ก่อนฟ้าสาง บทที่ 19 : ผู้บงการ

ก่อนฟ้าสาง บทที่ 19 : ผู้บงการ

โดย : ม.มธุการี

ก่อนฟ้าสาง นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เรื่องราวโดย ม.มธุการี เมื่อ ‘เจียง’ เลือกพาครอบครัวหนีความเดือดร้อนมาพักพิงยังแผ่นดินไทย แต่แผ่นดินแห่งนี้จะเป็นที่พักพิงที่ปลอดภัยให้กับเขาได้จริงๆ หรือ เจียงยังจะต้องฝ่าฟันอะไรอีกมากมาย อาจจะมีเพียง ‘ใกล้รุ่ง’ หญิงสาวผู้อ่อนโยนคนนั้นที่เป็นความหวังของเขา

บ้านที่เสี่ยกิจต้องไปพักอยู่ตอนนี้คือบ้านนายตำรวจที่มีหน่วยรักษาความปลอดภัยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เขาถูกห้ามติดต่อแม้กระทั่งกับบุคคลในครอบครัวจนกว่าจะได้เบาะแสคนร้ายที่แน่นอน จนกระทั่งต้องปิดกิจการไปอย่างไม่มีกำหนด

“นี่มันเรื่องอะไรกัน ลูกเต้าผมก็ติดต่อใครไม่ได้ กี่วันเข้าไปแล้ว” เสี่ยกิจโวยลั่นตอนเจอหน้าสารวัตรวิชัยที่เข้ามาดูความเรียบร้อยของเขา

“เพื่อความปลอดภัยน่าเสี่ย เพราะเรายังหาตัวคนร้ายไม่ได้ ส่วนตัวผู้จ้างวานมันจะเป็นใครก็ได้ ตอนนี้เรากำลังเรียกสอบหลายปากคำ ที่ตัดไปแล้วก็คือนายทุนเงินกู้ที่เสี่ยกำลังเป็นความกับเขาในตอนนี้ เพราะมองไม่เห็นเหตุผลอะไรที่เขาจะทำ ที่เหลือตอนนี้คือปัญหาในครอบครัวที่เสี่ยมีกับลูกชายคนโต…”

“ไอ้เกรียงมันจะมาทำอะไรผม” เสี่ยกิจงงไป

“เห็นว่าเสี่ยกับลูกมีเรื่องบาดหมางกันเป็นประจำ ครั้งล่าสุดนี่ถึงขนาดไล่ออกจากงาน”

“โอ๊ย แล้วทำไม แค่นั้นหรือถึงขนาดที่มันจะจ้างคนมาไล่ยิงผม ผมเป็นพ่อมันนะสารวัตร” เสี่ยกิจโวยหนักกว่าเดิม

“เราต้องสอบทุกช่องทาง เพื่อความปลอดภัยของเสี่ยเองนะ ที่สำคัญตอนนี้เราตามหาตัวลูกชายเสี่ยยังไม่พบ แค่อยากจะเชิญตัวมาสอบปากคำ”

“ยังไงผมก็จะกลับบ้าน ผมไม่เชื่อหรอกว่าลูกมันจะคิดร้ายกับผม ทำไมไม่ไปสอบเจ้านายของสารวัตรมั่งล่ะ เขาก็เขม่นขี้หน้าผมอยู่ไม่ใช่หรือ”

เพราะนั่นคือคนเดียวที่เสี่ยกิจสงสัย การที่เขาเข้าไปช่วยเหลือเจียงจนพ้นข้อหาน่าจะสร้างความเคืองแค้นให้ผู้การพิสุทถึงขนาด นี่คือการจงใจฆ่าเขากับเจียงในเวลาเดียวกัน เขาไม่เคยรู้สึกปลอดภัยจากการอารักขาของทางเจ้าหน้าที่สักนิด…

สารวัตรปล่อยเขากลับบ้านวันนั้น โดยให้เจ้าหน้าที่ตามไปอารักขาสองคน ห้องทำงานหมองไปด้วยฝุ่นเพราะถูกปิดมาหลายวัน ภาพเซฟที่ถูกเกรียงงัดแงะยังบาดใจ จนต้องนั่งมองอยู่อย่างนั้น

เขามีปัญหากับเกรียงร้ายแรงจริงอย่างที่สารวัตรว่าไว้ มันรุนแรงขึ้นทุกขณะจนถึงขั้นตัดเป็นตัดตาย แต่มันจะเป็นไปได้ทีเดียวหรือที่ลูกคิดขนาดจะฆ่าเขา สิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิด หรือว่ามันมีอะไรบ้างที่เป็นไปไม่ได้ในยุคปัจจุบัน…

ข่าวคราวตามหน้าหนังสือพิมพ์ที่มันเกิดขึ้นอีกและอีกจนยากที่จะมองข้าม ลูกฆ่าพ่อแม่ พ่อแม่ฆ่าลูก สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นตลอดเวลา       การตายของเขาคือมรดก ร้อยล้านพันล้านที่เกรียงอาจจะกำลังจดจ้องอยู่ คนเดียวที่จะได้ทุกสิ่งถ้าเขาเป็นอะไรไป…

โทร.ไปถึงคนที่เขาอยากพบมากที่สุดในตอนนี้ พอเจียงรู้ว่าเป็นเขาก็ถามมา

“เถ้าแก่อยู่ที่ไหนครับตอนนี้”

“อยู่ที่ร้าน มาหาหน่อยนะ มาเดี๋ยวนี้เลย”

เจียงรีบขับรถออกจากบ้าน เถ้าแก่กลับมาแล้ว สุ้มเสียงของฝ่ายนั้นเครียดจนเขาสัมผัสได้ เรื่องราวไปถึงไหนแล้ว คดีมันเงียบเสียจนเขาไม่คิดว่าจะจับมือปืนได้ง่ายๆ

ไปถึงที่ร้านก็พบว่ามีตำรวจสองคนคุมเข้ม เถ้าแก่ต้องออกมาหน้าร้านและเรียกเขาเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว เจียงชะงักไปเมื่อเห็นตู้เซฟที่ถูกงัด เกิดอะไรขึ้นที่นี่…

เถ้าแก่ชี้ให้เขานั่งที่เก้าอี้ตรงข้าม ใบหน้าของผู้สูงวัยกว่าดูร่วงโรยอ่อนระโหย

“เธอเป็นไงมั่ง ที่บ้านเรียบร้อยดี”

“ครับ” เจียงตอบสั้น

เขาเห็นเถ้าแก่เปิดแฟ้มเบื้องหน้าและเลื่อนส่งมาให้เขา

“เซ็นชื่อซะ โฉนดที่ดิน นับแต่นี้ไปที่ตรงนั้นเป็นของเธอแล้ว จัดการโอนกันเสียให้เรียบร้อย”

สบตากันนิ่ง เถ้าแก่หยิบปากกาส่งให้เขารับไปเซ็น ปากก็พูดว่า

“เราไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก…เธอเองก็เกือบจะต้องมาตายเพราะฉัน”

มันเป็นช่วงเวลาแห่งความเงียบอันเยียบเย็น มีความจริงอันหนาวเหน็บที่เขารู้อยู่แก่ใจ แต่พูดอะไรออกไปไม่ได้

“ฉันก็ยังนึกว่ามันเป็นฝันร้าย” เถ้าแก่พูดเนิบๆ ตามองไปที่ผนังห้องเลื่อนลอย

“ฉันอยากให้เธอไปเห็นสภาพรถ เรารอดกันมาได้ยังไง”

“ผมอยากให้เถ้าแก่ระวังตัว” เจียงพูดในที่สุด “มือปืนก็ยังจับไม่ได้”

“คนบงการมันคงเหี้ยมได้ใจ มันทำได้ยังไงกัน” คำพูดนี้ขื่น ตามติดมาด้วยเสียงถอนใจลึก

“ก็เท่านี้ที่ฉันอยากพบเธอ ร้านนี่อาจจะปิดสักระยะ มีอะไรคืบหน้าฉันจะติดต่อไปอีกที อาจจะหาซื้อรถใหม่ และเธอก็กลับมาทำงานเหมือนเดิม”

สบตากันนิ่งอีกครั้งก่อนที่เจียงจะออกจากที่นั่นพร้อมกับโฉนดที่ดินที่ได้มา สิ่งที่เขาเองก็ไม่คาดหวัง อะไรบางอย่างบอกเขาว่าเถ้าแก่กำลังหวาดผวากับวันคืนข้างหน้าของตัวเอง คงมองเห็นถึงภยันตรายที่จะเกิดขึ้นมาเมื่อใดก็ได้…

ตำรวจยังคุมเข้มเมื่อเขาขับรถออกจากที่นั่น เช่นเดียวกับแก๊งมอเตอร์ไซค์ที่ไม่เคยตายไปจากชุมชนแห่งนี้ มันต้องเป็นพวกเดียวกันกับกลุ่มที่โจมตีเขาและเถ้าแก่ นี่คือแก๊งเดนนรกที่เลวระยำจนสุดขั้ว มันอาจจะถึงเวลาแล้วก็ได้ที่เขาจะต้องจัดการกับพวกมันด้วยตัวของเขาเอง…

 

ข่าวคราวการถูกลอบยิงเสี่ยกิจยังอื้ออึงในชุมชน และทะนงก็ต้องมาถูกซักฟอกจากพ่อ จนเขาต้องยอมจำนนรับสารภาพในที่สุด และเพียงแค่นี้ก็ทำให้พ่อถึงกับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

“แล้วแกรู้ได้ยังไงว่าไอ้เกรียงมันจะไม่ซัดทอดมาถึงแกถ้ามันถูกจับได้ แล้วตอนนี้มันไปกบดานอยู่ที่ไหน”

“ผมไม่รู้ แต่ตกลงกันแล้วว่าจะไม่พูด”

“อย่าดีกว่า ฉันเห็นมันเปิดโปงกันทุกราย แล้วนึกยังไงไปเล่นงานเถ้าแก่”

“ไอ้เกรียงมันโกรธเตี่ยมัน อีกอย่างพ่อเคยบอกเองให้เล่นงานคนขับรถเถ้าแก่ ก็ซัดไปเลยพร้อมๆ กัน ใครจะคิดล่ะว่ามันจะรอดมาได้ มือปืนผมล่อด้วยอาวุธสงครามเลยนะ”

“แล้วตอนนี้พวกมันไปอยู่ไหน เพราะถ้าถูกจับได้เมื่อไหร่แกพังเมื่อนั้น”

“ข้ามไปอยู่ฝั่งพม่าโน่น ผมไม่ให้มันกลับมากัน จนกว่าเรื่องจะเงียบ”

“เงียบ เรื่องนี้จะไม่มีเงียบ” พ่อชี้หน้าเขา “เพราะเถ้าแก่เป็นที่นับหน้าถือตา แกไปเล่นคนผิด ไอ้คนขับรถคนเดียวก็ไปอย่าง ตอนนี้ฉันอยากให้แกตามประกบไอ้เกรียง แล้วมาบอกฉันว่ามันไปอยู่ที่ไหน ด่วนด้วย”

ทะนงรีบโทร.ไปถามเกรียงเพื่อหยั่งเสียงเรื่องนี้และเพื่อนก็โวยวายมาตามสาย

“ตำรวจกำลังตามหากูให้จ้าละหวั่นเลยตอนนี้ มันพุ่งประเด็นมาที่กูแล้วตอนนี้ว่าเป็นคนบงการ มึงต่างหากที่เป็นคนต้นคิดบงการ ใช่มั้ยล่ะ มึงทำกูซวยแล้วนะเนี่ย”

“เฮ้ย…เย็นๆ พวก ยังไม่มีใครจับมึงใช่ไหมล่ะ มันไม่มีหลักฐาน ลูกน้องกูก็ส่งข้ามแดนไปหมดแล้ว”

“ตำรวจมันต้องหาหลักฐานจนได้นั่นแหละ นี่มันจะเรียกไปสอบปากคำอีก อาจจะเจอหมายจับ กูปรึกษาทนายดูแล้ว ขนาดทนายกูยังสิ้นหวัง”

ทะนงนิ่งคิด

“ว่าไงมั่งทนายมึง”

“แนะนำให้กูรับสารภาพถ้ากูทำจริง”

“คือทนายรู้ว่ามึงทำ”

“กูไม่ได้บอก แต่ใครมั่งไม่รู้ เขารู้กันทั้งเมือง”

“ฟังนะ มึงสารภาพไม่ได้ ตำรวจจะมารู้แมร่งอะไร มันแค่สงสัยแต่มันไม่มีหลักฐาน ไม่มีเหี้ยไรเลย มึงอย่าคิดไกลให้ประสาทแดก หัดคิดใกล้ๆ แล้วยังไงกูจะแวะไปเยี่ยม ว่าแต่มึงอยู่ที่ไหนตอนนี้”

เพื่อนให้ที่อยู่มา

“มึงจะมาเมื่อไหร่”

“เร็วๆ เนี้ย”

ทะนงวางสายแค่นั้น จับเสียงได้แล้วว่ามีอะไรในสมองมันตอนนี้ เขาจะเข้าปิ้งก็เพราะมันนั่นเอง ทนายคงยุให้รับสารภาพเพื่อผ่อนหนักเป็นเบา และคนที่มันจะลากไปเข้าปิ้งก็คือเขา ตัวการที่อาจจะเจอโทษหนักก็คือเขา ไม่ใช่มัน…

เพื่อนวางสายไปแล้ว น้ำเสียงไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไรสักนิด จะเดือดร้อนทำไมในเมื่อคนซวยมีคนเดียวนั่นคือเขา ตอนนี้่เกรียงรู้แล้วว่าเขาคือบุคคลที่ต้องสงสัยมากที่สุด เตี่ยมีศัตรูที่ไหนมั่ง ไม่มีกระทั่งคนคุ้มกันหรือผู้ติดตาม…

การสารภาพต่อเจ้าหน้าที่น่าจะทำให้โทษหนักกลายเป็นเบา อีกทั้งผู้บงการตัวจริงก็คือทะนงและไม่ใช่เขา มันเป็นคนเสนอแนะมาแต่แรกเรื่องฆ่าเตี่ย อะไรกันที่ทำให้เขาเห็นดีเห็นงามกับมันไปได้ถึงขนาดนั้น ความโลภนั่นเอง มรดกจากเตี่ยเป็นสิ่งเย้ายวนชนิดที่ทำให้เขาถึงขนาดเห็นผิดเป็นชอบ…

น้องชายบินตรงจากกรุงเทพฯ มาเยี่ยมเตี่ยพอรู้ข่าว แต่ไม่ยอมโทร.ถึงเขา คงคิดว่า

เขานั่นเองที่เป็นคนบงการ ไกรมีธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับการขายตั๋วเครื่องบินและมีบริษัทนำเที่ยว คนเดียวที่ช่วยตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเตี่ยเหมือนน้องคนอื่นๆ ที่อยู่ต่างประเทศ ไม่มีใครติดต่อถึงเขาเช่นกันและคงลงความเห็นกันไปแล้วว่าเขาคือคนบงการ…

 

ผู้การพิสุทเรียกประชุมพนักงานสอบสวนทั้งหมดเกี่ยวกับคดีล่าสุด เพราะอยากรู้ว่าไปถึงไหนแล้ว ร้อนใจว่ามันจะพัวพันมาถึงบุตรชายคนโตชนิดดิ้นไม่หลุด เสี่ยกิจเป็นคนดังและเป็นที่รักใคร่ในชุมชน ทุกคนอยากรู้ว่าคดีไปถึงไหนและใครเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลัง

การตื่นตัวของชาวบ้านต่อคดีนี้เป็นสิ่งที่เขาวิตกกังวล เพราะเขาไม่อาจทำให้มันเป็นคดีที่เงียบหายหรือปัดเอาไว้ใต้พรมเช่นคดีอื่นๆ ชาวบ้านทุกคนต้องการคำตอบ…

“ตอนนี้เรากำลังตามหาเพื่อจะเรียกลูกคนโตมาสอบปากคำ ในฐานะคนที่เรากำลังสงสัยมากที่สุด ยิ่งหลบหนีก็ยิ่งเพิ่มพิรุธ ผมแน่ใจว่าเจ้าคนนี้แหละที่จ้างคนอื่นให้ทำแทน ส่วนตัวเองเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลัง”

สารวัตรวิชัยนั่งรายงานให้เขาฟังเป็นฉากเป็นตอนและผู้การพิสุทก็รีบขัด

“ผมก็ยังไม่อยากเชื่ออยู่ดีว่าลูกจะฆ่าพ่อตัวเองได้ มันมีประเด็นอื่นมั่งมั้ยสารวัตร

เช่นเรื่องคู่กรณีที่เป็นความกันอยู่ตอนนี้ เห็นว่าเคยไปค้ำประกันหนี้สินเอาไว้มากมายไม่ใช่หรือ คดีแบบนี้ส่วนใหญ่เป็นประเด็นเงินๆ ทองๆ ขัดผลประโยชน์กัน หรือไม่ก็เรื่องชู้สาว”

“อย่างหลังนั่นตัดไปได้เลยครับ เพราะเสี่ยแกไม่เคยยุ่งกับใครตั้งแต่เมียตาย อย่างแรกคดีก็กำลังเป็นความกัน ศาลยังไม่ทันตัดสินเสียด้วยซ้ำ มีเค้าว่าเสี่ยอาจจะต้องใช้หนี้แทนเพื่อนทั้งหมด นั่นก็หมายความว่าฝ่ายตรงข้ามต้องการให้แกมีชีวิตอยู่มากกว่าจะตาย เรื่องก็ไปลงที่ลูกคนโต เพราะเห็นว่าผิดใจมีปากเสียงกันตลอดเวลา ตอนนี้เรากำลังหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อรอออกหมายจับ ถึงตอนนั้นเราคงได้รู้ว่ามีใครอีกบ้างที่ให้ความร่วมมือ แน่ใจว่าท้ายสุดเราจะจับได้ทั้งหมด”

โดยรวมถึงบุตรชายของเขาด้วยอย่างนั้นหรือ…ทะนงจะมีทางรอดอะไรถ้าเพื่อนถูกจับได้และตัวเองโดนซัดทอด…

ไม่เคยคิดว่าลูกจะประมาทได้ถึงเพียงนี้ อาชญากรมันต้องมาพร้อมกับพรสวรรค์

สิ่งที่ทะนงอาจจะมีน้อยไปกว่าเขา หลายคดีที่ใกล้ตัวและข้องแวะเกี่ยวกับเขามันไม่เคยมาถึงตัวเขาแม้สักครั้งเดียว ก็เพราะเขารู้ถึงวิธีการฆ่าตัดตอน ไม่เคยมีสัจจะในหมู่โจรจริงๆ จังๆ มิตรแท้ในหมู่โจรก็ไม่เคยปรากฏ มันเป็นเรื่องของใครดีใครรอดแต่เพียงสถานเดียว

เรียกคนสนิทสองคนมานั่งคุย มือปืนหน้าโง่ที่คอยคุ้มครองเขาและพร้อมจะตายแทนเขาได้ทุกเมื่อ เคยฆ่าคนมาแล้วนับศพไม่ถ้วนและมีพรสวรรค์มากกว่าทะนงเป็นหลายๆ เท่า เขามีงานด่วนให้มันสองคนทำพร้อมกับเงินรางวัลอย่างคุ้มค่าถ้าพวกมันทำสำเร็จ…

 

 



Don`t copy text!