เมียอันดับห้า บทที่ 2 : แหวนหาย

เมียอันดับห้า บทที่ 2 : แหวนหาย

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 2 – 

ความทรงจำ…ผ่านมาหนึ่งปีแล้ว ไหมแพรไม่เคยลืม

วันที่ทำให้หล่อนอคติและเกลียดภีม…เกลียดจันทนี

ไหมแพรถูกจันทนีชี้หน้าและกล่าวหาว่าเป็นขโมย และยังโวยวายเสียงดังต่อเนื่อง

“แก…แก…มันพวกขี้ขโมย พวกแกต้องร่วมมือกันแน่ๆ”

ระบุ ‘พวกแก’ ไม่ได้หมายถึงไหมแพรคนเดียวเสียแล้ว

ไหมแพรตกใจ ตอนแรกยังออกอาการงงๆ อยู่

“อะไรคะ…อะไร?”

“แก…แกกับเพื่อนที่มาด้วยต้องร่วมกันแน่ๆ”

“เดี๋ยวค่ะ…เดี๋ยว…ฉันยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย ฉันกับเพื่อนขโมยของอะไรของคุณคะ?”

“แหวนเพชรฉันหาย!”

“แหวนเพชร!” เป็นบ้าไปแล้ว หล่อนไม่เคยเห็นเลย หน้าตาหญิงสาวออกอาการงงๆ กลับถูกจันทนีต่อว่า

“อย่าเล่นละคร อย่าตีหน้าซื่อ ฉันรู้แล้วแกกับเพื่อนรู้เห็นกัน เพื่อนที่มาด้วยที่บอกว่าท้องเสียเข้าห้องน้ำหลายครั้ง และบอกว่าไม่ไหวแล้วหนีไปก่อน ไปพร้อมกับขโมยแหวนเพชรที่ฉันถอดวางไว้บนอ่างล้างมือ ฉันลืมแป๊บเดียว พอนึกขึ้นได้ก็หายไปแล้ว หายไปพร้อมกับเพื่อนของแกที่อ้างว่าท้องเสียแล้วรีบร้อนไป!”

“ไม่อ้างนะคะ สินีท้องเสียไม่สบายจริงๆ”

“น่าเชื่อนะ โกหกหน้าตาย”

“สินีไม่เคยโกหก”

“แล้วฉันต้องเชื่อเพื่อนแกเรอะ?”

ไหมแพรจ้องลึกเข้าไปในดวงตาจันทนี ดวงตาอีกฝ่ายมีนัยแปลกๆ ชอบกล

เป็นวันอะไรกันเนี่ย?

จำได้ว่าจันทนีพูดทิ้งท้ายกับหล่อนตอนเจอกันข้างนอกว่า

วันนี้ และวันไหนๆ สำหรับเธอ ไม่มีทางได้สัมภาษณ์!

ยอมรับว่าก่อนจะเข้าห้องรับแขก ทั้งหล่อนกับสินีเข้าห้องน้ำเตรียมตัวก่อน

สินีเข้าบ่อยมาก เพราะถ่ายหนักจนหมดแรง หล่อนจึงรับงานนี้คนเดียว

หล่อนไม่เห็นแหวน และสินีก็ไม่พูดถึงเรื่องแหวนเลย

ไหมแพรขมวดคิ้ว สงสัยว่าโดนจันทนีเล่นงานแล้ว ตั้งใจเล่นงานหล่อนกับเพื่อน

“ฉันถอดแหวนเพชรในห้องน้ำเวลาล้างมือเสมอ ตอนออกมาแม่บ้านบอกว่าพวกมาสัมภาษณ์เข้าห้องน้ำ ก็มีแต่แกกับเพื่อนแกที่อ้างว่าท้องเสีย…พอฉันนึกออกเข้าไปดู แหวนเพชรหายไปแล้ว” จันทนีย้ำแล้วย้ำอีก

คนถูกกล่าวหาโคลงศีรษะ

ไม่จริง…ไม่จริง…หล่อนเชื่อใจสินี พอๆ กับเชื่อใจตัวเอง หล่อนรู้จักสินีว่าเป็นคนตรง และเป็นคนดีแค่ไหน

สินีไม่มีวันขโมยแน่ๆ

เสียงจันทนียังแว้ดๆ ว่า

“อ๋อ…ร่วมมือกันดีนะ พอได้แหวนก็ทำเป็นไม่สบายรีบกลับไปก่อน ทางนี้ก็แกล้งหน้าซื่อทำหน้าที่ตัวเองต่อ”

แล้วหันไปบอกกับภีมว่า

“คุณภีมคะ…คนพวกนี้มันโลภ ไม่มีแต่อยากมี แหวนของนีค่ะ…แหวนที่คุณให้นีวงแรกในชีวิต นีตั้งใจจะสวมชั่วชีวิต มันกับเพื่อนมันเข้าห้องน้ำ พอออกมาก็ว่าไม่สบาย คนหนึ่งรีบกลับไปก่อนพร้อมแหวน อีกคนถ่วงเวลาอยู่ที่นี่ พวกนักข่าวโจรไล่มันไปเถอะค่ะ”

ไหมแพรกลืนน้ำลายยากเย็น

สินีไม่สบายจริงๆ ท้องเสียจริงๆ และหล่อนเป็นคนบอกให้เพื่อนกลับไปก่อนเอง ทั้งที่ตอนแรกสินียังยืนยันจะอยู่ทำงานด้วย

“ไม่ค่ะ…สินีเป็นคนดี” ไหมแพรโพล่ง

“คนดีเรอะ…ดูหน้าก็รู้ ดีมากเลยนะ”

ดูหน้าก็รู้…จันทนีตั้งใจ…ดูหน้าตาไหมแพร สวยโดดเด่นขนาดนี้ แค่เห็นแว่บแรกก็ไม่ถูกชะตา แถมยังมีเรื่องกันอีก

“ฉันกับเพื่อนบริสุทธิ์ใจ”

“อ้างแค่คำพูดใครจะเชื่อ”

“วงจรปิดมีไหมคะ เปิดดูสิ” ไหมแพรว่า

“ในห้องน้ำไม่มี มีแต่หน้าห้องน้ำ แกกับเพื่อนแกเข้าไปใช้ ไม่แน่ก็อาจเป็นความคิดของแกแต่แรกที่เจอแหวนแล้วส่งให้เพื่อนแกเอาออกและหลบไปก่อน ลักษณะเพื่อนแกดูไม่ร้ายเท่าแก!”

ไปกันใหญ่แล้ว ไหมแพรโกรธจนมือสั่นแต่พยายามระงับ

“ฉันไม่เคยมีความคิดจะหยิบแหวนของใคร ฉันไม่เคยโลภอยากได้ของคนอื่น!”

“โทรเรียกตำรวจ!” ภีมโพล่ง

ไหมแพรใจเต้นแรง จะกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้วหรือ บริสุทธิ์ใจหล่อนไม่กลัว แต่ไม่ควรเกิดเรื่องแบบนี้

จันทนีตีหน้าเศร้าพูดกับภีมว่า

“จะมีประโยชน์อะไรล่ะคะ เราไม่มีหลักฐานเลยนะคะ และป่านนี้แหวนจะถูกส่งต่อไปให้ใครแล้ว พวกนี้ไม่มีวันเก็บของกลางไว้กับตัวหรอกค่ะ นีเสียดายเหลือเกิน นีผิดเองที่ไม่ระวังตัว ไม่คิดว่าจะมีคนนอกขึ้นมาถึงชั้นผู้บริหาร ร้อยวันพันปีถอดแหวนล้างมือไม่เคยหาย พลาดวันเดียว…จบกัน”

“เรียกสินีกลับมาถามให้นะ” ไหมแพรจะโทรเรียกเพื่อน

“ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเรอะ โจรที่ไหนจะยอมรับว่าขโมย อย่างแกยังปากแข็งเลย”

ภีมตัดบทกล่าวกับจันทนีว่า

“ของนอกกาย คุณไปเลือกแหวนวงใหม่ได้เลยที่ร้านเพชร และเข้าบัญชีผม”

แล้วหันมาทางไหมแพร ตัดบททันที

“ส่วนนักข่าวคนนี้ ก็ให้อุบลทำจดหมายไปถึงหัวหน้าเธอ เล่าพฤติกรรม ให้หัวหน้าจัดการกันเอง เรื่องสัมภาษณ์จบลงแล้ว เสียเวลาที่สุด!”

สินีเขย่าแขนไหมแพร จนความคิดสะดุดหยุดลง สะดุ้งได้สติ

“ยัยแพร…แกเป็นอะไร คิดอะไรอยู่?” สินีถาม

“คิดถึงเหตุการณ์ปีที่แล้ว แหวนหายไงล่ะ”

“เราไม่ได้หยิบ ไม่ได้ขโมย โชคดีที่หัวหน้าพนมเชื่อใจพวกเรา ไม่ไล่เราออก”

เหตุการณ์ผ่านมาปีหนึ่งแล้ว…ทำไมไหมแพรยังฝังใจกับเรื่องที่จบไม่สวยอีกล่ะ

ไม่ชอบทั้งภีม ทั้งจันทนี

เจ็บใจถูกตราหน้าเป็นขโมย

แต่เรื่องแหวนยังคาใจแพร แหวนหายจริงๆ คนอื่นขโมยไป หรือคุณจันทนีสร้างเรื่องมาใส่ร้ายพวกเรา จนจบไม่สวย”

“แล้วแกคิดอย่างไง แกเคยพูดแล้ว แกสงสัยสร้างเรื่องใส่ร้ายพวกเรามากกว่า”

“ใช่…สร้างเรื่องใส่ร้าย คาใจจริงๆ เจ็บใจด้วย!”

แต่สุดท้ายเมียอันดับสี่ของภีมก็เลิกกัน

อยากรู้เหลือเกิน เมียอันดับห้าของนายภีมจะเป็นใคร?

 

 

คฤหาสน์บ้านสุททินพงษ์

อาณาเขตกว้างขวางหลายไร่ ปลูกอยู่ข้างๆ กับสนามกอล์ฟ ซึ่งอยู่ในโครงการบ้านจัดสรรของครอบครัวสุททินพงษ์เอง

ที่นี่เป็นโครงการแรกๆ ที่ ‘ปู่’ ของภีมบุกเบิกมากว่าสามสิบปี บ้านที่สร้างอย่างแข็งแรง จนวันนี้คฤหาสน์ก็ยังสวยงาม เพราะโครงสร้างและการดูแลรักษาอย่างดี

ปู่สุทินผู้สร้างบริษัท…พอบริษัทพอไปได้ท่านก็จากไป มารุ่นพ่อพงษ์ขยายอาณาจักรสุททินพงษ์ แล้วไม่นาน ท่านก็จากไปอีกคน จนมาถึงรุ่นภีม

ตอนปู่สุทินจากไป คุณย่าฉวีท่านเข้มแข็งมาก ทำหน้าที่แทนคุณปู่ได้ เพราะท่านเป็นหญิงแกร่ง คำพูดและการตัดสินใจของท่านถือเป็นเด็ดขาดที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม

ปีนี้ท่านอายุแปดสิบ แต่ยังสง่างามและแข็งแรง ยังมีอำนาจตัดสินทุกอย่าง และมีบางคนที่แอบเรียกท่านลับหลังว่า ‘ซูสีไทเฮา’

คนที่มีอำนาจรองจากตระกูลคือ คุณวรรณ มารดาของลูกชายสองคน ภีม กับ อรัญ

การที่ให้กำเนิดลูกชายสองคน ทำให้คุณย่าฉวีรักสะใภ้คนนี้มาก ยิ่งพอคุณพงษ์ตาย คุณวรรณกลายเป็นแม่ม่ายเหมือนคุณย่า ทั้งสองก็ยิ่งสนิทสนม อยู่ด้วยกันเกือบตลอดเวลา และมักมีความคิดเห็นที่ตรงกัน สอดคล้องกันเสมอ

อรัญเป็นน้องชายของภีม มีกันสองพี่น้อง

ภีมปีนี้อายุย่างสามสิบ อรัญเพิ่งยี่สิบสี่ ย่าว่าอรัญเป็นลูกหลง ห่างกับภีมหกปี

อรัญ…สนุกกับชีวิตอิสระ เรียบจบแล้วแต่ยังไม่ยอมทำงานที่บริษัท ได้แต่ผลัดวันประกันพรุ่งว่าจะไป…จะไปทำงาน จนแล้วจนรอดก็ยัง และมีมารดาที่คอยให้ท้าย รักลูกชายคนเล็กที่สุด

ครอบครัวสุททินพงษ์นอกจาก ย่าฉวี แม่วรรณ ภีม และ อรัญ ยังมีเจ้าตัวน้อยน่ารักวัยหกปี เด็กหญิงกุลธิดา หรือชื่อเล่น น้ำผึ้ง ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของภีมกับน้ำทิพย์ ภรรยาคนแรก

น้ำทิพย์กลับไปอังกฤษ หลังจากคลอดลูกสาวเพียงสามเดือน

หล่อนใจแข็งมาก ยื่นคำขาดให้ภีมกับลูกไปกับหล่อน ไปตั้งรกรากที่ต่างประเทศ อ้างว่าเบื่อที่นี่ แต่ภีมว่าน้ำทิพย์ไม่มีเหตุผล และทิ้งสุททินพงษ์ไปไม่ได้ เพราะทั้งปู่กับบิดาต่างเสียชีวิต เขาต้องดูแลกิจการทั้งหมด

แม้น้ำทิพย์จะอ้างคำว่า ‘ครอบครัว’

ภีมก็ต้องการครอบครัวอบอุ่น แต่ไม่ใช่เหตุผล

เมื่อตกลงแยกทาง ภีมขอลูกสาวตัวน้อยไว้ และยังคิดว่าบางทีน้ำทิพย์อาจจะใจอ่อน

ไปแล้วไปลับไม่เคยกลับมาจนวันนี้…ลูกสาวอายุหกปีแล้ว แต่น้ำผึ้งตัวน้อยไม่เคยขาดความอบอุ่น

ภีมจ้างพยาบาลสาวชื่อเกษรมาเลี้ยงน้ำผึ้งตั้งแต่แรกเกิด จนอยู่มาถึงวันนี้ เกษรยังคงเป็นพี่เลี้ยงที่รักน้ำผึ้งเหมือนลูกสาวตัวเอง

ในวันหยุดช่วงบ่าย ครอบครัวจะรวมตัวกันทานอาหารว่างที่ระเบียงริมสวน วันนี้สมาชิกอยู่กันครบ

เด็กหญิงตัวน้อยนั่งอ่านหนังสือการ์ตูน โดยมีพยาบาลเกษรคอยคะยั้นคะยอให้ทานอาหารว่าง

“อีกคำนะคะ หนูผึ้ง สาคูไส้หมู สูตรพิเศษจากป้านิ่ม ร้อนๆ จากครัวเลยนะคะ” ป้านิ่มคือแม่ครัวประจำบ้าน

“ผึ้งอยากกินเค้ก ไม่ชอบสาคู” เด็กหญิงว่า

“เมื่อวานก็เพิ่งทานเค้ก อาหารว่างต้องสลับกันค่ะ”

“ไม่ชอบสาคู…ไม่กิน ไม่กิน”

ภีมหัวเราะ

“เออ…ไม่กินก็อย่าบังคับ”

เด็กหญิงวิ่งมาหาบิดา อยู่ในอ้อมกอดของบิดาประจบประแจงท่าน

“คุณพ่อใจดีที่สุดเลย” แล้วก็ใช้ปากจูบแก้มภีม “ให้รางวัลคุณพ่อค่ะ” รางวัลของสองพ่อลูกคือจุมพิตแก้มกันและกัน

“พ่อใจดีแบบนี้ ลูกสาวไม่ค่อยกิน ดูสิ ยัยหนูผึ้งเลยผอมเป็นตะเกียบแบบนี้” ย่าวรรณบ่น

แล้วทวดฉวีก็ต้องลงมือจัดการเอง กวักเรียก

“มา…มา…ผึ้ง…มาหาทวด…ทวดป้อนนะ”

เด็กหญิงชะงักไปนิด มองหน้าบิดา หวังให้บิดาช่วย แต่ภีมอมยิ้มและยักไหล่ กลับพูดว่า

“ไปสิ…คุณทวดเรียกแล้วนะ”

คุณฉวีอย่างไรท่านก็มี ‘อำนาจ’ ในตัว

ไม่ว่ารุ่น ลูก หลาน หรือ เหลน ต่างก็รู้สึกเกรงกลัวคุณฉวี

เด็กหญิงน้ำผึ้งทำหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์นักประสาเด็ก แต่ยอมเดินไปหาคุณฉวี

เกสรรีบยกจานใส่สาคูใส้หมูยื่นไปใกล้หญิงชรา ท่านใช้ส้อมที่จิ้มสาคูชิ้นหนึ่งไว้แล้ว ยื่นตรงหน้าเด็กน้อย

“อ้าปากจ้ะ”

จริงๆ แล้วน้ำเสียงก็แสนปกติ แต่เด็กหญิงแม้จะไม่พอใจ แต่รีบอ้าปากรับอาหารว่างที่ท่านป้อนกับมือ

กับคนอื่น…เด็กหญิงอาจดื้อบ้าง ไม่ฟังบ้าง กับท่าน เด็กหญิงไม่กล้าเลย ทั้งที่หน้าตาคุณฉวีไม่ใช่คนดุเลย

ท่านเป็นสุภาพสตรีวัยแปดสิบที่สงบ เยือกเย็น ใบหน้างดงามอ่อนกว่าวัย ผมท่านย้อมสีน้ำตาลอ่อนๆ รูปร่างดีสง่างาม

อำนาจท่านมาจากไหน?

ยากจะอธิบายว่าทำไมทุกคนจึงเกรงกลัว ท่านมักบอกว่าไม่ชอบบังคับใคร แต่คำพูดของท่านกลับกลายเป็นประกาศิต

แม้แต่เด็กหญิงตัวน้อยก็ยังรู้สึกสัมผัสได้ เด็กน้อยฉลาด ‘เห็น’ มาแล้วจากบิดาและคุณย่าเป็นตัวอย่าง

คุณฉวีมิได้บังคับเหลนตัวน้อยมากมายประการใด แค่ป้อนคำเดียวก็บอกกับเกษรว่า

“พาหนูผึ้งไปล้างหน้าล้างตา พักผ่อนซะหน่อย”

เกษรรับคำ และจูงมือเจ้าตัวน้อยออกไป

อรัญที่นั่งทานอาหารว่างพลาง อ่านหนังสือพิมพ์พลาง อยู่ๆ ก็หัวเราะออกมา และพึมพำว่า

“พี่ภีมไม่เคยตกกระแสเลย เป็นข่าวตลอด”

เงียบกันอึดใจใหญ่ๆ รวมทั้งภีมที่พอรู้ความหมายของน้องชาย คุณฉวีเป็นฝ่ายเอ่ยปาก

“ข่าวนี้อย่างไงต้องเกี่ยวข้องกับย่าอีกสิท่า”

อรัญ…หลานชายคนเล็กหัวเราะแห้งๆ เขาเป็นหนุ่มเจ้าสำราญประจำบ้าน เป็นลูกรักของคุณวรรณ มีปัญหาอะไรก็ตาม มารดาจะออกหน้าแก้ตัวให้เสมอ

“ครับ…” อรัญตอบ

“ภีมเลิกกับแม่เลขานั่นเพราะย่าบงการ!” ย่าฉวีพูดถูกทีเดียว เรื่องแบบนี้เดาไม่ยากหรอก

Don`t copy text!