ชาติกนก บทที่ 2 : ศพประหลาด

ชาติกนก บทที่ 2 : ศพประหลาด

โดย : พงศกร

Loading

ราสีแดงปริศนา… สู่คดีฆาตกรรมและหายนะจาก ‘เชื้อราปรสิต’! ร่วมลุ้นไปกับ ‘คุณชายชาติกนก’ และ ‘เอมมาลิน’ ในการไขความจริงจากงานวิจัยลับสุดอันตราย อ่านต่อได้ใน “ชาติกนก” นวนิยายเรื่องแรกจากซีรีส์ “สุภาพบุรุษนักสืบ” โดย พงศกร

ร.ต.อ.ศักราช พา ม.ร.ว.ชาติกนกนั่งรถข้ามสะพานพุทธมุ่งหน้าไปแถวตลิ่งชัน โดยมีเอมมาลินติดตามไปด้วย

เป็นถนนสายเล็กที่ทอดตัวคดเคี้ยว สองฟากถนนที่ผ่านไปเต็มไปด้วยต้นไม้ร่มครึ้ม นานๆ ครั้งจึงจะมีรถยนต์ผ่านมาสักคัน

ระหว่างอยู่ด้วยกันบนรถ นายตำรวจหนุ่มเล่าให้คุณชายชาติกนกและเอมมาลินฟังคร่าวๆ ว่า พวกเขาพบศพคนอยู่ในท้องร่องสวน ที่ต้องเชิญอาจารย์หนุ่มผู้เชี่ยวชาญกีฏวิทยาไปช่วยชันสูตร เพราะบนร่างของคนตายมีแมลงเต่าทองปรากฏอยู่เป็นจำนวนมาก

“เต่าทอง” ชาติกนกนิ่วหน้า โดยปกติแล้ว แมลงที่พบอยู่กับศพมักจะเป็นแมลงวัน

“พบแมลงวันบ้างไหมครับ” เขาถาม

“ไม่พบครับ” ผู้กองหนุ่มส่ายหน้า “นี่ละที่แปลก”

“อืม…แปลกจริงเสียด้วย แล้วทำไมผู้กองถึงมาเชิญผมล่ะครับ คิดว่าผมจะช่วยอะไรได้งั้นหรือ” คุณชายชาติกนกอดสงสัยไม่ได้

“หัวหน้าของผม…ผู้การเกียรติชัยแนะนำมาครับ” ผู้กองศักราชอธิบาย “ผู้การบอกว่า ถ้าจะหาผู้เชี่ยวชาญเรื่องแมลงละก็…ทั่วทั้งพระนครมีเพียงโอรสของท่านชายดำรงชาติเท่านั้น”

“ผู้การเกียรติชัย” คุณชายชาติกนกรู้สึกคุ้นกับชื่อนั้น “อืม…ผมเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหนนะ”

“ตอนเป็นร้อยตำรวจตรี ผู้การเคยทำคดีเด็กหาย” ผู้กองศักราชว่า “หนึ่งในเด็กที่หายคือคุณเดชกนก…น้องของคุณชายยังไงล่ะครับ (1)”

“มิน่าล่ะ ผมถึงคุ้นชื่อหัวหน้าของผู้กอง”

ชาติกนกพยักหน้า

เหตุการณ์ที่ผู้กองศักราชพูดถึงนั้น เกิดขึ้นในช่วงปลายรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ แห่งราชวงศ์จักรี ม.ร.ว.เชิญกนก คุณหญิงน้าของเขา เป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีสุดท้าย ตอนนั้นเองเกิดมีคดีเด็กหายและฆาตกรรมต่อเนื่องในพระนคร เดชกนก…ลูกชายของคุณหญิงน้าฉัตรกนก ซึ่งนับเป็นลูกผู้น้องของเขาก็ถูกจับตัวไปด้วย กว่าจะช่วยเหลือเอาตัวกลับมาได้ก็เกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โต และร้อยตำรวจตรีเกียรติชัยก็คือนายตำรวจเจ้าของคดี

“คนตายชื่อ นายต่วนครับ ตัวคนเดียว ไม่มีลูกเมีย อาศัยอยู่กับน้องสาวที่อำเภอนครชัยศรี” ผู้กองศักราชเล่าต่อ “น้องสาวเล่าว่านายต่วนไม่สบาย มีอาการปวดท้อง และท้องเสียมาหลายวันแล้ว เขาออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้ามืดของวันจันทร์ บอกว่าจะไปหาหมอ แต่ไปแล้วไม่ส่งข่าว ไม่กลับมาบ้านอีกเลย น้องสาวและญาติๆ เห็นผิดสังเกต เลยออกไปตามหาตามโรงพยาบาลต่างๆ ที่คาดว่านายต่วนอาจจะไป แต่ก็ไม่พบตัวที่ไหน รอถึงบ่ายๆ ของวันอังคารจึงไปแจ้งความเอาไว้ ต่อมามีคนพบศพนายต่วนในท้องร่องสวนเมื่อช่วงเช้า…วันนี้คือวันพุธ ถ้าญาติของเขาไม่โกหกแสดงว่านายต่วนเพิ่งหายตัวไปแค่สองวัน แต่สภาพศพกลับเหมือนคนตายมาแล้วหลายสัปดาห์”

“หือ…” คราวนี้คนที่ทำเสียงสงสัยคือเอมมาลิน “เป็นยังไงหรือคะ”

“ผมก็อธิบายไม่ถูก…พวกคุณมาดูด้วยตาตัวเองดีกว่าครับ”

รถที่ร้อยตำรวจเอกศักราชขับมาถึงที่เกิดเหตุพอดี เขาจอดรถแอบริมถนน ก่อนจะหันมาทางคุณชายชาติกนกและเอมมาลินและบอกด้วยสุ้มเสียงเกรงใจว่า

“ศพอยู่ในสวน ต้องเดินเข้าไปลึกหน่อยนะครับ…อาจารย์เอมมาลินไหวไหมครับ”

เขาอดเป็นห่วงอาจารย์สาวไม่ได้ เอมมาลินสวมกระโปรงยาวและรองเท้าส้นสูง ไม่ได้เตรียมตัวพร้อมสำหรับจะลุยไปในสวน

“สบายมากค่ะ” เอมมาลินพยักหน้าให้อีกฝ่ายเป็นทำนองว่าไม่ต้องเป็นห่วง

สถานที่เกิดเหตุเป็นสวนทุเรียน เจ้าของยกเป็นร่องสำหรับปลูกทุเรียนเป็นหลัก ริมร่องสองข้างปลูกทองหลางซึ่งเป็นพืชโตเร็วให้ร่มเงากับทุเรียนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ร่มเงาของทองหลางยังทำให้ดินเย็น ชื้น ช่วยยึดดินเอาไว้ไม่ให้ร่องสวนพังทลายลงไป อีกทั้งยังเป็นค้างสำหรับให้พลูเกาะได้อีกด้วย

เดินลึกเข้าไปเกือบสุดสวน ชาติกนกเห็นมีชาวบ้านนับสิบคนยืนมุงดูเหตุการณ์และจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันด้วยความสนใจ มีตำรวจสี่ห้านายยืนคอยระวังไม่ให้ใครเข้าไปแตะต้องศพที่นอนอยู่ในท้องร่อง

“ทางนี้ครับ”

ร้อยตำรวจเอกศักราชเดินนำคุณชายชาติกนกไปยังจุดที่พบศพ

ร่างของนายต่วนนอนหงายหน้า เสื้อถูกถอดออก

สภาพของศพดูประหลาดจริงๆ อย่างที่นายตำรวจหนุ่มว่า

ผิวของศพแห้งตึงเป็นสีน้ำตาลเข้ม แลดูคล้ายกับหนังสัตว์ที่ตากแดดมานานหลายวัน ดวงหน้าของคนตายแห้งจนเห็นรอยแตกลูกตายุบหายจนเบ้าตากลายเป็นโพรงลึก ริมฝีปากหดตึงทำให้ปากของศพอ้าเล็กน้อย ร่างทั้งร่างดูหดเล็ก กล้ามเนื้อยุบหายไปจนเห็นแนวกระดูกและซี่โครงนูน

มีรอยสักรูปเสืออยู่บริเวณหน้าอก แม้ผิวหนังบริเวณนั้นจะแห้งติดกระดูก แต่ก็พอมองออก รอยสักตรงกับรูปพรรณสัณฐานที่ผู้เป็นน้องสาวบรรยายเอาไว้ ทางตำรวจจึงมั่นใจว่านี่คือนายต่วนที่หายตัวไป รอให้ญาติมายืนยันอัตลักษณ์อีกที

“มัมมี่…”

ชาติกนกพึมพำ

นั่นเป็นความคิดแวบแรกในทันทีที่เห็นศพของนายต่วน

ศพของนายต่วนแห้งเหมือนมัมมี่

ชาติกนกหันไปทางเอมมาลิน และพบว่าหญิงสาวก็คิดเช่นเดียวกัน

“เป็นไปได้ยังไง…ศพแห้งแบบนี้ ผู้กองว่า…คนตายเพิ่งหายจากบ้านไปแค่สองวันเองหรือคะ” เธอถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความพิศวง

นอกจากศพจะแห้งเหมือนกับมัมมี่ ความแปลกประหลาดอีกประการหนึ่งก็คือกลิ่น

ศพของนายต่วนไม่ได้มีกลิ่นเหม็นเน่าอย่างที่ควรจะเป็น แต่เป็นกลิ่นสาปเอียนๆ ตอนที่ลูกน้องตำรวจของผู้กองศักราชช่วยกันยกศพขึ้นมาจากท้องร่องสวน เอมมาลินได้ยินเสียงกรอบแกรบเหมือนกับกิ่งไม้แห้งๆ

“ใช่ครับ ทางครอบครัวยืนยันว่าเขาเพิ่งหายไปจากบ้านแค่สองวัน” ผู้กองศักราชถอนใจยาว “แต่ศพนี่เหมือนกับตายมานานเป็นสัปดาห์”

“แปลกมาก” เอมมาลินนิ่วหน้า

ชาติกนกคุกเข่าลงข้างๆ ศพ กวาดสายตามองดูอย่างละเอียดตอนนั้นเองที่เขาเห็นว่ามีอะไรบางอย่าง กำลังเคลื่อนไหวยุกยิกอยู่ในช่องปากของคนตาย

สีแดงจุดดำนั่นจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจาก…

…เต่าทอง

มีเต่าทองหลายสิบตัวไต่ยั้วเยี้ยอยู่ในช่องปากของศพ ชาติกนกขอถุงมือจากเอมมาลินมาสวมแล้วเอื้อมมือไปจับเต่าทองมาตัวหนึ่งยกขึ้นพิจารณาด้วยความพินิจพิเคราะห์

ก็เป็นเต่าทองธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง

แต่ที่ไม่ธรรมดาคือพวกมันมาอยู่ในปากของคนตายได้อย่างไร

โดยธรรมชาติ เต่าทองมักจะอยู่ในตามพุ่มไม้ ทุ่งหญ้าข้างทาง หรือในสวนหลังบ้านซึ่งพวกมันใช้เป็นที่หาอาหารและวางไข่อาหารหลักของพวกมันคือ แมลงศัตรูพืชตัวเล็กๆ เช่น เพลี้ยอ่อนบางครั้งก็กินน้ำหวานและเกสรดอกไม้

เต่าทองตัวเต็มวัยชอบน้ำหวานจากดอกไม้ป่า พวกมันกินเพื่อเสริมพลังงาน โดยไม่ได้ทำอันตรายกับพืช

ดังนั้น การพบเต่าทองที่ศพนายต่วน จึงไม่ใช่เรื่องปกติเอามากๆ

และความผิดปกติที่เขาเห็นก็คือ เต่าทองพวกนั้นเดินวนเวียนไปมาเหมือนหลงทิศ นอกจากนี้พวกมันยังมีพฤติกรรมก้าวร้าวไล่กัดกันเองอีกด้วย

ชาติกนกชอบแมลงทุกชนิด ตอนเป็นเด็กเขามักจะจับหิ่งห้อยแมลงปอ ผึ้ง เต่าทอง และด้วงมาเลี้ยง และคอยสังเกตดูพฤติกรรมของมัน เต่าทองเป็นแมลงที่มีนิสัยสุภาพ ไม่ทำร้ายพวกเดียวกันเองการที่เห็นพวกมันไล่กัดกัน จึงเป็นเรื่องน่าประหลาดใจเป็นอย่างมาก

ชาติกนกตรวจดูเต่าทองพวกนั้นอีกครั้ง โดยมีเอมมาลินลงมานั่งข้างๆ ด้วยอีกคน

จะว่าไป ทั้งสองไม่ใช่หมอนิติเวชที่คุ้นชินกับศพ แต่พวกเขาก็ไม่ได้กลัวศพ เพราะตอนอยู่อังกฤษ มีหลายครั้งที่ชาติกนกและเอมมาลิน มีโอกาสได้ติดตามอาจารย์ที่ปรึกษาไปดูแมลงและเห็ดราในสุสาน ประกอบกับตอนที่โปรเฟสเซอร์ฮิกกินส์เสียชีวิต (2) ชาติกนกก็ได้ลงมือตรวจศพของอาจารย์ที่ปรึกษาของเขาอย่างใกล้ชิด ดังนั้น เมื่อต้องมากับตำรวจเพื่อดูศพของนายต่วน ทั้งชาติกนกและเอมมาลินจึงไม่ได้รู้สึกว่าร่างคนตายที่อยู่ตรงหน้านั้นน่ากลัวแต่อย่างใด เพราะมัวให้ความสนใจกับสิ่งแปลกประหลาดในสถานที่เกิดเหตุมากกว่า

“แปลกจัง ทำไมพฤติกรรมของพวกมันไม่เหมือนเต่าทองที่ผมเคยเห็น” ชาติกนกพึมพำ เต่าทองในมือของเขาทำท่าเหมือนจะกัด ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ดูแปลก

“เต่าทองดูไม่ปกติ…และนี่…”

เอมมาลินสวมถุงมือและเขี่ยเต่าทองที่เหลือออกจากปากของคนตาย แล้วชี้ให้ชาติกนกมองดูอะไรบางอย่างที่ปรากฏอยู่ในนั้น

“ก็ไม่ปกติเช่นกัน”

 

เชิงอรรถ :

(1) เหตุการณ์นี้อยู่ในนวนิยายเรื่อง “เชิญกนก” ของ พงศกร

(2)  เหตุการณ์จากเรื่องสั้น “ความลับของหิ่งห้อย” โดย พงศกร



Don`t copy text!