โจรกรรมขำขัน บทที่ 1 : ตำรวจคดีพิเศษ

โจรกรรมขำขัน บทที่ 1 : ตำรวจคดีพิเศษ

โดย : แสนแก้ว

Loading

โจรกรรมขำขัน นวนิยายแนวตลกร้ายโดย แสนแก้ว เมื่อครอบครัวตระกูลแทนต้องเจอกับเหตุการณ์อลหม่านล้านเจ็ด ทั้งการหลอกลวง ปลอมตัว และสืบสวน โจรกรรมครั้งนี้อาจจะขำๆ แต่จะมีหัวใจของใครบ้างนะ ที่ถูกขโมยเอาไปเก็บไว้ในครอบครอง อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์คลายร้อน และเชื่อเหลือเกินว่านวนิยายเรื่องนี้จะมัดใจนักอ่านทุกท่านแน่นอน

*************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

สารวัตรครับ ตำรวจคดีพิเศษมาแล้วครับ

แทนคุณละสายตาจากเอกสารบนโต๊ะ มองจ่าสิบเอกผู้เป็นลูกน้องแล้วพยักหน้าขรึมๆ แทนความหมายว่ารับทราบ เขาได้ข่าวจากท่านผู้กำกับมาพักใหญ่แล้วว่าจะมีตำรวจคดีพิเศษมาที่สถานีตำรวจภูธรแห่งนี้เพื่อลงพื้นที่ทำคดี แต่ก็ไม่นึกว่าจะมาเร็วขนาดนี้

“ขอบคุณครับจ่า เดี๋ยวผมดูเอกสารพวกนี้แล้วบรีฟงานพวกเราก่อน แล้วค่อยออกไปต้อนรับ เดี๋ยวอีกสักสิบห้านาทีจ่าช่วยเรียกทีมพวกเราไปรวมกันในห้องประชุมทีนะ”

นายตำรวจพุงพลุ้ยรับคำแข็งขันแล้วออกจากห้องไป สารวัตรสืบสวนหนุ่มจึงหันมาสนใจงานบนโต๊ะต่อ ช่วงนี้คดีที่เขาเกาะติดเป็นพิเศษคือการค้าประเวณีหญิงสาวในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีซึ่งคาดว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังเป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่ในจังหวัดใกล้เคียง ส่วนงานในวันนี้เขาจะแจกจ่ายมอบหมายให้ลูกทีม แล้วจะขอแวบออกไปข้างนอกเสียหน่อย

เขาอยากไปงานตัดริบบิ้นเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตสินค้าเกษตรแห่งแรกในชุมชน ชื่อว่า ‘สามโคกเฟรชมาร์ต’ และเหตุที่ต้องอยากไปมากขนาดนี้ก็เพราะเป็นซูเปอร์ฯ ของแทนขวัญ น้องสาวแท้ๆ ของเขาเอง สารวัตรแทนคุณหันมองนาฬิกาบนผนัง ปาเข้าไปสิบโมงกว่าแล้ว ป่านนี้คงตัดริบบิ้นเปิดร้านกันเรียบร้อย เขาอดกังวลไม่ได้ว่าแทนขวัญจะน้อยใจหรือไม่ที่คนในครอบครัวไม่มีใครไปร่วมงานได้เลยสักคน

วันนี้แม่ไม่ค่อยสบาย นอนพักอยู่ที่บ้าน ส่วนคุณครูแทนธรรม น้องชายคนสุดท้องก็ไปไม่ได้เพราะต้องคุมสอบวิชาฟิสิกส์ ตัวเขาเองอาจพอไปได้แต่ก็ต้องรีบไปรีบกลับเพราะอยู่ในเวลาราชการ ตอนแรกก็ท้วงน้องสาวแล้วว่าให้จัดงานเปิดซูเปอร์ฯ วันเสาร์หรืออาทิตย์ ทุกคนจะได้ไปแสดงความยินดีกันได้พร้อมหน้า แต่แทนขวัญก็ยืนกรานว่าฤกษ์ไม่เฮง ต้องวันศุกร์นี้เท่านั้น วันเสาร์เป็นวันเกิดแม่พอดีจะได้ไปทำบุญใส่บาตรกันสบายๆ ไม่ต้องห่วงจัดงานอยู่

แต่ถึงคนในครอบครัวจะไปร่วมงานด้วยไม่ได้ เขาก็เชื่อว่าต้องมีชาวบ้านและเกษตรกรมาร่วมงานมากมายแน่ เพราะซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรของคนในชุมชนนั่นเอง  อีกอย่าง พ่อค้าแม่ขาย ชาวสวนชาวไร่ก็รักแทนขวัญ เอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลาน ต้องมาให้กำลังใจกันเยอะแน่ๆ สื่อมวลชนท้องถิ่นก็คงมากันไม่น้อยเช่นกัน

แทนคุณนึกถึงใครอีกคนหนึ่งที่อยากมามากๆ แต่เป็นเขาเองที่ห้ามไม่ให้มา ใครคนหนึ่งที่ผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก คนที่มีพระคุณกับเขาและน้องๆ ท่วมหัว ใครคนที่มีสายเลือดเดียวกันกับเขาและน้องๆ ทั้งสองคน

‘แกให้เจ๊ไปเถอะ แทน นี่มันวันสำคัญของยัยขวัญเชียวนะ’

‘ไม่ได้เด็ดขาด เจ๊ ยังไงก็มาไม่ได้’

ใครคนนั้น…คือเจ๊ใหญ่ แทนทองแท้ พี่สาวคนโตของพวกเขานั่นเอง

พี่สาวคนโตผู้เปรียบเสมือนมนุษย์ล่องหนเพราะไม่มีใครเคยรู้จัก ชาวชุมชนสามโคกและชาวปทุมธานีรู้เพียงว่าบ้านของเขามีกันอยู่สี่คนได้แก่ แม่สินผู้เจ็บกระเสาะกระแสะ ตัวเขาเองซึ่งเป็นตำรวจยศพันตำรวจโท แทนขวัญ น้องสาวนักธุรกิจรุ่นใหม่ และน้องคนสุดท้ายเป็นคุณครูสอนฟิสิกส์อยู่ที่โรงเรียนรัฐ นายแทนธรรม ชาวบ้านต่างชื่นชมยินดีที่ครอบครัวเขาเป็นข้าราชการมีเกียรติและนักธุรกิจมือสะอาด ไม่มีใครสักคนที่รู้ว่าพวกเขาสามพี่น้องยังมีพี่สาวคนโตแอบซ่อนอยู่ในเงามืด มีการงานมั่นคงเป็นมิจฉาชีพหรือที่เรียกกันภาษาบ้านๆ ว่า ‘โจร’

‘แกมีสิทธิ์อะไรมากีดกันไม่ให้พี่สาวเจอกับน้องสาว ฮะ อ๋อ…ใช่ซี่ เจ๊มันโจรนี่ เจ๊มันคนเลว เลวเกินกว่าที่พวกแกจะนับญาติ นับพี่นับน้อง ใช่ไหมล่ะ’

สารวัตรหนุ่มถอนหายใจ ถ้าพูดได้ก็อยากจะพูดเลยว่า ที่เจ๊เข้าใจก็ไม่ผิดนักหรอก ทว่าที่ตอบไปทางสายโทรศัพท์ก็มีเพียง

‘ผมไม่อยากให้เจ๊มาเจอคนเยอะๆ มันอันตราย’

‘อย่ามาห้ามเจ๊ให้เหนื่อยเลย แกก็น่าจะรู้ว่าแกน่ะ ไม่เคยห้ามเจ๊ได้’

‘เจ๊ ผมขอร้อง ตำรวจเยอะแยะ จะมาให้ถูกจับทำไม’ เขาโอดครวญ

‘ไม่ ยังไงเจ๊ก็จะไป และจะไปแบบไม่ถูกตำรวจหน้าไหนจับได้ด้วย แกคอยดูให้ดีเถอะ’

บทสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อสองสามสัปดาห์ก่อนจบลงไม่ค่อยดีนัก พี่สาวของเขาดื้อและไม่ยอมฟังเลยไม่ว่าจะคำขู่หรือคำขอร้อง แต่หลังจากวันนั้นเจ๊ใหญ่ แทนทองแท้ก็ไม่ได้ติดต่อกลับมาอีก ทุกอย่างเงียบเหมือนพี่สาวหายเข้ากลีบเมฆก้อนใหญ่ๆ บางครั้งเขาก็อดคิดไม่ได้ว่า เจ๊คงอยากเอาชนะเขาเล่นๆ แล้วก็คงลืมไป

“สารวัตรครับ”

เสียงเรียกของจ่าคนเดิมเกือบทำให้แทนคุณสะดุ้ง

“พวกเราพร้อมกันแล้วในห้องประชุมครับ”

ผู้เป็นนายลอบถอนใจระบายความอึดอัดแล้วหยิบปึกเอกสารกับแฟ้มเข้าห้องประชุมไป ลูกทีมของเขาราวห้าหกคนไม่ได้นั่งล้อมที่โต๊ะ แต่ยืนเรียงหน้ากระดานรออยู่ บ้างใส่ชุดตำรวจ บ้างอยู่นอกเครื่องแบบ แทนคุณขยี้จมูกแรงๆ ทีหนึ่งเพื่อเรียกความรู้สึกให้กลับมาอยู่กับปัจจุบันและพร้อมสำหรับการมอบหมายงานในวันนี้

“เอ่อ สารวัตรครับ” จ่าคนเดิมเอ่ยท่าทางเกรงใจ “คือว่า ตำรวจพิเศษ…”

“เดี๋ยวผมไปต้อนรับ ขอสั่งงานแป๊บเดียว” เขาขัดห้วน ลูกน้องสูงวัยกว่าก็เงียบไป

สารวัตรแทนคุณสั่งงานลูกทีมไปทีละคน ไม่ทันสังเกตว่าแต่ละคนมีท่าทีอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด จนกระทั่งมาถึงเจ้าหน้าที่นายสุดท้ายที่ยืนอยู่ปลายแถวหน้ากระดาน เป็นตำรวจหญิงในเครื่องแบบสีน้ำตาลเข้มเต็มยศ แม้แต่หมวกก็ยังใส่เข้าห้องประชุมด้วย

ในแวบแรกเขาเอะใจเล็กน้อยว่าลูกทีมมีผู้หญิงตั้งแต่เมื่อไร จนกระทั่งตำรวจหญิงผู้นี้วันทยหัตถ์แสดงความเคารพเข้าให้ สารวัตรหนุ่มก็ถึงกับตะลึงตาเหลือก อ้าปากค้าง

“สวัสดีค่ะ สารวัตรแทนคุณ ดิฉัน ร้อยตำรวจเอกหญิงปานดาว ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

จ่าอาวุโสกุมไม้กุมมือ ก้าวมาหาเขาอย่างเกรงๆ “เอ่อ คือ เมื่อกี้ผมจะบอกสารวัตรว่า ตำรวจพิเศษน่ะ ขอเข้าประชุมกับทีมเราด้วยครับ”

หัวหน้าทีมหนุ่มผู้ยืนจ้องตำรวจหญิงตาค้างไม่อาจตอบคำใดได้ทันที เพราะรู้ดีว่าคนตรงหน้ามิใช่ปานดาว ปานเดือน ปานแดงปานดำ หรือปานอะไรทั้งนั้น แต่นี่มัน…แทนทองแท้ เจ๊ใหญ่ของเขาชัดๆ!

จ่าสืบเท้ามาเข้าใกล้อีกเมื่อเห็นว่าหัวหน้าทีมนิ่งไป คิดว่าผู้เป็นนายต้องโกรธแน่แท้ที่จู่ๆ ก็มีคนนอกเข้ามาร่วมประชุมแบบนี้ จึงแอบกระซิบอยู่หลังหูชายหนุ่มว่า

“ผมก็พยายามบอกแล้วว่าให้รอข้างนอกก่อน แต่เขาก็ไม่ยอม ยืนยันจะพบสารวัตรให้ได้ในตอนนี้”

ความจริงจ่าไม่จำเป็นต้องกระซิบ เพราะเสียงกระซิบของจ่านั้นดังชัดถ้อยทุกคำ ตำรวจหญิงหรี่ตามองจ่าแล้วเอ่ยขึ้นว่า

“แต่สารวัตรบอกให้ฉันเข้าประชุมด้วยเองไม่ใช่หรือคะ”

ลูกทีมทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ หันขวับหาสารวัตรทันที

“ใช่ไหมคะ สารวัตร” ตำรวจหญิงถามเสียงเข้มชัดจี้มาอีก แทนคุณจำต้องตอบสั้นๆ ว่า

“ใช่ครับ”

“แล้วสารวัตรก็บอกว่า จะพาฉันลงสำรวจพื้นที่ด้วย ใช่ไหมคะ”

แทนคุณได้แต่ก้มหน้าหลบตาทุกคน “ใช่ครับ”

“แล้วสารวัตรก็บอกว่า ลงพื้นที่วันนี้ จะเริ่มด้วยพาไปงานเปิดตัวซูเปอร์มาร์เก็ตใหม่ จะได้รู้จักพวกชาวบ้านแล้วก็เจ้าของซูเปอร์ด้วย…ใช่ไหมคะ”

เสียงของตำรวจหญิงพุ่งคมชัดประหนึ่งว่าคนที่เธอถามไม่ได้มียศสูงกว่า สุดท้ายนายตำรวจที่ความจริงแล้วยศสูงกว่าหลายขั้นก็ยอมพยักหน้ารับแต่โดยดี

“ใช่ครับ”

“งั้นก็ไปสิคะ รออะไรล่ะคะ”

แทนคุณข่มอารมณ์กรุ่นไว้ในใจ เจ๊ใหญ่ของเขานอกจากจะพูดมากแล้วยังจะวางท่ากร่างข่มเขาต่อหน้าลูกน้องอีก อยากจะต่อว่าพี่สาวหลายเรื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ประมาทเข้าขั้นบ้าระห่ำที่แต่งชุดตำรวจและปลอมเป็นตำรวจทั้งที่ตัวเองเป็นโจร มีคดีติดตัวยาวเป็นหางปลาไหลขนาดนี้ แต่ที่สุดแล้วคำที่สารวัตรแทนคุณมีสิทธิ์จะเปล่งเสียงพูดออกมาได้ก็มีเพียง

“ไปครับ”

แล้วนายตำรวจผู้เป็นหัวหน้าทีมก็ออกจากห้องประชุมไปพร้อมกับตำรวจหญิงผู้มาเยือนสถานีตำรวจภูธรเพื่อออกสำรวจพื้นที่และพบปะประชาชน โดยมุ่งหน้าไปงานเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตสามโคกเฟรชมาร์ตเป็นที่แรก และคงเป็นที่เดียวสำหรับวันนี้

แล้วแทนคุณก็ได้รู้ว่า จอมโจรอย่างเจ๊ใหญ่ แทนทองแท้ สามารถทำอย่างที่พูดได้จริงๆ เธอไปร่วมงานแบบ ‘ไม่ถูกตำรวจหน้าไหนจับได้’ นั่นก็เพราะเธอได้กลายร่างเป็นตำรวจและเข้างานไปกับนายตำรวจตัวจริงอย่างเขานั่นเอง



Don`t copy text!