เมียอันดับห้า บทที่ 3 : ห่วงเสมอ

เมียอันดับห้า บทที่ 3 : ห่วงเสมอ

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 3 – 

อรัญยังถือหนังสือพิมพ์อยู่ในมือ กล่าวกับย่าฉวีว่า

“คุณย่าคงไม่ต้องอ่านนะครับ ระบุชัดเลยว่าคุณย่าไม่ปลื้มครับ”

ประมุขอาวุโสที่สุดในบ้านพยักหน้า

“ใช่…ย่าไม่ชอบ!”

“คุณย่ามีเหตุผลของคุณย่านี่ครับ” อรัญรู้สึกเห็นด้วยกับการกระทำของท่าน

คุณฉวีถอนใจยาว

“ถามหน่อย อยู่กันพร้อมหน้าแล้ว ย่าเป็นย่าที่ใจร้ายหรือไง สองสามปีนี้ ภีมคบกับใคร อยู่กับใคร…แม่ดาราแต่งตัวโป๊ที่ชื่อพรวิไล…ย่าไม่ชอบ เป็นได้แค่ดารา มาช่วยงานบริษัทไม่ได้ พอมีแม่จันทนี ยิ่งไปกันใหญ่ เห็นชัดๆ ว่าทะเยอทะยานจะจับภีม ถามหน่อยนะ ถ้าภีมไม่รวย จะมีสาวๆ ติดขนาดนี้เรอะ ย่าเกลียดที่แต่งงานเพราะเงิน!”

อรัญหันมาทางพี่ชายพูดยิ้มๆ ว่า

“เรื่องนี้แทงตรงที่พี่คนเดียวเลยครับ”

ภีมกลับนิ่งสงบ…ยกแก้วชาขึ้นดื่ม

เลิก…รัก…จนหัวใจชาไปหมดแล้ว เพิ่งเลิกกับจันทนีหยกๆ หนังสือพิมพ์ยังคุ้ยไม่จบ รับรองว่าคุ้ยต่อได้เป็นเดือน

เลิกเพราะอะไร?

ประกาศิต…คุณย่า และแรงยุจากคุณแม่หรือ?

มีส่วน…แต่ไม่ทั้งหมด ภีมเองมีเหตุผลของตัวเอง ย่าอาจพูดถูก พรวิไลหรือจันทนี ต่างแต่งงานกับเขาเพราะเงิน

ความรักหรือ?

ภีมไม่โทษใคร…เขาเองมีส่วนผิด

ในชีวิต…เขายอมรับรักภรรยาคนแรก จึงเป็นรักที่แท้จริง พบรักที่อังกฤษ แสนโรแมนติก แต่งงาน มีลูก…นั่นคือที่สุด แต่อยู่ๆ น้ำทิพย์ก็ขอกลับไปอังกฤษ บังคับให้เขาเลือกจะอยู่เมืองไทยหรือกลับไปอังกฤษด้วยกัน

ที่นี่…มีย่า มีแม่ มีน้อง และการงานบริษัทสุททินพงษ์กรุ๊ป คือความรับผิดชอบที่ต้องแบกรับ ถ้าเขาเลือกหัวใจจะถูกตราหน้าว่าอกตัญญู จำต้องเลิกกับภรรยาคนแรก

ต่อมา…คุณย่าก็หาภรรยาคนใหม่ให้…อุษา…ไม่ได้รัก แต่ทำตามประสงค์ผู้เป็นใหญ่ อุษากลับโชคร้าย อาภัพ นอกจากอ่อนแอ ยังประสบอุบัติเหตุต้องนอนติดเตียงชั่วชีวิต แต่ทุกวันนี้เขายังรับผิดชอบส่งเสียเลี้ยงดู รวมทั้งค่ารักษาพยาบาลก็ส่งบิลมาเก็บกับเขา

ภีมซื้อบ้านให้อยู่…มีน้องสาวของอุษาชื่อดวงแข คอยดูแลพี่สาวตลอด โดยภีมจ่ายเงินเดือนให้ดวงแข และยังจ้างพยาบาลพิเศษมาช่วยดวงแขอีกคน เพราะรู้ว่าดวงแขอาจต้องการเวลาส่วนตัวเป็นบางวัน บางเวลา

ส่วนพรวิไล กับ จันทนี

ดาราสาวพรวิไล คบและแต่งงานกันเพราะเพื่อนเชียร์ แม่กับย่าไม่ขัดขวาง อาจเพราะเห็นเขาเพิ่งเลิกกับอุษา…ท่านเลือกอุษาให้ภีม แต่อุษากลับอาภัพ บางทีการให้ภีมเลือกเองอาจเป็นการดี

ตกลงก่อนแต่งงานว่าพรวิไลจะออกจากวงการมาเป็นแม่บ้านดูแลสามี แต่พรวิไลผิดคำพูด หล่อนยังทำงานและเล่นบทบาทแรงขึ้น แต่งตัวน้อยชิ้นขึ้น บางทีไปถ่ายทำต่างจังหวัด ก็หายไปทีละหลายๆ วัน หลังแต่งงานแล้วก็มีข่าวซุบซิบความสัมพันธ์กับดาราชาย แล้วคุณย่าฉวีกับคุณวรรณก็ต้องยื่นคำขาดกับลูกชายให้เลิก

จนมาถึงภรรยาคนที่สี่…จันทนี เลขาของภีมเอง ที่ทำงานเก่ง คล่องแคล่ว บางทีภีมอาจตัดสินใจเร็วไป ทั้งที่มารดากับคุณย่าเตือนว่า เลขาสาวแผนสูง จ้องจับเขาอย่างตั้งใจ หลังแต่งงานจันทนีไม่ยอมช่วยงานบริษัท อ้างว่าทำงานหนักเหนื่อย ขอใช้ชีวิตเป็นคุณนายสบายๆ และใช้เงินของภีมราวกับเงินเป็นกระดาษ เครดิตการ์ดที่ภีมให้ใช้รูดซื้อเสื้อผ้า เพชรพลอย กระเป๋าแพงๆ เครื่องสำอาง…กลายเป็นว่า ใช้เงินอย่างเดียว

แต่…จุดจบที่ภีมต้องยอมเชื่อย่ากับแม่…เลิก…เพราะสืบได้ว่าจันทนีแอบเล่นการพนัน ถึงเพิ่งเริ่มต้นแต่เป็นสัญญาณอันตรายกับชีวิตคู่

แต่งงานสี่ครั้ง…ไม่ประสบความสำเร็จสักครั้ง

“อ่านข่าวสังคมซุบซิบทำไม ไร้สาระ!” ภีมกล่าวขึ้น

“ภีม…โกรธย่าหรือเปล่า?” คุณฉวีถาม

“ไม่เลยครับ ทุกครั้งคุณย่าจะมีเหตุผลเสมอครับ”

คุณฉวีถอนใจยาว

“ย่าอยากเห็นภีมมีครอบครัวอบอุ่นนะ…ยังคิดถึงอุษาอยู่เลย ไม่น่าเลย น่าสงสารที่สุด”

“ครับ…ผมก็สงสารอุษาครับ พิการตลอดชีวิต…เป็นผม…ผมคงทนไม่ได้”

“แต่หลานก็ต้องก้าวต่อไป”

“ต่อไปผมคงแต่งกับ…งาน…แทนครับ”

ท่านโบกมือ

“ย่าไม่ยอมให้ภีมเป็นโสดหรอก”

แล้วคุณวรรณก็โพล่ง

“แม่ก็ไม่ยอมให้ภีมเป็นโสดหรอกนะ ดูสิ…บ้านเรามีกันแค่นี้ไม่ได้…ต้องมีสะใภ้ ต้องมีหลานหลายๆ คนให้แม่กับย่าเลี้ยง”

“คุณแม่ก็พอๆ กับคุณย่าล่ะ ไม่ยอมให้ลูกเป็นโสด แต่พอมีสะใภ้ ก็ไม่ชอบเสียงั้น” อรัญว่า

คุณวรรณค้อนลูกชายคนรอง

“แกก็เห็นแล้ว มีใครรักพี่ชายแกจริงจังบ้าง น้ำทิพย์ แม่รู้หรอก อยู่ๆ ก็หนีกลับไปอังกฤษ ทิ้งลูกไว้ มีแม่ที่ไหนยอมทิ้งลูก มีแต่อุษาที่ดีที่สุด แต่อาภัพที่สุด น่าสงสารที่สุด แล้วก็แม่พรวิไลดารานั่นก็ชอบแต่งตัวโป๊ ไม่เหมาะจะเป็นสะใภ้แม่ จันทนียิ่งร้ายใหญ่ แต่งงานเพราะเงิน แต่งมาอยู่ปีกว่าผลาญเงินตระกูลเราไปเท่าไหร่ ทำงานเก่งก็จริงแต่ไม่ยอมใช้ความรู้ความสามารถทำงานช่วยบริษัท วันๆ ใช้แต่เงิน…เงินและเงิน ใช้โดยไม่หาเลย สักวันก็มีวันหมดนะ”

“ทุกคนมีข้อด้อยให้คุณแม่วิจารณ์แหลก”

“ว่าแต่แกยังลอยไปลอยมา”

“ผมรักอิสระนี่ครับ”

“เมื่อไหร่จะไปช่วยพี่ภีมบริหารงานบ้าง บริษัทในกลุ่มสุททินพงษ์ตั้งหลายบริษัท”

“โอ๊ย…คุณแม่ครับ มีพวกบริหารมืออาชีพอยู่แล้ว แถมยังมีพี่ภีมคุม…ไม่ต้องมีผมหรอกครับ”

“อย่างไงแกก็ต้องช่วยพี่ชาย”

“เดี๋ยว…เดี๋ยว…ครับ เราคุยเรื่องพี่ภีมดีกว่าครับ หนังสือพิมพ์ฉบับนี้เขียนว่า เลิกเพราะคุณย่ากับคุณแม่ไม่ปลื้ม และรอดูว่าภรรยาอันดับห้าของพี่ภีมจะเป็นใคร” ตอนท้ายหันไปถามพี่ชายว่า “พี่ภีมตอบมั้ยครับ ผมรู้จักกับคนเขียนข่าว ผมโทรไปตอบได้เลยนะครับ รับรองพี่ภีมยังอยู่ในกระแสอีกนาน”

“แกจะบ้าตามพวกนั้นเรอะ เรื่องส่วนตัวของพี่ เรื่องอะไรมาเขียนสนุกสนานอย่างงั้น ขายข่าวไม่สร้างสรรค์”

“อ้าว! เพราะพี่ภีมบริหารงานสุททินพงษ์กรุ๊ปนี่ครับ ลองพี่ภีมเป็นนายภีม กรรมกรก่อสร้าง ข่าวสังคมจะสนใจหรือครับ”

แววตาชายหนุ่มยังสงบ เขาเป็นผู้ชายที่หน้าตาดี  เรียกว่า ครบทั้งหน้าตา และ ทรัพย์สมบัติ

อรัญเป็นน้องชาย ถึงจะหน้าตาจัดว่าหล่อเหลา แต่เทียบกับพี่ชาย อรัญกลับดูจืดไปเลย

ภีมถอนใจยาว

“การเป็นคนมีชื่อเสียง ต้องตกเป็นเหยื่อของสังคมหรืออย่างไง”

อรัญยักไหล่

“ช่วยไม่ได้ครับ ผมพูดตรงๆ นะ พี่ภีม ใช้เมียเปลืองจริงๆ”

“ในเมื่อไม่ใช่ก็ต้องเลิก”

“คุณย่ากับคุณแม่ก็มีส่วนนะครับ” อรัญเผลอพูด แล้วมองหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองแล้วคอย่น หัวเราะแห้งๆ “ขอโทษครับ ผมพูดความจริง”

คุณฉวีเอ่ยปากถามหลานชายคนโต

“ภีมโทษย่าหรือ?” ประโยคนี้ท่านถามภีมอยู่บ่อยครั้ง และท่านก็มักมีเหตุผลเสมอ “ย่าไม่อยากเห็นสะใภ้ที่ไม่เอาไหนมาเดินป้วนเปี้ยน เกะกะ รกสายตาในบ้าน จริงๆ แล้วย่าก็ให้โอกาสปรับปรุงตัวแล้ว แต่ย่าทนไม่ได้จริงๆ”

“ผมพูดเสมอ คุณย่าเป็นคนที่ผมเคารพที่สุด คุณย่าขออะไร แม้แต่ชีวิตผมก็ให้ได้ครับ”

แววตาคุณฉวีท่านอ่อนโยน และมองหลานชายอย่างนุ่มนวล

“พอพงษ์จากไปแล้ว ยังดีที่ทิ้งภีมกับอรัญไว้ทำให้ย่ามีชีวิตอยู่ต่อได้เพื่อครอบครัวของเรา”

“คุณย่าครับ อาทิตย์หน้าวันเกิดคุณย่า ผมเตรียมจัดงานที่โรงแรมให้แล้วนะครับ” ภีมเปลี่ยนเรื่อง

“สิ้นเปลืองเปล่าๆ” บ่นว่าเปลืองแต่ใบหน้าท่านยิ้ม ดีใจที่หลานรักไม่เคยลืม

“โรงแรมก็ของเราเองครับ เงินทองไม่รั่วไหล ผมเชิญเพื่อนๆ คุณย่าไม่กี่คน เฉพาะคนสนิท ก็เหมือนเดิมทุกปีล่ะครับ ร้อยกว่าคนเอง”

“ดีแล้ว…ต้องเฉพาะคนสนิทๆ คนที่รักย่าจริงๆ มาร่วมงานด้วยใจ ไม่ใช่เพราะมารยาทสังคม ย่าเบื่อต้องมาปั้นหน้า เอาที่สบายใจดีกว่าจ้ะ”

ไหมแพรขี่จักรยานยนต์กลับบ้าน ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งแถบชานเมือง เป็นบ้านทาวเฮ้าส์สองชั้น สามห้องนอน เป็นห้องหัวมุมพื้นที่สามสิบห้าตารางวา ความที่เป็นหลังมุมจึงกว้างขวาง และอยู่ติดกำแพงในหมู่บ้านหลังสุดท้าย จึงดูเป็นสัดส่วน และไม่อึดอัด

ไหมแพรมีรถเก๋งและรถจักรยานยนต์ เพื่อสะดวกในการทำงาน จักรยานยนต์ใช้มาหลายปีตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย จนทำงาน ก็ยังใช้งานได้อยู่

วันนี้หล่อนใช้จักรยานยนต์ ขับเกือบถึงบ้านแล้ว ต้องผ่านซอยต่างๆ หลายซอย และผ่านสวนสาธารณะกลางหมู่บ้าน สายตาเหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งกำลังถูกรุมทำร้ายโดยชายสามคน สัญชาตญาณต้องช่วยแล้วล่ะ

หล่อนชะลอรถและหยุดกึกทันที หันซ้ายหันขวาคว้าท่อนไม้ริมทางและวิ่งเข้าไป

“อย่ารุม…อย่ารุม…”

กวัดแกว่งไม้ไปที่คนรุมพี่ชายอย่างแรง อย่างไม่เกรงกลัวจะได้รับอันตราย

พวกมันร้องบอกกันเอง

“เฮ้ย…เฮ้ย…มันมีผู้หญิงมาช่วย ไปก่อนโว๊ย…ค่อยมาคิดบัญชีทีหลัง” แล้วทั้งสามก็วิ่งขึ้นรถเก๋งแล่นออกไปทันที

ไหมแพรโยนท่อนไม้แห้งๆ ทิ้ง แล้ววิ่งไปประคองพี่ชายที่สะบักสะบอม หน้าตาแดงช้ำ จากการถูกซ้อมถูกตี

ดีที่หล่อนมาทัน เพราะถ้าถูกซ้อมนานกว่านี้ ผลจะเป็นเช่นไร เลวร้ายกว่านี้ได้

“พี่วิท…” หล่อนพยุงพี่ชายที่นั่งกับพื้นให้ลุกขึ้นนั่งบนเก้าอี้ในสวนสาธารณะ

“โอ๊ย…เจ็บ…” พี่ชายโอด

“พวกไหนกันพี่…ทำไมมาทำร้าย?”

วิทยาโบกมือ

“ไม่รู้จัก ไอ้พวกนักเลง เขม่นมัง หรือทำร้ายผิดคน ไม่มีอะไรหรอก”

ไหมแพรไม่เชื่อ ลักษณะของพี่ชายมีพิรุธชวนสงสัย

“ไม่มีอะไรเรอะ อยากจะเชื่อนะ ก่อนพวกมันไปมันยังพูดว่าจะกลับมาคิดบัญชีทีหลัง”

“บอกว่าไม่มีอะไร!” วิทยากระแทกเสียง อารมณ์เสีย

“ช่วยแล้วยังอารมณ์ไม่ดีอีก ติดหนี้ใช่ไหม คราวนี้เท่าไหร่อีกล่ะ?” หล่อนพาลจะอารมณ์เสียเสียเอง

ครอบครัวหล่อน…มีกันสามชีวิต

หล่อนกับพี่ชายเป็นลูกกำพร้า ยายสายบัวเลี้ยงหล่อนแทนแม่ที่เสียไปแล้ว

ยายเล่าว่าแม่ไม่รับผิดชอบลูก พอท้องก็เอาลูกมาให้เลี้ยง คนแรก…พี่วิทยา คนที่สอง…ไหมแพร

แล้วแม่ก็ตาย หล่อนยังเด็ก ไม่เคยจำแม่ได้ ยายว่าถ้าแม่ไม่ตายเสียก่อน ป่านนี้คงมีลูกมาให้เลี้ยงอีกต่อไปไม่รู้กี่คนต่อกี่คน

ไหมแพรไม่โทษใครทั้งนั้น…ไม่ว่าพ่อหรือแม่ ต่างมีเหตุผลของตัวเอง ที่รู้ๆ หล่อนกับพี่วิทยา มีแม่คนเดียวกัน คือลูกสาวแท้ๆ ของยาย แต่คนละพ่อ

แม่ไม่ประสบความสำเร็จเรื่องความรัก ยายว่ามีผู้ชายหลายคน แม่สวย…รักและเลิกง่ายๆ บางทีเลิกเพราะฝ่ายชายเบื่อ บางทีเลิกเพราะผู้ชายตาย บางครั้งก็เพราะแม่เบื่อ สรุปคือเลิกทุกครั้ง

หล่อนมียายกับพี่วิทยาเป็นญาติสนิทเพียงสองคน

ยายสายบัว อายุเกือบแปดสิบแล้ว แต่ยายยังดูแข็งแรงกว่าอายุจริง

ยายเป็นคนพูดเสียงดัง ชอบดื่มสุราบ้าง แต่ไม่ดื่มทุกวัน ถ้าดื่มมากเมื่อไหร่อารมณ์ยายจะแปรปรวน จะยิ่งเสียงดัง จะโวยวาย จะเจ้าอารมณ์ ไหมแพรจึงพยายามให้ดื่มน้อยๆ พอให้ยายที่อ้างว่านอนไม่หลับ ดื่มพอนอนหลับเท่านั้นพอ

ไม่ว่ายายจะอารมณ์ดีหรืออารมณ์เสีย ตั้งแต่หญิงสาวจำความได้ ยายไม่เคยปล่อยให้หลานอด ได้กินอิ่มทุกมื้อ

ยายทำงานหนัก ทำอาหารขาย ข้าวแกงธรรมดาๆ ของยายขึ้นชื่อ เมื่อก่อนบ้านเช่าอยู่ใกล้ตลาด ยายทำไปขายที่ตลาดทุกวัน ข้าวแกงนี่ล่ะที่เลี้ยงหลานสองคนจนโต

นอกจากอิ่มทุกมื้อ หล่อนยังได้เรียนจนจบปริญญาตรี หล่อนได้วิชาทำอาหารจากยาย ช่วยยายเตรียมอาหารไปขาย เลี้ยงดูสามคนในครอบครัว

ตอนเรียนไหมแพรอดออม หารายได้พิเศษ พอจบมีรายได้แล้ว พอมีเงินดาวน์บ้าน จึงย้ายมาอยู่ที่นี่ และให้ยายเลิกขายอาหาร

ยอมรับว่าหนักมากกับภาระทั้งหมด ไหมแพรต้องทำงานล่วงเวลา ลำพังเงินเดือนล้วนๆ ไม่พอใช้จ่าย

บางครั้งทำอาหารไปขาย ยิ่งตอนโรงพิมพ์หรือเพื่อนร่วมงานมีงานเลี้ยง ก็อาสาทำแกงหม้อ ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งเสียงชื่นชมในรสอร่อย

ยายคนเดียวเลี้ยงหลานสองคนได้ หล่อนก็เลี้ยงยายได้ แต่ลืมนึกไปว่าต้องเลี้ยงพี่วิทยาอีกคน

 

Don`t copy text!