คนไม่เอาถ่าน วิญญาณไม่เอาไหน บทที่ 5 : คำสั่งเทวดา

คนไม่เอาถ่าน วิญญาณไม่เอาไหน บทที่ 5 : คำสั่งเทวดา

โดย : สีหมอก ดอกรัก

Loading

“คนไม่เอาถ่าน วิญญาณไม่เอาไหน” เมื่ออยู่ดีๆ ชีวิตวัย 29 ปีอันแสนอบอุ่นก็ต้องวุ่นวาย เมื่ออาม่าผุดพูดประโยคสุดประหลาดกลางพายุกระหน่ำว่า ‘อั๊วคืออากง อั๊วตายไม่รู้ตัว!’ ภารกิจสืบหาการตายของผีอากงสุดโบ๊ะบ๊ะจึงเริ่มขึ้น โดยมีผู้ช่วยเพียงคนเดียวคือแม่หมอสาวสื่อวิญญาณสายโอตาคุ งานนี้ความจริงจะคลายหรือจะปวดหัวกว่าเดิม? นิยายคอมเมดี้-สืบสวนแฟนตาซี โดย สีหมอก ดอกรัก ได้ที่ anowl.co

 

หญิงสาวได้ยินเสียงเพื่อนชายกำลังย้ำเรื่องการนัดแนะกันเย็นนี้ จึงเงยหน้าขึ้นมาจากสมุดจด แล้วมองไปด้านล่างซ้ายของจอคอมพิวเตอร์เพื่อดูเวลา

“โอย…เพลินเลย นี่เลิกงานแล้วเหรอ…เออ…ที่นี่ออกจากที่ทำงานตรงเวลาได้ใช่มั้ย” หญิงสาวถามเพราะรู้ดีว่าบางสำนักงานไม่นิยมให้พนักงานกลับบ้านเร็วกว่าหัวหน้างาน แม้ว่าจะทำงานเสร็จแล้วทุกอย่าง แต่ถ้าสะพายกระเป๋าออกไปก่อนจะโดนเขม่น จึงต้องถาม…ปลอดภัยไว้ก่อน

“ไม่เลย ที่นี่สบายมาก ไม่มีใครเขาว่าหรอก ขอให้งานเสร็จ เรียบร้อย หรือถ้าอยากอยู่ต่อจนค่ำ ก็ไม่มีใครว่าอีกเหมือนกัน เดี๋ยวอย่าลืมนัดเราล่ะ” ชายหนุ่มพูดพลางหยิบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กใส่ลงไปในเป้สะพายหลัง แล้วรูดซิปปิด ก่อนจะโบกมือเป็นสัญญาณว่า เดี๋ยวจะไปเจอกันที่ร้านกาแฟ

ข้าวฟ่างยังคงจดงานอยู่อีกสักครู่ จนเมื่อหันไปมองรอบตัวแล้วก็แทบจะไม่มีใครอยู่ จึงเก็บของใส่กระเป๋า แล้วเดินไปที่รถยนต์ที่จอดอยู่

บางครั้ง หล่อนก็รู้สึกเหนื่อยกับการมีสัมผัสพิเศษ ทำให้ต้องมาคอยรู้เรื่องชีวิตคนอื่น ทั้งที่ไม่เคยอยากรู้เลยแม้แต่น้อย

‘ไม่มีอะไรเป็นเรื่องบังเอิญหรอกนะโยม…ไอ้ที่แม่หนูนี่มองเห็นโน่น มองเห็นนี่ มันก็คงต้องมีประโยชน์ต่อใครบ้างไม่มากก็น้อย ของมันมีเวลาของมัน ไอ้พรสวรรค์เนี่ย เทวดาเขาไม่ให้มันใช้ถาวรหรอก ถึงเวลาเขาก็เรียกคืน’ หลวงพ่อที่เคารพเคยพูดกับมารดาของหล่อนเมื่อครั้งที่เด็กหญิงข้าวฟ่างอายุยังไม่ถึงสิบขวบ

หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะสตาร์ตรถแล้วขับออกไปยัง ‘ธารา’ คอมมูนิตี้มอลล์ที่พบกับพีร์เมื่อวานนี้

 

ชายหนุ่มขับรถตนเองมาจอดที่บ้าน พบว่าพี่เฉิดโฉมกำลังยืนรถน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านพอดี

“อ้าว พี่เฉิด…อากง เอ้ย อาม่าล่ะ” พี่เฉิดไม่ทันจะได้เอะใจถึงการเรียกผิดเรียกถูกของพีร์

“ดูทีวีอยู่ค่ะ วันนี้พี่เฉิดสอนวิธีใช้รีโมตคอนโทรลด้วยนะ…อาม่าลืมวิธีใช้ไปแล้วนะคุณพีร์ พี่เฉิดเลยสอนใหม่ สอนไปสองสามรอบก็เป็นแล้ว ตอนนี้กำลังสนุกใหญ่ กำลังชอบดูละครค่ะ…อ้อ แล้ววันนี้อาม่ากินข้าวเที่ยงเยอะเหมือนที่ผ่านมาสองสามวันน่ะแหละ ดีจัง” พี่เฉิดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ที่อาหารที่ตนเองทำถูกปากอาม่า

“ขอบคุณฮะ เดี๋ยวผมพาอาม่าออกไปข้างนอกซักพักนะครับ พี่เฉิดกินข้าวเย็นไปได้เลย เดี๋ยวผมพาอาม่ากินข้างนอกฮะ” ชายหนุ่มรีบอธิบายก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปในบ้าน พบว่าอากงในร่างอาม่านั่งตาแดงก่ำ

“อากง เป็นอะไรอะ” ชายหนุ่มตกใจรีบลงมานั่งข้างๆ

“สงสารอี” อากงชี้ไปที่โทรทัศน์ที่กำลังมีรายการละครช่วงเย็น “โดนนังปากแดงมันทำเสียงแว้ดๆ เสร็จแล้วเงื้อมือปุ๊บ ตบปั๊บเลย…อาเฉิดบอกว่ามันเป็นละคร ไม่ใช่เรื่องจริง…แต่กงเห็นนะ ว่ามันตบจริง ตบเสร็จ นังคนสวยกลิ้งไปโน่นแน่ะ ไปชนขอบตู้หัวแตก แล้วพระเอกก็หล่อ แต่โง่ชิบหาย”

ชายหนุ่มถึงกับหัวเราะ เห็นทีจะจริงของอากง บางทีเขาดูแล้วก็ขัดใจ แต่จะว่าไปมันก็สนุกเพลิดเพลินดีอยู่หรอก

“ละครน่ะอากง สมัยนี้มันสมจริงไง…เดี๋ยวผมจะพาอากงไปกินข้าวนอกบ้าน เอามั้ย” ชายหนุ่มหลอกล่อเหมือนหลอกเด็ก

“ไป!” อากงรีบตอบรับทันที โดยไม่ลืมหยิบรีโมตคอนโทรลมากดปิดสวิตช์

“อั๊วพร้อมแล้ว ไปกัน” อากงลุกขึ้นยืนแล้วเดินนำหน้าออกไปยังรถที่จอดอยู่หน้าบ้านอย่างว่องไว เหมือนเด็กได้ไปเที่ยว

โต๊ะเก้าอี้ด้านนอกร้านกาแฟมีผู้คนออกมานั่งประปราย อาจจะเพราะเป็นเวลาเย็น ทำให้คนไม่นิยมดื่มกาแฟหรือชาในเวลานั้น แม้ว่าร้านนี้ก็ยังมีบริการเครื่องดื่มอีกหลายชนิด แต่เวลาเย็นแบบนี้ คนนิยมอาหารหนักมากกว่า

ข้าวฟ่างเห็นชายหนุ่มกำลังเดินมา จึงโบกมือทักทายพีร์ที่เดินมาพร้อมกับหญิงชรา

“อ้าว ทำไมไม่นั่งด้านในล่ะ แอร์เย็นฉ่ำดีออก” ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัย แต่ก็เลื่อนเก้าอี้ให้อาม่านั่งลงตรงหน้าหญิงสาวที่ถอดสูทเมื่อเช้าออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตตัวในสีชมพูอ่อน ดูทะมัดทะแมง ไม่เคร่งขรึมเหมือนเมื่อตอนอยู่ในที่ทำงาน

“เผื่อท่านมา ท่านจะสะดวกด้านนอกตัวอาคารมากกว่า…ไปสั่งอะไรมาให้อาม่าก่อนสิ เดี๋ยวเรารอตรงนี้…สวัสดีค่ะอาม่า หนูชื่อข้าวฟ่าง เป็นเพื่อนพีร์ค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้ ‘กายภายนอก’ ที่มองเห็นด้วยสายตาของคนปกติ แต่ก็แอบซ่อนยิ้ม เพราะเธอมองเห็นมากกว่าสายตาของคนทั่วไป

“เดี๋ยวเราไปสั่งขนม เอาไรป่าว” ชายหนุ่มถามอย่างเอื้ออาทร

“ไม่อะ อยากกินไรก็สั่งมาได้เลย แล้วแต่พีร์เลย”

อะไรก็ได้สินะ ชายหนุ่มคิด เขาจึงเดินไปสั่งช็อกโกแลตเย็นให้ตัวเองและหญิงสาว ชาร้อนให้อากง พร้อมกับขนมอีกสองสามอย่าง พร้อมกับคอยมองมาทางอากงอยู่เป็นระยะๆ จนกระทั่งหญิงสาวรู้สึกเหมือนมีใครมองมาทางโต๊ะ จึงนึกขึ้นได้ว่าปริมาณของเครื่องดื่มและขนม น่าจะเยอะเกินกว่าคนเดียวจะยกมาได้หมด

“อาม่านั่งรอตรงนี้นะคะ เดี๋ยวฟ่างเดินไปช่วยพีร์ยกขนม คนเดียวท่าจะไม่ไหวละ”

จนเมื่อทั้งสองเดินมาที่โต๊ะ ระหว่างที่กำลังยกอาหารออกจากถาด หญิงสาวก็พูดขึ้น

“ในร่างอาม่านี่ใช่มั้ย สิ่งประหลาดของพีร์” หญิงสาวพูดพลางหยิบแก้วช็อกโกแลตขึ้นมาดูด โดยไม่ได้สังเกตว่า คนที่สั่งเครื่องดื่มให้กำลังลุ้นว่าจะกิน ‘อะไรก็ได้’ จริงมั้ย

“ใช่…นี่อากงเราเอง” ชายหนุ่มตอบรับไปง่ายๆ

หญิงสาวถึงกับเบิกตากว้าง “หา…นี่อากงของพีร์เหรอ …เรามองเห็นเป็นผู้ชาย…หนุ่ม อายุน่าจะน้อยกว่าพวกเราอะ ตัวผอมๆ เหมือนคนไม่ชอบออกกำลังกาย”

แม้จะยังเคืองที่หญิงสาวตรงหน้าที่บอกว่าตนเองผอม ทั้งที่คนพูดก็ผอมจนแบนไปหมด แต่อากงเองก็อดตื่นเต้นไม่ได้

“ลื้อมองเห็นอั๊วด้วย….เห็นมั้ยอาพีร์ ทีนี้เชื่ออั๊วรึยัง…ก็อั๊วตายตอนอายุยี่สิบ ยังไม่ทันจะได้แก่ ก็ตายซะก่อน ก็เลยหนุ่มไง พวกลื้ออยากหนุ่มสาวตลอดกาลแบบอั๊วมั้ยล่ะ”

“ยังอีก อากง” ชายหนุ่มส่ายหัวกับความล้นเกินของอากง อยู่กันมากับอาม่าได้อย่างไรเนี่ย ไม่เหมือนกันสักอย่าง

ทั้งสามคนกำลังเพลิดเพลินกับขนมอร่อย อากาศรอบตัวก็กำลังสบาย ทำให้หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลาย แม้จะเพิ่งได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ได้ไม่นาน แต่ก็เหมือนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

สักพัก หญิงสาวมองสูงขึ้นไป ทั้งอากงและพีร์ก็หันไปกวาดตามองตาม แล้วในที่สุด สายตาของหญิงสาวก็หยุดที่บริเวณเหนือศีรษะของพีร์

“…ท่านมาแล้ว สวัสดีค่ะ” หญิงสาวมองขึ้นไปบนหัวพีร์ ยกมือไหว้ แล้วรับคำ “ค่ะ อ๋อ ค่ะๆ” แล้วพยักหน้าเป็นระยะๆ ไม่สนใจสีหน้าเลิ่กลั่กของชายหนุ่มตรงหน้าและอากงที่ยกมือไหว้ตามหญิงสาวตรงหน้าอย่างอัตโนมัติ พร้อมกับพยักหน้าตามทั้งที่มองไม่เห็นอะไร

“อากวง…อ้อๆ ชื่ออากงเหรอคะ…ค่ะ อากวง เอ้ย อากงต้องไปตามหาผู้หญิงในรูป” หญิงสาวมองตรงมาที่อากงที่กำลังทำหน้าซื่อตาใส แล้วเงยหน้ากลับไปฟัง แล้วทวนประโยคตาม ‘ท่าน’

“ท่านพูดว่า…แหม…ไม่ต้องทำหน้าแบบไร้เดียงสา รู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงคนไหน…ไปตามหา เขาช่วยได้” ฟ่างพูดเลียนเสียงตามที่ท่านบอก ทำเอาชายหนุ่มและอากงที่อยู่ในร่างอาม่าขนลุกเกรียว

“แล้วจะหาเจอได้ยังไง ผ่านมาตั้งหลายสิบปี” ชายหนุ่มถามขึ้นด้วยความสงสัย

หญิงสาวยังคงตั้งใจฟัง แล้วพยักหน้าหงึกๆ มือก็พนม ตาก็มองไปเบื้องบน ดีที่ว่าไม่มีใครผ่านมาเห็นวงสนทนาที่แปลกประหลาด

“ท่านบอกว่า ตามหายังไงเป็นเรื่องของพวกแก…ที่มาบอกเนี่ย เพราะว่าอาม่าทำบุญให้อากงมาตลอด และอาม่าก็อธิษฐานให้อากงเสมอ…อ๋อ ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ อีกสองคนก็พลอยพยักหน้าตามไม่ขาดช่วง

“ท่านบอกว่า…ตัวท่านเองก็ได้อานิสงส์จากข้าวของที่อาม่าทำบุญ เพราะอาม่าเผื่อแผ่เทวดาที่คุ้มครองบ้านมาตลอด ท่านก็เลยต้องช่วย…ไอ้ที่มาช่วยอากงก็เพราะจะช่วยอาม่า…อ๋อ ช่วยกันเป็นทอดๆ สินะ”

ชายหนุ่มเกือบจะหลุดคำว่าอาม่าจ่ายใต้โต๊ะให้เทวดา แต่ก็กลืนคำพูดลงไปอย่างรวดเร็ว กลัวท่านได้ยิน แล้วพอพูดถึงอาม่าก็นึกขึ้นมาได้

“ผมอยากจะถามท่านว่า อาม่าผมอยู่ที่ไหนฮะ”

หญิงสาวพยักหน้ากับเบื้องบน แล้วพูดว่า “อาม่าหลับอยู่ ไม่ต้องเป็นห่วง ท่านดูแลอาม่าให้เป็นอย่างดี อาม่ายังไม่ถึงเวลาตายหรอก อีกนาน” ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“อ้าว…ไปแล้วเหรอคะท่าน อ๋อๆ สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้แทบจะไม่ทัน ก็ท่านนึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป ทำเอาอีกสองคนที่เหลือรีบยกมือนิ้วโป้งจรดหัวคิ้วนิ้วชี้จรดไรผมแทบจะทันที

“ท่านเป็นใครอะ…แล้วตอนนี้…ท่านไปแล้วเหรอฟ่าง” ชายหนุ่มกระซิบถาม กลัวท่านได้ยิน

“ไปแล้ว วันนี้ท่านมีกินโต๊ะแชร์กับเพื่อนๆ…ท่านเป็นตี่จู้เอี๊ยะที่บ้านพีร์น่ะ” หญิงสาวพูดพลางจิ้มขนมเข้าปาก

“เฮ้ย…มีงี้ด้วย…ว่าแต่…อากงชื่อกวงจริงๆ แหละ มีแค่คนในบ้านเท่านั้นแหละ…ที่รู้” ชายหนุ่มพึมพำ หญิงสาวตรงหน้ายักคิ้วแผล็บ พร้อมกับยิ้มมุมปาก

“ผู้หญิงคนนั้น ชื่อเดือน…หนูเดือน” อากงพูดขึ้นมา “อั๊วจำได้แค่ว่า เขาอยู่ในซอยบ้านเรานั่นแหละ แล้วอั๊วซ่อนรูปนั้นหลังจากยกน้ำชากับอาม่าลื้อ นอกนั้นก็ลืมหมดแล้ว” อากงมองหนุ่มสาวที่นั่งร่วมโต๊ะที่ทำหน้างง คนเรามันจะลืมง่ายขนาดนี้เลยเหรอ

“แหม มองอย่างงี้…รู้นะ คิดอะไร ใครมันจะไปจำอะไรได้ที่ไหน…อั๊วตายยังไงยังไม่รู้เลย นี่จำอะไรไม่ได้จริงๆ รู้แค่เป็นผัวของอาม่าลื้อนั่นแหละ…ว่าแต่…ไอ้นี่มันอร่อยดี สมัยนี้ดีเนอะ ของอร่อยเยอะเลย…ต้องให้อั๊วกินเยอะๆ สิ เดี๋ยวมันก็จำได้เอง” อากงหาข้ออ้างในการกิน แล้วตักเค้กมะพร้าวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

“พีร์รู้มั้ย อากงเธอน่ะ ก็เหมือนชายหนุ่มอายุยี่สิบที่หลงยุค…จะว่าไปก็น่าสงสารนะ ทุกอย่างใหม่สำหรับเขาทั้งหมดเลย” หญิงสาวมองอากงที่กำลังตื่นเต้นกับขนมเค้กแล้วอดยิ้มไม่ได้

“ใช่ๆ สมัยอั๊วไม่มีอะไรอย่างงี้กินหรอก…ไปสั่งมาอีกไป อร่อยดี” อากงพูดพลางปาดเค้กจนหมดเกลี้ยงแล้วยกส้อมขึ้นมาเลียต่อ

“พอก่อนเหอะอากง กินเยอะไม่ดีหรอก เอางี้ เดี๋ยวผมซื้อไอติมให้กิน” ชายหนุ่มนึกถึงร้านไอศกรีมแถวนั้นที่เพิ่งมีโฆษณารสชาติใหม่ ซื้อกลับไปที่บ้านฝากพี่เฉิดโฉมด้วยน่าจะดี

“ไป ฟ่าง เดี๋ยวเราเลี้ยงไอติม เธอต้องช่วยเราอีกเยอะเลยแหละ”

“ดีเลยพีร์ ของหวานจะเยียวยาทุกสิ่ง…เธอรู้มั้ย เราอะ เหนื่อยมากเลยนะ จะบอกยังไงดี…มันต้องใช้พลังมากเลย” หญิงสาวโอดครวญ “นี่ก็อยากจะถามเทพว่าเมื่อไหร่พรสวรรค์พวกนี้มันจะหมดไปซะที” หญิงสาวเงยหน้าบ่นพร้อมกับชูสองแขนขึ้นไปบนฟ้า พลางถอนหายใจยาวเหยียด

“เออน่า อย่างน้อยก็ได้ช่วยคน โดยเฉพาะอากงเนี่ย ถ้าไม่ได้ฟ่าง เราก็ติดต่อเทพไม่ได้ แล้วจะไปรู้ได้ยังไงว่าต้องทำอะไรบ้าง…เธอนี่คนสำคัญของเรื่องนี้เลยนะ” ชายหนุ่มรีบพูดเอาใจ ก่อนพาทุกคนไปที่ร้านไอศกรีม จนเมื่อถึงร้าน ก็ทำเอาพีร์อดยิ้มไม่ได้ เพราะเห็นสายตาลุกวาวของอากงที่ไปยืนเกาะขอบตู้ไอศกรีม เหมือนเด็กเห็นของถูกใจ

ระหว่างเดินกลับไปที่จอดรถ อากงได้ไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รี ใส่โคนบางกรอบ เดินเลียไอศกรีมในมืออย่างสุขใจ ชายหนุ่มถือถุงใส่กล่องไอศกรีมอีกสองกล่องโตๆ ว่าจะเอาไปแช่ตู้เย็นที่บ้านไว้ เผื่อให้พี่เฉิด และอากงได้กินในเวลากลางวันที่เขาไปทำงาน ส่วนอีกกล่องเป็นของข้าวฟ่าง พอถึงลานจอดรถ ข้าวฟ่างก็เดินแยกไปที่รถของตนเอง ชายหนุ่มจึงส่งถุงใส่กล่องไอศกรีมให้

“แต๊งกิ้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันที่ทำงานนะ เราจอดรถทางโน้น ขับรถดีๆ ล่ะพีร์” ข้าวฟ่างโบกมือลา ชายหนุ่มโบกมือตอบ แล้วพาอากงมาที่รถยนต์ที่จอดไม่ไกลนัก

จนเมื่ออากงในร่างอาม่าเข้ามานั่งในรถ ชายหนุ่มก็เข้ามานั่งแล้วสตาร์ตรถ พร้อมกับเปิดแอร์เย็นฉ่ำ เขาหันไปมองอากงที่กินไอศกรีมจนหมด กำลังเลียมืออย่างชอบอกชอบใจแล้วป้ายมือกับขากางเกง ชายหนุ่มก็อดขำไม่ได้ จึงหยิบกระดาษทิชชูในลิ้นชักด้านหน้าส่งให้

“อะ เช็ดมือซะอากง แล้วทิ้งขยะในถุงนี่ เดี๋ยวค่อยเอาลงไปใส่ถังขยะที่บ้าน” ชายหนุ่มไม่ชอบเก็บขยะในรถ ความเจ้าระเบียบเล็กๆ น้อยๆ ล้วนได้มาจากผู้เป็นมารดาทั้งสิ้น

“อากง เล่าเรื่องอาม่าให้ฟังหน่อยสิ ผมไม่เคยรู้เรื่องเลยอะ อาม่าไม่เคยเล่า”

อากงได้แต่ยิ้ม ไม่พูดอะไร แสงไฟจากสองข้างทางละลานตา ร้านค้าต่างๆ ก็พากันเปิดไฟสว่างไสว ยามค่ำคืนในกรุงเทพฯ ไม่เคยหลับใหล แม้อากงมองออกไปนอกหน้าต่างรถ แต่สายตาของอากงมองไปไกลกว่านั้นมากนัก

 



Don`t copy text!