หลวงพระบาง มณีน้ำโขง เที่ยวตามรอยนวนิยาย รอยไหม

หลวงพระบาง มณีน้ำโขง เที่ยวตามรอยนวนิยาย รอยไหม

โดย : นพ. พงศกร จินดาวัฒนะ

ไม่ใช่การเที่ยวแบบธรรมดา แต่นอกจาก นิยายออนไลน์ แล้ว อ่านเอา ขอนำเสนอคอลัมน์ท่องเที่ยวตามรอยนวนิยาย แฟนๆ นักอ่านท่านไหน ชื่นชอบนิยายเรื่องใด อ่านเอาจะพาไปเที่ยวตามรอยนิยายเรื่องดังเรื่องโปรดที่ท่านชอบกัน ประเดิมครั้งแรก คุณหมอโอ๊ต พงศกร จะพาเที่ยว หลวงพระบาง ตามรอยนิยาย รอยไหม

“ หลวงพระบาง เป็นเมืองแห่งลั่นทม

สอดส่ายสายตาไปทางทิศไหน

ก็ดูเหมือนจะมีดอกไม้สวยชนิดนี้ทั่วไปทั้งเมือง

เรรินคิดว่าไม่เคยเห็นเมืองไหนสวย

เท่ากับเมืองเล็กแห่งนี้มาก่อน”

ผมเริ่มต้นบทแรกของ รอยไหม ไว้เช่นนั้น

รอยไหม เป็นเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่ประสบปัญหาใหญ่ในชีวิต เรรินเลือกเดินทางมา หลวงพระบาง เพื่อจะหลบลี้หนีความยุ่งยากที่กำลังเกิดขึ้น เพียงเพื่อจะพบว่ามีอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กำลังรอเธออยู่ที่นั่น

ผมเขียน รอยไหม เพราะประทับใจกับความงามของเมืองมรดกโลกอย่าง หลวงพระบาง

ใครก็ตามที่เคยเดินทางไปที่นั่น คงปฏิเสธไม่ได้ว่า หลวงพระบาง เมืองเล็กๆ แห่งนี้ มีเสน่ห์มากมายเพียงใด

หลวงพระบาง เป็นอดีตราชธานีเก่าของลาว ตั้งแต่ พ.ศ. 1300 ขุนลอ ปฐมกษัตริย์ของลาว สถาปนาเมือง ‘ซวา’ (ออกเสียงว่าซัว) เป็นเมืองหลวง และเปลี่ยนชื่อเป็น ‘เชียงทอง’ ในเวลาภายหลัง ต่อมาเมื่อถึงรัชกาลของพระเจ้าฟ้างุ้ม พระองค์ได้อัญเชิญพระบางจากเมืองเวียงคำขึ้นมาประดิษฐานที่เชียงทอง เมืองหลวงแห่งนี้จึงถูกเรียกว่า หลวงพระบาง มานับแต่นั้น

เราสามารถเดินทางไป หลวงพระบาง ได้หลายวิธี ทางรถ ทางเรือก็สะดวกสบาย แต่ถ้าหากมีเวลาน้อย อยากใช้วันพักร้อนของคุณให้คุ้มค่า เครื่องบินดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด หากเลือกเดินทางมาในช่วงต้นฤดูฝน อันเป็นช่วงเวลาที่ดอกลีลาวดีหรือลั่นทมกำลังบานเต็มที่ ก็จะได้พบกับบรรยากาศสวยงาม อากาศรอบกายเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนกับที่เรรินใน รอยไหม ได้พบเจอ แต่ถ้ามาในเดือนอื่น ก็จะได้ซึมซับกับบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป

ยามที่เครื่องบินกำลังลดระดับเพื่อลงจอดยังท่าอากาศยานนานาชาติ หลวงพระบาง สิ่งแรกที่เห็นโดดเด่นเป็นสง่าคือ พระเจดีย์สีทองอร่ามบนยอดเขา พูสี อันเป็นหมุดหมายสำคัญของเมือง หลวงพระบาง

พระธาตุจอมสี เจดีย์สีทองอร่ามบนยอดเขาพูสี

 

ระเจดีย์นั้นชื่อพระธาตุจอมสี เป็นเจดีย์ทรงดอกบัว ทาสีทองอร่ามตา สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอนุรุท ในราวปี พ.ศ. 2337 บนยอดเขาสูง 150 เมตร พูสี เดิมชื่อภูสรวง ต่อมามีฤๅษีไปจำศีลอยู่ที่ภูเขาแห่งนั้น ชาวเมืองเลยพร้อมใจกันเรียกชื่อภูเขาลูกนี้เสียใหม่ว่า พูสี อันมีความหมายว่า ‘ภูเขาของพระฤๅษี’ 

เราสามารถเดินขึ้น พูสี ได้สองทาง คือด้านหน้าซึ่งติดกับพระราชวังหลวง และทางด้านหลังซึ่งติดกับแม่น้ำคาน ส่วนมากแล้วนักท่องเที่ยวนิยมเดินขึ้นบันได 328 ขั้นทางด้านหน้ามากกว่า บน พูสี มิได้มีแต่ พระธาตุจอมสี เท่านั้น แต่ยังมีศาสนสถานอีกหลายแห่ง เช่น วัดถ้ำพูสี วัดป่าแค วัดศรีพุทธบาท และวัดป่ารวก เมื่อขึ้นไปถึงยอดสูงสุด นอกจากจะได้กราบขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังจะได้เห็นตัวเมือง หลวงพระบาง ในมุมสูง โดยเฉพาะยามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังตกดิน พูสี จะเป็นจุดถ่ายภาพที่สวยที่สุด

วัดเชียงทอง สถาปัตยกรรมแบบล้านช้างที่งดงามยิ่ง 

ได้รับการขนานนามว่าเป็น อัญมณีของศิลปะล้านช้าง

ศาสนสถานสำคัญอีกแห่งของ หลวงพระบาง

 

นอกจาก พูสี หลวงพระบาง ยังมีแหล่งท่องเที่ยงเชิงวัฒนธรรมอีกมากมายหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นวัดเชียงทอง ถ้ำติ่ง วัดพระธาตุหมากโม วัดวิชุลราช วัดใหม่สุวรรณภูมาราม พระราชวังหลวงวังเจ้าฟ้าเพชรราช และอีกมากมาย ทุกที่ล้วนแต่มีประวัติความเป็นมา มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจ เพราะ หลวงพระบาง คือเมืองที่มีอดีตอันยาวนาน ถ้าจะท่องเที่ยวเชิงลึกละก็ คงต้องอยู่ที่ หลวงพระบาง ไม่น้อยกว่าห้าวัน

 

ถ้ำติ่งกับพระพุทธรูปสีทองอร่ามภายในถ้ำ

และทิวทัศน์ริมแม่น้ำโขง

 

นอกจากแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ หลวงพระบาง ยังเป็นแหล่งอาหารอร่อย อาหาร หลวงพระบาง แตกต่างจากอาหารลาวทั่วไป ที่นี่เคยเป็นเมืองหลวง ตำรับอาหารบางอย่างจึงหากินได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น เช่น เอาะหลาม คะนาบปลา และอาหารที่ทำจากผักสดและปลาสดๆ จากแม่น้ำโขง

หลวงพระบาง ยังมีหัตถกรรมที่ขึ้นชื่ออีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกระดาษสา และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษสา เช่น โคมไฟ กรอบรูป ผ้าทอของหลวงพระบางก็มีลวดลายเฉพาะอันมีเสน่ห์ในรูปแบบของชาวล้านช้าง

 

ชาว หลวงพระบางใส่บาตรพระสงฆ์เดินเท้าบิณฑบาตร

เป็นภาพที่พบเห็นได้ในทุกเช้า

ตลาดยามเช้า

 

ทิวทัศน์ในมุมสูงของ หลวงพระบาง

 

ยามอัสดงที่ พูสี ความสวยงามอันเป็นเสน่ห์ของเมือง หลวงพระบาง

 

ปัจจุบันนี้ หลวงพระบาง มีที่พักสวยๆ ให้เลือกมากมาย ตั้งแต่เกสต์เฮาส์ B&B และโรงแรมทันสมัยตั้งแต่สามดาวไปจนถึงห้าดาว

เรริน ใน รอยไหม พักอยู่ที่ หลวงพระบาง นานจนซึมซับวัฒนธรรมและความงดงามของบ้านเมือง ถึงกับกล่าวว่า หลวงพระบาง ก็คือ ‘มณีแห่งแม่น้ำโขง’

หากคุณมีโอกาสได้เดินทางไปที่ หลวงพระบาง คงเห็นด้วยตาตนเองว่า สิ่งที่เรรินกล่าวเอาไว้ ไม่ผิดความจริงไปแม้สักนิด…

Don`t copy text!