เมียอันดับห้า บทที่ 1 : เจ็ดปีสี่เมีย

เมียอันดับห้า บทที่ 1 : เจ็ดปีสี่เมีย

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 1 – 

“ในที่สุด ภีม สุททินพงษ์ ก็แยกทาง เลิกรากับ จันทนี เมียอันดับสี่ เรียบร้อยโรงเรียนแม่ เพราะแม่กับย่าไม่ปลื้ม แล้วสังคมก็มารอดูว่าเมียอันดับห้าของภีมจะเป็นสาวคนไหน สาวคนไหนมั่นใจยื่นใบสมัครด่วน”

นี่คือข้อความในข่าวสังคมหนังสือพิมพ์หลายฉบับ แม้จะเขียนข่าวแตกต่างกันบ้าง แต่สรุปคือข่าวออกมาในทำนองนี้

“เลิกแล้ว เลิกแล้ว…ในที่สุดจริงๆ” สินี นักข่าวสาวตัวเล็ก ผิวดำ ประจำหนังสือพิมพ์ฟ้าใหม่ร้องลั่นสำนักงาน และรีบสะกิดเพื่อนนักข่าวด้วยกันชื่อไหมแพร “นี่…นี่…แพร…อ่านข่าวแล้วใช่ไหม?”

ใบหน้าไหมแพรราบเรียบ หล่อนเป็นคนสวย สูงโปร่ง เป็นนักข่าวสายสังคมที่สวยใสๆ ผมหล่อนยาวและมักจะรวบตึงเสมอ ยิ่งเผยให้เห็นใบหน้าสะดุดตา โดยเฉพาะดวงตาที่คมเข้มเป็นประกาย

“แพรเป็นคนให้ข่าวเองล่ะ” น้ำเสียงราบเรียบ

“อ้าว! ทำไมไม่บอกกันเลย”

“มันก็รู้ๆ กันอยู่นี่ นายภีมคนนี้เปลี่ยนเมียมากี่คนแล้ว” ฟังน้ำเสียงก็เดาออกว่าเจ้าหล่อนไม่ชอบ ‘ภีม’

ภีม สุททินพงษ์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ใช้เวลาไม่กี่ปี ก็นำพาบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของตนเองติดอันดับยอดขายหนึ่งในห้าของประเทศได้

ข่าวขายอสังหามักมาพร้อมข่าวเปลี่ยนภรรยา

ในระยะเวลาแค่เจ็ดปี เปลี่ยนภรรยามาแล้วสี่คน เฉลี่ยแล้วคนละปีเศษที่อยู่ด้วยกัน ถือว่าสั้นมาก

เคยมีนักข่าวไปขอสัมภาษณ์ชีวิตรัก แต่ภีมไม่ยอมปริปากบอกจะให้ข่าวเฉพาะเรื่องงาน ยิ่งทำให้นักข่าวชอบสืบหาและขุดคุ้ยอดีตหาข่าวกันเอง จริงบ้างเท็จบ้าง ฟังมาบ้าง ลือกันบ้าง มาปะติดปะต่อกัน

ยิ่งนักข่าวขุดคุ้ยเขียนข่าวมากเท่าไหร่ ก็ขัดแย้งกับภีมมากเท่านั้น

เขาจะรู้สึกด้านลบกับนักข่าว ทั้งที่ ‘งาน’ ของเขาต้องติดต่อกับคนเหล่านี้เสมอ

“นายภีมคนนี้ถือว่าหล่อ ถือว่ารวย แพร…แกว่านายภีมจะหยุดที่เมียคนที่เท่าไหร่ล่ะ” สินีถาม

“คนที่ห้า…ชั้นไงล่ะ” แล้วมีเสียงแทรกจากโต๊ะด้านหลัง เขาคือ อมร นักข่าวหนุ่มที่อยากเป็นสาว ที่พูดเสมอว่ากำลังเก็บเงินเพื่อไปแปลงเพศให้ได้

ในสำนักข่าวฟ้าใหม่นี้ จะมีสามคนที่สนิทสนมกันมากที่สุด

ไหมแพร…สินี และ อมร

สินีหัวเราะเพื่อน

“ระดับคุณภีมไม่สนใจแกหรอก”

อมรทำท่าสะบัดผมแบบผู้หญิงทั้งที่ไม่มีผมยาวให้สะบัด

“ย่ะ…รอให้ชั้นไปแปลงเพศก่อนเถอะ”

สินียิ่งหัวเราะเสียงดังขึ้น

“ดูหุ่นตัวเองด้วย ตัวใหญ่ยังกะยักษ์ เมียคุณภีมทั้งสี่คน สวยแบบหยาดฟ้ามาดิน หุ่นอย่าบอกใคร อกเป็นอก เอวเป็นเอว สวยเด่นจะตาย”

“แหม! ก็ใครให้คุณภีมหล่อล่ะ หัวใจชั้นสั่นระริกที่เห็น ขนาดแค่เห็นรูปในข่าวหัวใจยังสั่นเลย ดีใจจะตายที่คุณภีมโสด เลิกกับเมีย คิดอยู่แล้ว ข่าวออกมาเป็นระยะๆ ว่าคนล่าสุดเป็นเลขาแสนสวยเล่นจับเจ้านาย และแม่กับย่าไม่ปลื้ม สุดท้ายต้องกระเด็นจริงๆ”

“หล่อเรอะ” ไหมแพรเบะปาก กระแทกเสียง “ขี้เต๊ะ ดูถูกคน คิดว่าตัวเองร่ำรวยมหาศาล สาวๆ ต้องคลานมาสยบ ถือดีเข้าไป แล้วไง ไม่เห็นจะสมหวังในความรักสักที ส่วนเมียอันดับสี่ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน!”

“เรียกว่าลัคกี้อินเกม แต่ลัคกี้อินเลิฟ มีแม่กับย่าที่จุ้นจ้าน สุดท้ายต้องเลิก”

“โลเลหลายใจเสียมากกว่า เบื่อง่ายด้วยมัง ขอให้อยู่เป็นโสดไปจนตายเลย!”

สินิขำที่เห็นไหมแพรกระแทกเสียง เพื่อนคนนี้นิสัยตรงๆ ปากกับใจตรงกัน ไม่เกรงกลัวอินทร์พรหมหน้าไหน และที่สำคัญ ไหมแพรเคยปะทะกับภีมมาแล้วเมื่อปีที่แล้ว และทำให้ไหมแพรเกลียดภีมตั้งแต่วันนั้น

“ยังไม่หายโกรธอีก ตั้งปีมาแล้วนะ” สินีว่า

ไหมแพรเม้มริมฝีปาก

ใช่เลย…ถ้ามีข่าวภีมเมื่อไหร่ หล่อนจะจี๊ดขึ้นมาทุกครั้ง อย่างไม่สบอารมณ์

ความทรงจำ…ปีที่แล้ว…ผุดขึ้นเป็นภาพชัดเจน…อดีต…วันนั้น

หล่อนตั้งใจจะไปสัมภาษณ์ภีม ทั้งเรื่อง ‘งาน’ และเรื่อง ‘รัก’ ยังไม่มีหนังสือฉบับไหนทำสำเร็จ อย่างมากจะอนุญาตแค่สัมภาษณ์งาน ไม่อนุญาตเรื่องส่วนตัวความรัก ต้องชัดเจนแต่แรก

ต้องยอมรับว่าไหมแพรดื้อ และอยากลองของ เผื่อฟลุค

“ไม่ใช่แค่โกรธ…เกลียดเลยล่ะ”

“ยัยแพร…อย่าลืมนะ คมกริชทำงานอยู่กับคุณภีม ถือเป็นลูกน้องคนสนิทเชียวนะ”

คมกริชคือเพื่อนชายคนพิเศษที่คบหากับไหมแพรมาสองปี

ชื่อนี้อาจทำให้หล่อนอารมณ์เบาลงเล็กน้อย แต่ต้องยอมรับว่าเมื่อไม่ชอบหน้าใครแล้ว มันฝังใจหล่อนเสียเหลือเกิน

“คมไม่น่าทำที่นั่น” เสียงคล้ายบ่น

“เงินดีจะตาย”

“รู้ว่าเงินดี เพราะนายภีมคนนี้ชอบใช้เงินฟาดหัวคนไงล่ะ เลี้ยงคนด้วยเงิน!”

“ใจเย็นๆ เพื่อน”

ภีมเคยดูถูกหล่อน อดีตภรรยา จันทนี เมียอันดับสี่ก็ดูถูกหล่อน

ไม่อยากคิด…ก็ต้องคิด ภาพปีที่แล้วชัดเจนจริงๆ จำแม่นว่าวันนั้นในอดีต เมื่อหล่อนขอนัดสัมภาษณ์ผ่านทางเลขาอุบลของภีม

บริษัทเขากำลังจะเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยว จึงยอมให้สื่อมาสัมภาษณ์

ไหมแพรเตรียมตัวไปเต็มที่น่าจะไร้ปัญหา ผ่านการนัดหมายแล้วหล่อนจึงมารอที่ห้องรอสัมภาษณ์

ห้องรับแขก ที่นอกจากมีโซฟานั่งสบาย ยังจัดมุมโต๊ะโชว์ของสะสมจำพวกเครื่องแก้วคริสตัลจากยุโรป

เครื่องแก้วคริสตัลหลากแบบและหลายสี ยั่วยวนให้ไหมแพรต้องลุกไปชื่นชม หล่อนเป็นผู้หญิงที่ชื่นชอบแก้วงดงามเหลือเกิน จนเผลอยกแก้วที่เป็นแจกันสีทองระยิบระยับขึ้นมาเพ่งพิศใกล้ๆ ดวงตา เพลินจึงไม่ทันได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามา จนได้ยินคำถามจากเบื้องหลัง

“มาสัมภาษณ์คุณภีมเรอะ?”

ไหมแพรสะดุ้ง รีบวางแจกันทองลงอย่างเบามือและหันขวับ

“ค่ะ…”

เจ้าของคำถามคือ จันทนี ภรรยาอันดับสี่ของภีมในขณะนั้น

แรกเริ่มจันทนีก็แค่เลขา แต่เพราะหล่อนสวย เก่ง คล่องแคล่ว ใกล้ชิดกับภีม จนได้เลื่อนตำแหน่งพิเศษ

แว่บแรกที่จันทนีเห็นไหมแพรก็ระแวง และไม่ชอบหน้า แบบว่าไม่ถูกชะตาแต่แรกเห็น เพราะไหมแพรสวย ใส ขนาดไม่แต่งหน้าเลย มีแค่ลิปสติกสีส้มแท่งเดียวก็เอาอยู่

จันทนี ได้ชื่อว่าขี้หึงมาก

หล่อนจะหวาดระแวงสาวๆ ไปทั่ว จะคอยกีดกันไม่ให้ภีมใกล้ชิดกับสาวสวยคนไหน

ไหมแพร…เข้าข่ายผู้หญิงที่ควรกีดกันมากๆ

“รู้ไหม แจกันคริสตัลใบนั้นราคาเท่าไหร่ เงินเดือนเธอทั้งปีก็ยังไม่พอซื้อ ถ้าเธอทำแตก!”

ไหมแพร ไม่ประทับใจกับการทักทายคนเพิ่งรู้จักด้วยการดูถูก

“เอ้อ…ไม่ทำแตกหรอกค่ะ” พยายามจะไม่แสดงอารมณ์ขุ่นมัวที่ฝ่ายจันทนีก่อกวนขึ้นก่อน

“ระวังไว้ก่อนเป็นดี ถ้าแตกจะมาร้องห่มร้องไห้ว่าไม่มีปัญญาจ่าย ที่บ้านมีย่ามียายต้องเลี้ยง มีพ่อแม่พิการลำบาก มารยาพวกนี้เจอมามากต่อมาก”

เคยทำล่ะสิ…ถึงรู้!

แค่คิดไหมแพรไม่ได้พูด…เหลือทนจริงๆ อยากตอบโต้แต่ต้องทน

“ยังไม่แตกนะคะ” ฝืนพูดราบเรียบที่สุด

จันทนีกอดอก จ้องหน้าอีกฝ่าย ถามห้วนๆ ว่า

“มาคนเดียวเรอะ?”

“มากับเพื่อน…แต่เธอท้องเสียเลยกลับไปก่อน รอไม่ไหวค่ะ” ไหมแพรพูดถึงสินี

ใบหน้าจันทนีตบแต่งด้วยเครื่องสำอางเข้ม ริมฝีปากแดงสด โดดเด่น สวยน่ามอง แต่ไหมแพรไม่ชอบน้ำเสียงและกิริยาที่แสดงออก

“อือ…รอไม่ไหว นี่เธอกำลังจะบอกว่า เธอมารอคุณภีมนานมากสินะ มาขอสัมภาษณ์เอง รู้จักสะกดคำว่า…รอ…เป็นไหม เวลาคุณภีมเป็นเงินเป็นทอง”

ที่ไหมแพรว่า ‘รอไม่ไหว’ หมายถึงอาการของสินีหนัก วิ่งเข้าห้องน้ำหลายรอบ สินีป่วยกะทันหันต้องให้กลับไปก่อน

นักข่าวอย่างหล่อน เรื่องนัดหมายและรอคอย รอจนชาชิน เป็นเรื่องปกติ ขณะที่ไหมแพรฟังอย่างงงๆ ภรรยาอันดับสี่ของภีมยังไม่หยุด

“ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันยังเป็นเลขาคุณภีมล่ะก้อ ฉันไม่ให้เธอเข้าพบแน่ๆ ใครรอไม่ไหวก็เชิญไปเลย ไล่ตะเพิดให้พ้นๆ รกสายตา คุณภีมเสียสละเวลายอมให้สัมภาษณ์ดีแค่ไหน เวลาทำงานของคุณภีมแค่ชั่วโมงเดียวก็อาจได้เป็นล้านเป็นร้อยล้านพันล้าน เทียบกับเงินเดือนเธอ เศษเงินแท้ๆ เสียเวลาคุณภีม น่ารำคาญ!”

ไหมแพรกำมือแน่น มันจะเกินไปแล้ว แค่เจอภรรยาคนที่สี่ก็แสบแล้ว ถ้าไม่รับปากหัวหน้าพนมว่าจะทำงานให้สำเร็จล่ะก้อ ไหมแพรเผ่นแล้ว นึกถึงคำสอนของยายให้นับหนึ่งถึงสิบ

โอ๊ย…ยายขา…ยายทำได้แต่แพรทำไม่ได้ นิสัยหล่อนไม่ยอมใครง่ายๆ

“นี่…คุณ ฉันมาขอสัมภาษณ์คุณภีมค่ะ ไม่ได้ขอสัมภาษณ์คุณนะคะ”

เท่านั้นล่ะ สำหรับจันทนีจบแล้ว ระแวงว่าเจ้าหล่อนสวย…ปากเจ้ายังกล้ามากอีกด้วย กลัวว่าจะเรียกร้องความสนใจจากภีมได้

“วันนี้และวันไหนๆ สำหรับเธอ ไม่มีทางได้สัมภาษณ์!”

ไหมแพรกำลังงงๆ แล้วอุบล เลขาของภีมก็ออกมาเชิญ

“คุณภีมให้เข้าพบแล้วค่ะ”

นักข่าวสาวสะพายกระเป๋าใบใหญ่และสะพายกล้องเดินตามอุบลและเห็นสายตาดุดันของจันทนี…ไม่สนหรอก!

ก่อนเข้าห้องภีม ผ่านโต๊ะทำงานของคมกริช เขาเป็นผู้ช่วยฝ่ายขายของภีม ทำหน้าที่คล้ายอุบล กึ่งๆ เลขาด้วย อุบลคนเดียวทำงานตามสั่งของภีมไม่ทัน จึงต้องมีคมกริชอีกคน และงานบางอย่างใช้งานผู้ชายสะดวกกว่าผู้หญิง

คมกริชเงยหน้าและยิ้มให้ไหมแพร หล่อนยิ้มตอบ

เขากับหล่อนเป็นเพื่อนคณะเดียวกันในมหาวิทยาลัย ตอนเรียนเป็นแค่เพื่อน เรียนจบแยกย้ายกันไปทำงาน จนมาพบกันในงานเลี้ยงรุ่น จึงเพิ่งเริ่มคบหากันมาสองปี

ไหมแพรก้าวเข้ามาในห้องของภีมแล้ว เขานั่งอยู่ห้องรับแขกด้านในที่แบ่งส่วนเป็นห้องทำงานด้วย ภีมนั่งสบายๆ บนโซฟาตัวยาว สายตาวุ่นๆ อยู่กับโทรศัพท์มือถือ

“สวัสดีค่ะ” ไหมแพรยกมือไหว้ เขาไม่ได้รับไหว้หล่อนด้วยซ้ำ ทำเหมือนไม่มีหล่อนอยู่ในห้อง บรรยากาศชวนอึดอัด จนเขาวางมือถือ

“จะสัมภาษณ์ก็รีบหน่อย”

“ขออนุญาตถ่ายภาพก่อนนะคะ” ต้องมีภาพประกอบคำสัมภาษณ์

“จากไหน?”

“ฟ้าใหม่ค่ะ”

“ไม่ค่อยได้ยินชื่อ ปกติไม่อยากให้หนังสือพิมพ์ประเภทนี้สัมภาษณ์เท่าไหร่ ฟ้าใหม่เป็นพวกกึ่งบันเทิงใช่มั้ย ไม่ใช่หนังสือพิมพ์ธุรกิจ เห็นชอบลงข่าวชาวบ้าน ผัวเมียตีกัน เมียหลวงเมียน้อย หรือดาราคนไหนควงใคร เลิกกับใคร ชอบลงข่าวฉาวมากเลยนี่”

ไหมแพรสะอึก…ว่าจะมาสัมภาษณ์ข่าวฉาว อดีตรักสามภรรยาก่อนมาจบที่จันทนี เขาเล่นดักคอไว้ก่อน

ตัวเองมีข่าวฉาวรู้ตัวหรือเปล่า?

เรียงอันดับเมียสามคน…ในอดีต

ภรรยาคนแรกชื่อ ‘น้ำทิพย์’ พบรักที่อังกฤษตอนไปเรียน กลับมามีลูกสาวคนหนึ่ง แต่อยู่ๆ ภรรยาคนแรกข่าวว่าย่ากับแม่ไม่ปลื้มก็กลับไปอังกฤษ เรียกร้องให้ภีมกลับไปด้วยกัน ไปสร้างครอบครัวที่นั่น แต่ภีมปฏิเสธ ทำให้เลิกกันโดยปริยาย

เพราะเห็นภีมเสียใจ ทางย่ากับแม่จึงหาภรรยาคนที่สองให้ ชื่อ ‘อุษา’ และทำท่าจะไปได้ด้วยดี แต่อุษาก็อ่อนแอล้มป่วยบ่อยๆ บวกกับโชคร้ายเกิดอุบัติเหตุซ้ำ กลายเป็นคนพิการติดเตียงลุกไม่ได้ จึงต้องเลิกกัน

ภรรยาที่สามเป็นดารา ชื่อ ‘พรวิไล’ บริษัทภีมเชิญตัวมาเปิดงานบ้านจัดสรร และคบหาสนิทสนมกับภีมอย่างรวดเร็ว แต่ต้องเลิกเพราะแม่กับย่าไม่ปลื้มตามเคย

จนมาคนที่สี่…สุดท้าย ชื่อ ‘จันทนี’ เลขาคนใหม่ของภีมเอง เธอทั้งสวย เปรี้ยว คล่อง แต่แม่กับย่าดูออกแต่แรกว่าจันทนีตั้งใจจับลูกชาย และเจ้าหล่อนก็ทำสำเร็จ

คบ…รัก…แต่ง…เลิก…แต่ละครั้งจะเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์

ประวัติของภีมในด้านผู้หญิง ดังเสมอ

ใครๆ ก็อยากรู้รายละเอียด เช่นเดียวกับไหมแพร ถ้าสามารถทำให้เขาเปิดปากพูดได้ล่ะก้อ คงเป็นข่าวที่ขายได้อีกข่าวหนึ่งทีเดียว

ภายในห้องรับแขกส่วนตัวของภีม ไหมแพรเตรียมกล้องถ่ายรูป แต่ภีมโบกมือ

“อย่าเสียเวลาเลย เรื่องรูปเดี๋ยวจะจัดให้”

“ขอแค่รูปเดียวค่ะ” หล่อนขอถ่ายภาพ “ไม่เสียเวลาค่ะ”

“บอกว่าเลขาจะจัดการให้เอง!” เสียงเข้มทันที เหมือนถูกขัดใจ

“ก็ได้ค่ะ” จำเป็นต้องเสียงอ่อย ยอมตามประสงค์

เพื่อ…งาน…งาน และงาน

ให้…อดทน อดทน และ อดทน

ไหมแพรบอกกับตัวเองให้สงบอารมณ์

แล้วหล่อนก็เริ่มบทสัมภาษณ์ เปิดบันทึกเสียง

สำหรับหญิงสาวแล้วเป็นงานชวนอึดอัด

คำตอบของภีม…เขาถือว่าประสบผลสำเร็จในงาน จึงตอบออกมาแบบกร่างๆ หยิ่งๆ และสายตาภีมก็ออกอาการดูถูก เหมือนกดหล่อนอย่างไงอย่างงั้น กดให้หมอบราบคาบแก้ว ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

และถึงจุดจบแตกหักของวันนั้น เมื่อจันทนีเปิดประตูผลุนผลันเข้ามาในห้องขณะสัมภาษณ์ และชี้หน้าไหมแพรโวยวายว่า

“แกมันขี้ขโมย!”

 

Don`t copy text!