กานต์ปรียา บทที่ 17 : คำโกหกแสนงดงามเพื่อคุณ

กานต์ปรียา บทที่ 17 : คำโกหกแสนงดงามเพื่อคุณ

โดย : ดารัช

Loading

กานต์ปรียา นิยายสืบสวนดราม่า โดย ดารัช กับเรื่องราวที่ว่าด้วยเส้นบางๆ ระหว่างความรัก ความหลงใหล และการล้ำเส้นสู่ Cyberstalking ที่อาจบานปลายเป็นอาชญากรรม เรื่องราวของความสัมพันธ์ซ่อนเร้น การหายตัวไปอย่างปริศนา และเบาะแสที่อาจเปิดเผยความจริงอันมืดดำในโลกออนไลน์ อ่านได้แล้วที่ อ่านเอา www.anowl.co

“ช่วยทวนที่เล่าเมื่อครู่อีกทีได้ไหมครับ” อนุวัต-นายตำรวจวัยเลขสี่กลางๆ ร่างเล็ก ผมบาง ชะโงกหน้าผ่านโต๊ะไม้สีน้ำตาลในห้องสอบสวน ด้านหน้ามีคอมพิวเตอร์สำหรับพิมพ์ข้อความตามคำให้การของปรียา

ใบหน้าที่จู่ๆ ยื่นเข้ามา ทำให้หญิงสาวสะดุ้ง ปรียาบีบมือทั้งสองข้าง พยายามทบทวนเหตุการณ์

“ค่ะ…คะ…คือว่า”

“คุณปรียาเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของผู้ตาย แถมจากรูปการณ์แล้วน่าจะเป็นคนสุดท้ายที่คุยกับผู้ตายตอนที่ยังมีชีวิต เพราะฉะนั้น ค่อยๆ คิดดูนะครับ”

หญิงสาวกัดริมฝีปาก สายตาไล่ไปที่ป้ายชื่อบนอกของนายตำรวจอย่างเหม่อลอย นึกถึงข้อความในแช็ตตอนคุยกับเบญญาภา

“คุณปรียาครับ” อนุทัตมีสีหน้าอิดโรย ขอบใต้ตาดำคล้ำ แม้นายตำรวจจะรูปร่างเล็ก แต่แววตาทอประกายลุกโชนชวนให้นึกถึงบลัดฮาวด์ เจ้าตูบหูยาว โครงร่างใหญ่ ตาลึก หน้าย่น หนึ่งในสายพันธุ์สุนัขล่าเนื้อที่แข็งแกร่ง

“แต่…แต่เบญตายแล้วจริงๆ เหรอคะ” เธอถาม ยังรู้สึกราวกึ่งจริงกึ่งฝัน ตั้งแต่ตอนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโทร.เพื่อให้เธอมาสอบปากคำ หรือแม้กระทั่งตอนที่ตัวเองมานั่งในห้องสอบสวนแบบนี้ ปรียาตกใจจนไม่มีเวลาแต่งหน้าแต่งตัว คว้าอะไรได้ก็ออกมาเลย ถ้ากานต์ไม่มาเป็นเพื่อน ช่วยดูเรื่องเอกสารต่างๆ ที่ต้องใช้ในการสอบพยาน เธอคงทำอะไรไม่ถูก

หญิงสาวนึกถึงสีหน้าสงบนิ่งของคนรัก ตอนที่เดินตาม โดยมีเขากุมมือเธอไว้ ทำให้ปรียาได้มองแผ่นหลังอีกฝ่ายเต็มตา ไหล่ของกานต์กว้างราวขุนเขาตระหง่าน

“คุณ…คุณตำรวจคะ…” ปรียาถาม เธอจำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ “เบญเขาตายยังไงเหรอคะ”

อีกฝ่ายไม่มีท่าทางหงุดหงิด ทำให้หญิงสาวผ่อนคลายขึ้น “ตามที่แจ้งไปทางโทรศัพท์ แต่คุณปรียาอาจตกใจ…” คนพูดเว้นช่วงเล็กน้อย ก่อนกล่าว “คุณกรทักษ์ ผู้จัดการร้านมินิมาร์ตที่คุณเบญญาภาทำงานอยู่แจ้งว่าเธอขาดงานหลายวัน จึงไปพบเจ้าของอะพาร์ตเมนต์ครับ พอเข้าไปดูในห้องก็เห็นคุณเบญญาภาทานยานอนหลับเกินขนาดจนเสียชีวิต พบจดหมายลาตายข้างตัว สันนิษฐานได้ว่าเจ้าตัวฆ่าตัวตายเพราะเรื่องข่าวคดีฆ่าหั่นศพ” อนุทัตเงียบไปราวชั่งใจว่าจะบอกดีไหม “เจ้าหน้าที่เจอกล่องเหล็กล็อกรหัส ข้างในมีโทรศัพท์มือถือของคุณสายฟ้า เหยื่อคดีฆาตกรรมฆ่าหั่นศพบนภูเขาด้วย คนที่โพสต์ข้อความต่างๆ และคุยแช็ตกับคนอื่นแทนคุณสายฟ้า คงเป็นคุณเบญญาภา เพื่อหลอกให้คนอื่นคิดว่าคุณสายฟ้ายังมีชีวิตอยู่ แต่คงผิดแผน เพราะมีคนไปเจอศพของคุณสายฟ้าเข้า”

ปรียาไล่น้ำตารื้น เบญญาภาสารภาพกับเธอว่าเป็นคนฆ่าสายฟ้าเพราะความหึงหวง เธอไม่เคยรู้ว่าสายฟ้าแอบคบหากับเพื่อนสนิทตัวเอง แต่ก็ไม่แปลกใจ สายฟ้าเปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่นอยู่แล้ว ปรียาแค่รู้สึกเหมือนโดนหลอก

เบญญาภาเป็นที่ปรึกษาที่เธอเล่าทุกอย่างให้ฟัง ทว่า ตอนเธอกังวลว่าสายฟ้าจะออกไปกับผู้หญิงคนอื่น เธอกลับไม่เคยฉุกใจคิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นเพื่อนสนิทของตัวเอง ยิ่งคิดถึงคำพูดปนสะอื้นพร่ำขอโทษของอีกฝ่าย ปรียายิ่งเจ็บปวด เธอไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกอย่างไร ในอกของหญิงสาวว่างโหวง

สำหรับปรียาแล้ว เบญญาภาเป็นเพื่อนสนิทที่พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่สิ ต้องบอกว่าเป็นพี่น้อง…ถ้าจะให้ถูกต้องบอกว่าเป็นฝาแฝด พวกเธอมีบางอย่างที่เชื่อมถึงกัน ข่าวการจากไปของเพื่อนรักทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองเหลือเพียงครึ่ง ไม่อาจสมบูรณ์เต็มพร้อมได้อีก

“เบญเขา…ส่งข้อความมาหาฉันค่ะ…” ปรียาเริ่มต้น

หญิงสาวเอามือกำชายเสื้อ เล่าคำสารภาพของเพื่อนสนิท กระทั่งตอนนี้ ปรียายังอยากให้มันเป็นเพียงฝันร้าย

“คุณเบญญาภาสารภาพกับคุณว่าเป็นคนฆ่าคุณสายฟ้าสินะครับ” อนุทัตเลิกคิ้ว ทวนคำ “คุณพอจะจำคำพูดที่คุณเบญญาภาสารภาพได้ไหมครับ”

หญิงสาวสูดลมหายใจลึก นึกย้อนคำพูดเหล่านั้น “มะ…ไม่แน่ใจค่ะ” เธอกล่าวเสียงเบา “มันไม่ค่อย…น่าจำเท่าไหร่” มันไม่น่าจดจำจริงๆ

เพื่อนสนิทสารภาพว่าฆ่าแฟนเก่าของตัวเอง ไม่ว่ายังไงสายฟ้าก็เป็นผู้ชายที่เธอเคยรัก ไม่ใช่สิ เป็นผู้ชายที่เธอยังรักอยู่ต่างหาก!

แววตาสงบของนายตำรวจมองมายังเธอ หญิงสาวหลับตา ถ้อยคำที่เบญญาภาสารภาพทางโทรศัพท์ค่อยๆ หลั่งไหล

‘ปรียา ฉันมีเรื่องต้องบอกแก ฉันทนอยู่กับมันไม่ไหวแล้ว’ น้ำเสียงกลั้นสะอื้นของเพื่อนสนิทในตอนนั้นแฝงแววหวาดกลัว ‘ฉันเป็นคนฆ่าพี่สายฟ้าด้วยมือของตัวเอง’

พอพูดถึงตรงนี้ ปรียาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอไม่อยากฟังคำสารภาพพวกนั้นเลยสักนิด เบญญาภาจะช่วยเก็บมันไว้กับตัวจนวันตายให้หน่อยไม่ได้เหรอ ทำไมต้องสารภาพทุกอย่างก่อนตายด้วย มันทำให้ปรียาโกรธ ไม่เพียงแต่สูญเสียสายฟ้าไป เธอยังสูญเสียเพื่อนสนิทที่สุดอย่างเบญญาภาไปด้วย

หญิงสาวจำคำถามเยียบเย็นของตัวเองในตอนนั้นได้ เธอถามเบญญาภาว่า ‘ทำไม’

คำตอบของเบญญาภาทำให้หัวใจของเธอเย็นเยียบราวมีคนเอาน้ำแข็งมาห่อหุ้ม อุณหภูมิติดลบทำให้ทุกอย่างแข็งแต่เปราะ แค่มีแรงมากระทำนิดเดียวก็ทำให้ฉีกขาดได้

ปรียาพูดถ้อยคำที่เพื่อนสนิทบอกกับเธอเหมือนคนละเมอตั้งแต่ตอนที่เบญญาภาลอบฉีดยาสลบใส่สายฟ้า หั่นศพเขาแล้วฝังไว้ตามจุดต่างๆ ของภูเขา เล่าแม้กระทั่งว่าตัวเองเฉือนเนื้อรอยสักรูปมังกรตรงแขนขวาของสายฟ้ามาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ระบุตัวผู้ตายยากกรณีมีคนพบชิ้นส่วนศพขึ้นมา

พอนึกภาพหญิงสาวรูปร่างสันทัด ใบหน้ากลมใสซื่อ ทำเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ชวนให้รู้สึกอกสั่นขวัญแขวนขึ้นมา

และต่อคำถามที่ว่า ‘ทำไม’ นั้น…

‘เพราะว่าฉันรักพี่สายฟ้าไงล่ะ!’ คำพูดของเบญญาภาทำให้หญิงสาวนิ่งอึ้ง ‘พี่สายฟ้าเองก็บอกว่ารักฉัน’

‘ไม่มีทาง’ ปรียาส่ายหน้าปฏิเสธ

‘ทำไมล่ะ’ น้ำเสียงเบญญาภาแฝงแววเยาะ ‘แกชินกับการที่ทุกคนเพ่งสายตาไปที่แกงั้นเหรอ แกจะเชื่อไม่ได้เลยเหรอว่ามีคนมองเห็นฉันที่เป็นเหมือนเงาของแกมาตลอด’ เบญญาภาหัวเราะขื่น ‘แต่เขากลับแค่หลอกฉัน พูดว่ารักเพียงเพื่อจะเอากับฉัน แถมยังเจ้าชู้ไปเรื่อย…แต่ว่า…พอฆ่าไปแล้ว พี่สายฟ้ากลับเอาแต่ตามมาหลอกหลอน ปรียา…ฉันทนไม่ไหวแล้วจริงๆ’

“คุณปรียา คุณปรียาครับ!” เสียงเรียกของอนุทัตทำเอาหญิงสาวสะดุ้ง พอยกมือจะปัดเส้นผมที่ปรกใบหน้าก็สัมผัสน้ำตาเปียกชื้นของตัวเอง

“ฉะ…ฉันคงไม่มีอะไรจะพูดแล้ว”

ตำรวจร่างเล็กพยักหน้า “ถ้านึกอะไรออกเพิ่มเติม โทรมาที่สถานีตำรวจได้ตลอดเวลาเลยนะครับ”

พูดจบ อนุวัตก็เดินนำปรียาไปยังประตูห้องสอบสวน เปิดประตูให้เธอ หญิงสาวกล่าวขอบคุณ มองสบตานายตำรวจร่างโย่ง วัยสี่สิบกว่า หน้าตอบ ผิวคล้ำ มีไรหนวดบางๆ ผมยุ่งกระเซิง นายตำรวจพยักหน้าให้อนุวัตที่เดินตามปรียาออกมา

“พยานคนต่อไปมาพอดี ตอนนี้ผมให้รอที่ห้องรับรอง หมวดอนุทัตจะสอบปากคำต่อเลยไหมครับ”

อนุทัตก้มมองนาฬิกาข้อมือ “ขอบคุณมาก มนชิต เดี๋ยวผมสอบปากคำต่อเลยแล้วกัน”

ปรียาเดินเลี่ยงออกมา ไม่รู้ตัวเลยว่าเดินออกมาถึงหน้าสถานีตำรวจตั้งแต่ตอนไหน ปรียาเหนื่อยราวกับใช้พลังเฮือกสุดท้ายจนหมดในห้องสอบพยาน

ทันทีที่เดินออกมาด้านหน้าสถานีตำรวจ ร่างสูงของกานต์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแล็กสะอาดตาก็ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ แทบจะถลันมาหาเธอ

ปรียาไม่ได้ฟังว่าชายหนุ่มพูดอะไรบ้าง รับรู้ได้เพียงแววตาชวนให้อุ่นใจของเขา

“ดูเหมือนว่า…” หญิงสาวพูด

กานต์โน้มตัวมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมคล้ายๆ กับที่เธอใช้ แต่เป็นโทนผู้ชายมากกว่า “ปรียาว่าอะไรนะครับ”

หญิงสาวมองเขา แววตาหนักแน่น “ดูเหมือนว่าปรียาจะเหลือแค่กานต์แล้วนะคะ”

 

กานต์นั่งรอมาปรียาให้ปากคำในฐานะพยานตรงเก้าอี้พลาสติกแถวยาวหน้าสถานีตำรวจ เขามองนาฬิกาแขวนผนัง นึกถึงตำรวจอนุวัต ชายวัยสี่สิบกว่า ร่างเล็ก ผมบาง ใบหน้าขาวซีด ขอบตาดำคล้ำเหมือนอดนอนติดต่อกันหลายวัน กระนั้นแววตาของเขากลับดูจริงจัง เห็นแล้วนึกถึงสุนัขล่าเนื้อ เขาเผลอทักเรื่องนี้กับปรียาไปด้วย แต่ดูเจ้าหล่อนจะไม่ได้สนใจฟังนัก อันที่จริง ตั้งแต่กานต์ไปรับเธอที่คอนโดฯ หญิงสาวไม่เป็นตัวของตัวเองเอาเสียเลย

ขณะกำลังครุ่นคิดเรื่อยเปื่อย นายตำรวจร่างโย่ง ผิวเข้ม หน้าตอบ ผมยุ่ง มีไรหนวดบางๆ ป้ายชื่อเขียนว่ามนชิต เดินนำชายร่างท้วม ผมสั้นเกรียน เดินผ่านกานต์ไป พอเห็นอีกฝ่าย กานต์ก็รีบก้มหน้าหลบ แต่อีกฝ่ายดูจะไม่สนใจเขาเลยสักนิด อันที่จริง กรทักษ์-ผู้จัดการมินิมาร์ตที่เบญญาภาทำงานอยู่มัวแต่ก้มมองปลายเท้าของตัวเองตลอดเวลาด้วยท่าทางประหม่า

“เดี๋ยวตามผมมารอที่ห้องรับรองก่อนได้เลยครับ การสอบสวนใช้เวลาไม่นานมาก ไม่ต้องตื่นเต้นไปนะครับ” นายตำรวจที่ชื่อมนชิตกล่าว

กรทักษ์พยักหน้าน้อยๆ สีหน้าเหม่อลอย

“ไม่ต้องกังวลไปนะครับ ตำรวจจะถามทำนองว่าตอนเจอศพทำอะไรอยู่ แค่ลงรายละเอียดไว้เป็นหลักฐานตามขั้นตอน” มนชิตปลอบใจกรทักษ์อีกครั้ง “คุณกรทักษ์เป็นคนพบศพคนแรก ตำรวจแค่จะถามว่าเจอที่ไหนยังไงเฉยๆ ไม่ต้องตื่นเต้นแล้วค่อยๆ ตอบนะครับ”

คำว่าพบศพคนแรกทำให้กานต์หูผึ่ง เขาหันไปพินิจกรทักษ์อีกครั้ง กานต์เคยเจออีกฝ่ายแวบๆ ช่วงที่เขาคบกับเบญญาภาและไปรับส่ง หรือไม่ก็แวะไปหาหญิงสาวที่มินิมาร์ต แค่มองตาก็รู้ว่ากรทักษ์หลงรักเบญญาภาจนถอนตัวไม่ขึ้น การเป็นคนพบศพผู้หญิงที่ตัวเองรักคงทรมานใจน่าดู

กานต์ลอบยิ้ม ใครจะไปคิดว่าโลกกลมขนาดนี้ เขาได้แต่เอาใจช่วยให้กรทักษ์ทำใจได้ไวๆ และขอแค่ไม่มาขวางทางเขาก็แล้วกัน

รอไม่นาน ปรียาก็เดินมาหาเขา ชายหนุ่มถลันไปรับ ใบหน้าของเธอซีดเซียวเสียจนเขากลับว่าเจ้าหล่อนจะเป็นลมล้มพับไปทั้งอย่างนั้น

หญิงสาวหยุดตรงหน้า ใบหน้าสวยซึ้งมองสบตาเขา พึมพำอะไรบางอย่างแทบจับใจความไม่ได้ศัพท์

เขาโน้มตัวไปใกล้ “ปรียาว่าอะไรนะครับ”

เธอกล่าวด้วยเสียงดังขึ้น “ดูเหมือนว่าปรียาจะเหลือแค่กานต์แล้วนะคะ”

ประโยคที่เขาได้ยินเป็นคำพูดที่สวยงามที่สุดในโลก กานต์อยากกอดเธอแนบแน่นจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง สูดดมไอธุลีให้มาเป็นส่วนหนึ่งของตัวเขา กลืนกินหญิงสาวจนไม่เหลือสิ่งใดอีก

ปรียาไร้เรี่ยวแรงจนแทบหลับไปทันทีที่นั่งข้างคนขับบนรถ พอแล่นรถไปไม่นาน หญิงสาวก็หลับปุ๋ยเหมือนเด็กเล็กๆ ชายหนุ่มลอบมองแพขนตางอน ไล่ไปยังจมูกโด่ง และริมฝีปากสีพีช งดงามจนชายหนุ่มเผลอผิวปากหวือเป็นท่วงทำนองจังหวะสนุกสนาน เขาอยากฉลองด้วยการเปิดเพลงบรรเลง The flying Dutchman ผลงานโอเปราของคีตกวีวากเนอร์ ที่พูดถึงชายต้องคำสาป ต้องล่องเรือเรื่อยไปจนกว่าจะพบคนที่รักเขา กานต์อยากบอกชายคนนั้นว่ากานต์ไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป เขามีปรียาของเขา ปรียาที่แสนหวาน…

แม้จะมีเรื่องราวมากมาย แต่ในที่สุดก็เหมือนในนิทานก่อนนอน…ตอนจบของเรื่องจบด้วยประโยคที่ว่า ‘จากนั้นพวกเขาทั้งสองก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขชั่วนิรันดร์’

กานต์อมยิ้ม เหลือบมองคนรักอีกครั้ง ใช่แล้ว จากนี้คือความสุขชั่วนิรันดร์

อันที่จริงเขารู้สึกดีกับเบญญาภา เจ้าหล่อนเป็นเพื่อนและผู้ให้คำปรึกษาที่ไม่เลวเลย เวลาท้อแท้หรือเจ็บปวดเพราะปรียา เขาก็ได้เบญญาภาคอยปลอบใจ เขายังไม่เคยเจอเพื่อนดื่มที่ไหนคอยฟังเขาปรับทุกข์อย่างจริงใจเท่าเจ้าหล่อน พอคิดว่าต่อไปจะไม่มีเพื่อนดื่มชั้นเลิศแบบนี้อีกแล้ว กานต์ก็อดใจหาย ความตระหนักรู้ที่ว่าเบญญาภาเสียชีวิตแล้วจู่โจมเข้ามารวดเร็วและรุนแรงจนกานต์เผลอหลั่งน้ำตา

‘เบญยังรักแล้วก็รอกานต์นะคะ แค่อยากจะบอกให้รู้ไว้สักครั้งน่ะค่ะ’ สีหน้าเศร้าสร้อยของเบญญาภายังแจ่มชัดสำหรับกานต์ จะว่าไป กานต์เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าแม้จะเคยคบกัน แต่ชายหนุ่มไม่เคยบอกรักเบญญาภาเลยสักครั้ง

กานต์สูดลมหายใจตั้งสติ พร่ำบอกตัวเองว่าเพื่อให้ได้รับแววตาไว้วางใจของผู้หญิงข้างๆ มา การเสียสละเบญญาภานั้นคุ้มแสนคุ้ม

เขานึกถึงตอนที่เบญญาภาคุกเข้าอ้อนวอนขอชีวิต จนยอมโทร.คุยกับปรียา สารภาพว่าตัวเองเป็นคนฆ่าสายฟ้า จริงๆ กานต์ลังเลนิดหน่อยที่จะต้องฆ่าเบญญาภา แต่เขาจำเป็นต้องมองภาพรวม สละส่วนน้อยเพื่อรักษาสิ่งสำคัญเอาไว้

เขารู้ดีว่าเรื่องของสายฟ้าและเบญญาภาไม่เคยมีอะไรในกอไผ่ แต่ก็รู้อีกเช่นกันว่าถ้าเคยสร้างความสงสัยไว้ในใจ ความสงสัยนี้แหละจะกลายเป็นความเชื่อฝังหัว

มีนิทานเรื่องหนึ่งที่ชายหนุ่มนึกชื่อเรื่องไม่ออก จำชื่อคนแต่งไม่ได้ด้วยซ้ำ เป็นเรื่องทำนองที่ว่าชายคนหนึ่งโดนคนหลอกว่าม้าที่เขาเห็น จริงๆ คือลา ชายหนุ่มไม่เชื่อ จึงเดินต่อไป ต่อมาก็มีคนที่สองและสามเดินมาบอกเช่นเดียวกัน เขาจึงเริ่มสงสัยว่าจริงๆ แล้วตัวเองเข้าใจผิด ม้าที่เห็นคือลาจริงๆ

เนื้อเรื่องอาจไม่ตรงตามนี้ แต่ใจความไม่ต่าง ถ้าหย่อนความสงสัยลงในหัวใจ รดน้ำมันทุกวัน พอมาพูดอีกครั้ง คนฟังย่อมนึกถึงความเป็นไปได้ของเรื่องนั้น

กานต์แอบแฝงตัวใช้เฟซบุ๊กของเบญญาภา พูดถึงสายฟ้าในเชิงหลงใหล รวมทั้งเคยใช้เฟซบุ๊กของสายฟ้าแกล้งทักปรียาผิดเป็นชื่อเบญญาภา แม้จะสนิทกันมานาน แต่ก็ไม่มีใครรู้จักใครอย่างแท้จริง การสุมไฟแห่งความคลางแคลงให้บ่อยเข้า พอถึงเวลาที่เหมาะสม จึงสามารถเก็บเกี่ยวประโยชน์จากความสงสัยนั้น

ยิ่งความลวงฉาบเคลือบด้วยความจริงบางส่วน คำโกหกก็ยิ่งสมจริง

กานต์ใช้ประโยชน์จากความรู้สึกของเบญญาภา ที่มองว่าตัวเองเป็นเหมือนเงาที่ทำได้แค่ซ่อนเบื้องหลังแสงสว่างเจิดจรัสอย่างปรียามาประกอบเป็นแรงจูงใจสร้างเรื่องว่าเบญญาภาแอบคบชู้กับสายฟ้า และต้องผิดหวังที่สุดท้ายสายฟ้าก็แค่หลอกเธอ และเลือกปรียาเป็นแฟนที่คบหาออกหน้าออกตาอยู่ดี

ผลลัพธ์คือการที่ปรียาเชื่อแรงจูงใจที่เบญญาภาฆ่าสายฟ้าเสียสนิทใจ นิทานและฉากที่เขาจัดวางสมบูรณ์เหมาะเจาะ ทั้งหมดสดุดีแด่เธอ

กานต์นึกถึงกล่องเหล็กล็อกรหัสที่เขาใช้เก็บโทรศัพท์มือถือของสายฟ้า นึกเสียดายที่ต้องวางไว้ที่อะพาร์ตเมนต์ของเบญญาภาเพื่อให้ตำรวจคิดว่าเธอเป็นคนสวมรอยโพสต์สเตตัสและคุยแช็ตกับคนอื่นๆ เพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัยว่าสายฟ้าโดนฆ่า กล่องเหล็กใบนั้น กานต์ได้จากแม่ดวงตา ผู้ดูแลใจดีที่บ้านเด็กกำพร้ารั้วรัก ที่คอยซื้อจิกซอว์มาให้เขาต่อเล่น เรียกว่าเป็นของที่มีความทรงจำดีๆ ไม่กี่อย่างในวัยเด็ก แต่เอาเถิด เพื่อปรียา มากกว่านี้เขาก็สละได้

กานต์ลอบมองหญิงสาวที่เป็นดังความสุขชั่วนิรันดร์ของตัวเองพลางอมยิ้มน้อยๆ

 

ในความฝันทุกอย่างช่วยสับสนไปหมด ปรียาในความฝันยังเด็กกว่านี้ สวมเสื้อแขนตุ๊กตาสีขาวเปิดไหล่กับกางเกงยีนส์ขาสั้นที่ด้านหน้าเป็นกระโปรง ปล่อยผมยาวดำขลับคลอแผ่นหลัง เธอกำลังนั่งบนเบาะกลมสำหรับลูกค้าในร้านหนังสือ สายฟ้าสวมเสื้อผ้าตัวโคร่ง ส่งยิ้มให้เธอ ปรียาไล่สายตาไปยังรอยสักรูปมังกรพันรอบแขนขวา ใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามเกล็ดมังกรแผ่วเบา สายฟ้ากล่าวกับเธอว่า ‘ผมรักคุณเท่าที่ผมจะรักได้’ แล้วร่างของชายหนุ่มก็มีรอยพาดผ่าน ก่อนจะแยกออกเป็นชิ้นๆ กองเกลื่อนพื้นราวชิ้นส่วนจิกซอว์

ปรียาวิ่งหนี แคชเชียร์ที่ร้านหนังสือพยายามไล่ตามเพื่อเอาหนังสือที่สายฟ้าฝากไว้มายื่นให้

นอกร้านหนังสือกลายเป็นหอพักในอะพาร์ตเมนต์ของเบญญาภา เพื่อนสนิทของเธอ หญิงสาวหน้ากลมสวมเสื้อเบลาส์สีครีมตัวเก่งกับกางเกงยีนส์สกินนี่สีดำ นั่งขัดสมาธิบนพื้น พิงเตียงนอนขนาดสามฟุตครึ่ง ปรียาทรุดนั่งฝั่งตรงข้ามพิงตู้เสื้อผ้าทำจากไม้

เบญญาภามองปรียา หมุนเหรียญบาทในมือวางคว่ำไว้ แอบแง้มดูเล็กน้อย ก่อนจะกล่าว “เหรียญออกก้อย”

นี่เป็นเกมโปรดของเธอกับเบญญาภาตอนมัธยม หมุนเหรียญแล้วให้อีกฝ่ายทายว่าหัวหรือก้อย แน่นอนว่าเปอร์เซ็นต์ตอบถูกก็คือ 50 : 50 แต่ถ้าอีกฝ่ายดูหน้าที่หงายแล้วบอกเราล่ะ คราวนี้จะเป็นเกมจิตวิทยาของแท้ ใบหน้า น้ำเสียง และท่าทางของผู้พูดคือสิ่งสำคัญในการวิเคราะห์เกม

“ออกก้อย” ปรียาตอบ

เพื่อนสนิทเอามือที่ปิดเหรียญไว้ออก ปรียาหน้าเจื่อนเมื่อมองหน้าหัวที่หงายอยู่

“แพ้จ้ะ” เบญญาภาแลบลิ้น “สรุปว่าเย็นนี้ไปลูกชิ้นปิ้งร้านหน้าโรงเรียนนะ”

“อยากกินไอศกรีมวานิลลาอ้ะ” ปรียาโอดครวญ ก่อนตีแขนเพื่อนรักดังเพียะ “หลอกกันเก่งนักนะ หลอกเก่งตลอดเลย”

เบญญาภาทำหน้าย่น เอามือลูบแขน “เอางี้ๆ ต่อไปจะให้รหับลับ ถ้าฉันชวนแกไปนั่งเรือล่องแม่น้ำไนล์ชมหอไอเฟล แปลว่าประโยคก่อนหน้าที่ฉันพูดคือเรื่องโกหก โอเคมั้ย”

“แต่ฟังดูน่าไปอยู่นะ อยากเห็นหอไอเฟลด้วย”

คราวนี้คนโดนดีดหน้าผากกลายเป็นปรียา

“คุณเพื่อนเอ๋ย” สาวหน้ากลมลากเสียง หรี่ตามองเธอ “แม่น้ำไนล์อยู่อียิปต์ จะไปเห็นหอไอเฟลที่ฝรั่งเศสได้ไง ตกภูมิศาสตร์ใช่ไหมเนี่ย”

จากนั้นความฝันก็พาปรียามายังห้องพักของตัวเอง ย้อนกลับไปในคืนที่เบญญาภาสารภาพว่าตัวเองเป็นคนฆ่าสายฟ้าและหั่นร่างชายหนุ่มเป็นชิ้นๆ

“ปะ… ปรียา…” เสียงของเบญญาภาจากปลายสายฟังดูราวกำลังขอความช่วยเหลือ “ถ้ามีโอกาส ถ้าแกยังจะพอให้อภัยฉันได้…พวกเราจองตั๋วไปปารีส จิบไวน์ นั่งมองหอไอเฟลจากโรงแรมหรูๆ สักที่ แล้วนั่งเรือล่องแม่น้ำไนล์ด้วยกันนะ”

แล้วปรียาก็สะดุ้งตื่น

 

อ้อมกอดแข็งแรงของกานต์เป็นสิ่งแรกที่รู้สึกทันทีที่สะดุ้งตื่น ใบหน้าคมคายติดจะงัวเงียตอนลืมตามาถาม “ปรียา มีอะไรหรือเปล่า”

หญิงสาวสั่นศีรษะ ส่ายหน้าน้อยๆ ซุกหน้ากับอกของอีกฝ่าย “แค่ฝันร้ายน่ะค่ะ” เธอตอบ

มือใหญ่ลูบผมเธอเบาๆ “ขวัญเอ๊ยขวัญมา หลับนะครับ ฝันดีนะครับ ผมอยู่นี่แล้ว” พูดจบก็ดึงเธอมากอดแน่นขึ้น ท่าทางของชายหนุ่มดูเหมือนละเมอพูดมากกว่าจะตื่นเต็มที่แล้ว ทำให้หญิงสาวนึกขำ

คำพูดของเบญญาภาในฝันทำให้หญิงสาวตื่นเต็มตาแล้วตอนนี้ แต่ก็ยังไม่อยากลุกเพราะกลัวจะไปปลุกคนรัก เธอเฝ้าคิดว่ากานต์ช่างดีและเข้าอกเข้าใจเธอเหลือเกิน ชายหนุ่มพาเธอกลับจากสถานีตำรวจมาที่บ้านของเขา ขอให้เธอค้างคืนด้วยกัน และคอยอยู่เป็นเพื่อนตลอดเวลา ไม่ว่าเธอจะทำอะไรหรืออยู่ที่ไหน กานต์ก็มักปรากฏตัวใกล้ๆ ราวเทวทูตที่คอยพิทักษ์เธอ

เธอปล่อยตัวตามสบายในอ้อมแขนของกานต์ ครุ่นคิดถึงเรื่องราวในฝัน สมัยมัธยม หญิงสาวเคยเล่นเกมโยนเหรียญกับเบญญาภาเวลาตัดสินใจกันว่าหลังเลิกเรียนจะไปทานของว่างที่ไหน แต่มีเพิ่มกติกาคือให้ฝ่ายโยนดูเหรียญ แล้วบอกหน้ากับคนตอบว่าหัวหรือก้อย ซึ่งอาจจะพูดจริงหรือหลอกก็ได้ ปรียาโมโหที่ตัวเองแพ้ตลอด จนเพื่อนสนิทยอมอ่อนข้อให้ด้วยการใช้รหัสลับ

“เอางี้ๆ ต่อไปจะให้รหับลับ ถ้าฉันชวนแกไปนั่งเรือล่องแม่น้ำไนล์ชมหอไอเฟล แปลว่าประโยคก่อนหน้าที่ฉันพูดคือเรื่องโกหก โอเคมั้ย”

คำพูดของเพื่อนรักย้อนกลับมากระจ่างชัด พร้อมกับประโยคสุดท้ายที่อีกฝ่ายพูดกับเธอ ก่อนจะปลิดชีวิตตัวเองด้วยการกินยานอนหลับเกินขนาด

“ถ้ามีโอกาส ถ้าแกยังจะพอให้อภัยฉันได้…พวกเราจองตั๋วไปปารีส จิบไวน์ นั่งมองหอไอเฟลจากโรงแรมหรูๆ สักที่ แล้วนั่งเรือล่องแม่น้ำไนล์ด้วยกันนะ”

ปรียาลืมตาโพลง ทั้งหมดที่เบญญาภาพูดเป็นเรื่องโกหก…นั่นหมายความว่าเพื่อนรักของเธอไม่ได้ฆ่าสายฟ้า กระนั้น รายละเอียดในการจัดการศพกลับชัดเจนสมจริง

หญิงสาวนึกถึงข้อความที่เบญญาภาเคยคุยแช็ตกับเธอ บางข้อความฟังดูกราดเกรี้ยว หรือไม่ก็ไม่ใช่คำที่เพื่อนของเธอจะพูด อย่างตอนที่ปรียาพิมพ์บอกเพื่อนว่าจะเลิกกับกานต์ อีกฝ่ายก็พิมพ์ตอบมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูโกรธเกรี้ยว ความรู้สึกตงิดๆ วนกลับมาอีกครั้ง ไหนจะคำพูดทิ้งท้ายในการคุยกันล่าสุด เบญญาภารีบพูดเหมือนหาโอกาสบอกใบ้บางอย่าง ราวกับว่ามีใครอยู่กับเพื่อนของเธอในตอนนั้น และใครคนนั้นอาจเป็นฆาตกรตัวจริงที่ลงมือฆ่าทั้งสายฟ้าและบีบบังคับให้เบญญาภากินยานอนหลับเกินขนาด!

ความรู้สึกไม่อยากเชื่อที่เพื่อนสนิทฆ่าตัวตายวนกลับมาอีกครั้ง ไหนจะเรื่องที่เบญญาภาบอกว่าหลงรักสายฟ้า และผิดหวังที่เขาหลอกหวังเพียงร่างกายจนพลั้งมือฆ่าสายฟ้าก็เหมือนกัน สายฟ้าไม่ใช่ผู้ชายแบบที่เพื่อนสนิทของเธอจะชอบ…

“ปรียา…ปรียาของผม…” เสียงงัวเงียของกานต์ขัดจังหวะความคิด หญิงสาวอมยิ้ม เงยหน้ามองริมฝีปากเปื้อนยิ้มของชายหนุ่ม ลูบแก้มของเขาแผ่วเบาอย่างรักใคร่ กานต์เหนื่อยกับสารพัดเรื่องของเธอมากจริงๆ เธอตั้งใจว่าจะรักเขาและดีกับเขากว่านี้

จู่ๆ มือที่ลูบแก้มอีกฝ่ายก็ชะงัก นึกถึงประโยคงัวเงียก่อนหน้าของอีกฝ่าย กานต์พูดว่า ‘ขวัญเอ๊ยขวัญมา หลับนะครับ ฝันดีนะครับ ผมอยู่นี่แล้ว’ ประโยคเดียวกับข้อความแปลกๆ ที่เบญญาภาเคยพิมพ์หาเธอในแช็ตเป๊ะ ตอนนั้นปรียายังคิดอยู่เลยว่าพิมพ์อะไรแปลกๆ ไม่สมกับเป็นเจ้าตัว

เธอเงยหน้ามองแฟนหนุ่ม เสี้ยวหน้าครึ่งหนึ่งของเขาซ่อนไว้ในเงามืด ให้ความรู้สึกชวนขนลุกอย่างประหลาด ปรียารู้สึกหนาวสะท้านเมื่อคิดว่าข้อความแปลกๆ ที่เบญญาภาแช็ตหาเธอ มักเป็นคำพูดแบบที่กานต์จะพูด แถมเขายังรู้ใจเธอทุกอย่าง รู้ว่าเธออยากทานอะไร อยากไปไหน เวลาอารมณ์ไม่ดีต้องทำยังไง ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอคุยกับเบญญาภาในแช็ตเฟซบุ๊ก!

ปรียาขยับตัวหนี แต่กานต์กลับรัดตัวเธอจนแน่น หญิงสาวได้แต่นอนตัวสั่นสะท้อนในอ้อมแขนของเขา ภาวนาให้เวลาเช้ามาถึงเร็วๆ

 



Don`t copy text!