เมียอันดับห้า บทที่ 50 : วันแต่งงาน

เมียอันดับห้า บทที่ 50 : วันแต่งงาน

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 50 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ไหมแพรมองตัวเองในกระจกในห้องภายในโรงแรม

หล่อนกลายเป็นหุ่นยนต์ที่กำลังถูกตบแต่งทั้งหน้าตา…ผม…หุ่นยนต์ที่ปราศจากหัวใจ ไม่ใช่สินะ แต่หล่อนยังมีความรู้สึก…มึนงง…รู้สึกชาๆ ไม่ใช่หุ่นยนต์ หล่อนเป็นหล่อน ไหมแพรที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน

ผ่านไปหลายชั่วโมงก็ยังอยู่หน้ากระจก ทั้งแต่งหน้าและทำผมแบบเกล้าให้รับกับชุดไทย

ฤกษ์หมั้นสิบเอ็ดโมงเก้านาทีและเป็นงานเล็กๆภายในเฉพาะแขกและญาติๆ ไหมแพรมีแต่วิทยา สินีและอมร ส่วนเพื่อนๆและเจ้านายพนม ทุกคนจะมาร่วมงานฉลองในตอนกลางคืน

การไม่มีญาติมากมายมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือไม่ยุ่งยาก ข้อเสียคือหล่อนต้องตกเป็นเป้าสายตาของบรรดาญาติฝ่ายชาย แขกฝ่ายชาย

สินีแอบเข้ามารายงานในห้องแต่งตัวว่า แขกมีราวร้อยคนเท่านั้นและใกล้ฤกษ์แล้ว ต้องรีบแล้ว

ยังไม่ทันออกจากห้องแต่งตัว ย่าฉวีกับคุณวรรณก็ก้าวเข้ามาก่อน จ้องมองเจ้าสาว

เจ้าสาวที่โดดเด่น ไหมแพรในชุดไทยที่งดงาม ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหล่อนสวยมาก หลานสะใภ้ทุกคนที่ผ่านมาก็ล้วนแต่สวย เจ้าหล่อนคนนี้ไม่ได้แพ้ใครเลย แต่อาจด้อยฐานะจึงไม่มีเครื่องประดับหรูหรา คุณย่าฉวีจึงเตรียมไว้ให้

“สวมชุดนี้ก่อน” ท่านบอกกับช่างแต่งตัว

เครื่องเพชรบุษราคัมสีเหลืองเข้มคล้ายสีแม่โขง เม็ดใหญ่กลางและมีเม็ดเล็กเป็นบริวารอีกจำนวนหนึ่ง รายล้อมด้วยเพชรระยิบระยับ

บุษราคัมครบชุดทั้งสร้อยคอ ต่างหู สร้อยช้อมือและเข็มกลัด

“หลังงานแพรจะคืนให้นะคะ” หล่อนพูดกับหญิงชราจึงถูกท่านดุ

“คืนทำไม ย่าบอกจะรับคืนหรือ ฟังให้จบก่อนสิ เป็นเด็กเป็นเล็กทำโอหัง หยิ่งยโส”

หญิงสาวตกใจ หล่อนคิดจริงๆว่าท่านให้ยืม ก็ไม่ได้บอกให้นี่นา

“ไม่ใช่ของแพรนี่คะ”

“กำลังจะบอกว่ายกให้หลานสะใภ้”

“แต่ว่าแพรไม่…ใช่…” ยังไม่พูดไม่จบ ท่านก็ว่า

“กำลังจะเข้าพิธีอยู่แล้ว พูดอะไรอีก ถ้ายายของเธออยู่ตรงนี้คงพอใจที่ฉันให้เธอสมฐานะ”

มันเกินฐานะค่ะ หล่อนแย้งในใจ

“คุณย่าให้ก็รับไปสิ แต่งงานเป็นสะใภ้บ้านเรา ควรมีหน้ามีตาพอสมควร” คุณวรรณพูดโพล่ง

ไหมแพรยังงงๆ จนถูกคุณวรรณพูดดังๆ

“อ้าว ยังไม่ขอบคุณคุณย่าอีกหรือ”

หญิงสาวจึงยกมือไหว้และกล่าวเบาๆว่าขอบคุณค่ะ

เมื่อสวมเครื่องประดับ หล่อนยิ่งโดดเด่น งดงาม

เมื่อปรากฏตัวตรงหน้างาน ทุกสายตาจับจ้อง รวมทั้งภีม !

ภีมต้องยอมรับว่าไหมแพรงดงามอย่างเหมาะสมจะเป็นเจ้าสาวของเขา ตอนแรกเคยมองว่าหล่อนจะเป็นเจ้าสาวที่ทำให้ต้องอับอาย หรือเขาดูถูกหล่อนเกินไป เจ้าหล่อนทำได้นะ ขอให้ผ่านไปตลอดทั้งวันและงานคืนนี้ด้วย

ภีมเดินมาหาไหมแพร เพื่อพาไปที่นั่งบนเวที เขาพูดกับหล่อนเบาแสนเบาว่า

“สวมชุดไทยประดับเพชรบุษราคัมแล้ว เธอก็ไม่ทำให้ฉันต้องอับอายขายหน้า”

ไหมแพรไม่พอใจวูบทันที และตอบโต้เบาแสนเบาเช่นกันว่า

“แค่เพชรล้อมบุษราคัมเส้นเดียว ก็ทำให้คุณไม่อับอายขายหน้าได้ ซื้อหน้าตาคุณได้เลยนะคะ หน้าตาคุณถูกจัง”

เขาถลึงตาดุ แล้วก็รู้ว่ากำลังถูกจับตามอง จึงต้องฝืนยิ้มกับทุกคน แต่พูดกับหล่อนแบบกัดฟัน

“จะเกินไปแล้วกับคำพูดของเธอ”

“คำพูดของคุณมันเกินยิ่งกว่า” ไหมแพรไม่จำเป็นต้องฝืนยิ้มอะไรเลย

คนในงานซุบซิบว่าหล่อนเป็นเจ้าสาวที่โชคดี เป็นเจ้าสาวที่คุณฉวีจัดการหามาให้ ทั้งที่ไหมแพรไม่ใช่สาวไฮโซที่ไหน ไม่ใช่ลูกท่านหลานเธอเลย แค่เป็นหลานสาวเพื่อนเก่าแก่ของท่าน

ภีมกับไหมแพรนั่งกับพื้น ด้านหลังผู้ใหญ่มีคุณฉวี คุณวรรณ ด้านไหมแพรก็ให้นายประมวลเป็นตัวแทน ทางฝ่ายชายจัดการให้ทั้งสิ้น

ภีมจะสวมแหวนหมั้น ได้ยินเสียงคุณวรรณพูดเบาๆ

“กราบพี่เขาสิจ๊ะ”

หล่อนแอบเบ้ปาก แล้วก็ก้มหน้ากราบที่ตักของชายหนุ่ม เขาเอามือมาตบศีรษะหล่อนเบาๆ ทั้งที่หล่อนไม่อยากให้เขาจับหัวหล่อนเลย

เขาสวมแหวนให้และหล่อนก็สวมแหวนให้เขาเช่นกัน แหวนทั้งสองวงเป็นฝ่ายชายเตรียมมาเองทั้งนั้นตามเคย

พี่วิทยาอยู่ในงาน แต่ไม่มีใครให้พี่ชายของหล่อนเป็นผู้ใหญ่ในงาน สมกับที่ฝ่ายชายให้หล่อนมาแต่ตัวจริงๆ

ถึงอย่างไรพี่วิทยาก็พอใจแล้ว เดินโก้ในงาน มีอมรคอยเดินตามเพราะไหมแพรเกรงพี่ชายจะแสดงอะไรไม่เหมาะสม

ในช่วงกลางวันมีแขกไม่มาก เพื่อนๆและเจ้านายของไหมแพรจะมาร่วมงานฉลองในตอนกลางคืน

ผ่านไปพิธีรดน้ำสังข์ มีแต่ญาติของภีม คนแรกคือย่าฉวี ที่กล่าวขณะรดน้ำสังข์ว่า

“ให้เป็นเมียที่ดี เป็นสะใภ้ที่ดีของตระกูล ให้ย่าคนนี้กับยายของเธอมีความสุขสมหวัง ให้ครองคู่ให้ประจักษ์ว่ารักแท้มีจริง”

คุณวรรณพูดว่า

“เป็นเมียภีมนั้นง่าย แต่จะยืนยาวขนาดไหนขึ้นอยู่กับลูกสองคนประคับประคองได้นานแค่ไหน

สั้นแน่ๆ…ไหมแพรคิด

ครั้งนี้วิทยามีโอกาสขึ้นมารดน้ำสังข์ให้น้องสาวเป็นคนสุดท้าย เขาพูดกับภีม พลางยกมือไหว้ภีมทั้งมีสังข์อยู่ในมือ

“มีความสุขนะครับ ฝากยัยแพรด้วยครับ รักและเมตตามันมากๆนะครับ มันเป็นความหวังของครอบครัวเราเลยครับ คุณภีมน่ะโชคดีมากนะครับ รับรองว่าแพรไม่ทำให้ผิดหวังหรอกครับ”

พอ…พอเถอะพี่วิท ยิ่งพูดมากหล่อนจะยิ่งเสียกับเสีย

จบพิธีรดน้ำสังข์ ภีมลุกขึ้นยืนก่อน และไหมแพรชุดไทยยืนช้ากว่าเพราะไม่ถนัด ยังไม่ทันลุกก็มีผู้หญิงคนหนึ่งพรวดพราดขึ้นมาบนเวทีแบบไม่มีรายชื่อในงาน ในกำหนดการที่บริษัทจัดงานกำหนดไว้ เธอคนนี้มาจากไหน

“ขอรดน้ำสังข์ให้คุณแพรคนเดียว”

ภีมขยับออกไปหนึ่งก้าวแล้ว และตัวแข็งจ้องเขม็ง

ผู้หญิงคนนี้ !

ไหมแพรเบิกตากว้าง เงยหน้ามองให้ถนัดๆชัดๆ เคยเห็นหน้า เคยพบเจอแล้ว…เธอ…หญิงแปลกหน้าที่คุยกันเมื่อสี่ห้าวันก่อนที่ขัดผิว อบตัวในสถานสปาหรู

“คุณ”

ถ้าพูดเรื่องอายุ เธอคนนั้นอายุมากกว่าหล่อนแน่นอน ไหมแพรยี่สิบกว่า เธอต้องอายุสามสิบกว่าปลายๆแล้ว

“น้ำทิพย์” เสียงหลุดออกจากปากภีม

ทิพย์…และมีเสียงจากปากคุณวรรณ… “น้ำทิพย์”

ที่แท้…คือภรรยาคนแรกของภีม

ทบทวนวันนั้นที่คุยกัน…ไหมแพรไม่รู้ว่าเป็นใคร…คนแปลกหน้า แค่เธอรู้ว่าหล่อนเป็นใครจึงคุยด้วย น่าจะแนะนำตัวกับไหมแพรก่อน

“ขออวยพรในฐานะพี่ใหญ่ก็แล้วกัน ได้แต่งงานเป็นภรรยาคุณภีมคือสิ่งที่ผู้หญิงทั้งโลกปรารถนา ถ้าไม่เกเร คุณจะเป็นภรรยาคนสุดท้ายของเขา”

ฟังแล้วแปลกๆนะ หล่อนเกเรหรือ เธอพูดมีความหมายอย่างไรกันแน่ อยากให้เป็นภรรยาคนสุดท้ายหรือไม่อยาก

“ขอบคุณค่ะ” ตามมารยาท เจ้าสาวกล่าวเบาๆ

มีเวลาว่างพักสักครู่ก่อนจะไปจดทะเบียนสมรสที่ภีมเชิญเจ้าหน้าที่มาถึงโรงแรม

คุณย่าฉวีกับคุณวรรณมายืนตรงหน้าน้ำทิพย์ หล่อนจึงยกมือไหว้

“สวัสดีค่ะคุณย่า คุณแม่”

คุณย่าฉวีโบกมือ

“เรายังเป็นย่ากับแม่หรือ หกปีก่อนไม่พูดไม่จา ไม่ร่ำลาก็หอบเสื้อผ้าออกจากบ้านไป เธอทำแบบนั้นมันถูกต้องหรือ”

น้ำทิพย์ยิ้มเย็นๆและกล่าวว่า

“ทิพย์ชอบอิสระค่ะ ทิพย์ไม่คุ้นชินกับการอยู่ครอบครัวใหญ่ ถ้าคุณภีมเลือกเราแม่ลูกก็ไม่มีปัญหา เราคงสร้างครอบครัวได้อย่างปกติ”

“กล้าพูดนะ กล้ามาก”

“ทิพย์ชอบพูดตรงๆค่ะ”

“แล้วนี่จะกลับมาทำไม”

“อยู่ๆก็คิดถึงลูกค่ะ อีกอย่างจังหวะดี รู้ว่าคุณภีมจะแต่งงานครั้งที่ห้าด้วย จึงขอมาร่วมงานด้วยค่ะ”

“คิดถึงลูก”

“เป็นไปได้ก็ขอพาลูกไปอยู่เมืองนอกกับทิพย์”

พอพูดประโยคนี้ ภีมก็ลากแขนอดีตภรรยาไปหาที่คุยสองคน

“มานี่…มา…เราต้องคุยกัน”

น้ำทิพย์มองภีม…และยิ้มหวาน

“โอ้โห ผ่านมาหกปี คุณก็ยังเหมือนเดิมเลยค่ะ ไม่แก่…ยังหล่อและดูดีมากๆค่ะ”

ใช่…น้ำทิพย์ หล่อนก็ไม่เปลี่ยน สวยเหมือนเดิม ที่เปลี่ยนเล็กน้อยคือหล่อนแต่งตัวด้วยแบรนด์เนมหรูราคาแพง ไปอยู่เมืองนอกหล่อนคงประสบความสำเร็จ ร่ำรวย จะประสบความสำเร็จด้านไหน ภีมไม่เคยสนใจติดตามข่าว เพราะเมื่อเป็นอดีตก็คืออดีตจริงๆ เขาอยู่กับปัจจุบัน

น้ำทิพย์ของเขาในอดีต แม่ของลูกกุลธิดา ไม่ใช่คนบ้าแบรนด์เนมแบบนี้ เขาเคยรักหล่อนเพราะหล่อนเป็นผู้หญิงธรรมดา…ธรรมดา…รักแรก เมียคนแรก อดีตทั้งงดงามและจบอย่างเจ็บปวด จากไปอย่างไร้เยื่อใย แม้แต่ลูกแบเบาะก็ยังทิ้งได้

การพบกันครั้งนี้อาจแปลกใจบ้าง แต่ใจก็สงบนิ่ง แต่พอหล่อนหลุดปากเรื่องลูก เขายิ่งผิดหวัง

“กลับมาเพราะคิดถึงลูก ผมจะไม่ว่า ยินดีให้เจอกัน แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นก็อย่าหวัง”

น้ำทิพย์หัวเราะเบาๆ

“วันนี้วันดีของคุณ อย่าเพิ่งพูดเลยค่ะ อย่าเพิ่งอารมณ์เสียค่ะ แหม…คุณเสียงแข็งเชียวนะ เสียงแข็งแบบนี้กับเจ้าสาวคนใหม่ ระวังเธอตกใจกลัวนะคะ อย่าวางอำนาจเลย ทำตัวให้น่ารักอย่างภีมในอดีตเถอะค่ะ”

เพราะน้ำทิพย์…เมียคนแรก ทำให้เขาเปลี่ยนไป มองผู้หญิงเปลี่ยนไป เพราะผู้หญิงร้ายกาจ

“มาร่วมงานได้ แต่อย่าก่อกวน”

“ตายแล้ว…พูดกับทิพย์อย่างนี้หรือคะ งานนี้ไม่เห็นอดีตภรรยาคุณเลยสักคน”

“งานกลางวันผมไม่ให้มา แต่ถ้างานคืนนี้ เธอคงมา”

“แล้วลูกสาวเรา”

“ผึ้งมา แต่ผมให้พี่เลี้ยงพาไปเดินเล่น”

“ทิพย์ยังไม่พบแกเลย”

“อาจอยู่ด้านนอก”

“งั้นทิพย์จะไปหาลูกก่อน คุณยังต้องทำอะไรต่อนี่คะ”

ภีมมองนาฬิกา…ใช่แล้ว งานกลางวันเหลือแค่จดทะเบียนสมรส ในระหว่างที่เลี้ยงแขก เขากับไหมแพรต้องไปจดทะเบียนที่อีกห้องหนึ่ง เลยเวลาแล้ว…เขาจึงรีบเข้าไปในงาน

อรฤดีกำลังจะออกมาตามพอดี

“พี่ภีม…คุณแพรรอจดทะเบียนอยู่ค่ะ”

“ไปเลย พี่พร้อมแล้ว”

“กับพี่ทิพย์ ไม่เป็นไรนะคะ”

“จะเป็นไรล่ะ”

อรัญวิ่งมาตามพี่ชายอีกคน และถามว่า

“พี่ทิพย์ตั้งใจกลับมาก่อกวนหรือครับ”

“เปล่าหรอก แต่ต่อไปอาจมีปัญหาแน่”

อรัญจะถาม ‘ปัญหา’ แต่รู้ว่ายังไม่ควรในเวลานี้ เพราะภีมต้องไปจดทะเบียนสมรสกับไหมแพร

ในเวลานั้น เจ้าสาวในชุดไทยรอคอยภีม หล่อนไม่ร้อนใจ…และพร้อมรับถ้าน้ำทิพย์จะมาก่อกวนจนพังงานแต่งงาน แล้วสุดท้ายก็ไม่ใช่ความผิดของหล่อน มาเลยสิ มาก่อกวนเลย แต่คนที่เข้ามาในห้องที่เตรียมไว้สำหรับจดทะเบียนเป็นห้องโล่งติดกับห้องที่หล่อนทำพิธีหมั้น ส่วนห้องงานเลี้ยงกลางวันอยู่ถัดไป…คนที่เข้ามาสงบนิ่ง เจ้าสาวพยายามชะโงกมองหาน้ำทิพย์ หาคนพังงาน

“เธอมองหาใคร”

“เปล่า” ตอบอย่างผิดหวัง ไม่กล้าบอกเขาตรงๆ

ในขณะนั้นเจ้าหน้าที่เตรียมทะเบียนให้ทั้งสองลงนาม ตอนนี้ละที่หล่อนหวั่นไหวอีกแล้ว ใจเต้นแรง มือสั่น

พิธีแต่งงานหรืองานฉลองคืนนี้ก็แค่พิธีการเล่นละคร แต่จดทะเบียนเวลานี้คือของจริง จดทะเบียนถูกต้องกฏหมาย เมื่อลงชื่อหล่อนก็คือไหมแพร สุททินพงษ์ ชีวิตจะแตกต่างออกไปจากเดิม ไม่น่าเชื่อ…จะต้องเป็นภรรยาภีม สุททินพงษ์

“จนขั้นนี้แล้ว ไม่ใช่เวลาลังเล” เขาเห็นหล่อนจับปากกาแต่นิ่งงัน

ไม่มีใครมาขัดขวางเลยหรือ ไม่มีเลยหรือ

ไหมแพรลงชื่อ…พยายามคิดถึงยาย ยายจ๋า…ยาย…แพรทำตามสัญญาแล้ว…ยายจ๋า

ภีมลงชื่อในทะเบียนสมรส ถูกต้องตามกฏหมายแล้ว

 

น้ำทิพย์มองหาลูกสาว…เด็กหญิงกุลธิดา เด็กหญิงตัวน้อยที่วิ่งเล่นอยู่บริเวณลอบบี้ เห็นแวบแรก ทันที…รู้…เป็นลูกสาว ปากนิด จมูกหน่อย เป็นการรวมของตนกับภีม

เกษรมองน้ำทิพย์ และก็เบิกตากว้าง

“คุณน้ำทิพย์” ทราบว่าเป็นใคร เพราะภีมไม่เคยปิดบัง แม่ของน้ำผึ้งเป็นใคร…เด็กควรรู้จักแม่แท้ๆ จากภาพถ่ายที่ภีมทิ้งไว้ในห้องของลูกสาว

น้ำทิพย์พยักหน้ากับเกษร และเดินมาหาเด็กหญิง

“ผึ้ง…ผึ้ง…ลูกแม่”

เด็กหญิงถอยทันทีอย่างตกใจ วิ่งไปหาพยาบาลพี่เลี้ยงอย่างกลัวคนแปลกหน้า น้ำทิพย์พูดอย่างนิ่มนวลว่า

“แม่ไงจ๊ะ แม่น้ำทิพย์ แม่ของลูก”

Don`t copy text!