ชาติกนก บทที่ 3 : ราสีแดง

ชาติกนก บทที่ 3 : ราสีแดง

โดย : พงศกร

Loading

ราสีแดงปริศนา… สู่คดีฆาตกรรมและหายนะจาก ‘เชื้อราปรสิต’! ร่วมลุ้นไปกับ ‘คุณชายชาติกนก’ และ ‘เอมมาลิน’ ในการไขความจริงจากงานวิจัยลับสุดอันตราย อ่านต่อได้ใน “ชาติกนก” นวนิยายเรื่องแรกจากซีรีส์ “สุภาพบุรุษนักสืบ” โดย พงศกร

ม.ร.ว.ชาติกนกมองดูในปากของคนตายตามมือของเอมมาลิน ดวงตาคู่ดำสนิทของเขาเบิกกว้าง

ภายในปากของนายต่วนมีอะไรบางอย่างสีแดง ดูเผินๆ เหมือนกับแผ่นกระดาษ หรือผ้ากำมะหยี่ชิ้นเล็กๆ ที่มีสีแดงสด…

“รา”

ชาติกนกอุทาน

มันไม่ใช่ทั้งกระดาษหรือเศษผ้า

“ราสีแดง”

“ค่ะ” เอมมาลินพยักหน้า ดวงตาของเธอจ้องมองราที่ขึ้นในช่องปากของคนตายด้วยความแปลกใจ “Red Fungus…ราสีแดง”

สิ่งที่ปรากฏอยู่บนลิ้นของศพก็คือรา

สีของมันแดงสดเหมือนกับปีกของเต่าทอง และเต่าทองจำนวนมากอยู่ในปากของศพ ก็เพราะพวกมันพากันมาดูดกินของเหลวสีแดงสดที่ไหลออกมาจากรานั่นเอง!

“มีอะไรครับ”

ผู้กองศักราชเห็นท่าทางของชายหนุ่มและหญิงสาวทั้งสองแล้วเลยอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาคุกเข่าลงและชะโงกหน้าไปดูสิ่งที่เอมมาลินพบ แล้วเลยอุทานออกมาคำเดียวว่า

“โอ๊ะ…”

เมื่อตั้งสติได้ เขาก็ถามต่อว่า

“อะไรครับ…ประหลาดจัง ผมไม่เคยเห็น”

“ราค่ะ”

เอมมาลินพึมพำ

“รา”

นายตำรวจหนุ่มทำตาโต

“ราสีแดงในปากคนตาย” เอมมาลินส่ายหน้า “ฉันก็ไม่เคยเห็นค่ะ”

ดวงตาของหญิงสาวยังจ้องมองเชื้อราสีแดงนั้นด้วยความสนใจ

เมื่อสังเกตใกล้ๆ จะเห็นว่าราในปากของนายต่วนไม่ได้เป็นแผ่นแบนๆ แต่มันมีลักษณะเป็นแผ่นละเอียดเหมือนกับกำมะหยี่มีหยดน้ำหวานหยดเล็กๆ สีแดงสดเหมือนสีเลือดผุดออกมาจากกลุ่มรา และกลิ่นหอมเอียนๆ ที่อวลมาจากศพของนายต่วน ก็มีที่มาจากหยดน้ำสีแดงนั่นเอง

“เราคงต้องหาผู้เชี่ยวชาญด้านเห็ดรามาช่วยตรวจสอบนะครับ” ผู้กองศักราชพึมพำ

“เธออยู่ตรงหน้าผู้กองแล้วครับ” ชาติกนกหัวเราะเสียงแผ่วต่ำในลำคอ “คุณเอมมาลินนี่ละ…ชำนาญเรื่องเห็ดรามากที่สุดแล้วเธอเรียนจบ Mycology หรือ เห็ดราวิทยา มาจากมหาวิทยาลัยเดียวกันกับผม ตอนนี้เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่เดียวกันกับผมด้วย”

“โอ…” ผู้กองศักราชทำตาโต เขาหันไปมองหญิงสาวด้วยสายตาทึ่งแกมชื่นชม “โชคดีจังครับ”

ตอนแรกเขาคิดว่า หญิงสาวที่ตามมาด้วยอาจจะเป็นผู้ช่วยวิจัย หรือเป็นเลขานุการของ ม.ร.ว.ชาติกนก ใครจะคิดว่าเธอเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเห็ดรา ในความรู้สึกของผู้กองหนุ่มแล้วอาจารย์ที่สอนวิชาแบบนั้นน่าจะมีอายุเข้ากลางคน สวมแว่นตาหนาๆ ท่าทางคงแก่เรียน ไม่ใช่หญิงสาวที่สวยจนใครๆ ต้องเหลียวมองเช่นนี้

“ถ้างั้น อาจารย์ช่วยตรวจสอบราชนิดนี้ให้ผมได้ไหมครับ”

“ได้สิคะ” เอมมาลินพยักหน้า ตั้งแต่เข้าสู่วงการเห็ดรา เธอไม่เคยเห็นราที่มีหน้าตาแปลกประหลาดแบบนี้มาก่อน “ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันคือราอะไรกันแน่ เหตุใดจึงมาขึ้นอยู่ในปากของคนตายได้”

“เราเก็บไปได้เลยไหมครับ” ชาติกนกถาม เริ่มไม่ชอบใจสายตาของอีกฝ่ายที่มองคนรักของเขา ผู้กองหนุ่มมองเอมมาลินนานเกินไปแล้ว

“หรือต้องรอส่งศพไปชันสูตรก่อน เราถึงจะเอาราไปได้”

“คุณชายกับอาจารย์เอมมาลินเก็บไปได้เลยครับ ตรวจสอบได้ความว่าอย่างไร ช่วยแจ้งโดยด่วน” นายตำรวจหนุ่มอนุญาต “ส่วนศพของนายต่วน ผมจะส่งไปที่โรงพยาบาล ให้คุณหมอชันสูตรหาสาเหตุการตายดูให้ละเอียดอีกที”

เอมมาลินหยิบเอาปากคีบและจานแก้วทรงกลมมีฝาปิด ที่เธอใช้สำหรับเก็บตัวอย่างเห็ดราออกมาจากกระเป๋าที่สะพายติดตัวร้อยตำรวจเอกศักราชมองดูด้วยความแปลกใจ ด้วยไม่คิดว่าหญิงสาวจะเตรียมอุปกรณ์มาพร้อมขนาดนี้

“เป็นนิสัยของนักเห็ดราวิทยาค่ะ” เอมมาลินรีบอธิบาย เมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่าย “อาจารย์สอนให้ฉันเป็นนักสังเกต พวกเราจะพกพาอุปกรณ์ติดตัวไปด้วยเสมอ เวลาเจอตัวอย่างเห็ดราอะไรแปลกๆ น่าสนใจ จะได้เก็บเอามาศึกษา”

“ประหลาดเหมือนอย่างนี้ใช่ไหมครับ” ผู้กองศักราชพยักหน้า“ราสีแดง…มาขึ้นอยู่ในปากของคนตายได้อย่างไร”

“บางทีมันอาจจะเกี่ยวข้องกับการตายของนายต่วนก็ได้นะครับ”

สายตาของชาติกนกเต็มไปด้วยความครุ่นคิด เขาถอนใจเบาๆ พูดถึงตรงนี้ ก็ได้ยินเสียงร้องไห้โฮของผู้หญิงคนหนึ่งดังมาจากทางด้านหลัง

บรรดาชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์พากันขยับหลีกทางให้หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งที่วิ่งตรงเข้ามาด้วยอาการตื่นตกใจ เสียงร้องไห้เป็นเสียงของเธอนั่นเอง

“พี่ต่วน…โธ่ พี่ต่วน…”

เธอวิ่งตรงมายังจุดที่ศพนอนทอดร่างอยู่ ครั้นพอเห็นสภาพของพี่ชาย หญิงวัยกลางคนผู้นั้นก็ถึงกับชะงักไป

“อะ…อะไรกัน…”

เธอพึมพำ ชาติกนกเห็นน้องสาวของนายต่วนยกมือขึ้นปิดปากและกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ

“แม่” มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งตามมาอีกคน เขาหยุดอยู่ข้างๆ มารดา สายตาที่มองศพของลุงเต็มไปด้วยความประหลาดใจไม่แพ้กัน “ลุงต่วน…นี่มันอะไรกันครับคุณตำรวจ”

เขาหันกลับมาทางผู้กองศักราช

“ทำไมศพของลุงผมถึงเป็นแบบนี้…ทำไมศพถึงแห้งแบบนี้ล่ะครับ ลุงผมเพิ่งหายตัวไปสองวันเท่านั้นเอง”

“ไม่รู้ ยังตอบไม่ได้” ร้อยตำรวจเอกศักราชตอบตรงไปตรงมา “เดี๋ยวจะส่งไปโรงพยาบาล หมอชันสูตรแล้วก็คงจะได้คำตอบ”

“ปกติลุงต่วนทำงานอะไรคะ” เอมมาลินเก็บเชื้อราในปากของศพเสร็จพอดี เธอถามหลานชายของนายต่วนด้วยความสนใจ        “ลุงทำฟาร์มเพาะเห็ดขายครับ”

เด็กหนุ่มตอบ

“เพาะเห็ด” เอมมาลินหันไปสบตากับชาติกนก “เพาะเห็ดอะไรคะ”

“เห็ดฟางและเห็ดหูหนูครับ” เด็กหนุ่มพึมพำอธิบาย “ทำมาสองสามปีแล้ว”

“ที่ฟาร์มของลุงต่วน เคยมีอะไรแบบนี้ไหม” เอมมาลินชูตลับแก้วที่ข้างในบรรจุราสีแดงให้อีกฝ่ายดู

“นี่คืออะไรหรือครับ” ดวงตาของเด็กหนุ่มเบิกกว้าง เพราะไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน

“ราค่ะ…ราสีแดง” เอมมาลินพยักหน้า “เคยเห็นอะไรแบบนี้ที่ฟาร์มบ้างไหม”

“ไม่นะครับ” เด็กหนุ่มส่ายหน้า “ผมไม่เคยเห็น…แม่เคยเห็นไหม”

“ไม่เคย ในฟาร์มมีแต่เห็ด ฉันไม่เคยเห็นมีราแบบนี้อยู่ที่ไหน” หญิงที่เป็นน้องสาวของคนตายส่ายหน้า เธอหันมาทางเอมมาลินแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงลังเล “แต่ก็ว่าไม่ได้ ช่วงหลังมานี้พี่ต่วนเอาแต่เก็บตัวอยู่ในโรงเพาะเห็ด กว่าจะออกมาก็มืดค่ำ อยู่ในนั้น วันๆ ทำอะไรบ้างฉันก็ไม่รู้หรอก”

“พาฉันไปดูโรงเพาะเห็ดของลุงต่วนได้ไหม” เอมมาลินถาม

“ต้องไปดูด้วยหรือจ๊ะ” น้องสาวของคนตายถามด้วยน้ำเสียงซื่อๆ

“ฉันพบราสีแดงนี้ใน…” เอมมาลินลังเลนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า “ในปากของลุงต่วน…ฉันกำลังสงสัยว่า บางทีมันอาจจะเกี่ยวข้องกับการที่ศพของลุงต่วนแห้งเป็นมัมมี่แบบนี้…”

 



Don`t copy text!