ปราการแสงจันทร์ บทที่ 21 : เพื่อน… ผู้อยู่รอด

ปราการแสงจันทร์ บทที่ 21 : เพื่อน… ผู้อยู่รอด

โดย : ภัสรสา

ปราการแสงจันทร์ โดย ภัสรสา เมื่อนิชฌานที่เปรียบเหมือนต้นไม้ใต้เงาจันทร์ที่ไม่เคยรู้ว่าโลกในยามกลางวันเป็นอย่างไรต้องมาใช้ชีวิตร่วมกับจิลลาที่ดุจว่าวตัวน้อยที่เรียนรู้การลอยตัวท่ามกลางแรงลมทุกรูปแบบ ทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันไปได้ตลอดชีวิตจริงหรือ โดยเฉพาะเมื่อนิชฌานเป็นคนฆ่าจิลลาด้วยมือตัวเอง นิยายออนไลน์ที่อ่านได้ในอ่านเอา

****************************

“พอสืบจนเหมือนจะได้ตัว แต่ทุกอย่างก็หายไปหมด” ทิวาบอกทุกคนที่พูดคุยกันอยู่หลังอาหารมื้อเย็นจบลง วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ทิวาจะอยู่ที่นี่จึงตั้งใจจะบอกความคืบหน้าที่ตนได้ “สืบจนรู้แล้วว่าคนที่โทรเข้าห้องแคลร์โทรมาจากที่ไหน แต่ไปเช็กก็เป็นร้านขายของชำ ไม่น่าเกี่ยวกับพวกเราเลย ใครมาขอใช้โทรศัพท์ก็ให้ ถามว่าวันนี้ๆ มีใครมาขอใช้โทรศัพท์บ้างก็จำไม่ได้ ก็ไม่ผิดหรอก มันนานมาก กล้องวงจรปิดก็ไม่มี”

“แล้ว… คนที่ยิงฌานล่ะครับ” ตุลธรเอ่ยถามถึงอีกหนึ่งเบาะแส ซึ่งทิวาก็ถอนใจเฮือก “ปู่ตามจนได้ทะเบียนรถ แต่พอเช็กทะเบียนรถก็กลายเป็นรถอีกคันไปเลย เดาว่าคงสวมทะเบียน ปู่ให้นักสืบตามเลยว่าวันนั้นรถคันนั้นมาจากไหน ไปไหนบ้าง ไปจอดที่ไหน แต่ก็เหลวไปหมด ตามยังไงก็ไม่เจอคนพวกนั้น”

เกิดความเงียบงันอยู่พักใหญ่ กว่าทิวาจะถามเพื่อรวบรวมข้อมูล

“เรายังมีอะไรเหลืออีกไหม จะตามจากตรงไหนต่อดี”

นิชฌานกับตุลธรหันมองหน้ากัน ครู่เดียวทั้งคู่ก็ส่ายหน้า ก่อนตุลธรจะเป็นคนตอบทิวา “ผมว่าปู่ตามทุกทางที่เรามีเบาะแสแล้วครับ”

ทิวาพยักหน้า ถอนใจยาวอย่างผิดหวัง ก่อนหันไปทางจิลลา

“แคลร์ก็ต้องอยู่ที่นี่ไปก่อนนะ”

จิลลายิ้มรับ งงอยู่ชั่วขณะหนึ่งเมื่อทิวาลุกยืนแล้วหันไปพูดกับตุลธร

“ไปกันเถอะตุล กระเป๋าปู่อยู่ในห้องแน่ะ วานไปเอาหน่อยนะ” บอกแล้วหันมาทางหลานสาวที่ลุกขึ้นยืนอย่างมึนงง โอบไหล่ร่างเล็กด้วยท่าทางรักใคร่ “ปู่จะไปนอนบ้านลุงแดน พรุ่งนี้ลุงเขาอาสาไปส่งปู่เอง”

“งั้นเรา… ลากันตรงนี้เหรอคะ”

ทิวาพยักหน้า ดึงคนที่ยังไม่ยอมหายงงเข้ามากอด บอกเสียงเบา “พักเยอะๆ นะแคลร์ ไม่ต้องเป็นห่วงปู่ ไม่ต้องห่วงงาน ไว้เราค่อยเจอกัน”

จิลลาส่งเสียงตอบรับ มองทิวากอดนิชฌานและบอกลา ก่อนเดินเคียงกับตุลธรออกจากบ้านไป พักใหญ่จึงหันมาสบตากับนิชฌานที่มองมาอยู่แล้ว และได้แต่มองกันอยู่อย่างนั้นเหมือนต่างฝ่ายต่างไม่รู้จะพูดอะไร จนจิลลาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน “ขอดูป้าหน่อย”

นิชฌานรีบหยิบโทรศัพท์มือถือตนมาเปิดแอปพลิเคชั่นของกล้องวงจรปิดที่ติดในห้องของนลินแล้วยื่นส่งไปให้ ทั้งคู่นั่งอยู่ด้วยกันเงียบๆ อยู่ราวครึ่งชั่วโมง จิลลาก็ส่งมือถือคืนนิชฌาน

“แจ้วจะไปทำงานต่อในห้อง”

หลังนิชฌานพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ จิลลาก็หมุนตัวเดินแยกไป หลังเข้ามาอยู่ในห้องลำพังแล้วจิลลาก็หยิบคอมพิวเตอร์พกพามาเริ่มทำงานของตน หลังลงลึกไปกับการทำงานแล้วจิลลาก็ไม่สนใจโลกภายนอกอีก ทว่าโลกภายนอกกลับดึงเธอกลับมาด้วยเสียงเคาะประตู

จิลลาเดินไปเปิด เห็นนิชฌานยืนอยู่หน้าห้อง ยังไม่ทันถามว่ามีอะไรเขาก็บอกมา

“จะไปว่ายน้ำ”

จิลลามองไปด้านหลังเขา ถามถึงใครอีกคน “คุณตุลล่ะ”

“ไปค้างบ้านพ่อ พรุ่งนี้คงไปส่งปู่กับพ่อ… ถ้าแจ้วอยากไปก็ตามมาแล้วกัน”

โดยไม่รอฟังคำตอบนิชฌานก็เดินจากไปแล้ว จิลลากลับเข้าห้องไปดูให้แน่ใจว่าตนบันทึกงานเรียบร้อยแล้ว ค่อยเดินออกจากบ้านมุ่งตรงไปยังท่าน้ำ ตอนไปถึงยังเห็นนิชฌานนั่งห้อยขาอยู่ปลายท่า กำลังยืดตัวบิดแขนไปมา จิลลาเดินเข้าไปใกล้ไม่ได้ตั้งใจให้เงียบทว่าก็เงียบพอที่นิชฌานจะไม่รู้ตัว เธอยืนจ้องรอยสักเขาอยู่เป็นนาทีกว่าเขาจะหันขวับกลับมามอง พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะดุ

“ขนลุกน่า”

จิลลาหัวเราะ เดินมานั่งห้อยขาข้างๆ เขา เงยหน้ามองดาวบนท้องฟ้า วันนี้นิชฌานไม่เปิดไฟ มีเพียงความสว่างจากไฟทางเดินที่ห่างออกไปทำให้เห็นว่าตอนนี้ดาวกระจ่างแค่ไหน จิลลาหันมองนิชฌานอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงวัตถุกระทบผิวน้ำ เขาลงน้ำไปแล้วแต่มือยังเกาะท่าอยู่ ดูออกว่ากำลังปรับตัวกับอุณหภูมิน้ำ อดถามไม่ได้ “ทำไมคุณไม่ทำสระว่ายน้ำ”

นิชฌานเงยหน้ามองจิลลา ถามย้อนกลับไป “ทำไมต้องทำด้วย”

“แล้วทำไมถึงไม่ทำล่ะ” จิลลาย้อนกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “ที่ข้างบ้านก็ยังว่างตั้งเยอะตั้งแยะ”

“หมามันชอบมาวิ่งเล่น”

“ที่ให้หมาวิ่งเล่นยังมีอีกเยอะแยะ”

“ถุงทองมันชอบแจ้วนะ”

“อย่านอกเรื่อง”

นิชฌานหัวเราะ ปฏิเสธข้อกล่าวหา “ไม่ได้นอกเรื่อง พูดถึงหมาแล้วนึกได้พอดี… ว่าจะถามแจ้วหลายทีแล้วว่าจะรับถุงทองมาเลี้ยงไหม ลืมตลอด”

จิลลาส่ายหน้าหวือ “ไม่ พามาเล่นชั่วครั้งชั่วคราวน่ะได้ แต่อย่าเอามาเลี้ยงเลย… ถึงเวลาต้องกลับกรุงเทพฯ จะซึมกันหมด”

“ก็เอาไปด้วย”

เท่านั้นคนฟังก็เบิกตากว้าง ย้อนกลับทันที “แจ้วว่ามันต้องมีเหตุผลที่บ้านกัญจน์ธราไม่มีสัตว์เลี้ยง”

นิชฌานมีสีหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ “เออ ใช่ แคลร์ไม่ชอบสัตว์… พ่อยังว่าแปลกที่ถุงทองชอบแจ้ว”

“เนี่ย ถ้าคนอื่นจะสงสัยว่าแจ้วไม่ใช่คุณแคลร์ก็ไม่ใช่เพราะแจ้วแล้วนะ”

นิชฌานหัวเราะหึ ก่อนโผตัวออกไปจากท่า ว่ายไปตรงกลางบ่อแล้วค่อยหงายตัวขึ้น ตีขาเบาๆ ให้ตัวเองลอยตัวได้ จ้องมองท้องฟ้ายามราตรีอยู่อีกพักแล้วจึงหลับตาลง ตัดขาดทุกความรู้สึกทุกความนึกคิดของตน จมจ่อมอยู่กับความเย็นเยียบของสายน้ำที่ให้สัมผัสนุ่มนวลอ่อนโยน ก่อนต้องลืมตาเมื่อแรงกระเพื่อมของน้ำแปลกไป นิชฌานกดขาตัวเองลงใต้น้ำเพื่อให้มองเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งไม่ต้องมองหานานเลย แพเป็ดยักษ์ที่ขยับไหวโดยมีจิลลาขึ้นไปอยู่บนนั้น ดูจากการปลดเชือกออกจนหมดแล้วแน่ใจว่าเจ้าหล่อนหวังให้เขาเป็นคนพาเข้าฝั่งแน่ นิชฌานหัวเราะหึ ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจก่อนเริ่มพลิกตัวว่ายน้ำ นิชฌานชอบว่ายน้ำ ชอบความเย็น ชอบเวลาสายน้ำไหลผ่านร่างกาย ชอบที่เขาจะว่ายไปทางไหนก็ได้ จะดำลึกแค่ไหนก็ได้

“ชนแล้วๆ”

หรืออิสระของเขาจะจบลง การว่ายไปทางไหนก็ได้น่าจะไม่จริงเสียแล้ว… ได้ยินคำนั้นยังไม่ทันจบด้วยซ้ำมือเขาก็ชนเข้ากับบางอย่าง สิ่งแรกที่เห็นหลังจากลืมตามองคือสีเหลือง และสีเหลืองนั้นตามมากระแทกหน้าเขาด้วยแรงส่งจากน้ำด้วย นิชฌานพาตัวเองถอยห่าง เงยหน้ามองก็เห็นจิลลากำลังยิ้มขำ จึงส่งยิ้มให้แล้วเอ่ยถาม “จะกลับเข้าฝั่งยังไงเหรอ”

“อ้าว คุณไง”

“ถ้าผมไม่ช่วยล่ะ”

“ก็นอนนี่สักคืน รอคุณตุลมา”

นิชฌานหัวเราะ ผลักแพเป็ดออกแรงๆ เล่นเอาจิลลารีบยึดแพไว้มั่น รีบบอก

“ถ้าแจ้วตกนี่ภาระหนักกว่าลากแพเป็ดเข้าฝั่งอีกนะ”

นิชฌานไม่ตอบ แต่ดีดตัวว่ายห่างออกไป จนรู้สึกว่าเริ่มเหนื่อยจึงหยุด หันไปเห็นแพเป็ดอยู่ไม่ไกลจึงว่ายไปหา พอถึงก็เกาะแล้วทิ้งน้ำหนักเพื่อพักตัว อดหัวเราะไม่ได้ที่จิลลาโวยวายด้วยกลัวตัวเองจะหล่นจากแพซึ่งยวบยาบด้วยแรงกดจากเขา บอกไป “แพตั้งใหญ่ ไม่ล่มหรอก”

“จะรู้ได้ไง”

เพื่อยืนยัน นิชฌานเลยกดแพมากขึ้นเพื่อจะดึงตัวขึ้นไปนั่งบนแพ จิลลาเลยรีบขยับไปเบียดหัวเป็ดเพื่อสร้างสมดุลให้แพ ทว่าตัวนิชฌานกลับไถลลงจากแพอาจเพราะจังหวะไม่ดีหรือเพราะความลื่นของผิวเนื้อที่เปียกน้ำ การสร้างสมดุลของจิลลาเลยกลายเป็นการสร้างหายนะให้ตัวเองเมื่อน้ำหนักที่มากกว่ากดแพจนฝั่งหนึ่งยกตัวขึ้น… และคว่ำ

จิลลาไม่แน่ใจว่าตัวเองกรี๊ดหรือเปล่า รู้แต่ถ้ากรี๊ดก็คงไม่สุดเสียงเพราะต้องรีบปิดปากกลั้นลมหายใจเมื่อรู้สึกได้ถึงน้ำที่พรั่งพรูเข้ามา สัญชาตญาณเอาตัวรอดของจิลลายังไม่ทันได้ทำงานก็มีแรงหนึ่งคว้าแขนเธอดึงให้ขึ้นจากผิวน้ำ ตามด้วยเสียงให้สติ

“ใจเย็นๆ อย่าดิ้นนะ”

จิลลาไม่ดิ้นหรอก เพราะพอเขาเตือนมาอย่างนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าถ้าดิ้นจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง

“เป็นไง… น้ำเย็นไหม”

เดี๋ยวเถอะ! จิลลาทำตาพองใส่นิชฌาน แล้วลอยตัวตามแรงดึงของเขาที่ลากพาเธอเข้าฝั่ง จิลลาหันไปมองแพเป็ดก็เห็นมันคว่ำไม่เป็นท่าอยู่ให้เธอได้แต่บริภาษอยู่ในใจ เสียชาติเกิด!

นิชฌานหันมาเห็นสายตาที่จิลลาเหวี่ยงใส่แพเป็ดแล้วอดหัวเราะไม่ได้ “อย่าไปโทษมัน”

“โทษคุณแทนแล้วกันงั้น หาเรื่อง อยู่ดีๆ จะปีนขึ้นมาทำไม”

นิชฌานเพียงหัวเราะ ไม่พูดไม่ตอบใดๆ เพราะจะว่าไปก็เป็นความผิดของเขาเองนั่นแหละ เพียงแต่เขาไม่ได้เจตนาจะให้แพเป็ดถึงกับคว่ำไม่เป็นท่าแบบนั้น ไม่ได้อยากให้จิลลาตกน้ำด้วย ตอนได้ยินเสียงร้องสั้นๆ แล้วหายไปนั่นทำใจเขาหายตามไปด้วย นิชฌานแน่ใจว่าตัวเองว่ายน้ำเก่งมาก แต่ไม่แน่ใจว่าถ้าต้องให้ความช่วยเหลือคนจมน้ำจะทำได้ดีพอไหม และตอนนี้เขาโล่งใจมากที่สถานการณ์ไม่เลวร้ายอย่างที่คิดไว้ พอลากกันมาถึงท่าน้ำ นิชฌานก็รอจนจิลลายื่นมือไปจับปลายท่าน้ำเอาไว้ได้แล้วจึงปล่อยแขน ดูระดับความต่างระหว่างน้ำกับแผ่นไม้กระดานของท่าแล้วจำต้องเอ่ยถาม “ขึ้นได้ไหม”

พอเห็นจิลลาหันขวับมาทำตาขวางใส่ก็ต้องรีบอธิบาย “ไม่ได้จะหยาม แต่มันสูง วันไหนผมว่ายน้ำเหนื่อยๆ ยังต้องให้พี่ตุลช่วยดึงขึ้นเลย”

จิลลาเลยหันกลับมาพิจารณาความสูงของท่าน้ำอีกที ลองพยายามขึ้นด้วยตัวเองอยู่สามรอบก็หันมาทางนิชฌาน “ถ้าเป็นเมื่อก่อนขึ้นได้แน่… นี่แจ้วไม่ได้ออกกำลังกายเลย กล้ามเนื้อเหลวเป๋วไปหมดแล้ว”

นิชฌานเลยเสนอ “จะวิ่งก็ได้ รอบๆ บ้านนี่วิ่งได้หมด… หรือจะเอาลู่วิ่งไหม”

“เอามาตากผ้าเหรอ”

คนฟังหัวเราะ ฟังคนใช้งานของผิดประเภทพูดต่อ

“แจ้วไม่ชอบวิ่ง ถ้าจะซื้อลู่วิ่งซื้อแทรมโพลีนดีกว่า”

“เอาสิ ขนาดไหนดี”

“นี่ก็ไว แค่เปรียบเทียบเฉยๆ ขอเสื่อออกกำลังกายให้แจ้วก็พอ แจ้วชอบเล่นพิลาทีส”

“โหดมาก”

นั่นทำให้จิลลาถึงกับเอียงหน้า ด้วยไม่เคยเจอผู้ชายเล่นพิลาทีสมาก่อน “คุณเล่นด้วยเหรอ”

นิชฌานพยักหน้า “เคยครั้งหนึ่ง พนันกับแคลร์ว่าจะทำได้จบคลาสไหม”

“แล้วจบไหม”

“จบ แต่สะบักสะบอมมาก เพิ่งรู้เหมือนกันว่ามันโหดขนาดนั้น… อย่าบอกพี่ตุลนะว่าผมบอก พี่ตุลอยู่ไม่จบคลาส”

จิลลาหัวเราะร่วน ก่อนต้องห่อตัวเข้าหากันเมื่อลมแรงพัดมาวูบหนึ่ง ตกใจนิดๆ เมื่อนิชฌานจับแขนเธอ

“ขึ้นเถอะ เดี๋ยวไม่สบาย”

“ใช่ แจ้วก็สงสัยว่าคุณว่ายน้ำดึกๆ โดยไม่เป็นปอดบวมตายได้ยังไง”

นิชฌานหัวเราะ ไม่ตอบคำใด ให้จิลลาจับท่าไว้ทั้งสองมือแล้วกางแขนของตนออกโดยศอกยังแนบลำตัว บอกไป “เอาเข่าวางมา ผมจะส่งตัวแจ้วขึ้นไป”

ทว่าจิลลากลับลังเล “แขนคุณไม่หักนะ”

“ถ้าหักก็รู้”

จิลลาได้แต่ส่ายหน้า ก่อนทำตามที่เขาบอก ฟังสัญญาณจากเขาแล้วออกแรงส่งตัวเองไปพร้อมกันด้วย ผลคือจิลลาขึ้นไปเอาศอกวางบนท่าได้แต่ยังต้องตะเกียกตะกายเอาตัวขึ้นมาต่อ นิชฌานที่ตามมาทีหลังยังขึ้นมาได้ก่อนแล้วจับต้นแขนจิลลาทั้งสองข้างลากจนขึ้นมาได้สำเร็จ ทว่านิชฌานเองก็ไถลลงไปนอนกองกับพื้นเพราะความเปียกทำให้ทุกอย่างลื่นกว่าปกติ… และทำให้เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังกว่าปกติ

นิชฌานนอนหงายลงกับท่าอย่างหมดแรงทั้งๆ ที่ยังไม่ยอมหยุดหัวเราะ จิลลาที่ใช้ศอกคืบตามมาก็พลิกตัวนอนหงายและหัวเราะไม่หยุดเช่นกัน มาหยุดก็ตอนจิลลาเอ่ยถาม

“คุณไม่ชอบพระจันทร์ใช่ไหม”

นิชฌานนิ่งงัน เหม่อมองดาวบนท้องฟ้า ไล่สายตามองดาวไปทีละดวงราวกับกำลังหาคำตอบ

“แจ้วสังเกต วันไหนที่พระจันทร์สว่างๆ คุณไม่ออกมาว่ายน้ำเลย… เพราะชื่อคุณแคลร์ใช่ไหม”

นิชฌานถอนใจยืดยาว บอกไปตามตรง “น่าจะใช่”

“เมื่อกี้คุณว่าเคยพนันกับคุณแคลร์เรื่องคลาสพิลาทีส… แปลว่าความสัมพันธ์ก็ไม่ได้เลวร้ายทั้งหมดใช่ไหม”

คนได้รับคำถามไม่หยุดไม่หย่อนหันไปมองด้านข้าง เห็นจิลลามองมาอยู่แล้วก็ทำได้เพียงสบตาแค่วูบหนึ่งแล้วเมินหลบ หันมองไปทางดวงดาวที่ดูจะปลอดภัยกับจิตใจมากกว่า หากเพียงวูบเดียวที่ได้สบตากลับทำให้นิชฌานบอกความจริงไป “แคลร์ทำให้ผมรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเราเป็นปกติ เขาพูดคุยล้อเล่นกับผมเหมือนเดิมเหมือน…”

“เหมือนไม่เคยทำร้ายคุณ” จิลลาต่อให้เมื่อนิชฌานคล้ายจะเลือกใช้คำพูดไม่ถูก และเห็นใจเขาด้วยถ้าต้องพูดคำที่ตอกย้ำเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้น

“ใช่ เหมือนเขาไม่เคยทำร้ายผม เขาเหมือนเดิมจนผมคิดว่าอาจจะคุยกันให้เขาหยุดเรื่องนี้ได้ แต่พอคุยกันแคลร์ก็จะเตือนให้รู้ว่าไม่จริง ไม่ว่ายังไงมันไม่เหมือนเดิม ไม่ใช่ผมหรือความสัมพันธ์ระหว่างเรา แต่เป็นแคลร์ที่ไม่เหมือนเดิม ผมพยายามอยู่สามรอบจนถึงจุดที่รู้ว่าไม่มีความหวัง หลังจากนั้นผมก็ทำตัวเหมือนเป็นแค่ตุ๊กตาของแคลร์ ไม่ต้องคิด ไม่ต้องรู้สึก ฟังว่าแคลร์จะสั่งให้ทำอะไร”

เขาถึงได้ดูเคยชินกับการทำตามคำสั่งสินะ… และฟังจากน้ำเสียง ดูจากสีหน้าของนิชฌานแล้ว การเตือนของแขดรุณน่าจะไม่ดีต่อสุขภาพจิตของนิชฌานเลย และการไม่ต้องคิดไม่ต้องรู้สึกของเขาก็เป็นแค่ความพยายามที่สูญเปล่า เขาไม่มีทางทำได้เลย “คุณยังฝันถึงคุณแคลร์อยู่ไหม”

ต้องใช้เวลาอีกเป็นพักกว่านิชฌานจะตอบ “นานๆ ที”

“คุณเคยไปหาจิตแพทย์ไหม”

“ไม่เคย ผมคุยกับพี่ตุลเอา”

“ทำไมคุณตุลรู้เรื่อง… คุณเล่าให้ฟัง หรือยังไง”

“พี่ตุลเห็นว่าผมผิดปกติ ซึม เหม่อ พี่ตุลว่าตอนแรกคิดว่าผมคิดถึงมา แต่ดูไปดูมาไม่น่าใช่เลยถาม… ตอนนั้นผมแย่มาก พี่ตุลเหมือนเป็นที่พึ่งสุดท้าย ผมเลยเล่าทุกอย่างให้พี่ตุลฟัง”

จากสีหน้าของเขาที่ดูหม่นหมองลงไปอีกทำให้จิลลากระตุ้นให้เขาเล่าต่อ “แล้ว…”

“พี่ตุลไปคุยกับแคลร์ ให้แคลร์หยุดเรื่องที่ทำกับผม ขู่จะแจ้งตำรวจ แต่แคลร์ไม่กลัวเลย แคลร์ทำให้ผมรู้สึกแย่ลงอีกด้วยการบอกความจริง…”

“ความจริงอะไร”

“บอกคนอื่นว่าผมถูกแคลร์ข่มขืน ใครจะไปเชื่อ และเรื่องนี้ไม่ว่าจบทางไหน ไม่ว่าผมจะโดนตราหน้าว่าคนโกหก หรือแคลร์โดนตราหน้าว่าเป็นอาชญากร คนที่เจ็บปวดที่สุดคือปู่”

จิลลาขยับมือไปด้านข้างกระทั่งเจอมือของนิชฌาน แล้วคว้ามือเขามาบีบเบาๆ อย่างต้องการให้กำลังใจ กระทั่งในปัจจุบันนี้มีผู้ชายที่เป็นผู้เสียหายในการก่ออาชญากรรมทางเพศอีกมากที่ไม่กล้าออกมาทวงความยุติธรรมให้ตนเอง มายาคติทางเพศไม่ได้ทำร้ายแต่ผู้หญิง แต่ทำร้ายคนทุกเพศ ปิตาธิปไตยไม่ได้กดขี่แต่ผู้หญิง ในขณะเดียวกันมันก็กดขี่ผู้ชายไปพร้อมกันด้วย

“แล้วตอนนั้น… ผมห่วงความปลอดภัยของมาด้วยเลยเลิกคิดต่อต้านแคลร์… พี่ตุลอยู่กับผมมาตลอด”

ไม่แปลกที่ตุลธรจะดูแลนิชฌานเหมือนลูก ในตอนนั้นเขาคงเปราะบางไม่ต่างจากเด็กที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จริงๆ จิลลาครุ่นคิดอยู่ครู่ก็บอกไป “แจ้วไม่รู้จะอยู่กับคุณไปตลอดไหม”

จิลลารู้สึกได้ถึงแรงบีบจากมือนิชฌานที่บีบแน่นขึ้น กระนั้นก็ยังพูดต่อ “วันหนึ่งถ้าคุณทิวาตาย แจ้วอาจจะอยากแยกไป แต่แจ้วอยากให้คุณรู้”

จิลลาทิ้งช่วงเพราะต้องการรอให้นิชฌานหันมามองตา เธออยากให้เขารู้ว่านี่คือความจริงจากใจ “คุณมาคุยกับแจ้วได้ตลอดถ้าอยากคุย”

นิชฌานสบตาจิลลานิ่ง ทวนคำพูดของจิลลา “ตลอดเหรอ”

“ใช่ ตลอด”

“แปลว่าเราจะไม่ตัดขาดกันใช่ไหม”

จิลลาหัวเราะ “ตัดยังไง แจ้วมีแผนจะปอกลอกคุณไปตลอดชีวิต”

นั่นทำให้นิชฌานหัวเราะด้วย บอกสิ่งที่คิดว่าอาจจะดีต่อหญิงสาวมากที่สุด “ถ้าคุณอยากตัดผมก็ตัดได้ เงินหมดเมื่อไรค่อยต่อใหม่”

จิลลาปล่อยมือนิชฌาน พลิกตัวนอนคว่ำ เอาศอกเท้าพื้นขณะมองหน้านิชฌาน “ไม่ตัด นอกจากพี่ตุล คุณจะมีแจ้วเป็นเพื่อนอีกคน เพื่อนที่คุณจะพูดเรื่องพวกนี้ได้”

นิชฌานมองหน้าจิลลานิ่ง แล้วจู่ๆ อารมณ์อันท่วมท้นก็จู่โจมจนมีน้ำคลอตา ชายหนุ่มพยายามหลับตาเพื่อไล่น้ำพวกนั้นให้ไหลย้อนทว่ามันมากเกินไปจึงเอ่อล้นและหยดรินเป็นสาย ทั้งๆ ที่เขาทำกับจิลลาขนาดนี้ เขาทำลายตัวตนจิลลา เขาฆ่าจิลลากับมือแต่เจ้าหล่อนก็ยังให้ความอาทร เขาไม่ควรได้รับมิตรภาพดีๆ แบบนี้ ไม่ควรเลย…

ส่วนจิลลาก็ได้แต่นิ่งงัน ไม่รู้จะปลอบอย่างไรและรู้สึกว่าอาจไม่ควร ตอนนี้อาจเป็นตอนที่นิชฌานอยากอยู่กับตัวเองเงียบๆ จิลลาจึงลุกขึ้นนั่ง หันหลังให้นิชฌาน หันหน้าไปทางบ่อน้ำ ครู่หนึ่งก็ยกเข่าขึ้นมากอดเพื่อให้ตัวเองเอนมองท้องฟ้าได้ถนัดๆ รอจนกว่านิชฌานจะหยุดร้องไห้

ส่วนนิชฌานปล่อยให้อารมณ์พวกนั้นไหลบ่าออกจากตัวเป็นหยดน้ำตาจนพอใจ ลืมตาขึ้นเห็นแผ่นหลังของจิลลานั่งอยู่ข้างๆ ไม่ได้ไปไหนก็ยิ้มได้ เหมือนได้รับคำอนุญาตให้อ่อนแอเท่าไรก็ได้ ร้องไห้นานเท่าไรก็ได้โดยไม่ถูกมองว่าเป็นผู้ชายน่าสมเพช นิชฌานเอื้อมไปจับชายเสื้อเปียกๆ ของจิลลาแล้วบีบมันไว้แน่น ทว่าจิลลาทำให้รู้สึกดีกว่ามากด้วยการดึงมือเขาออกจากเสื้อวางลงบนพื้นไม้แล้วจับไว้ไม่ยอมปล่อย กระทั่งน้ำตาเหือดแห้ง นิชฌานเหมือนได้ระบายความเจ็บปวดที่สะสมทับถมมาแรมปีจนพอมีช่องให้หายใจได้ ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นนั่งข้างๆ จิลลา กอดเข่าเงยหน้ามองฟ้าไม่ต่างกัน

จิลลาหันไปมองนิชฌาน เห็นรอยยิ้มน้อยๆ บนใบหน้าเขาแล้วพอรู้ว่าอารมณ์อันหม่นหมองลดน้อยถอยลงแล้ว จึงเอ่ยถาม “คุณอ่านบทความเรื่องผู้อยู่รอดของแจ้วไหม”

แน่นอนว่านิชฌานพยักหน้าทันที เขาจำบทความนั้นได้

“คุณคือผู้อยู่รอด คุณเข้มแข็งกว่าที่ตัวเองคิด อย่าเอาความเป็นผู้ชายมาทำร้ายตัวเอง ผู้ชายโดนกระทำได้ไม่ต่างจากผู้หญิง ไม่ใช่เรื่องตลก ไม่ใช่ความอ่อนแอ ไม่น่าสมเพช คนที่น่าสมเพชคือคนที่สมเพชคุณ แจ้ววางแผนจะเขียนบทความเกี่ยวกับผู้ชายที่โดนล่วงละเมิด ถ้ารู้ว่าแหล่งข้อมูลแจ้วมีเยอะแค่ไหนคุณจะรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องประหลาด ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ มันเกิดขึ้นมานานแค่หลายคนมองข้ามมันไป ปิดหูปิดตาด้วยมายาคติทางเพศ ทำให้มันกลายเป็นเรื่องเล็กด้วยการพูดเป็นเรื่องตลกจากคนที่ไม่เคยโดนกระทำ”

นิชฌานมองตาจิลลานิ่ง ซึมซับทุกถ้อยคำที่หญิงสาวบอก สุดท้ายก็ตัดสินใจถาม “แจ้วยังจะเขียนเรื่องนี้อยู่ไหม”

จิลลาพยักหน้ารับทันที “อื้อ คงรวบรวม เรียบเรียง แล้วส่งให้วันใหม่ทำต่อ”

“ผมเป็นแหล่งข้อมูลให้แจ้วได้นะ”

จิลลาถึงกับนิ่งไป ก่อนเลิกคิ้วคล้ายจะถามเขาว่าแน่ใจนะ นิชฌานจึงพยักหน้าแล้วพูดย้ำ

“ผมจะเป็นแหล่งข้อมูลให้แจ้วอีกคน ถ้าแจ้วต้องการ”

จิลลายิ้ม ยื่นมือออกไปตรงหน้านิชฌานคล้ายจะขอคำมั่น ยิ้มกว้างขึ้นเมื่อนิชฌานยื่นมือมาจับอย่างหนักแน่น หลังมองตากันนิ่งอยู่พักจิลลาก็บอก “แต่ก่อนอื่นคุณต้องกู้ชีพนังเป็ดให้แจ้วก่อน”

นิชฌานหัวเราะร่วน ปล่อยมือจิลลาแล้วพุ่งตัวลงน้ำอย่างไม่ลังเล พอถึงแพเป็ดก็ดันให้มันพลิกกลับทางเดิมแล้วพากลับเข้าฝั่ง หันไปถามจิลลา “จะลงอีกไหม”

“คุณจะว่ายน้ำอีกไหม”

นิชฌานส่ายหน้า รู้ว่าตอนนี้จิลลาคงหนาวไม่น้อยเพราะทั้งผมทั้งเสื้อผ้าเปียกชื้นไปหมด ถ้าเขายังว่ายน้ำต่อจิลลาก็คงอยู่เป็นเพื่อน ตามคาด พอเขาปฏิเสธจิลลาก็ส่ายหน้าด้วย นิชฌานจึงพาแพเป็ดไปผูกเชือกไว้แล้วขึ้นจากท่า เดินเคียงกับจิลลาเข้าบ้านท่ามกลางเสียงบ่นหงุงหงิง

“หนาวมากกก ตอนตัวไม่เปียกก็ว่าลมเย็นดี พอตัวเปียกแล้วคือหนาวววว”

“เข้าบ้านแล้วรีบอาบน้ำสระผม เดี๋ยวไม่สบาย”

จิลลาไม่ได้ตอบแล้ว เพราะพอจบประโยคของนิชฌานลมแรงก็พัดมาอีกวูบหนึ่งกระตุ้นให้หญิงสาวออกวิ่งพลางกรีดเสียงเบาๆ ไปด้วย ทิ้งให้นิชฌานได้แต่หัวเราะอยู่ข้างหลัง มองร่างเล็กสับขาถี่รัวจนกระทั่งเข้าบ้านไป นี่ถ้าพรุ่งนี้จิลลาไม่สบายนิชฌานคงไม่แปลกใจ ส่วนเขาน่ะชินแล้ว ไม่มีทางไม่สบายแค่เพราะลมแรงแบบวันนี้แน่ พนันกันได้เลย

 

บ้าเอ๊ย… นิชฌานไม่สบาย เพิ่งรู้ตัวว่าไม่สบายก็ตอนได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง พอตื่นเลยรู้ว่าอุณหภูมิร่างกายไม่ปกติ มันร้อนกว่าที่ควรไปนิด

“ฌาน… ยังไม่ตื่นเหรอ”

เสียงตุลธร… นิชฌานส่งเสียงอือตอบรับไปก่อน แล้วประคองตัวเองให้หลุดจากความง่วงงุนและอาการมึนงงซึ่งน่าจะเพราะเป็นไข้ เดินไปถึงประตูแล้วเปิดออก ยืนพิงขอบประตูไว้แล้วบ่นให้ตุลธรรู้ทันที “ปวดหัวชิบ…”

เห็นจากตาแดงๆ และหน้าแดงๆ ของนิชฌาน ตุลธรเลยถามเพื่อความแน่ใจ “เป็นไข้เหรอ”

“อื้อ… แจ้วล่ะ”

ตุลธรสะบัดหน้าไปทางนอกบ้าน “ถุงทองมา แจ้วไปวิ่งเล่นกับถุงทองอยู่นอกบ้าน งั้นออกมากินข้าวกินยาก่อน ยังไม่ต้องอาบน้ำ”

นิชฌานพยักหน้า เดินตามตุลธรไปทางห้องครัว ตั้งใจจะเข้าไปช่วยตุลธรทว่าอีกฝ่ายหันมาชี้ไปที่เก้าอี้โต๊ะอาหาร

“ไปนั่งเลย อย่ามาล้มใกล้ๆ ขี้เกียจหิ้ว”

นิชฌานหัวเราะ เดินไปนั่งบนเก้าอี้ตามที่ตุลธรบอก รออีกฝ่ายนำอาหารมาวางให้ตรงหน้า ระหว่างเขาเริ่มกินตุลธรก็ไปเอาน้ำกับแก้วมาบริการ จากนั้นก็มานั่งเป็นเพื่อน นิชฌานอดถามไม่ได้ “พี่ตุลกินแล้วเหรอ”

“กินตั้งแต่เช้าก่อนออกไปส่งปู่”

“แจ้วล่ะ”

ตุลธรหัวเราะหึ “รอฌานอยู่ห้านาที พอฌานไม่ออกมาก็กินแหลกแล้วออกไปวิ่งกับถุงทอง”

นิชฌานหัวเราะอย่างขบขัน แต่พอเห็นสายตาของตุลธรที่จับจ้องมาเหมือนกำลังค้นหาบางอย่างสมองก็บอกให้หาทางเลี่ยง “หมาพ่อน่ารัก จากคนไม่ชอบหมายังชอบได้เลย”

ตุลธรเลยได้หัวเราะอีกหึ “แจ้วไม่เอาหมาตัวอื่นนะ เห็นชอบแต่ถุงทองนี่แหละ น่าจะไม่ได้ชอบหมา ชอบขยำหมามากกว่า หมาดันชอบให้ขยำด้วยเลยไปกันได้”

นิชฌานหัวเราะ ให้ความเห็น “ถุงทองมันตัวนิ่ม”

“อื้อ… พ่อคุยกับปู่ว่าแคลร์แปลกไปมากๆ”

นิชฌานเลยกินต่อไม่ลง… สีหน้าเป็นกังวลขึ้นมาทันที

“แต่เหมือนจะพากันคิดว่าอุบัติเหตุทำให้แคลร์เปลี่ยน จำอะไรไม่ได้ก็ส่วนหนึ่ง การผ่านประสบการณ์เฉียดตายก็ด้วย ปู่ว่า… แคลร์อาจจะเห็นคุณค่าของชีวิตขึ้นมาแล้ว”

นิชฌานทำเพียงพยักหน้า ยังไม่รู้จะพูดอย่างไรดี

“ปู่ว่าถ้าแคลร์ยังจำอะไรไม่ได้ ปู่อาจจะให้แคลร์วางมือ ปู่เองก็จะวางมือ แล้วจะขอมาอยู่กับชาร์ลที่นี่”

นิชฌานนิ่วหน้าอย่างคนคิดหนัก หากทิวาอยากมาอยู่กับเขาจริงเขาไม่ปฏิเสธแน่ แต่ก็ยังกังวลเกี่ยวกับจิลลา “แจ้วต่างกับแคลร์มากไป… ปู่จับได้แน่”

ตุลธรเอื้อมมือไปเบี่ยงหัวนิชฌานให้หันมองหน้าตน บอกเสียงหนักแน่น “ไม่ใช่แค่แจ้ว ระหว่างฌานกับแจ้วก็ต่างจากระหว่างฌานกับแคลร์มากไป”

พอนิชฌานจะหันหน้าไปทางอื่นตุลธรก็เบี่ยงหัวนิชฌานให้หันมองตนอีก นิชฌานเลยจะหลบไปอีกทาง คราวนี้ตุลธรเลยใช้สองมือล็อกหัวนิชฌานแน่นเลยทีเดียว “แน่จริงอย่าหลบตา”

นิชฌานเลยจ้องตาตุลธร จ้องจนเกินพอดีอย่างพยายามจะบอกว่าตนแน่จริงและไม่มีอะไรให้จับผิดเลยสักนิด ส่วนตุลธรก็เริ่มการ ‘สอบสวน’ ทันที

“ทำไมพาแจ้วไปสตูดิโอ”

นิชฌานจะก้มหน้า แน่นอนว่าตุลธรไม่ยอม ขยับเก้าอี้ไปในตำแหน่งที่ตนจะบังคับนิชฌานได้สะดวก แถมขู่ซ้ำ “หลบอีกทีจะจิกผมแล้วนะ”

นิชฌานหัวเราะ บอกอย่างกลัวคู่สนทนาจะลืม “ผมไม่สบายนะ”

“แหงสิ มันต้องทำตอนฌานไม่สบายนี่แหละ ไม่เปลืองแรงพี่ บอกมา ทำไมพาแจ้วไปสตูดิโอ”

คิดอยู่ครู่นิชฌานก็บอกไปตามตรง “ไม่รู้เหมือนกัน จู่ๆ ก็คิดขึ้นมาว่าพาแจ้วไปสตูดิโอดีกว่า… อาจจะอยากอวดของเล่นมั้ง ตู้เก็บสีอลังการขนาดนั้นแจ้วคงไม่เคยเห็น”

ตุลธรยิ้ม ล็อกนิชฌานให้แน่ใจว่ามองตากับตนแล้วถามไป “อยากอวดของเล่นแน่นะ… หรือว่าอยากอวดตัวตนจริงๆ ของฌาน”

นิชฌานปิดปากเงียบ มองตากับตุลธรนิ่งๆ ประโยคนั้นของตุลธรทำให้นิชฌานสะกิดใจขึ้นมาเหมือนกัน เขาอยากอวดตัวตนของตัวเองหรือ อยากให้จิลลารู้หรือว่าเขาเป็นคนแบบไหน

“พี่จะไม่อ้อมค้อมแล้วนะ ไม่รู้ว่าเราจะได้คุยกันสองคนอีกเมื่อไร ฌานรู้สึกดีกับแจ้วใช่ไหม”

ข้อนั้นนิชฌานตอบได้ ไม่ต้องหลบตาตุลธรด้วย “ใช่ แจ้วทำให้ผมรู้สึกดีกับตัวเอง กับแจ้ว”

“ชอบแจ้วไหม”

“ผมว่าพี่ตุลก็ชอบแจ้ว”

คราวนี้ตุลธรกำผมนิชฌานแน่นเลยทีเดียว ไม่สนว่าคนโดนทำร้ายจะร้อง ถ้ายังหัวเราะได้อยู่ก็แปลว่าเขาไม่ได้รุนแรงเกินไปหรอก “ชอบแจ้วใช่ไหม”

คราวนี้นิชฌานนิ่งไปนาน มองหน้าตุลธรแล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัยที่อัดแน่นอยู่เต็มหัวใจ “ผมทำได้ไหม”

ตุลธรเหมือนโดนต่อยเข้าท้อง มือทั้งสองข้างตกลงมาบนไหล่นิชฌาน ทำได้แค่ฟังน้องถามย้ำมาด้วยน้ำเสียงสั่นไหว

“ผมชอบแจ้วได้ไหม”

ตุลธรสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ต้องรวบรวมแรงกายแรงใจเยอะเหลือเกินกับคำถามนี้ของนิชฌาน ชายหนุ่มจ้องหน้าน้องนิ่ง บีบไหล่นิชฌานแน่น ตอบด้วยความมั่นคงและมั่นใจทั้งหมดที่มีอยู่ในตัว “ได้ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”

“ผม… เหมือนเป็นคนฆ่าแจ้ว ผมจะมีหน้าไปชอบเขาได้เหรอ”

“นั่นฌานต้องให้แจ้วตัดสินใจ” ตุลธรคว้าหมับเข้ากึ่งคางกึ่งคอของนิชฌาน เมื่ออีกฝ่ายหลบตาลงอีก รอจนตาสบตาจึงบอกไป “ที่ฌานต้องเคลียร์กับตัวเองคือถ้าแจ้วปฏิเสธฌานรับไหวไหม”

นิชฌานตอบคำถามนั้นไม่ได้ เขาไม่รู้เหมือนกันว่ารับไหวไหมถ้าจิลลาปฏิเสธ แต่เท่าที่รู้คือ… “ผมยังอยากให้แจ้วเป็นเพื่อน”

พอพูดประโยคนั้นไปแล้วนิชฌานจึงเพิ่งรู้ ถ้าจิลลาปฏิเสธเขาแต่ยังเป็นเพื่อนกันได้ นิชฌานก็รับได้ แต่หากจิลลาปฏิเสธแล้วออกไปจากชีวิตเขา… นิชฌานไม่แน่ใจ

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฌานยังมีพี่”

นิชฌานมองหน้าตุลธรที่ตอนนี้เอามือออกจากตัวเขาไปกอดอกแล้ว ก่อนยกมุมปากขึ้นแล้วบอกไปอย่างจะก่อกวน “บางทีผมก็อยากให้พี่ตุลมีคนอื่นบ้าง”

ตุลธรหัวเราะร่วน “อะไร จะให้พี่นอกใจฌานเหรอ”

นิชฌานพลอยหัวเราะไปด้วย ก่อนลองช่วยจิลลาสืบ “คุณวันใหม่ก็น่ารักดีนะ”

ตุลธรตอบกลับทันที “น่ารักเกินไป”

คนฟังถึงกับเลิกคิ้ว ด้วยข้อความและน้ำเสียงนั้นมันคล้ายจะปฏิเสธอยู่ในที ทว่าประโยคถัดมากลับทำให้นิชฌานยิ้มได้

“ไว้พี่ออกจากกัญจน์ธราแล้วเขายังไม่มีแฟนจะไปจีบ”

ถ้าแบบนั้นก็แปลว่าพี่ต้องถูกใจวรรณวลีอยู่บ้างแหละ

“ทำเป็นห่วงพี่ เอาตัวเองให้รอดเถอะ”

นิชฌานหัวเราะหึ “จะพยายาม… กินข้าวต่อได้ยังจะได้กินยา นี่ปวดหัวไม่รู้เพราะไข้หรือถูกทึ้งหัวเนี่ย”

ตุลธรไม่ตอบ แต่ลากเก้าอี้ถอยห่างออกมาแล้วลุกไปตระเตรียมยาให้นิชฌาน นิชฌานเองก็นั่งกินข้าวต่อไปอย่างสงบ… โดยไม่ได้รู้เลยว่า ใต้หน้าต่างครัวมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งขยำหมาที่นอนทับเท้าตัวเองอยู่ แววตาผู้หญิงคนนั้นเหม่อลอยไปไกลแสนไกลราวกับต้องการมองลึกลงไปถึงส่วนที่ลึกลับที่สุดบนโลกใบนี้ หัวใจตัวเอง

จิลลาไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับนิชฌาน แต่แน่ใจเรื่องหนึ่งคือไม่ว่าเธอจะรักเขาหรือไม่ เธอเป็นเพื่อนกับเขาได้ ได้แน่นอน!



Don`t copy text!