปรึกษากันไม่มีใครเชื่อว่าเรื่องที่ได้รับรู้มาวันนี้เป็นเรื่องจริง ทั้งหมดจึงวางแผนซ้อนแผนกังไส

“สวัสดีครับคุณน้ำทอง กังไสคงมาหาแล้วใช่ไหมครับ” ดร.ลงยาถามมาทางหน้าจอ

“สวัสดีค่ะ มาแล้วค่ะ แม่จันทร์เพิ่งเล่าให้ฟังเมื่อสักครู่นี้เองค่ะ แต่ดิฉันไม่วางใจไอ้กัง ทำไมมันถึงได้ล้มแผนง่ายดายนัก จะต้องมีการหาประโยชน์อะไรจากโถเบญจรงค์นี้อย่างแน่นอนเลยค่ะ” น้ำทองตอบ

“นั่นสิครับ ถ้าอย่างนั้นเรามาหาทางซ้อนแผนไว้ก่อนดีกว่าเพื่อความไม่ประมาท” ทั้งหมดตกลงกันได้ก็วางแผนกัน

 

เมื่อถึงวันกำหนดนัดหมาย กังไสก็ขับรถมารับแม่จันทร์พร้อมโถเทพบุตร และไปรับพ่ออินพร้อมโถเทพธิดา เขาบอกทั้งสองบ้านว่าไม่ต้องเตรียมอาหารไปเพราะเขาจะพาไปแวะรับประทานกันที่ร้านเดิม กังไสพาคนทั้งหมดออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปทางกาญจนบุรี ประมาณสิบเอ็ดโมงก็เดินทางมาถึงร้าน เขาจัดแจงสั่งอาหารที่ทุกคนชอบ เมื่ออาหารมาเสิร์ฟก็รับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อย กังไสขอตัวไปเข้าห้องน้ำ โดยที่พ่ออินและแม่จันทร์ก็ไม่ได้สนใจอะไร จนกระทั่งครึ่งชั่วโมงผ่านไป หนุ่มตี๋จอมเจ้าเล่ห์ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาจากห้องน้ำ พ่ออินจึงลุกไปตามปรากฏว่ากังไสขับรถหนีไปพร้อมกับโถเทพบุตรและโถเทพธิดา ทุกสิ่งเป็นไปตามคาด คือเพื่อนจอมเจ้าเล่ห์ไม่ได้คิดจะพามาทำพิธีถอนมนตร์เบญจรงค์อย่างที่ได้บอกไว้ และได้ทิ้งพ่ออินกับแม่จันทร์ไว้ที่ร้านอาหารนั่นเอง…

กังไสขับรถหนีออกมาจากร้านอาหาร พอมาได้ไกลพอประมาณแล้วจึงโทรศัพท์ไปถึงคุณรักร้อยให้ไปรับคนทั้งคู่ พร้อมแก้ตัวแบบขอไปทีเพื่อไม่ให้ทางบ้านของ ดร.ลงยาและน้ำทองรู้สึกไม่ดี

“สวัสดีครับคุณแม่ ผมกังไสนะครับ ตอนนี้ดอกเตอร์ลงยากับน้ำทองอยู่ที่ร้านครัวธรรมชาติที่กาญจนบุรีนะครับ ถ้ายังไงคุณแม่ช่วยหารถไปรับด้วยนะครับ พอดีผมมีธุระด่วนที่จะต้องรีบไปทำ เลยทิ้งสองคนนั่นไว้ที่ร้าน ขอประทานโทษด้วยนะครับ” เขากล่าวอย่างรวบรัดเพราะรีบที่จะเอาโถเบญจรงค์ไปให้นายท่านดู

“ได้จ้ะพ่อกังไส” จริงๆ แล้วคุณรักร้อยกับลุงตัน ป้ามาลี ขับรถตามกังไสมาจนถึงร้านอาหารหากแต่ไม่ได้เข้าไปในร้าน และเห็นทุกสิ่งที่กังไสทำ ขณะที่คุยโทรศัพท์กันอยู่นั้น ทั้งหมดก็มานั่งรับประทานอาหารกับพ่ออินและแม่จันทร์แล้วก็พากันกลับกรุงเทพฯ อย่างสบายใจที่ไม่พลาดให้จอมเจ้าเล่ห์หลอกได้อีก

ส่วนกังไสนั้นรีบขับรถมุ่งมาที่เซฟเฮาส์ของ นายท่านเพื่อที่จะเอาโถเบญจรงค์ทั้งสองใบมาให้ดูตามคำสั่ง วันนี้เขารู้สึกโล่งใจมาก เป็นครั้งแรกที่เอาของออกมาจากบ้านทั้งสองหลังได้สำเร็จโดยไม่มีอุปสรรคเลย ทุกสิ่งดูมันง่ายดายเป็นไปตามแผนที่เขาวางเอาไว้อย่างไม่น่าเชื่อ

“ให้มันได้อย่างนี้สิกังไส…คราวนี้เอาโถเบญจรงค์มาได้ คราวหน้าเครื่องเพชรเครื่องทองจะไปไหนเสีย กังไส… นายนี่มันยอดมากจริงๆ” หนุ่มตี๋จอมเจ้าเล่ห์ปลาบปลื้มกับผลงานของตัวเองมากจนอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาคนเดียวในรถ

และเมื่อมาถึงเซฟเฮาส์ กังไสอุ้มถุงผ้าใส่โถเบญจรงค์ทั้งสองใบเดินเชิดๆ เริดๆ เข้ามาในห้องวีไอพีราวกับมีพรมแดงปูลาดให้เขาเดินเข้ามากระนั้น นายท่านพร้อมสมุน ปิง วัง ยม น่าน ลุกขึ้นยืนเข้าแถวปรบมือต้อนรับเขาทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้อง  หากแต่ไม่ใช่เลย นั่นเป็นสิ่งที่เขามโนเอาเองทั้งสิ้น เพราะเมื่อเดินเข้าไปในห้องเขากลับไม่พบใครเลย กังไสจึงวางถุงผ้าใส่โถเบญจรงค์ทั้งสองใบ เอาไว้บนโต๊ะรับแขกแล้วเปิดออกดู นี่ไง โถเทพบุตรและโถเทพธิดา ที่มีวิญญาณของน้ำทองเพื่อนรักและ ดร.ลงยาถูกจองจำอยู่ มาถึงวันนี้กังไสเองก็เริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วว่าเพื่อนทั้งสองของเขาจะต้องอยู่อย่างนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ อาจจะไม่มีวันแห่งอิสรภาพสำหรับคนทั้งสองแล้วก็เป็นได้ เพราะหากทุกสิ่งเป็นไปตามความตั้งใจของเขา พ่ออินและแม่จันทร์นี่แหละจะเป็นเครื่องมือชั้นเลิศ ที่เขาจะเอาไว้หาประโยชน์ใส่ตัว ขณะที่กำลังกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่นั้น ประตูห้องก็เปิดออก นายท่านและปิง วัง ยม น่าน ก็เดินเรียงแถวเข้ามาในห้องเหมือนทุกครั้ง หนุ่มตี๋จอมเจ้าเล่ห์หันไปทักทายอย่างนอบน้อมด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ

“สวัสดีครับนายท่าน ดูสิครับ ผมได้อะไรมา โถเบญจรงค์เทพบุตร เทพธิดา ที่มีวิญญาณของน้ำทองและ ดร.ลงยา อยู่ในนี้ นายท่านเห็นไหมครับ ผมทำได้ ผมทำได้ กังไสเก่งเวอร์”

“สวัสดีกังไส ไหนขอผมดู เจ้าโถวิเศษสองใบของคุณใกล้ๆ หน่อยสิ ยกมาที่โต๊ะทำงานนี่เลย” นายท่านพูดพร้อมเดินไปที่โต๊ะทำงาน โดย ปิง วัง ยม น่าน ไปยืนเป็นแบ็กกราวนด์ให้ด้านละสองคน

กังไสเอาโถเบญจรงค์มาวางตรงหน้านายท่านทีละใบ นายท่านเอาแว่นมาส่องดูเนื้อกระเบื้องอย่างผู้ชำนาญการดูของเก่า ดูไปก็ขมวดคิ้วไป ดูโถเทพบุตรแล้วมาดูโถเทพธิดาอย่างพินิจพิเคราะห์ ใช้เวลาดูอยู่นานมากจึงเอ่ยออกมา

“นี่แน่ใจนะว่าเป็นโถเบญจรงค์สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย”

“แน่ใจสิครับนายท่าน วิญญาณของ ดร.ลงยาที่อยู่ในโถนี้ก็เป็นคนบอกเองเลยนะครับ” กังไสบอกด้วยความมั่นใจ

“เอ๊ะ นี่อะไร ตัวหนังสือนี่” นายท่านอุทาน

“นี่คือมนตร์เบญจรงค์ที่สะกดวิญญาณไงครับนายท่าน” กังไสตอบสนอง

“เบญจรงค์บ้านดอนไก่ดี นี่เหรอมนตร์เบญจรงค์ของคุณ อะไรกันนี่ คุณกล้ามาตบตาผมด้วยเหรอ  รู้ใช่ไหมว่าคนที่โกหกตลบตะแลงกับผมจุดจบมันจะเป็นอย่างไร ผมให้โอกาสคุณหลายครั้งมากเกินไปแล้วนะ” นายท่านแผดเสียงใส่กังไสอย่างโกรธจัด พร้อมทุ่มโถทั้งสองใบแตกกระจายทันที

“ผมขอโทษครับนายท่าน ทำไมเป็นอย่างนี้ไปได้ ผมจะไปดูอีกครั้งว่าโถนั่นยังอยู่ที่บ้านพวกนั้นหรือเปล่า”

“ไม่ต้องแล้วละกังไส คุณไปให้พ้นหน้าผมให้ไวดีที่สุด อย่าอยู่ให้ผมโมโหมากกว่านี้เลย ไปซะ เรื่องของเราไม่จบแค่นี้แน่ๆ” พูดจบนายท่านก็ลุกขึ้น ปิง วัง ยม น่าน มาประจำที่ โพสท่าหมู่แล้วออกจากห้องไป

หนุ่มตี๋จอมเจ้าเล่ห์เดินคอตกออกจากเซฟเฮาส์ด้วยท่าทีที่ตรงข้ามกับตอนมาอย่างสิ้นเชิง ไม่มีความกระหยิ่มยิ้มย่องลำพองใจใดๆ หลงเหลืออยู่ โถเบญจรงค์โบราณที่พ่ออินและแม่จันทร์อุ้มใส่รถมาจะกลายเป็นเบญจรงค์บ้านดอนไก่ดีได้อย่างไรกัน หรือจะเป็นพวกผีๆ ในบ้านนั่นมันเล่นตลกอะไรกับเขาอีก แล้วมันจะไปเอาเบญจรงค์ปลอมมาจากไหนล่ะถึงทำได้เหมือนขนาดนี้ กังไสขับรถไปที่เรือนไทย จังหวะเดียวกับที่รถของคุณรักร้อยเลี้ยวเข้าเรือนไทยเพื่อที่จะมาส่งแม่จันทร์พอดี หนุ่มตี๋ตีหน้าเลิ่กลั่กตีบทคนสำนึกผิด รีบมาแก้ตัวกับคุณรักร้อย ลุงตัน พ่ออิน และแม่จันทร์

“คุณแม่ครับ สวัสดีครับ คุณดอกเตอร์ น้ำทอง ขอโทษจริงๆ ครับพอดีผมมีธุระด่วนต้องรีบเข้ากรุงเทพ เลยต้องทิ้งพวกคุณไว้แล้วให้คุณแม่ไปรับมาแทน นี่เพิ่งมาถึงกันใช่ไหมครับ”

“ไม่เป็นไรหรอกไอ้กัง ฉันก็กลับมาถึงบ้านแล้วนี่ไง พวกเราเหนื่อยกันมาก แกกลับไปก่อนเถิด” แม่จันทร์ตอบแทนทุกคน ตอนนี้ไม่มีใครอยากจะเห็นหน้าหนุ่มตี๋ขี้โกงสักเท่าไหร่ เพราะเบื่อหน่ายกับความหลอกลวงของเขาอย่างที่เรียกว่าไม่ไหวจะทนกันแล้ว

กังไสเองก็ไม่ได้อยากเจอคนพวกนี้นัก เพราะเขาก็เครียดกับปัญหาที่เกิดขึ้น จะต้องหาทางจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ตอนนี้ชีวิตเขาเองก็เหมือนกับถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย เรื่องต่อไปก็คือเขาต้องไปสืบหาต้นตอของโถเบญจรงค์ปลอมสองใบนั่นให้ได้ และต้องไม่แสดงพิรุธให้คนเหล่านี้รู้ว่าเขารู้เรื่องโถเบญจรงค์ปลอมแล้ว บ้านดอนไก่ดีคือที่หมายที่เขาจะต้องไปสืบให้รู้แน่ว่าใครกันที่ไปจ้างทำโถปลอมเลียนแบบโถเทพบุตรและโถเทพธิดา

วันรุ่งขึ้นกังไสจึงเดินทางไปที่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ไปที่หมู่บ้านเบญจรงค์บ้านดอนไก่ดี วัตถุประสงค์ของเขาคือ การมาหาต้นตอของเบญจรงค์ปลอม เมื่อเข้าไปที่หมู่บ้าน หนุ่มตี๋ขี้โกงต้องตกตะลึง เพราะทุกร้านล้วนแต่มีโถเบญจรงค์ลายเทพบุตร เทพธิดา วางขายเต็มไปหมด หนำซ้ำยังมีลูกค้ามาซื้อกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง มีทั้งกำลังต่อรองราคา และกำลังยกขึ้นรถกระบะนับร้อยนับพันชุด  มันเกิดอะไรขึ้น เขางงไปหมด จึงเดินไปสอบถามป้าอุไร เจ้าของร้านอุไรเบญจรงค์

 

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

 

“สวัสดีครับคุณป้า คือผมจะมาถามเรื่องโถเบญจรงค์น่ะครับ”

“สวัสดีค่ะ อ๋อ โถลายใหม่เทพบุตร เทพธิดา ตอนนี้กำลังขายดีมากเลยนะคะ คุณสนใจจะรับไว้สักคู่ไหมล่ะคะ ป้าคิดให้ราคาพิเศษค่ะ” ป้าอุไรตอบด้วยอัธยาศัยดี

“คือผมอยากทราบว่าลายนี้คุณป้าได้มาจากไหนครับ ทำไมถึงได้มาฮิตที่บ้านดอนไก่ดีนี่ได้ คืออยากทราบข้อมูลเพราะเห็นเป็นลายโบราณ พอดีผมทำรายการสารคดีอยู่เลยสนใจอยากมาดูขั้นตอนเขียนสีเบญจรงค์ครับ” หนุ่มตี๋เริ่มตีเนียน

“ลายเบญจรงค์นี่ ป้าได้มาจากหนังสือของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพค่ะ ลูกเค้าไปฟังเสวนาเมื่อสองเดือนก่อนเลยได้หนังสือนี่มา เอาลายนู้นกับลายนี้มารวมกัน ก็ออกมาเป็นลายแบบนี้นี่แหละค่ะ” ป้าตอบอย่างอารมณ์ดี

“แล้วตัวอักขระก้นโถนี่ล่ะครับ มายังไง”

“อักขระอะไรกันคะคุณ นี่เป็น font ไทยเลียนแบบมาจากภาษามอญค่ะ เห็นว่าสวยดีเลยเอามาเขียนเป็นโลโก้ให้ดูขลัง เขียนว่า อุไรเบญจรงค์บ้านดอนไก่ดี สวยใช่ไหมคะ ตกลงซื้อไปสักคู่นึงนะคะคุณ” ป้าอุไรปิดการขายอย่างเชี่ยวชาญ

กังไสอุ้มโถเทพบุตรและโถเทพธิดาไปใส่รถแล้วขับออกมาอย่างอารมณ์เสีย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมมันช่างบังเอิญเหมือน บังเอิญเป็นไปได้ขนาดนี้ เขาอยากจะไปเหมาโถเบญจรงค์มาทุ่มทิ้งให้หมดทั้งหมู่บ้าน แต่ก็ยังดีที่ได้โถเก๊นี่กลับมา เพราะคนทั้งสองบ้านจะต้องสงสัยแน่ๆ ถ้าเขาไม่มีโถเบญจรงค์ไปคืน

เมื่อหนุ่มตี๋ขี้โกงขับรถออกจากร้านอุไรเบญจรงค์ไปแล้ว ป้าอุไรก็กลายร่างเป็นแม่พรายกระซิบ ยืนหัวเราะอยู่อย่างสะใจ โถเบญจรงค์ลายเทพบุตร เทพธิดา ที่กังไสเห็นวางเรียงกันเต็มไปหมดก็กลายเป็นเครื่องเบญจรงค์นานาชนิดที่วางขายอยู่ทั่วไป ไม่มีร่องรอยว่าจะเคยมีใครเอาโถเบญจรงค์ลายเทพบุตร เทพธิดามาวางขายเลยทั้งหมู่บ้าน เสร็จธุระแล้วจะอยู่ไปไย แม่พรายกระซิบประนมมือไหว้ขอบคุณเจ้าที่เจ้าทางหมู่บ้านดอนไก่ดี ที่อนุญาตให้เธอได้มาสร้างภาพลวงตาคนโกงได้อย่างแนบเนียน แล้วหายตัวกลับไปยังบ้านเรือนไทยกลางสวนดังเดิม

กังไสนั้นตอนนี้เหมือนกับคนที่กำลังจะจมน้ำ พยายามดิ้นรนหาทางรอดให้ตัวเองอย่างเต็มที่ เมื่อใช้เล่ห์เหลี่ยมแล้วยังไม่สามารถที่จะเข้าไปครอบครองทรัพย์สมบัติของน้ำทองและลงยาได้ มีหนทางเดียวที่เขาจะต้องทำก่อนที่จะโดนนายท่านเล่นงานคือ การใช้คาถาสะกดวิญญาณของพ่ออินและแม่จันทร์ให้เชื่อฟัง และจะต้องทำทีละคนเพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้มีพลังจิตอันเข้มแข็งแรงกล้าพอที่จะสะกดวิญญาณพร้อมกันทีเดียวทั้งสองดวงได้ ก่อนออกจากบ้าน กังไสไปที่หิ้งบูชาจุดธูปเทียนที่หน้าโต๊ะหมู่บูชาแล้วสวดบริกรรมคาถากำบังกายไม่ให้คนหรือผีที่เขาไม่ต้องการให้เห็นได้เห็นตัวเขาแล้วเอาน้ำเหย่สิ่นลูบไล้จนทั่วตัวตามที่พ่อครูสะยามินเคยสอนเอาไว้นานมาแล้ว คราวนี้กังไสพร้อมที่จะปฏิบัติการ

เขาเลือกไปที่บ้านเรือนไทยในสวนของน้ำทองก่อน ทำทีว่าจะเอาโถเบญจรงค์ที่ติดไปกับรถมาคืน เมื่อเดินทางไปถึงเขาก็ได้พบแม่จันทร์ออกมาต้อนรับ โดยที่ไม่มีใครอยู่เลย คุณรักร้อยมารับลุงตันและป้ามาลีไปหาหลวงตา ที่สำคัญด้วยอิทธิฤทธิ์ของคาถาและน้ำเหย่สิ่น เหล่าผีในบ้านไม่สามารถมองเห็นเขาได้นอกจากแม่จันทร์เท่านั้น ครั้งนี้อาจจะเป็นคราวเคราะห์ดีของกังไสและเคราะห์ร้ายของแม่จันทร์ เมื่อกังไสส่งโถเบญจรงค์ปลอมให้แม่จันทร์ในร่างน้ำทอง เขาก็ร่ายคาถาสะกดวิญญาณให้แม่จันทร์เชื่อฟัง และถามแม่จันทร์ให้เล่าเรื่องทั้งหมด แม่จันทร์เล่าเรื่องให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง

“แม่จันทร์ หล่อนเอาโถเทพบุตรไปไว้ที่ไหน”

“โถเทพบุตรอยู่ในห้องนอนเจ้าค่ะ” แม่จันทร์ในร่างของน้ำทองตอบด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย

“เอาอันนี้ไปไว้ที่ห้องนอน แล้วไปเอาโถเบญจรงค์ที่ห้องนอนมาให้ผม ใครถามอย่าบอก ใครชวนไปไหนอย่าไปอยู่ที่บ้านนี่จนกว่าผมจะมานะ โอม…” กังไสออกคำสั่ง

แม่จันทร์อุ้มโถปลอมไปตามคำสั่งอย่างว่าง่าย และแล้วกังไสก็ได้โถเทพบุตรของจริงที่มีวิญญาณของน้ำทองสิงอยู่ไปครอบครอง เขาออกจากบ้านเรือนไทยไปยังคฤหาสน์ริมแม่น้ำ ชีวิตช่วงนี้เขาใช้เส้นทางนี้ขับไปมาจนแทบจะหลับตาขับได้ ขอให้ทุกอย่างสำเร็จด้วยเถอะ อะไรๆ มันจะได้จบๆ เสียที หนุ่มตี๋หน้าจืดใจดำคิด

คฤหาสน์ริมแม่น้ำวันนี้ดูเงียบสงบ กังไสเห็นพ่ออินเดินเล่นอยู่ในสวนจึงเดินเข้าไปหา ใช้วิธีการเดียวกับที่จัดการกับแม่จันทร์ คือส่งโถเบญจรงค์ปลอมให้แล้วสะกดวิญญาณพ่ออินให้เชื่อฟัง พ่ออินเอาโถปลอมไปเปลี่ยนเอาโถเทพธิดาใบจริงมาให้ตามความคาดหมายและหนุ่มหน้าจืดจอมโกงก็ไม่ลืมที่จะสำทับวิญญาณของพ่ออินไม่ให้บอกเรื่องของเขากับใครและไม่ให้ออกจากคฤหาสน์นี้ไปไหนเหมือนกับที่สำทับแม่จันทร์เอาไว้ คราวนี้ทุกอย่างก็ราบรื่นง่ายดายที่สุดแล้วสำหรับเขา

ขณะเดียวกับที่กังไสมาสะกดวิญญาณแม่จันทร์และพ่ออินเพื่อเอาโถเบญจรงค์ปลอมมาเปลี่ยนกับโถเบญจรงค์จริงเพื่อเป็นการซ้อนแผนนั้น คุณรักร้อยก็ไปรับลุงตันกับป้ามาลีมาพบหลวงตาตามที่ท่านให้ลูกศิษย์โทรศัพท์ไปตาม

“พวกโยมมากันพร้อมหน้าเลยทีเดียว อาตมาคิดวิธีที่จะช่วยแม่หนูน้ำทองกับดอกเตอร์ลงยาได้แล้ว พรุ่งนี้ไปนำโถเทพบุตรและโถเทพธิดามาเข้าพิธีที่วัดนี่ และพาพ่ออินกับแม่จันทร์มาด้วยพร้อมกัน จะได้ทำพิธีปลอดปล่อยวิญญาณทั้งสี่ดวงเสียทีเดียวเลย”

หากแต่เพียงครู่เดียวหลวงตาก็ทราบได้ด้วยญาณว่าโถทั้งสองใบได้ถูกสับเปลี่ยนจากบ้านเรือนไทยและคฤหาสน์ริมน้ำไปเรียบร้อยแล้ว ที่สำคัญพ่ออินและแม่จันทร์โดนสะกดไว้ด้วยอาคม ให้เชื่อฟังกังไสไปเสียแล้ว

“สิ่งที่พวกโยมจะทำได้และต้องจัดการให้เร็วที่สุดคือ ไปพาตัวพ่ออินและแม่จันทร์มาหาอาตมาที่นี่ เราจะทำพิธีถอนอาคมเสียก่อน มิฉะนั้นจะไม่ทันการณ์” หลวงตากล่าวด้วยความร้อนใจ

คุณรักร้อย ลุงตัน และป้ามาลีพากันมาที่บ้านเรือนไทยเพื่อรับแม่จันทร์ตามคำสั่งของหลวงตา ซึ่งเมื่อรู้วัตถุประสงค์ แม่จันทร์ผู้ถูกสะกดด้วยอาคมของกังไสก็ไม่ยอมไป ออกอาการอาละวาดตาขวาง วิ่งหนีเข้าห้องแล้วลั่นดาลไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ แถมยังขู่จะเอามีดปาดคอตัวเองหากใครจะมาจับตัวไปหาหลวงตา ทำเอาคนทั้งหมดไม่กล้าจะแตะต้องเธออีก เพราะดูจากทีท่าของแม่จันทร์แล้ว เธอสามารถทำได้อย่างที่พูดแน่ๆ และคนที่จะเดือดร้อนก็คือร่างของน้ำทองที่เธอครอบครองอยู่นั่นเอง ทั้งหมดจึงรามือและลองไปดูอาการของพ่ออินที่คฤหาสน์ริมน้ำแทน ซึ่งเมื่อบอกพ่ออินว่าจะพาไปหาหลวงตา ทีแรกเขาก็ปฏิเสธเสียงสุภาพ หนักเข้าก็ออกอาการอาละวาดไม่ต่างจากแม่จันทร์เลยสักนิด แผนการจะพาพ่ออินและแม่จันทร์ไปให้หลวงตาถอนอาคมจึงจำต้องพับไว้ก่อน ลุงตันและป้ามาลีลาคุณรักร้อยกลับบ้านเรือนไทยพร้อมสัญญาว่าจะรีบไปปรึกษาหลวงตาเพื่อหาทางจัดการกับพ่ออินและแม่จันทร์ให้เร็วที่สุด สิ่งที่ทุกคนยังกังวลอยู่ในตอนนี้ก็คือ โถเทพบุตรและโถเทพธิดาที่มีวิญญาณของน้ำทองและ ดร.ลงยาถูกกักขังอยู่ กังไสจะทำอย่างไรกับโถบรรจุวิญญาณทั้งสองดวงไม่มีใครจะทราบได้ ทุกคนได้แต่ขออำนาจแห่งพุทธคุณให้คุ้มครองสองดวงวิญญาณที่ต้องมนตร์เบญจรงค์ให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งมวล

Don`t copy text!