วิวาห์ถอดรูป บทที่ 3 : เจ้าแม่มาโปรด

วิวาห์ถอดรูป บทที่ 3 : เจ้าแม่มาโปรด

โดย : กุลวีร์

วิวาห์ถอดรูป โดย กุลวีร์ นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อแม่ๆ หวังให้ลูกของพวกเธอได้มีคู่ครองที่ดี จึงพากันไปขอพรจาก ‘เจ้าแม่ปลวกทอง’ ความมหัศจรรย์จึงบังเกิดกับต่อลาภและเพาพะงา แต่ทั้งคู่ต้องพบเจอกับเรื่องอะไร และแม่ๆ จะสมหวังไหม ต้องติดตามกันเอง

หญิงสาวสองคนนั่งตรงข้ามกันบนโซฟาสีน้ำตาลในห้องพักของอาคารสูงหกชั้นแถวพญาไท เจ้าของห้องเป็นสาววัยสามสิบสามนั่งอ่านหนังสือนิยายในมือ สายตามองตามตัวอักษร ในขณะที่หูต้องรับฟังผู้หญิงอีกคนซึ่งเป็นรุ่นน้องในที่ทำงานอายุยี่สิบแปดปีพูดพร่ำรำพัน ระบายสิ่งอัดอั้นตันใจ

กระดาษทิชชูสองแผ่นถูกดึงออกจากกล่องบนโต๊ะตัวเตี้ย เพื่อเอาไปซับน้ำมูกน้ำตาที่แสร้งว่าจะไหลออกมา จากท่าทางโศกเศร้าอย่างมากมายของผู้มาเยือน แค่ทำตัวให้ดูน่าสงสาร ทั้งที่ไม่มีน้ำตาสักกะหยดเดียว ยามบอกเล่าเรื่องราวแสนเจ็บใจ

“พี่จีน่าเชื่อไหมค่ะ แฟนของเพาคนล่าสุดที่เพิ่งเลิกไป เพราะเพาจับได้ว่าอีกฝ่ายมีเมียมีลูกอยู่แล้ว เพาเกือบจะไปเป็นเมียน้อยของเขา” คนที่ขับรถมาหาเจ้าของห้องขอปรับทุกข์ เล่าเรื่องที่รู้ความจริงของแฟนหนุ่มจนตาสว่างสักทีเมื่อวันก่อน

หญิงสาวผมม้าใบหน้ากลม ร่างสมส่วน พยักหน้ารับ แต่ตายังจ้องมองหนังสือในมือ รับฟังรุ่นน้องเอ่ยต่อไป

“เพาเพิ่งรู้นะคะ ว่าผู้ชายที่มาขอคบกับเพา เพราะแค่หวังจะฟันแล้วทิ้งหมดทุกคนเลย โชคดีที่เพาไม่ยอมให้เขาง่ายๆ พี่จีน่าคะ ผู้ชายหน้าตาดีๆ ทำไมต้องเข้ามาหลอกเพาด้วย จะมีผู้ชายคนไหนที่ไว้ใจได้บ้างไหมคะ ไม่หวังแค่อยากขึ้นเตียงนอนกับเพา” เพาพะงาขยำทิชชูในมือแล้วปาลงในถังขยะข้างโซฟาพร้อมกับจ้องมองจีรณาเพื่อขอคำตอบ

เมื่อคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ รู้สึกถึงสายตาจากหญิงสาวร่างสูงโปร่งระหง ใบหน้ารูปหัวใจ คางเรียวสวย คิ้วโก่งบาง ตาสองชั้นเล็กยาวรีมีเสน่ห์ จมูกและปากเข้ากันอย่างเหมาะเจาะ ไม่ต้องเพ่งพิศก็รู้ว่าเป็นคนงาม เส้นผมดำยาวถึงกลางหลังถูกมัดแล้วมวยไว้บนศีรษะ เผยให้เห็นต้นคอ สวมเสื้อยืดคอกลมพอดีตัวกับกางเกงผ้าฝ้ายขายาว จีรณาต้องกลายเป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่รุ่นน้อง ปิดหนังสือแล้วพูดขึ้น “เพราะน้องเพาสวย ใครเห็นแล้วก็อยากได้เป็นธรรมดา”

“แต่ผู้ชายสมัยนี้ ไม่มีใครจริงใจเลยนะคะ ตั้งแต่เพาทำงานจะหกปี คบผู้ชายมาสี่คน มีแต่คนหวังจะแอ๋มเพาทั้งนั้น ทำไมคะ ไม่เรียนรู้หรือศึกษากันไปก่อน หลังแต่งงานเรื่องนั้นค่อยว่ากัน ที่เพาไม่ยอมเพราะกลัวจะเสียตัวฟรี แล้วมันก็จริง ดีนะที่ไม่ยอมง่ายๆ ยิ่งแฟนคนที่สอง ที่เพาแอบอ่านข้อความที่คุยกับเพื่อนของมัน จึงรู้ว่าเป็นนักล่าแต้มสาว โชคดีนะคะที่รู้ตัวก่อน” เพาพะงาเล่าเรื่องเก่าที่ยังเจ็บใจไม่หายให้จีรณาฟังอีกครั้ง

“น้องเพาเลิกคิดเถอะค่ะ อาจเป็นผลบุญที่ทำให้รอดพ้นมาได้ แต่รู้ได้ไงว่าแฟนคนนั้นมีลูกมีเมียอยู่แล้ว” จีรณาพูดถึงแฟนคนล่าสุดที่หล่อนเพิ่งเลิกราไป

“เพาแอบแฮ็กเข้าโน้ตบุ๊คของเขา เจอทั้งรูปแต่งงาน รูปลูก รูปเมีย ยังมีคลิปวิดีโออีก เพาเลยเอามาให้เขาดู เขายอมรับและบอกตรงๆ แค่อยากมีอะไรกับเพาเพราะเป็นผู้หญิงสวย อย่างนี้มันหวังหลอกฟันแล้วทิ้งกันชัดๆ” เพาพะงาเล่าไปก็ยังสะเทือนใจไม่หายกับฝ่ายชายที่ลงทุนเอาอกเอาใจจนคบกันได้เกือบเจ็ดเดือน หล่อนดึงกระดาษทิชชูมาซับที่ดวงตา ขยำไว้ในมือ เอ่ยต่อเมื่อทำใจได้เป็นปกติ “เพาเห็นเป็นผู้ชายหน้าตาดี การศึกษาดี แต่ทำไม คิดอะไรได้อุบาทว์จริงๆ บางทีเพาคิดนะคะว่าความสวยที่มีจะหาความจริงใจจากใครเจอบ้างไหม ไม่ใช่เห็นว่าเราสวยก็หวังแค่เรื่องบนเตียงก่อน อย่างอื่นค่อยตามมา คิดแล้วเจ็บใจ อุตส่าห์คิดว่าผู้ชายหน้าตาดีๆ จะเหมาะกับเพา แต่เปล่าเลย”

“พี่ว่าอย่ามองคนแต่รูปลักษณ์ คนสวยอย่างน้องเพา อีกไม่นานคงมีคนมาจีบ ลองเปิดโอกาสให้คนหน้าตาธรรมดา ไม่หล่อมาก แต่ก็ไม่ถึงกับแย่ อาจจะเจอความจริงใจก็ได้” จีรณาพูดแทรกขึ้นมา เมื่อหล่อนหยิบแก้วน้ำเปล่าขึ้นมาดื่ม คงพูดมากไปจนคอแห้ง

“เพายังเข็ดที่จะคบใครอยู่เลยค่ะ กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย กลัวคนที่เข้ามารู้จักเพา หวังแค่เรื่องอย่างว่า ความบริสุทธิ์ของผู้หญิงมีค่ามากนะคะ ถ้าคนที่จะได้ไป คนคนนั้นต้องรักเราจริงและรอได้ ไม่ใช่ชวนขึ้นเตียงกันก่อนแต่งงาน แบบนี้เพาไม่ชอบ ถ้าอยากมาก โน้นไงค่ะ สาวๆ สวยๆ กว่าเพามีให้ซื้อกินเยอะแยะ” หล่อนดึงทิชชูมาอีกหลายแผ่น ขยำไปมาอยู่ในมือเป็นเครื่องระบายอารมณ์

“น้องเพาใจเย็นๆ นะคะ พี่ว่าเลิกคุยเรื่องนี้ แล้วมาคุยเรื่องเฮฮาดีกว่า เรื่องนั้นคิดแล้วทุกข์ใจเปล่าๆ ผ่านมาได้แล้วก็ปล่อยผ่านไป แต่ทิชชูในกล่องคงใกล้หมดแล้ว พี่เห็นน้องเพาเล่าไปก็ดึงไป”

หล่อนไม่สนใจเรื่องที่พี่จีน่าเหน็บแนมเพื่อให้ขำขัน แต่หยุดมือที่จะดึงทิชชูมากำไว้ “บางทีเพาไม่อยากเป็นคนสวย แต่อย่าดีกว่าค่ะ กว่าเพาจะสวยได้ขนาดนี้ ดูแลตัวเองไม่ใช่น้อย แต่ทุกอย่างที่เพามี ธรรมชาติล้วนๆ แม่ให้มาทั้งนั้น เพาภูมิใจมากค่ะ”

“เห็นไหมคะ น้องเพาโชคดีแค่ไหนที่ไม่ต้องไปทำศัลยกรรมให้เปลืองเงินเปลืองทอง พี่สิค่ะ อยากจะเสริมดั้ง เหลาคาง ทำตาสองชั้น จะได้มีสามีสักที แต่ไม่อยากเสียเงิน ต้องทนอยู่เป็นโสดมาจนทุกวันนี้” จีรณาพูดแล้วหัวเราะปิดท้าย

“ถ้าเพาเป็นคนไม่สวย ไม่รู้จะมีผู้ชายหล่อๆ มาตามจีบ แล้วหวังเรื่องบนเตียงอีกหรือเปล่า”

“พี่ตอบไม่ได้หรอก แต่มีผู้ชายบางประเภท แค่เห็นเป็นผู้หญิงมันก็ฟันไม่เลือกหรอกค่ะ”

“ใกล้เที่ยงแล้ว เพาว่าเราสองคนสั่งอาหารมากินในห้องดีกว่า เพาไม่อยากออกไปไหน” เมื่อระบายเรื่องในใจหมดสิ้น ความหิวจึงเรียกร้องกับหล่อนเป็นเสียงจากท้องที่คนนั่งตรงข้ามคงได้ยิน เพราะตั้งแต่เช้าที่ตื่นรู้สึกตัว รีบอาบน้ำใส่เสื้อผ้าขับรถมุ่งมาที่นี่ทันทีจนลืมทานสิ่งใด นอกจากน้ำเปล่าที่เจ้าของห้องนำมาให้

ตั้งแต่เริ่มทำงานก็มีจีรณาหรือพี่จีน่าที่เรียกจนติดปาก ซึ่งเป็นรุ่นพี่ในบริษัทซึ่งเข้ากันได้ดีในทุกเรื่อง พูดคุยถูกคอ มีความชอบคล้ายๆ กัน ทั้งสองสาวจึงสนิทสนมกันคล้ายพี่น้องคลานตามกันมาเลยทีเดียว หากต่างฝ่ายมีเรื่องทุกข์ใจ จะมาระบายหรือขอคำปรึกษาซึ่งกันและกัน คอยช่วยเหลือกันเสมอไม่ว่าเรื่องใดๆ วันนี้เพาพะงามีเรื่องเจ็บใจชวนโมโหที่เกือบได้เป็นเมียน้อยเพราะความเชื่อใจจากฝ่ายชายซึ่งทำตัวดีมาตลอด แต่รอดมาได้ด้วยความสามารถทางเทคโนโลยีที่ลักลอบเข้าไปแอบดูข้อมูลในโน้ตบุ๊คของชายหนุ่มจนทราบความจริง

จีรณาสั่งอาหารทางแอปพลิเคชันผ่านโทรศัพท์มือถือ ความสะดวกสบายในสมัยปัจจุบัน ไม่ต้องไปยังร้านค้าก็ได้อาหารมาทานเช่นกัน โดยมีพนักงานขับรถมาส่งอาหารให้ถึงที่พักอาศัย

“ตอนนี้เพาขอปิดหัวใจชั่วคราว ไม่เปิดรับใครง่ายๆ อีกแล้วค่ะ ถ้าผู้ชายคนต่อไปที่จะเข้ามาในชีวิต อย่าพบเจอเหมือนสี่คนที่ผ่านมาเลย ขอคนที่ไม่เห็นความงามของเพาแล้วหวังแอ๋มอย่างเดียว ขอคนที่ไว้ใจและเชื่อใจได้ก็พอ สาธุ” เพาพะงายกมือขึ้นไหว้เหนือศีรษะหันหน้าไปทางเจ้าของห้อง

“พี่ไม่ใช่นางฟ้า ไม่ต้องมาขอพรจากพี่” จีรณาเอ่ยขึ้น หลังจากสั่งอาหารเสร็จสิ้น

“ไม่ใช่ค่ะ หิ้งพระในห้องนี้อยู่ทางพี่จีน่าพอดี เพาเลยไหว้ไปทางนั้น” หล่อนบอกออกไปตรงๆ แล้วหลุดขำออกมา ความโศกเศร้าคลายลงไปได้มาก ยามมีคนคอยรับฟังเรื่องที่อัดแน่นอยู่ภายใน

เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เสียงโทรศัพท์มือถือของจีรณาดังขึ้น พนักงานส่งอาหารโทร.เข้ามาแจ้งว่าอยู่ด้านหน้าที่พัก “พี่จะลงไปรับอาหาร” จีรณาหันหน้ามาเอ่ยกับหล่อนหลังจากวางสาย

“เพาขอลงไปด้วยคน เดินยืดเส้นยืดสาย นั่งพูดมานาน เมื่อยไปหมดทั้งตัว”

จีรณาหยิบมือถือและกระเป๋าสตางค์พกติดตัวออกจากห้อง หล่อนปิดประตูแล้วเดินตามหลังไป

สองสาวลงมาถึงชั้นล่างสุดของอาคาร มองเห็นพนักงานส่งอาหารสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีน้ำเงินเข้มนั่งรอบนรถมอเตอร์ไซค์อยู่หน้าประตูทางเข้า หล่อนปล่อยให้พี่จีน่าเดินไปรับอาหารเพียงผู้เดียว แล้วยืนมองผ่านกระจกใสอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

เพาพะงาบอกตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมต้องให้ความสนใจบุรุษส่งอาหารผู้นั้น ยืนพิจารณาบุคคลดังกล่าวที่ยืนขึ้นเมื่อรู้ว่าพี่จีน่าคือลูกค้าสั่งอาหาร รูปร่างชายหนุ่มคงสูงยาวเข่าดี หากอยากมองให้ลึกเข้าไปในเสื้อผ้าที่สวมใส่ คงจะมีหุ่นพอๆ กับนายแบบ สายตาสอดส่ายดูท่าทางของชายผู้นั้นจนเผลอไปมองดวงหน้าซึ่งซ่อนไว้ในหมวกกันน็อก คงมีความหล่อเหลาเท่ากับพระเอกละครในจอทีวี หล่อนเพ้อฝันอยู่ในภวังค์ที่ตนสร้างขึ้น

“กลับขึ้นห้องกันเถอะ” เสียงเรียกของจีรณาซึ่งเข้ามาด้านในอาคารปลุกให้หล่อนรู้สึกตัว แล้วมองไปยังชายหนุ่มส่งอาหารกำลังขี่รถแล่นออกไป เพาพะงาสะบัดหน้าไปมาเพื่อเรียกสติให้กลับคืน

“น้องเพาเป็นอะไรหรือเปล่า” จีรณาถามถึงท่าทางแปลกๆ ของหล่อน

“เหมือนแมลงตอมหัว เพาเลยสะบัดให้มันออกไป” เพาพะงาหาข้ออ้าง ยังไม่กล้าบอกความจริงคือแอบเพ้อฝันถึงคนส่งอาหาร

“น้องเพาไม่ออกไปรับของพร้อมพี่ ผู้ชายคนนั้นหน้าตาดี๊ดี เห็นหน้าใกล้ๆ พี่แทบยืนไม่อยู่ ผู้ชายอะไรนึกว่าเทพบุตร หน้าตาหล๊อหล่อ ยิ่งตอนยิ้มนะ ใจของพี่หวั่นไหวเลยเมื่อรับอาหารจากมือเขา”

หล่อนอยากบอกพี่จีน่าเหมือนกันว่าขนาดยืนมองอยู่ตรงนี้ ยามเห็นใบหน้าในหมวกกันน็อกยังตราตรึงจนถึงบัดนี้ ทั้งที่เพิ่งประกาศว่าช่วงนี้จะไม่สนใจผู้ใด แต่ปากพลั้งถามออกไปเพราะใจอยากรู้จักชายผู้นั้น “พี่จีน่ามีชื่อของเขาไม่ใช่หรือคะ ในแอปที่สั่งอาหาร ทางร้านจะบอกชื่อผู้ส่งมาให้ เขาชื่ออะไร”

“พี่ฝากน้องเพาถือถุงอาหาร พี่ขอดูก่อน” จีรณาเออออไปตามหล่อน ยื่นถุงอาหารในมือให้ แล้วหยิบมือถือในกระเป๋ากางเกงเพื่อดูสิ่งที่หล่อนเอ่ยถึง

“นี่ไง ชื่อผู้ชายคนนั้น” จีน่าพูดพลางยื่นหน้าจอโทรศัพท์เข้าใกล้หล่อน “แต่น้องเพาจะรู้ไปทำไม เมื่อกี้ยังบอกจะไม่เปิดรับใครเข้ามาในหัวใจ” คนพูดดึงมือเข้าหาตัวเอง ก่อนหล่อนจะได้เห็นชื่อชายหนุ่ม

“พี่จีน่าคะ แค่รู้ชื่อของเขา ไม่ใช่จะคบกันได้สักหน่อย เพาไม่ได้อยู่แถวนี้เหมือนพี่จีน่าที่จะได้เจอเขาบ่อยๆ แค่ดูชื่อเขาไว้ บางทีอาจเป็นดาราก็ได้ เห็นไกลๆ คล้ายดาราสักคนแต่นึกชื่อไม่ออก” หล่อนกล่าวอย่างสมเหตุสมผลเพื่อให้พี่จีน่ายอมให้เห็นชื่อคนส่งอาหาร ทั้งที่ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน จะอยากรู้จักเขาไปทำไม

“นายต่อลาภ ศรีเอี่ยม” หล่อนเผลอเอ่ยออกมาตามตัวอักษรที่ได้แลเห็น และชื่อสกุลของหนุ่มผู้นี้ยังจำได้ขึ้นใจ เพาพะงาคิดกระทำบางอย่างในโทรศัพท์มือถือของตน

เมื่อสองสาวกลับเข้ามาในห้องพัก เพาพะงาปล่อยให้จีรณาเตรียมจานชามช้อนส้อม ส่วนหล่อนนั้นรีบคว้ามือถือที่วางไว้ข้างกล่องทิชชูบนโต๊ะขึ้นมาเข้ากูเกิลพิมพ์ชื่อสกุลของชายหนุ่มที่จำได้ดีลงไป หล่อนพบเฟซบุ๊กของเขาซึ่งตั้งรูปโปรไฟล์เป็นภาพสมัยเด็กนักเรียน แค่ตอนเป็นเด็กหน้าตายังดีขนาดนี้ โตขึ้นมาจะหล่อขนาดไหน หล่อนเพ้อถึงใบหน้าของชายหนุ่มในหมวกกันน็อกอีกครั้ง

สิ่งใดหนอมาดลใจให้เพาพะงาหลงใหลชายผู้นั้นมากมายขนาดนี้

 

ยวดยานบนท้องถนนยังวิ่งกันเนืองแน่นในช่วงเวลาสองทุ่มของวันอาทิตย์ หากดีกว่าวันทำงานที่ถนนเกือบทุกสายในกรุงเทพฯ จะแออัดไปด้วยรถราจนติดขัด หญิงสาวขับรถมุ่งสู่คอนโดมิเนียมแถวปิ่นเกล้า แม้รถยนต์จะติดตามแยกไฟจราจรยังถือว่าสามารถแล่นไปตามทางได้เรื่อยๆ เพาพะงาเบาใจยิ่งขึ้นที่ได้ไปพูดคุยกับพี่ร่วมงานจนล่วงเลยเวลามามาก รู้ตัวอีกทีเข้าสู่ช่วงกลางคืนเสียแล้ว หล่อนขอตัวกลับที่พักของตนเอง พรุ่งนี้ค่อยเจอกันในบริษัท

เส้นทางแสนคุ้นเคย เพราะขับรถผ่านแทบทุกวัน เมื่อกลับจากที่ทำงานจะใช้ถนนสายนี้เป็นหลัก แต่วันนี้มีบางอย่างแปลกไป เมื่อขับรถผ่านพ้นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ได้เพียงสิบกิโลเมตร สิ่งที่เรียกความสนใจและแปลกตากว่าทุกครั้งคือบริเวณข้างทางด้านซ้ายมือที่กำลังจะเข้าใกล้ มีแสงไฟสีเหลืองเหมือนกำลังจัดแสดงมโหรสพ หล่อนหันหน้ามองยามขับผ่าน อยู่ดีๆ รถยนต์กระตุกสามครั้ง จำเป็นต้องเบี่ยงหน้ารถเข้าจอดข้างทางพอดีกับช่วงที่เครื่องยนต์ดับสนิท

เพาพะงาออกไปยืนด้านนอกรถยนต์มองไปทางบริเวณแสงไฟสีเหลือง จ้องดูดีๆ คล้ายสีทองเหลืองอร่ามปกคลุมที่แห่งนั้น หล่อนต้องการขอความช่วยเหลือแต่ไม่เห็นใครเลย นอกจากกระโจมหนึ่งหลังขนาดพอจุคนเกือบสิบคน ด้านข้างล้อมรอบด้วยผ้ายางซึ่งปกปิดอย่างมิดชิดทำให้มองไม่เห็นภายใน คาดว่าคงเป็นกองถ่ายละคร หญิงสาวเข้าไปนั่งในรถลองติดเครื่องยนต์อีกครั้ง ก็ยังเงียบสนิทเหมือนเดิม พอออกมายืนข้างทาง เท้าสะเอวดูบนท้องถนน รู้สึกประหลาดใจมากขึ้น ยามนี้ไม่มียานพานะขับผ่าน แม้แต่คนก็ไม่เห็นผ่านไปมาเลยสักคนเดียว เพาพะงามองนาฬิกาข้อมือยังไม่สามทุ่ม ถนนเส้นนี้ไม่น่าจะเงียบเชียบขนาดนี้ได้ หรืออาจมีด่านกั้นหลังจากหล่อนขับรถผ่านมาแล้ว

หนทางสุดท้าย หญิงสาวตัดสินใจเข้าไปขอความช่วยเหลือจากคนในกระโจม แม้อาจจะเป็นการรบกวนหรือเสียมารยาทที่ล่วงล้ำเข้าไป คนกำลังเดือนร้อนยังไม่รู้สึกผิดมากนักเพราะไม่มีใครให้ขออนุญาตและไม่ได้เขียนว่าห้ามเข้า หญิงสาวคิดไว้ว่าน่าจะมีคนหลายคนอยู่ในนั้น แต่พอแหวกผ้ายางแล้วนำตัวเองเข้าไป เห็นบุคคลเพียงผู้เดียวยืนอยู่หลังโต๊ะ นอกนั้นเป็นที่ว่างโล่ง และยังมีแสงสีเหลืองทองส่องสว่างไม่แพ้กับด้านนอก ภายในกระโจมมีเพียงเท่านี้จริงๆ

เพาพะงาเดินเข้าไปใกล้ ผู้หญิงผมยาวปล่อยสยายเกือบถึงเอว ใส่เสื้อคลุมยาวระพื้น รูปร่างอวบอ้วน หากแสงไฟทำให้มองเห็นทุกสิ่งในกระโจมดูเหลืองๆ ทองๆ แม้แต่คนที่ยืนหันหลังให้หล่อนคล้ายมีรัศมีแสงสีทองเปล่งประกายออกมาจากรอบกาย

หล่อนยืนอยู่ไม่ห่างจากคนในกระโจมเพียงแค่โต๊ะกั้นไว้ แล้วเข้าเรื่องของตนทันที “ขอโทษนะคะ ดิฉันขอรบกวนทีมงานช่วยไปดูรถยนต์ของดิฉันหน่อยได้ไหมคะ”

เพาพะงายังเข้าใจว่า ต้องมีกล้องซ่อนไว้อยู่ตรงมุมใดมุมหนึ่งของกระโจม ทีมงานที่นอกเหนือจากผู้หญิงตรงหน้า คงซุ่มดูอยู่ใกล้ๆ นี่คงเป็นการถ่ายทำรายการไม่ใช่กองถ่ายละครอย่างที่คิดไว้แต่แรก คนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามยังยืนนิ่ง ไม่ตอบสนองต่อคำขอจากหล่อน หรืออีกฝ่ายเป็นเพียงหุ่น คิดได้เช่นนั้นจึงเอื้อมมือไปจับให้รู้ว่าใช่คนจริงๆ หรือเปล่า แต่มือข้างนั้นต้องหยุดชะงัก เมื่อหญิงสาวซึ่งยังยืนหันหลังเอ่ยออกมาโดยไม่หันมามองหน้าหล่อน “ข้าคือเจ้าแม่ปลวกทอง รอพบกับเจ้า”

หล่อนรับรู้ว่าอีกฝ่ายคือผู้ใด โดยไม่ต้องถามและตอกย้ำความคิดของตนว่าเป็นการถ่ายรายการประเภทหยอกเอิญอย่างแน่นอน จึงขอเล่นไปตามน้ำ พอถ่ายเสร็จสิ้น คงได้รับความช่วยเหลือจากทีมงานเป็นการตอบแทนสำหรับการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าแม่เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง “ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังทุกข์ใจกับความงามที่ติดตัวเจ้ามาตั้งแต่เกิด ข้ามีทางออกเพื่อให้เจ้าเปลี่ยนเป็นอีกคน เจ้าสนใจไหม”

เพาพะงาฉงนกับสิ่งที่ได้ยิน เจ้าแม่คนนี้ช่างแม่นยำเสียจริงกับเรื่องที่กลุ้มใจ แต่การเปลี่ยนเป็นอีกคนคงไม่ใช่ปลอมตัวหรือเจ้าแม่จะเสกหล่อนให้กลายเป็นคนขี้เหร่ ถ้าเป็นอย่างหลังหล่อนขอเป็นคนสวยอย่างนี้จะดีกว่า แต่เมื่อมีคนเสนอมาก็ต้องสนอง เพื่อให้การถ่ายทำไม่สะดุดจึงเห็นดีด้วย “สนใจค่ะ”

หลังจากหญิงสาวตอบรับ คนที่ยืนหันหลังให้หมุนตัวมาเผชิญหน้ากันทันที หล่อนเห็นห่อผ้าสีทองอในมือเจ้าแม่ พอมองหน้าฝ่ายตรงข้ามเหมือนมีใครนำไฟสปอร์ตไลต์ส่องเข้าดวงตา หล่อนหลุบตาลงต่ำมองได้เพียงห่อผ้าบนโต๊ะที่อีกฝ่ายนำมาวางไว้ แต่พยายามเงยหน้าขึ้นอยู่หลายครั้ง ทุกครั้งยังมีแสงจ้าเข้าสู่สายตาทำให้มองไม่เห็นใบหน้าของเจ้าแม่

ทำไมในกระโจมนี้มีแต่เรื่องแปลกๆ หญิงสาวตั้งคำถามในใจ

เจ้าแม่ใช้มือแกะห่อผ้าสีทอง “นี่คือรูปทรามและใบคาถา ข้าให้เจ้า”

เพาพะงาก้มตัวลง เพ่งพิศสิ่งของสองอย่างในห่อผ้าแบบระยะประชิด  อย่างหนึ่งลักษณะคล้ายหัวคนขนาดเท่าลูกปิงปอง เป็นใบหน้าของผู้หญิงผมสั้นแค่ติ่งหู  ผิวหน้าน้ำตาลเกือบดำ ดวงตากลมโต แก้มป่อง หน้าผากเถิก จมูกและปากเล็ก คล้ายคนทำปากจู๋ตลอดเวลา ดูดีๆ เหมือนอะไรสักอย่างแต่ยังนึกไม่ออก และอีกอย่างเป็นแผ่นกระดาษมีตัวอักษรปรากฏคงเป็นคาถาอย่างที่เจ้าแม่กล่าวไว้

“เจ้าจะได้เปลี่ยนเป็นอีกคน เมื่อได้สวมรูปทราม โดยใช้สองมือหยิบมันมาวางไว้บนศีรษะ ตอนที่เจ้าอยู่ในรูปทรามนั้น ถ้าอยากให้ใครเห็นตัวจริงของเจ้าให้ท่องคาถาในใบนั้น แต่เจ้าจงจำไว้จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่คาถาใช้ไม่ได้ผล”

“คล้ายสังข์ทองสวมรูปเงาะใช่ไหมคะ ถ้ามีรองเท้าเหาะได้ด้วยยิ่งดี ดิฉันจะได้ใส่เหาะไปทำงานเพื่อหนีรถติด” หล่อนพยายามพูดให้อีกฝ่ายขำขัน มันจะเป็นความจริงได้อย่างไรกับการนำรูปทรามมาสวมแล้วหน้าตาจะเปลี่ยนเป็นอีกคน คงมีแต่ในวรรณคดีไทยที่เคยร่ำเรียนมาเท่านั้น พอแหงนมองหน้าเจ้าแม่ ไฟยังส่องเข้าตาไม่เปลี่ยนแปลง

หล่อนคิดว่าอาจเป็นรายการที่ชอบอำคน ถึงแม้ทีมงานจะมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดี แต่จัดไฟได้แย่มาก

“ก่อนเจ้าจะรับของไป จำคำของข้าไว้ พรุ่งนี้เช้าตื่นขึ้นมา ผู้ชายคนแรกที่เจ้าได้เจอนั้นจะเป็นคนที่มอบความจริงใจให้แก่เจ้า ถ้าอยากพบกับเขาอีกครั้งให้สวมรูปทรามนี้แล้วเขาจะมาหาเจ้าเอง” เจ้าแม่มัดมุมผ้าทั้งสี่มุมไว้ด้วยกัน ยื่นห่อผ้าที่มีรูปทรามและใบคาถาอยู่ด้านในให้แก่หล่อน

เพาพะงาจำเป็นต้องรับห่อผ้าสีทองมาถือไว้กับตัว “ขอให้ทีมงานออกไปดูรถของดิฉันสักครู่ได้ไหมคะ” หล่อนบอกเจตจำนงค์ที่เข้ามาในกระโจมอีกครั้ง เพราะคิดว่าการถ่ายทำคงสิ้นสุดแค่นี้

“เจ้ามีอะไรจะถามข้าอีกไหม แต่จงจำไว้จะมีเพียงคนเดียวที่คาถาเห็นรูปจริงใช้ไม่ได้ผล” หากอีกฝ่ายยังไม่หยุดการแสดงเป็นเจ้าแม่และเน้นย้ำกับหล่อน

หญิงสาวส่ายหน้าตอบกลับไป ไม่มีสิ่งใดให้สงสัย นอกจากอยากรู้ว่า เมื่อไหร่รถยนต์ของตนจะสตาร์ทติดเสียที

“เจ้าออกจากที่นี่ไปแล้ว ปัญหาของเจ้าจะได้รับการแก้ไข” คนตรงข้ามเหมือนจะล่วงรู้ความคิดของหล่อน

เพาพะงาได้ยินดังนั้น ก้าวขาออกมาจากกระโจมโดยดี เดินไปยังรถยนต์ที่จอดไว้ข้างทาง บัดนี้บนท้องถนนมีรถวิ่งผ่านอย่างจอแจ บรรยายของถนนสายนี้กลับมาสู่ภาวะปกติ หล่อนยกแขนขึ้นดูเวลา เข็มสั้นและเข็มยาวบนหน้าปัดนาฬิกายังอยู่ในตำแหน่งเดิมก่อนที่จะเข้าไปในกระโจม หญิงสาวเข้าไปนั่งในรถ คิดเพียงว่านาฬิกาข้อมือคงพังอย่างแน่นอน หล่อนวางห้อผ้าสีทองไว้บนเบาะข้างคนขับ แล้วเอี้ยวตัวมองไปทางกระโจมที่มีไฟสีเหลือง หวังว่าจะมีคนเดินออกมาช่วยแก้ไขให้เครื่องยนต์ทำงานได้ดังเดิม แต่ไร้วี่แววของบุคคลอื่น

“อุตส่าห์ให้ความร่วมมือ แสดงเป็นคนเข้าไปหาเจ้าแม่ อย่าให้รู้นะว่ารายการอะไร ฉันจะแฉว่าทีมงานแล้งน้ำใจเหลือเกิน”

เพาพะงาบ่นด้วยความหงุดหงิด ลองสตาร์ทรถยนต์ คราวนี้เครื่องยนต์ทำงานเหมือนไม่เคยดับมาก่อน หล่อนขับรถออกมาจากที่ตรงนั้น

หากหญิงสาวหันกลับไปมองหรือเหลือบตาดูกระจกมองหลังของรถยนต์สักนิด จะเห็นว่าพื้นที่ที่เคยมีกระโจมและแสงไฟสีเหลืองทองหายวับไป กลับกลายเป็นบริเวณข้างทางปกคลุมไปด้วยความมืดมิด และยังมีเสียงคนในกระโจมที่หล่อนไม่มีวันได้ยิน ‘เพราะเจ้าคือลูกสาวพุดซ้อน ข้าจึงมาพบเจ้า’

เมื่อหล่อนถึงคอนโด ห่อผ้าสีทองนั้นยังถูกวางไว้ในรถยนต์ เพาะพะงาไม่ได้นำมันขึ้นห้องไปด้วย เพราะยังเชื่อว่าเป็นเพียงการแสดงจัดฉากและสร้างเรื่องราวขึ้นมาเอง

เมื่อไหร่…หญิงสาวจะได้รู้ว่าสิ่งที่เจ้าแม่ปลวกทองมอบให้นั้นคือเรื่องจริงที่สามารถเกิดขึ้นได้ในโลกใบนี้



Don`t copy text!