วิวาห์ถอดรูป บทที่ 1 : มารดาขอคู่

วิวาห์ถอดรูป บทที่ 1 : มารดาขอคู่

โดย : กุลวีร์

Loading

วิวาห์ถอดรูป โดย กุลวีร์ นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อแม่ๆ หวังให้ลูกของพวกเธอได้มีคู่ครองที่ดี จึงพากันไปขอพรจาก ‘เจ้าแม่ปลวกทอง’ ความมหัศจรรย์จึงบังเกิดกับต่อลาภและเพาพะงา แต่ทั้งคู่ต้องพบเจอกับเรื่องอะไร และแม่ๆ จะสมหวังไหม ต้องติดตามกันเอง

5 เดือนก่อนที่ต่อลาภกลายเป็นเจ้าบ่าว

ยามปกติของช่วงเวลาสามทุ่ม บริเวณด้านในและโดยรอบวัดวาอารามควรจะเงียบสงบ หากค่ำคืนนี้มีเสียงดังครอบคลุมทั่วอาณาเขตวัดและพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งเสียงเพลงจังหวะสนุกสนานดังออกมาจากลำโพงขนาดใหญ่ตรงลานจอดรถ เสียงคณะลิเกเริ่มโหมโรง เสียงวงดนตรีแสดงสดโดยมีนักร้องชายร้องเพลงบนเวที เสียงบทสนทนาของภาพยนตร์ในจอหนังกลางแปลง เสียงประกาศจากโฆษกซึ่งเชิญชวนบรรดาผู้ใจบุญให้เข้ามาในอุโบสถ เสียงพ่อค้าแม่ค้าร้องเรียกลูกค้า และเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจของผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาในเขตวัดอย่างไม่ขาดสาย ทุกสรรพเสียงดังขึ้นสอดประสานในเวลาเดียวกัน สร้างบรรยากาศให้คนที่เข้ามาในวัดรู้สึกครื้นเครงและรื่นเริงพร้อมทั้งอิ่มอกอิ่มใจครั้นได้ทำบุญทำทานในงานปิดทองฝังลูกนิมิตของวัดดังย่านชนบทในจังหวัดสมุทรสงคราม

แสงไฟหลอดเล็กสีเหลืองนวลประดับประดาตามแนวหลังคาโบสถ์หลังใหญ่ดูสวยงาม ต้นไม้ทุกต้นยังมีหลอดไฟสีสันต่างๆ ห้อยย้อยลงมา โดยเฉพาะไม้ยืนต้นขนาดใหญ่มองดูราวกับออกผลเป็นหลอดนีออนอยู่เต็มต้น ทำให้บริเวณที่ควรจะมืดมิดกลับมีแสงสว่างทุกพื้นที่ ร้านรวงละลานตาซึ่งขายของกินของใช้คล้ายๆ กันตั้งอยู่ริมทางสองข้างถนนทั้งด้านในและนอกเขตวัด กลิ่นอาหารนานาชนิดผสมปนเปกันลอยคละคลุ้งยามเดิมผ่าน และกลิ่นควันธูปยังติดปลายจมูกหลังจากเข้าไปไหว้พระปิดทองเป็นที่เรียบร้อย

สตรีอายุย่างเข้าห้าสิบสามปี รูปร่างสมส่วน สูง155เซนติเมตร ทรงผมซอยสั้นเปิดให้เห็นใบหูสองข้างซึ่งมีตุ้มหูเพชรเม็ดเล็กตรงติ่งหู ยังเผยให้เห็นใบหน้ารูปไข่  สวมเสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาว เดินสวนทางกับผู้คนที่กำลังมุ่งหน้าสู่พระอุโบสถ ก่อนจะเดินออกมา หล่อนนั่งพับเพียบบนพื้น พนมมือด้านหน้าพระภิกษุถือขันน้ำมนต์นั่งขัดสมาธิบนแท่นอาสนะ ว่าจะขอสักหยดสองหยดประพรมศีรษะเพื่อความสิริมงคลของชีวิต หากโดนสาดซัดอย่างจัง เส้นผมและเสื้อผ้าซึ่งถูกน้ำมนต์ของหลวงพ่อยังไม่แห้งสนิทดี

หล่อนถูกน้ำมนต์ไปเต็มๆ อย่างนี้ บางทีอาจจะโชคดีตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป นึกแล้วยังเดินไปยิ้มไปหลังจากแยกกับสามีซึ่งถูกใช้ให้เดินไปซื้อไก่ย่างฝากลูกชาย ส่วนหล่อนนั้นขอไปรอที่รถยนต์ ไม่อยากเบียดเสียดผู้คนที่ทยอยเข้ามาในงาน

ติ๋มเดินไปทางหลังวัด พื้นดินกว้างขวางถูกใช้เป็นที่จอดรถ เสียงวงดนตรีจากด้านหนึ่งของวัดยังดังต่อเนื่องให้ได้ยิน คล้ายกำลังประชันเสียงแข่งกับคณะลิเกที่ตั้งอยู่ห่างกันไม่มากนัก หากด้านนี้มีจอหนังกลางแปลงขนาดใหญ่ ภาพยนตร์บนจอยักษ์นั้นมีตัวละครใช้ปืนยิงต่อสู้กันดังสนั่นลั่นทุ่ง หล่อนยังไม่สะทกสะท้านทั้งเสียงและภาพที่ปรากฏ ยามเดินเข้าไปใกล้และมุ่งหน้าสู่ลานจอดรถ แม้แต่สถานที่ซึ่งเป็นที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีผู้คนจำนวนมากยืนมุ่งดูกันอยู่ ยังไม่ดึงดูดใจให้เดินเข้าไปขอโชคลาภ เพราะตอนนี้เริ่มปวดข้อเข่าจึงอยากไปนั่งพักบนรถเต็มทน

หากสิ่งที่เรียกความสนใจคือบุคคลหนึ่งกำลังเดินเข้าไปสมทบกับกลุ่มคนเหล่านั้น เป็นหญิงสาววัยเดียวกัน ร่างสูง บอบบาง  ใบหน้ารูปหัวใจที่ยังพอมีเคล้าความสวยสมัยวัยแรกรุ่น หล่อนร้องทักผู้ที่ยังจดจำได้ด้วยเสียงดังพอสมควร และแนะนำตัวเอง ขณะที่อีกฝ่ายกำลังเดินผ่านหน้าไป “พุดซ้อนใช่ไหม ฉันติ๋มไง จำกันได้หรือเปล่า”

อีกฝ่ายหยุดก้าวขาแล้วหมุนตัวมาหาหล่อน แสงสว่างจากหลอดไฟบนต้นไม้ทำให้ต่างฝ่ายเห็นหน้ากันและกันได้ชัดเจน คำตอบของหญิงผู้นั้นยืนยันว่าหล่อนไม่ได้ทักผิดคน “ใช่แล้วจ้ะ โทษทีไม่ได้มอง มัวแต่อยากรู้ว่าพวกเขามุ่งดูอะไรกัน ไปไงมาไง ถึงได้มาอยู่ที่นี่ ตั้งแต่ย้ายไปอยู่กับสามีก็ไม่ได้เจอหน้ากันเลย หลายสิบปีแล้วนะ แต่ดีใจที่ยังจำกันได้ ถ้าติ๋มไม่ทักก็คงคลาดกันแล้ว” พุดซ้อนกล่าวด้วยความดีอกดีใจและตะเบ่งเสียงดังไม่ต่างกัน

ผู้หญิงสองคนเคยเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนที่โรงเรียนประจำจังหวัด และยังเคยอยู่หมู่บ้านในละแวกเดียวกัน เมื่อติ๋มแต่งงานกับบุญลือ ต้องย้ายไปอยู่ในอีกอำเภอหนึ่ง ทำให้ทั้งสองไม่ได้เจอหน้ากันและขาดการติดต่อกันเป็นเวลาเนิ่นนาน

“พี่ลือพาฉันมาปิดทองที่วัดนี้ โชดดีจังได้มาเจอพุดซ้อน แล้วสุขสบายดีไหม” ความยินดียิ่งที่ได้เจอเพื่อนเก่าทำให้ลืมเลือนอาการปวดเข่าอย่างปลิดทิ้ง

“สบายดีทั้งผัวทั้งเมีย แล้วติ๋มเป็นไงบ้าง ได้ข่าวว่ามีลูกชายสองคน มีเมียกันหมดหรือยัง”

“ยังไม่มีใครแต่งงานเลยสักคน ตอนนี้คนโตหนีไปอยู่กรุงเทพ ไม่รู้จะกลับมาบ้านอีกไหม ส่วนคนเล็ก ตอนนี้ฉันให้ช่วยทำงานของครอบครัว”

“ยังดีนะที่มีลูกชายคนเล็กรับช่วงกิจการของครอบครัว แต่ฉันนี่สิ มีลูกสาวอยู่คนเดียว ดูท่าทางจะปักหลักอยู่ที่กรุงเทพ คงไม่อยากมาทำนาเกลือต่อจากฉัน”

“อย่าคิดมากเลย ปัญหาทุกอย่างย่อมมีทางแก้ แล้วนี่จะเดินไปไหน” หล่อนถามผู้เป็นเพื่อนเก่า

“ฉันกำลังจะกลับพอดี แต่ตาหงวนปวดท้องหนัก ไปเข้าห้องน้ำแล้วปล่อยฉันไว้ที่รถ พอเห็นตรงนั้นมีคนเยอะก็เลยอยากรู้” พุดซ้อนมองไปทางกลุ่มคนที่จะเดินเข้าไปหาก่อนถูกทัก แล้วเอ่ยต่อ “พวกเราไปดูกันเถอะว่าพวกเขามุ่งดูอะไรกัน”

ติ๋มทำตามคำชักชวนของเพื่อนเก่า เดินตามหลังพุดซ้อนไปโดยดี

“ขอโทษนะคะ ดูอะไรกันอยู่หรือคะ” พุดซ้อนถามคนด้านนอกวงล้อมซึ่งอยู่ใกล้ตัวพวกหล่อนมากที่สุด

“เจ้าแม่ปลวกทองค่ะ อยู่ตรงนี้มาสองปี ศักดิ์สิทธิ์มากนะคะ โดยเฉพาะเรื่องเนื้อคู่ คนแถวนี้มาขอคู่ครองกับเจ้าแม่กันทั้งนั้น ยิ่งคนที่อยากมีชีวิตคู่ร่วมกันยิ่งต้องมาขอ แต่พวกป้าสองคนยังจะมาขอคู่อีกหรือคะ”

คำถามทิ้งท้ายที่ออกมาจากปากสาววัยรุ่นผู้นั้นทั้งหน้าตาและน้ำเสียงดูใสซื่อ ทำให้พวกหล่อนโกรธไม่ลง ได้แค่ยิ้มให้แล้วสนใจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวงล้อมของผู้คนซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัยหนุ่มสาว มาเป็นคู่บ้าง มาคนเดียวบ้าง หรือมากันเป็นกลุ่ม

สตรีสองคนเดินเข้าไปใกล้เพื่อให้เห็นสิ่งที่อยู่กลางวงล้อม คือจอมปลวกสีเหลืองเข้มที่ผุดขึ้นมาจากพื้น ลักษณะเป็นกองดินสูงเกือบหนึ่งเมตร หากมองแบบพินิจพิเคราะห์อาจคล้ายรูปปั้นผู้หญิงทรวดทรงอวบอ้วน แต่ยังมีรอยเว้าเล็กน้อยให้พอแยกออกได้ว่าช่วงบนเป็นศีรษะ ตรงกลางคือลำตัว ช่วงล่างเป็นขา  ทองคำเปลวถูกปิดไว้บนส่วนยอดโค้งมนและบนพื้น ยังมีสไบสีทองพาดเฉียงไว้บนจอมปลวกอีกด้วย พร้อมกับแผ่นป้ายเขียนว่าเจ้าแม่ปลวกทองวางอยู่ใกล้ๆ

เสียงสองสาวคราวลูกซึ่งเป็นผู้มาใหม่คุยกัน บทสนทนานั้นผ่านเข้าหูพวกหล่อน “ได้ยินเขาว่ากันว่า แต่ก่อนเป็นรังปลวกซึ่งไม่มีใครสนใจ แต่ตอนนี้ไม่มีปลวกแล้วเพราะมีเจ้าแม่มาอาศัย วันหนึ่งมีเศรษฐีเห็นภาพนิมิตเป็นเจ้าแม่เดินมาตรงนี้ ไม่รู้จะขออะไรจึงขอเรื่องคู่ ปรากฏไม่ถึงอาทิตย์ได้คู่จริงๆ จากหนึ่งคนสมหวัง กลายเป็นคนเกือบทั้งหมู่บ้านได้เจอคู่ครอง จนป่านนี้ผู้คนยังมาขอคู่กันไม่หยุดหย่อน ยิ่งช่วงปิดทองกว่าจะเข้าไปนั่งขอใกล้ๆ เจ้าแม่ได้ ต้องรอเหมือนอย่างวันนี้ เคยมีผู้ชายคนหนึ่งถูกพ่อแม่ฝ่ายหญิงรังเกียจ มาหาเจ้าแม่ วันรุ่งขึ้นกลายเป็นเขยของบ้านนั้น และเข้ากันดีกับพ่อแม่ฝ่ายหญิง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะ ว่าเจ้าแม่ช่วยได้จริงๆ”

ติ๋มมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา หากยังลังเลที่จะเอื้อนเอ่ย ได้แต่หันมองหน้าเพื่อนเก่า จนพุดซ้อนพูดขึ้นก่อน “ฉันคิดอะไรดีๆ ออกแล้ว เรามาขอคู่ให้พวกลูกๆ กันดีไหม ตอนนี้ลูกสาวฉันเพิ่งอกหัก ฉันกลัวมันจะขึ้นคาน เอาอย่างนี้นะติ๋ม ฉันจะขอกับเจ้าแม่ว่าขอให้ลูกชายของติ๋มมาเป็นเขยบ้านฉัน”

ติ๋มได้ยินดังนั้น ไม่น่าเชื่อเลยว่า พุดซ้อนมีความคิดเดียวกัน จึงตอบตกลงอย่างง่ายดาย “ฉันจะขอกับเจ้าแม่ให้ลูกชายคนโตได้คู่ครองเป็นลูกสาวของพุดซ้อนแล้วกัน”

เมื่อมารดาสองคนอยากเกี่ยวดองกันด้วยเหตุผลส่วนตัว ไม่ใช่แค่เคยเป็นเพื่อนกันเพียงอย่างเดียว จึงตัดสินใจขอคู่ให้แก่ลูกชายและลูกสาวตามที่ตกลงกันไว้ ต่างคนมีบางอย่างแอบแฝงที่ปรารถนาให้ลูกแต่งงานกัน

“แต่จะทำยังไง ให้เด็กสองคนมาเจอกันได้” ติ๋มถามขึ้น

“ก็นั่นไง ถ้าเจ้าแม่ศักดิ์สิทธิ์จริง ฉันว่ามันต้องเกิดขึ้นได้ พวกเราเข้าไปขอคู่ให้แก่ลูกเรากันเถอะ ตรงนั้นว่างพอดี” พุดซ้อนบุ้ยปากไปทางเจ้าแม่ปลวกทอง แล้วจูงมือหล่อนให้เข้าไปแทนที่หนุ่มสาวที่เพิ่งจะลุกออกไปจากบริเวณด้านหน้าจอมปลวก

“แต่มันจะขอแทนกันได้เหรอ” ติ๋มยังไม่ค่อยมั่นใจ เอ่ยปากถามก่อนจะลงนั่งพับเพียบบนเสื่อ

“ไม่ลองไม่รู้ ดีกว่าพวกเราไม่ได้ขออะไรกันเลย ไหนๆ มาเจอกับเจ้าแม่แล้ว” พุดซ้อนพูดจบ หันหน้าไปทางจอมปลวกพร้อมกับพนมมือ หล่อนจึงทำตาม

พุดซ้อนเปล่งวาจาอย่างชัดถ้อยชัดคำ แสดงถึงความตั้งใจจริงที่อยากให้เจ้าแม่ช่วยเหลือ “เจ้าแม่คะ ดิฉันชื่อพุดซ้อน มาขอคู่ครองให้กับลูกสาว ซึ่งเป็นลูกชายคนโตของติ๋ม ขอให้พวกเขาได้แต่งงานกัน และขอให้ผู้ชายคนนั้นดลใจให้ลูกสาวของฉันกลับมาอยู่บ้านด้วยเถิด”

ส่วนติ๋มนั้นได้เพียงตั้งจิตภาวนาในใจถึงเจ้าแม่ปลวกทอง โดยไม่สนคำของเพื่อนเก่า ‘ฉันชื่อติ๋ม อยากขอคู่ให้กับลูกชายคนโตชื่อต่อลาภ และผู้หญิงที่อยากได้เป็นสะใภ้คือลูกสาวของพุดซ้อนที่นั่งอยู่ข้างกัน ขอให้ลูกชายของฉันกลับมาอยู่ใกล้หูใกล้ตาด้วยเถิด’

สตรีวัยกลางคนสองคนหยิบแผ่นทองคำเปลวปิดลงไปตรงพื้นดินใกล้ฐานจอมปลวกซึ่งมีหลายคนปิดไว้ก่อนแล้ว

ติ๋มกับพุดซ้อนเดินออกมาให้ห่างจากเจ้าแม่ปลวกทองแล้วแยกย้ายไปยังรถยนต์ของใครของมัน ทั้งสองแลกเบอร์โทรศัพท์มือถือเพื่อใช้ในการติดต่อกัน ความเป็นเพื่อนหวนกลับคืนมาอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนานหลายสิบปี พวกหล่อนไม่ได้หวังพึ่งเจ้าแม่เพียงอย่างเดียว ในเมื่อคิดจะหวังเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้ว ผู้เป็นแม่ต้องร่วมมือกันอีกด้วย เพื่อให้ลูกชายและลูกสาวของแต่ละฝ่ายเข้าพิธีแต่งงานด้วยกัน แล้วสิ่งที่ต่างคนหวังไว้ให้ลูกกลับมาอยู่ใกล้พ่อแม่นั้น น่าจะสัมฤทธิ์ผลเช่นกัน

ถ้าหูของมนุษย์มีประสาทสัมผัสของการได้ยินละเอียดยิ่งขึ้น ขณะมารดาทั้งสองคนขอคู่ครองให้แก่ลูกในอุทรคงได้ยินเสียงตอบกลับมาจากเจ้าแม่ปลวกทองว่า…แล้วพวกเจ้าจะได้สมความปรารถนา นอกจากนั้นถ้าตาของมนุษย์มีประสาทรับภาพที่เห็นแสงสีนอกเหนือจากปกติ อาจเห็นแสงสีทองเปล่งรัศมีแผ่ปกคลุมจอมปลวกซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนให้ความศรัทธาอีกด้วย

เมื่อติ๋มเดินมาถึงรถกระบะรุ่นเก่าที่เครื่องยนต์ยังใช้งานได้ดี เอ่ยถามผู้เป็นสามี “พี่ลือมาถึงนานหรือยัง พอดีฉันเจอพุดซ้อนทางด้านโน้น ยืนคุยกันนานไปหน่อย”

“พี่เพิ่งมาถึง เดินดูข้าวของตามร้านจนเพลิน กลัวเอ็งรอนานก็เลยรีบกลับมา” บุญลือยืนถือถุงไก่ย่างอยู่ข้างประตูคนขับตอบออกมา

 

“ฉันมีวิธีที่จะให้ต่อกลับมาอยู่ใกล้ๆ พวกเราแล้วนะพี่” หล่อนบอกสามีพร้อมทั้งยิ้มให้กับความคิดที่จะทำให้ลูกชายกลับมาอยู่บ้านเกิด

“พี่ไม่สนใจมันหรอก พี่จะยกทุกอย่างให้ตังค์ ส่วนมันจะเป็นยังไงก็ช่าง ในเมื่อไม่ฟังคำของพ่อมันเลย”

ติ๋มรู้ว่าบุญลือยังไม่หายโกรธเคืองลูกชายคนโตซึ่งหายหน้าไปเกือบสองปี แต่ยังบอกความคิดที่ยอมเกี่ยวดองกับครอบครัวของเพื่อนเก่าที่เพิ่งได้เจอกัน “คืออย่างนี้นะจ๊ะ ฉันจะให้ต่อแต่งงานกับลูกสาวของพุดซ้อน ต่อจะได้มาอยู่ใกล้ๆ พวกเรา พอแต่งแล้วต่อคงไปอยู่บ้านฝ่ายเจ้าสาว ถึงแม้จะอยู่คนละอำเภอ ยังดีกว่าอยู่ไกลถึงกรุงเทพ ไปมาหาสู่กันได้ง่ายหน่อย” หล่อนไม่ได้เผยความคิดนี้แก่พุดซ้อน ซึ่งอีกฝ่ายคิดคล้ายกันที่อยากให้ลูกของตนกลับมาอยู่บ้านเกิดและสานต่อกิจการของครอบครัว

“พี่หวังว่าไอ้ต่อจะมาเป็นเขยบ้านนั้น ก่อนที่มันจะถูกหลอกแล้วเสียความบริสุทธิ์ สมน้ำหน้ามัน อยากเข้ากรุงเทพมากนัก ไม่เชื่อฟังพี่” ทั้งที่ผ่านมาเกือบสองปี บุญลือยังน้อยใจลูกชายคนโตที่ทิ้งงานการของครอบครัวไปอย่างไม่เหลียวแล

ติ๋มไม่ได้เล่าถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไปขอคู่ให้ลูกชาย ก่อนจะขึ้นไปนั่งในรถกระบะข้างเบาะคนขับ หล่อนมองไปทางเจ้าแม่ปลวกทองแล้วนึกว่าตัวเองตาฝาด มองเห็นรัศมีแสงทองอร่ามแผ่ขยายวงกว้างตรงที่ตั้งของจอมปลวก



Don`t copy text!