มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 6 : ศัตรูการค้า

มนตราตะเกียงแก้ว บทที่ 6 : ศัตรูการค้า

โดย : โสภี พรรณราย

มนตราตะเกียงแก้ว โดย โสภี พรรณราย เรื่องราวของเมืองเวทย์มนตร์และมนตราสำคัญที่ผนึกอยู่ในตะเกียงของท่านยาย เมื่อวันหนึ่งตะเกียงถูกขโมยไป อันตรายใหญ่หลวงกำลังคุกคามโลกเวทย์มนตร์ หัวขโมยจะนำเอามนตราที่อยู่ในตะเกียงแก้วไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด…นิยายออนไลน์ น่าติดตามอีกเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

………………………………………….​

-6-

 

เกศราไม่ยอมไปโรงพยาบาล แพทย์ของห้างจึงให้หล่อนนอนพักอีกระยะหนึ่งเพื่อเฝ้าดูอาการให้แน่ชัด

คุณอำนวยเรียกสมาชิกทุกคนกลับไปประชุมแล้ว ตรงนั้นจึงเหลือเรนี่ที่ยังยืนนิ่ง

เกศราเห็นน้องสาวต่างมารดาที่ยืนกอดอกมองมาทางคนเจ็บที่อยู่บนเตียง

คนที่นอนกึ่งพิงเอนบนเตียงพยาบาล กวักเรียก

“เรนี่…มาใกล้ๆ หน่อย”

เรนี่เดินมาใกล้พี่สาว ใบหน้ายังสงบนิ่ง แต่ภายในใจกลับสับสัน…บางอย่าง

“เธอเห็นพี่ตกหรือเปล่า?” เกศราถาม

“น่าจะเห็นค่ะ”

“ทำไมใช้คำว่า น่าจะ…เห็นก็เห็น ไม่เห็นก็ไม่เห็น”

“เห็นค่ะ”

“ว้าย! ดีเลย งั้นบอกหน่อย คุณคนนั้นเขามาช่วยพี่ได้อย่างไร เขาดูแปลกมากนะ ราวกับเทพบุตรเทวดา เดี๋ยว…เดี๋ยว…นะ ชุดที่สวมใส่แปลกตามากๆ ไม่เหมือนชุดของพวกเรา ออกแขกๆ มีลวดลายทองหรูมาก ใช่มั้ย ยัยเรนี่…ใช่มั้ย?” แววตาคนถามตื่นเต้น

ชุดที่สวมใส่?

เรนี่เห็นสิ หรูหรา แปลกตา

หล่อนว่าเขาเหาะได้ด้วยนะ ลอยเหนือพื้นดินรับร่างของเกศรา แต่ภาพที่เห็นพูดได้อย่างไรล่ะ ใครจะเชื่อ

“ยัยเรนี่…พี่รู้สึกแปลกๆ มาก บอกมาสิ เธอเห็นเหมือนพี่เห็น”

“ค่ะ”

“หา! อะไรนะ ค่ะ”

“ก็ค่ะไงคะ”

“เธอเห็นเขาเหาะได้?”

“เห็นแต่งตัวแปลกๆ ค่ะ ชุดขาวขลิบด้วยทอง ทองอร่ามเหมือนทองแท้เลยค่ะ”

“เขาเป็นใครกันนะ…คุณวิล เขาบอกพี่ว่าเขาชื่อวิล สง่างามเหลือเกิน แว่บแรกที่สบตากัน เขาเหมือนกระชากหัวใจพี่ พูดอย่างไม่อาย พี่ชอบเขามากเลย”

เรนี่เบิกตาโต

“พี่เกศคบอยู่กับพี่รณชัยนะคะ”

รณชัย…ลูกชายคนรองของคุณวรชัย กับคุณทัศวรรณ เจ้าของห้างสรรพสินค้า ‘ริคาร่า’ ที่ถือว่าเป็นคู่แข่งของห้างซาร่า และพยายามจะฮุบกิจการของปู่อำนวยตลอดมา

จะว่าไปความรักของเกศรากับรณชัยดูไม่ค่อยราบรื่น เพราะปัญหากิจการของครอบครัวที่เป็นเรื่องใหญ่

เกศราโบกมือ

“พี่กับคุณชัย ความรักเราลุ่มๆ ดอนๆ เหมือนแอบคบกัน คุณปู่ไม่ค่อยพอใจ”

“แต่พวกพี่ก็คบกันหลายปี”

“แค่คบกัน” หลายปีก็จริง แต่พอได้สบตากับวิล หัวใจหล่อนกระเจิงไปไหนต่อไหนแล้ว “พี่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเลย เรนี่ ตอนอยู่ในอ้อมแขนของคุณวิลคนนั้น พี่อยากไปดูกล้องวงจรปิดที่ห้องยาม แต่หมอยังไม่ยอมให้พี่ไปไหน พี่ไม่เป็นไรจริงๆ นะ เพราะคุณวิลช่วยชีวิตพี่ไว้”

“แล้วจะเอาพี่รณชัยไปทิ้งไว้ที่ไหน?”

พูดถึง ‘รณชัย’ เขาก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างรีบร้อน

ชายหนุ่มวิ่งเข้ามาในห้องพยาบาล ผ่านเรนี่มาที่เตียงคนรัก

“เกศ…เป็นอะไรหรือเปล่า ผมได้ข่าวว่าคุณเป็นลมตกจากบันไดเลื่อนห้าง ผมรีบมาทันที”

แทนที่เกศราจะดีใจ หล่อนกลับรำคาญ

เพราะหัวใจหล่อนแปรเปลี่ยนไปแล้ว การแปรเปลี่ยนที่รวดเร็วจนหล่อนเองก็รู้สึกตกใจ

กับผู้ชายคนนี้ หล่อนเคยรัก แม้จะถูกปู่กับบิดามารดาห้าม เพราะถือว่าเป็นคู่แข่งการค้า

คู่แข่งการค้าธรรมดา ปู่คงไม่ว่าอะไร แต่ทางนั้นพยายามเหลือเกินจะขอซื้อกิจการห้างซาร่าของปู่ และเพียรทำทุกอย่างให้ห้างซาร่าขาดทุนอยู่ไม่ได้

ห้างสรรพสินค้า ริคาร่า ขายดี กิจการเจริญรุ่งเรือง จัดรายการโปรโมชั่นตัดราคาจนห้างซาร่าซวนเซ

คุณวรชัยเป็นรุ่นเดียวกับคุณสุมิต แต่เขาเล่นข้ามรุ่นที่จะล้มปู่อำนวย เพราะความไม่พอใจส่วนตัว

ตอนหนุ่ม วรชัยเคยรักกับบงกช ลูกสาวปู่อำนวย แต่ถูกกีดกัน เพียงคำเดียว ‘ศัตรูการค้า’

คุณวรชัยตัดใจจากบงกช เพราะบงกชเลือกครอบครัว เลือกเชื่อฟังบิดามากกว่าเลือกความรัก

คุณวรชัยจึงแต่งงานกับทัศวรรณ เพื่อนรักของบงกช

ตอนนั้นเป็นอะไรที่เจ็บปวดทั้งสามคน

บงกชเจ็บปวด เพราะ…เลือกครอบครัว ตัดใจขอเป็นชั่วชีวิต

วรชัยเจ็บปวด เพราะ…รักไม่สมหวัง คนรักขอเลิกและจากไป

ทัศวรรณเจ็บปวด เพราะ…รู้ว่าสามีไม่ได้รัก วรชัยรักบงกชเพื่อนของเธอ เธอแค่เป็นเพื่อนบงกช และคอยแอบนัดหมายให้ทั้งคู่พบกัน สุดท้ายเมื่อบงกชขอเลิก วรชัยจึงหันมาขอหล่อนแต่งงานแทนเป็นการประชด

หล่อนจึงแค่เป็นตัวแทน!

ตัวแทนที่มีทายาทให้คุณวรชัยสามคนคือ จักรภพ รณชัย และคัทรียา

ชีวิตของทัศวรรณทุ่มเทให้สามีกับลูกๆ เพื่อให้ลืมปมในใจ ปมด้อยในความสัมพันธ์กับสามี กับคำว่า หล่อนเป็น ‘ตัวแทน’ ไม่ใช่ ‘ตัวจริง’

แม้ว่าผ่านมายี่สิบกว่าปี จนลูกๆ โตเป็นหนุ่มสาว หล่อนก็ยังไม่ได้รับความรักจากสามี

ทำไมหล่อนรู้?

เพราะสามีมุ่งมั่นแต่จะแก้แค้นปู่อำนวย ตั้งใจจะฮุบกิจการห้างซาร่ามาให้ได้ ทำทุกทางอย่างเปิดเผย ถึงจะถูกปู่อำนวยชิงชังมากขึ้นวรชัยก็ยอม เพียงขอให้แก้แค้นสำเร็จ!

รักกลายแค้น…

มาถึงรุ่นความรักของรณชัยกับเกศรา

เหมือนสองตระกูลถูกสาป ศัตรูการค้า แต่ ‘รัก’

วรชัยสนับสนุนเพราะอยากให้ลูกชายชนะ แต่ปู่อำนวยคัดค้านเสมอมา

ห้ามตระกูลดำรงอิทธิแต่งงานกับตระกูลวงศ์วรนาถ!

และขณะนี้เกศรากำลังจะมีเหตุผลขอเลิกกับรณชัยแล้ว

 

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

 

 

รณชัยจับมือของคนรักมากุมไว้ สายตาห่วงใยและแสนรัก

“พอได้ยินว่าคุณตกบันไดเลื่อนผมช็อคเลยครับ แล้วนี่คุณทำไมไม่ไปโรงพยาบาล”

เกศราค่อยๆ ดึงมือออก พลางตอบว่า

“คุณก็เห็นแล้วนี่ว่าเกศไม่เป็นอะไร เห็นมั้ย เกศยังปกติดีทุกอย่าง”

“จากชั้นสี่ชั้นห้านะครับ”

“ค่ะ…ก็ที่เห็นๆ จากชั้นห้ากำลังลงชั้นสี่ค่ะ”

“คุณปลอดภัย?”

“ค่ะ…มีผู้ชายช่วยรับเกศ ไม่งั้นต้องไปเจอเกศที่วัดแล้วล่ะ”

“อย่าพูดเป็นลางร้ายสิครับ”

“จริงๆ แต่เกศไม่เป็นไรเพราะเขา”

“แล้วเขาอยู่ไหน ผมอยากขอบคุณมากๆ เลย”

“เกศก็อยากเจอตัวเขาเหมือนกันค่ะ”

“แต่ช่างเถอะ คุณปลอดภัยก็ดีแล้ว”

ถ้าเป็นเมื่อก่อน อาการห่วงใยของรณชัย หล่อนคงดีใจจนน้ำตาซึมทีเดียว แต่วันนี้หล่อนกลับนิ่งเฉย ออกอาการรำคาญด้วยซ้ำ

มาทำไมก็ไม่รู้!

“คุณน่าจะไปโรงพยาบาลนะ” รณชัยย้ำ

“เอ๊ะ! ก็บอกว่าเกศไม่เป็นไร…ไม่เป็นไร” หญิงสาวกระแทกเสียงหงุดหงิด

รณชัยผงะเล็กน้อย หันไปมองเรนี่ เรนี่รู้สึกเห็นใจรณชัยจึงช่วยแก้ตัวแทนพี่สาวว่า

“พี่เกศเพิ่งประสบอุบัติเหตุรุนแรง เธออยากพักผ่อนค่ะ พี่ชัยมาเยี่ยมเธอก็ดีใจนะคะ”

“โอเค…โอเค…พี่เข้าใจ”

เกศราค้อนเรนี่ คิดว่า

ยัยเรนี่ไม่ต้องแก้ตัวแทนพี่เลย ยิ่งแก้ตัวยิ่งยุ่ง!

เรนี่พูดขึ้นว่า

“เรนี่ไม่อยู่เป็นก้างขวางคอล่ะ ขอไปที่ห้องประชุมหน่อย ไม่รู้ประชุมไปถึงไหนแล้ว” พูดจบหล่อนผละออกมา…มาที่ห้องประชุม ซึ่งเป็นห้องประชุมเล็กภายในครอบครัว

คนในครอบครัวกำลังประชุมอยู่ แม้หล่อนจะก้าวเข้ามาและนั่งฟังเฉยๆ ก็ไม่มีใครสนใจเรนี่สักคนเลย เพราะกำลังเคร่งเครียด มาถึงจุดที่ว่า

“ขืนเป็นแบบนี้อีกสองเดือน แม้แต่เงินเดือนจ่ายพนักงานเป็นร้อยๆ คนยังไม่มี!” ประโยคนี้วิชาเป็นคนพูด

คุณยุวดีกังวลกล่าวว่า

“ถ้าไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนพนักงานประจำเป็นร้อยๆ ล่ะก็…ก็หมายความว่าค่าใช้จ่ายในบ้าน…เงินกงสีจะมีจ่ายหรือเปล่า” หันมาทางบงกช เพราะบงกชเป็นแม่บ้านตัวจริง

สาวใหญ่โสดอย่างบงกชทุ่มเททุกอย่างเพื่อตระกูล ทั้งงานห้าง ทั้งดูแลบ้าน หล่อนทำได้ดีเสมอมา และเป็นที่ไว้ใจของประมุขบ้านปู่อำนวย ซึ่งคุณยุวดีเคยรู้สึกขัดเคืองบ้างที่ตนเองเป็นสะใภ้ แต่อำนาจหน้าที่กลับน้อยกว่าน้องสาวสามี

“บอกตามตรงนะคะ เงินกงสีในบ้าน กชไม่ได้ใช้เงินบริษัทมาเป็นปีแล้ว”

“อ้าว! แล้วใช้เงินจากไหน?”

“สมบัติส่วนตัวค่ะ!”

คุณยุวดีเบิกตากว้าง พึมพำ

“ถึงขั้นต้องขายสมบัติส่วนตัวแล้วหรือ?” ออกอาการตกใจเพราะคิดว่าเป็นเช่นนี้ ต่อไปอาจถึงคิวสมบัติส่วนตัวของหล่อน ซึ่งตอนแต่งงานกับคุณสุมิต ถือว่าได้มากพอควรทีเดียว ทั้งเครื่องเพชร ทองคำแท่ง ที่ดิน มากกว่าร้อยล้านสบายๆ

ยิ่งตอนนี้ทองคำราคาขึ้น ที่ดินราคาขึ้น จะมากมายแค่ไหนล่ะ

หล่อนไม่อยากให้ใครมาแตะต้องสมบัติส่วนตัวหล่อน

“ค่ะ…กชมีทองคำหลายร้อยบาทอยู่ ก็ขายหมด คุณพ่อกับพี่สุมิตทราบเรื่องนี้ค่ะ”

“เป็นแบบนี้เราจะทนรับขาดทุนได้นานแค่ไหน?”

คุณสุมิตถอนใจยาว กล่าวว่า

“ก็มันขาดทุนมาทุกเดือน ทุกปี!”

“วิชา…ลูกแก้ไม่ได้เรอะ?” ยุวดีถามบุตรชาย ซึ่งเป็นทายาทรุ่นสุดท้าย รุ่นที่ต้องรับปัญหามาจากปู่ มาจากบิดา

วิชาเองก็ถอนใจยาว

“ตั้งแต่เรียนจบผมมาดูงานห้าง ปัญหาเยอะมากครับ ขาดทุนสะสมมาตลอด ยอดขายเราแย่มาก ถูกแย่งลูกค้า ถูกตัดราคาจากห้างริคาร่า ผมก็พยายามสู้กับพวกนั้น ไม่ว่าจะทุน จะทำเลห้าง เราถูกห้างริคาร่าดักลูกค้าไปหมด เขาจัดโปรโมชั่นทุกเดือน ลดราคาจนขาดทุน เราสู้ไม่ได้ครับ”

“เรื่องของเรื่องเขาจะซื้อกิจการของเรา” คุณสุมิตพูดเบาๆ

แต่เสียงปู่อำนวยดังกว่า

“ไม่ขาย!”

ท่านดื้อรั้นและยืนยันเช่นนี้เสมอ

“ต่อให้ต้องตาย ก็ไม่ขาย!” ท่านว่า “ต่อให้หมดตัวก็ไม่ขาย!”

ทุกคนได้แต่มองตากัน แล้วจะรับสภาพเช่นนี้ได้อีกนานแค่ไหน

เรนี่เข้าฟังการประชุม แต่ไม่มีสิทธิ์พูดอะไร เพราะหล่อนยังเป็นแค่เด็กปีสี่มหาวิทยาลัย ถึงใกล้จบแล้วเหลือวิชาสองสามวิชา แต่ใครๆ ก็ยังเห็นหล่อนเป็นเด็ก

เท่าที่ฟังมา ต่อให้เรียนจบมาช่วยการค้า ก็ไม่สามารถช่วยได้

ขาดทุนซึมลึกมานานมากแล้ว ที่ยังอยู่ได้เพราะปู่อำนวยดื้อรั้นทุ่มทรัพย์สินส่วนตัวออกมาจนเกือบหมด เพื่อพยุงฐานะกิจการห้าง ต่อให้บอกว่าไม่คุ้มก็จะทำ!

ใครก็ทักท้วงและเปลี่ยนความคิดของท่านไม่ได้ สุดท้ายในที่ประชุม ท่านยังยืนยันว่า

“เราจะสู้ต่อไป!”

 

***

 

คุณวรชัยหัวเราะอย่างอารมณ์ดีกับครอบครัวที่อบอุ่น

คุณทัศวรรณเป็นทั้งภรรยาและแม่ที่ดีของลูกสามคน จักรภพ รณชัย และคัทรียา

การดื่มน้ำชายามบ่ายกับครอบครัว เป็นเวลาที่คุณวรชัยถือว่าเป็นความสุข

“เรื่องซื้อที่ดินสร้างห้างริคาร่าสาขาใหม่ไปถึงไหนแล้ว?” ท่านถามจักรภพ ลูกชายคนโต

“เกือบเรียบร้อยครับ ธนาคารปล่อยเงินกู้ให้เราแน่นอน แต่พอดีเจ้าของที่ดินเดินทางไปเมืองนอกครับ”

“แล้วจะกลับเมื่อไหร่?”

“เห็นว่าราวๆ หนึ่งเดือน”

“แล้วห้างซาร่าล่ะ?”

“ผมเจรจาผ่านทนายความ ยังไม่มีความคืบหน้าครับ”

“เร่งหน่อย ว่ากันว่า ห้างซาร่าอย่างไงก็ต้องล้ม เห็นจะล้ม…จะล้ม…มาหลายปีแล้ว มันยังเก่งว่ะ ยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้ ไม่รู้มันจะมีเงินถุงเงินถังอีกมากมายแค่ไหน”

คัทรียาตอบแทนพี่ชายคนโตว่า

“โอ๊ย…ไม่นานหรอกค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ สายของยารายงานว่าปีสองปีมานี้ เอาของเก่าออกมาขายแล้วค่ะ เครื่องเพชรเป็นร้อยๆ ล้าน นาฬิกาแพงๆ อีกหลายเรือน ขายสมบัติเก่ากันแล้ว สักวันต้องหมดค่ะ”

คุณทัศวรรณยกมือทาบอก พลางกล่าวว่า

“แหม่…เสียดายแทน น่าจะมาขายแม่ ตอนซื้อก็แสนแพง ตอนขายไม่รู้ถูกกดราคาเท่าไหร่ แม่อยากได้ เคยเห็นทางคุณยุวดีกับบงกชสวมใส่ สวยๆ ทั้งนั้น”

ตอนคุณทัศวรรณพูดถึงชื่อ ‘บงกช’ ดูจะชะงักเล็กน้อย

เพื่อนรัก…เคยเป็นเพื่อนรัก ตอนสาวๆ ไปไหนมาไหนแทบจะตัวติดกัน บงกชคบกับวรชัย ก็เป็นตนล่ะที่ช่วยให้นัดพบกันอย่างเจ็บปวดเพราะตนก็แอบหลงรักวรชัย

บงกชถูกกีดกันความรักจากปู่อำนวย และขอเลิกกับวรชัย ต่อจากนั้นเขาก็ประชดบงกชและคบกับตนจนได้แต่งงานกันอย่างมีความสุข

 

***

Don`t copy text!