ไม้สี่โมง บทที่ 2 : ณ ตึกริมน้ำ ยามเช้า

ไม้สี่โมง บทที่ 2 : ณ ตึกริมน้ำ ยามเช้า

โดย : ปรียนันทนา

Loading

ไม้สี่โมง โดย ปรียนันทนา นวนิยายรักโรแมนติกที่อ่านเอามั่นใจว่าคุณจะต้องอมยิ้มอุ่นหัวใจ เรื่องราวของมัคคุเทศก์สาวและบุรุษพยาบาลหนุ่มที่เส้นทางชีวิตไม่น่าจะมาบรรจบกันได้ แต่เพราะคุณยายอุบลแท้ๆ ที่นำทั้งสองมาพบกันโดยบังเอิญ นี่คือภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่กามเทพสูงวัยต้องทำให้สำเร็จ นิยายออนไลน์ที่เราอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

*************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

การจราจรบนท้องถนนเช้าวันจันทร์หนาแน่นไปด้วยรถยนต์มากมายราวกับอยู่ในงานมหกรรมยานยนต์ หากแต่ทุกคนบนยานพาหนะทั้งส่วนตัวและสาธารณะต่างมุ่งมั่นเพื่อไปถึงจุดปลายปลายทางของตน รวมทั้งหญิงสาวที่นั่งกุมพวงมาลัยอยู่บนรถกระบะสองตอนสีอิฐรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ด้วย แดดอ่อนยามเช้าส่องกระทบซีกหน้าด้านขวาทว่าเจ้าตัวก็หารู้สึกระคายไม่เพราะแว่นกันแดดสีดำปกปิดดวงตาคู่งามอยู่อีกทั้งฟิล์มกระจกกรองแสงก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี หญิงสาวมุ่งหน้าเข้าถนนบรมราชชนนีและยึดเส้นทางข้ามสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าก่อนจะลงสะพานแล้วเลี้ยวเข้าถนนเจ้าฟ้าเพื่อเข้าสู่ถนนพระอาทิตย์อันเป็นที่ตั้งของสำนักงาน แม้บริเวณที่จอดรถด้านหน้าสำนักงานมีไม่มากนักหากฉลองขวัญก็เป็นหนึ่งเจ้าหน้าที่ไม่กี่คนเช่นกันที่นำรถส่วนตัวมาทำงาน เธอเคยทดลองนั่งรถโดยสารปรับอากาศจากนครปฐมแล้วมาต่อรถประจำทางที่สถานีขนส่ง แม้จะใช้เวลาไม่ต่างกันนักหากแต่การนำรถยนต์มาเองมีความสะดวกและคล่องตัวมากกว่า นับตั้งแต่นั้นมาหญิงสาวจึงขับรถมาทำงานพร้อมกับความโล่งใจของทุกคนที่บ้านโดยเฉพาะคุณยายที่อกสั่นขวัญแขวนด้วยกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุกับหลานสาวคนเดียว เพราะแม้ท่านจะไม่คัดค้านการออกมาทำงานตามความฝันที่ตั้งใจไว้ของหลานสาวหากฉลองขวัญรู้ดีว่าผู้สูงวัยยินดีมากกว่าหากลูกหลานจะเรียนให้สูงสุดตามความชอบเพื่อสุดท้ายจะกลับมาอยู่ที่บ้านกับท่าน แต่เมื่อหลานสาวคนเดียวเลือกทำงานนอกบ้านคุณยายก็ได้แต่รอวันที่ฉลองขวัญจะเบื่องานประจำแล้วกลับมาอยู่บ้านกับคุณยาย

“หวัดดีค่ะลุง” ฉลองขวัญปิดประตูรถและหันมาทักทายพนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างเป็นกันเองก่อนจะส่งถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งให้

หญิงสาวก้าวขึ้นบันไดและเข้าอาคารเรือนกระจกริมน้ำอย่างสดชื่น ยามเช้าเช่นนี้ยังไม่ค่อยมีเพื่อนร่วมงานเดินทางมาถึงมากนัก ฉลองขวัญมักเริ่มวันทำงานด้วยการรับประทานอาหารเช้าที่อาจนำมาจากบ้านหรือบางวันก็เดินไปเลือกซื้ออาหารร้านข้างที่ทำงาน

“แหม ขวัญติดสินบนลุงยามเหรอ ได้ที่จอดรถทุกวันเลยนะ” พี่พรรณรายรุ่นพี่ที่ทำงานทักทายหล่อนเสียงใส

“เปล่าสักหน่อยค่ะพี่ แค่เอามาฝากเฉยๆ” หญิงสาวยิ้มให้รุ่นพี่ขณะนำกระเป๋าไปเก็บที่โต๊ะทำงานซึ่งก็คือบริเวณเคาน์เตอร์รับนักท่องเที่ยวนั่นเอง

“ยังไม่แปดโมงเลย กินข้าวมายังล่ะ”

“กินกาแฟมานิดเดียว นี่เอาข้าวเหนียวหมูปิ้งมาด้วย เดี๋ยวไปกินกันนะพี่”

“ของที่บ้านเหรอ” พี่พรรณมีทีท่าสนใจเพราะทุกคนที่ทำงานรู้ดีว่าบ้านของฉลองขวัญมีร้านขายข้าวขาหมูแสนอร่อย ดังนั้นหากเมนูอาหารใดที่หล่อนนำมาแล้วประกอบด้วยเนื้อหมูทุกคนจึงมักปักใจว่าจะต้องมาจากที่บ้าน

“ไม่ใช่ค่ะพี่ อันนี้หนูซื้อแถวตลาด”

“อ้าวเหรอ” พี่พรรณทำหน้าตาผิดหวัง

“แต่ก็อร่อยมากนะพี่ ขวัญให้เด็กที่บ้านไปต่อคิวซื้อมาตั้งแต่เช้าเลยนะ”

“เหรอๆ งั้นเดี๋ยวตามไปกินจ้ะ ขอพี่ขึ้นไปดูเอกสารข้างบนก่อนนะ” ผู้อาวุโสกว่าหล่อนนับสิบปีกว่าหากทว่ายังคงดูอ่อนวัยเดินผ่านฉลองขวัญไปขึ้นบันไดสู่สำนักงานชั้นสองอันเป็นที่ตั้งของแผนกต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับงานเอกสารไม่ว่าจะเป็นฝ่ายธุรการและเลขานุการ

ฉลองขวัญล็อกกุญแจลิ้นชักโต๊ะแล้วหยิบถุงอาหารเช้าของตนเดินเข้าไปด้านหลังอันเป็นส่วนครัว ซึ่งก่อนจะเดินเข้าไปด้านในนั้นต้องเดินผ่านอีกฝ่ายงานซึ่งสำคัญไม่แพ้กันนั่นคือฝ่ายจัดกิจกรรมของหน่วยงาน เธอมองเข้าไปก็ยังไม่พบใครจึงผ่านเข้าไปด้านหลัง เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องเตรียมอาหารขนาดเล็กพี่งามซึ่งงามสมชื่อกำลังนั่งรับประทานอาหารเช้าพร้อมกับพี่ฉาย

“แหม พี่ๆ มากันช้าววว…เช้า” ฉลองขวัญลากเสียงอย่างจงใจล้อเลียนด้วยรู้ดีว่าทั้งสองคนกำลังเริ่มดูใจกันอย่างเงียบๆ หากฝ่ายหญิงยังสงวนท่าทีด้วยไม่แน่ใจในความเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ของฝ่ายชายนัก

“ขวัญมากินด้วยกันเร็ว พี่ซื้อปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้แถวบ้านมาฝาก” พี่ฉายกุลีกุจอลุกให้หล่อนนั่งข้างๆ พี่งามคนสวย ฉลองขวัญคิดว่าเขาคงหวังจะเอาใจสาวเจ้าโดยเข้าทางน้องคนสนิทด้วย เข้าตำราของฝรั่งที่ว่าหากจะรักฉันต้องรักสุนัขของฉันด้วย แม้ว่าหล่อนจะไม่ใช่สุนัขแต่ก็ยอมนั่งลงโดยดีเพราะกลิ่นอาหารที่ยั่วยวนตรงหน้า

“โห พี่ฉายเหมามาทั้งร้านเลยหรือเปล่าเนี่ย ใครจะไปกินหมด”

“ไม่เป็นไร ไม่หมดก็แบ่งกัน เดี๋ยวพี่แบ่งให้ป้ากับพี่ๆ คนขับรถด้วย” เขาหมายถึงแม่บ้านประจำสำนักงานที่ทุกคนคุ้นเคยประหนึ่งญาติผู้ใหญ่ รวมถึงคนขับรถที่สนิทสนมกับพวกหล่อน หากจะว่าไปนั้นพวกเขามีรายได้และสวัสดิการดีกว่าพวกฉลองขวัญที่เป็นลูกจ้างชั่วคราวเสียอีก แม้สถานะในที่ทำงานจะยังไม่รับการเลื่อนขั้นหากวุฒิการศึกษาของเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์นั้นสูงกว่าลูกจ้างประจำทำให้ดูคล้ายกับว่าพวกหล่อนนั้นอยู่ในสถานะเดียวกับข้าราชการแต่ก็หาเป็นเช่นนั้นไม่ ถึงอย่างไรนี่กลับไม่ได้เป็นเหตุผลที่หล่อนจะต้องกังวลด้วยฐานะที่บ้านอันมั่นคงทำให้ฉลองขวัญทำงานอย่างมีความสุขเพราะได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมามากกว่ามานั่งกังวลถึงเรื่องรายได้และสวัสดิการที่จะได้รับ

“ขวัญซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งมาด้วย เดี๋ยวอุ่นให้นะคะ”

“พี่พรรณไปไหนแล้วล่ะ เมื่อกี้ยังเห็นเดินเข้ามาอยู่เลย” พี่งามถามขณะเทน้ำเต้าหู้ใส่แก้วให้ฉลองขวัญ

“อ๋อ บอกว่าจะขึ้นไปดูเอกสารน่ะพี่ เดี๋ยวคงลงมาร่วมวงด้วย…อ้าว” ท้ายเสียงหญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย

“ว่าไงจ๊ะ หายเงียบไปสามวัน ถึงแล้วใช่มั้ย ทำไมไลน์ไปไม่ตอบ”

“ฮื่อ ถึงแล้ว กำลังจะกินข้าวจ้ะ ป่องกินหรือยัง” หญิงสาวส่งเสียงถามปลายสายก่อนจะสนทนาอีกครู่หนึ่งแล้ววางสายด้วยสีหน้าร่าเริง

“แหมๆๆ คนสำคัญโทรมาเหรอ หน้าตาสดใสเชียว”

“เพื่อนสนิทน่ะพี่ ก็…ดูๆ กันอยู่” ฉลองขวัญตอบรุ่นพี่ฝ่ายหญิง

“แฟนเหรอ” พี่ฉายถามตรงประเด็น

“ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงแหละ ขวัญไม่ได้คบคนอื่นส่วนป่องก็ไม่ได้คบใครจริงจัง เราสองคนเรียนด้วยกันตอนมัธยม พอเรียนมหาวิทยาลัยก็แยกกันคนละที่แต่โชคดีบ้านอยู่ใกล้กันเลยติดต่อกันมาตลอด ป่องเป็นคนเดียวที่ขวัญคุยได้ทุกเรื่อง ทุกเรื่องจริงๆ นะพี่ คือเขาเข้าใจขวัญเหมือนเพื่อนผู้หญิงที่สนิทกันเลย”

“หือ ผู้ชายที่ไหนจะเข้าใจผู้หญิงทุกเรื่อง ไม่มีหรอก” พี่ฉายค้าน

“ก็แฟนขวัญไง” ฉลองขวัญตอบด้วยแววตามีความสุขก่อนเปลี่ยนบทสนทนาเป็นเรื่องการทำงานที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจ

“พี่งาม ขวัญได้ยินหัวหน้าบอกว่าหน่วยงานเราจะจัดกีฬาวีลแชร์เหรอ”

“ใช่ จัดเหมือนปีที่แล้วนั่นแหละ ตอนนั้นขวัญยังไม่เข้ามาทำงาน สนุกดีนะ”

“เหรอ แล้วต้องทำอะไรมั่งคะ”

“ก็เป็นคนประสานงานระหว่างทีมนักกีฬากับหน่วยงาน ดูแลความเรียบร้อยของทีมที่เรารับผิดชอบทั้งที่สนามแล้วก็ที่โรงแรม”

“ฟังดูน่าสนุกดีนะคะ”

“ใช่ สนุกดี ได้ออกไปทำงานนอกสถานที่ด้วย” พี่ฉายสนับสนุน

“เหรอ ดีจัง แค่นึกก็อยากไปแล้วละ”

“เดี๋ยวเขาคงมีจดหมายแจ้งแล้วก็เตรียมงาน อีกไม่นานนี้หรอก” พี่งามสมทบก่อนที่ทุกคนจะหันไปมองพี่พรรณที่ก้าวเข้ามาใหม่ บทสนทนาเรื่องราวทั่วไปดำเนินไปอีกครู่จากนั้นทุกคนจึงแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเพราะนักท่องเที่ยวจะเริ่มทยอยมาถามข้อมูลประมาณแปดนาฬิกาครึ่งซึ่งเป็นเวลาที่ศูนย์เปิดพอดี

………………………

 

ประตูกระจกใสบานยาวจรดพื้นอาคารริมน้ำเปิดออกพร้อมกับที่นักท่องเที่ยวแต่งกายลำลองสองคนเข้ามาถามหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองหลวง โดยส่วนใหญ่มักเป็นบริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์อันเป็นที่ตั้งของศูนย์ข้อมูลแห่งนี้ หากเมื่อมีการถามถึงข้อมูลในต่างจังหวัดรวมถึงต่างประเทศเจ้าหน้าที่ทุกคนก็เตรียมข้อมูลไว้พร้อมไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปยังสถานที่นั้นรวมถึงโรงแรมที่พักในราคาสำหรับงบประมาณที่ทุกคนต้องการ

ฉลองขวัญทราบว่าก่อนหน้าที่หล่อนจะเข้ามาทำงานนั้นการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอินเทอร์เน็ตยังไม่ได้รับความสะดวกมากนัก พี่พรรณเคยบอกว่าเมื่อเริ่มก่อตั้งหน่วยงานเจ้าหน้าที่รุ่นแรกต้องเสาะหาข้อมูลมาให้ได้มากที่สุดเพื่อคอยอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว หากแต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ที่ระบบอินเทอร์เน็ตครอบคลุมทุกพื้นที่ทำให้ทุกคนสะดวกในการดึงข้อมูลมาใช้เพียงแค่ปลายนิ้ว รวมถึงตัวหล่อนเองด้วย

เมื่่อนักท่องเที่ยวถามถึงที่ตั้งของอาคารใจกลางย่านธุรกิจแห่งหนึ่ง นอกจากแผ่นพับแผนที่และตารางรถประจำทางสายต่างๆ ที่ดูเมือนเป็นอาวุธคู่กายเจ้าหน้าที่ทุกคนแล้ว คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ตั้งอยู่มุมขวาของเคาน์เตอร์ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

“อาคาร…อยู่ถนนสีลม คุณเดินไปทางนี้นะคะ ตอนนี้เราอยู่ตรงนี้” ฉลองขวัญกางแผนที่พร้อมวางตำแหน่งทิศทางอย่างถูกต้องเพื่อแสดงเส้นทาง “ขึ้นรถประจำทางสาย…ค่ะ ลงตรงหน้าอาคารได้เลย เดี๋ยวดิฉันเขียนชื่ออาคารเป็นภาษาไทยให้คุณส่งให้กระเป๋ารถเมล์นะคะ” ฉลองขวัญดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนตามที่ตนเองกล่าวไว้ เมื่อให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวชายหญิงคู่แรกจบก็มีนักท่องเที่ยวทยอยมาอีกเรื่อยๆ

หญิงสาวทำงานอย่างกระตือรือร้นหากก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยนอันเป็นคุณสมบัติที่คนทำงานบริการพึงมี แรกเริ่มที่เข้ามาทำงานหญิงสาวมักได้รับคำชมที่แฝงมาด้วยเสียงติติงว่าแม้ขยันหากก็ยังขาดความนุ่มนวลและค่อนข้างยิ้มยากทั้งที่ยิ้มสวยมากก็ตาม คุณสมบัติเหล่านั้นไม่ใช่ว่าหล่อนไม่รู้หากก็เป็นสิ่งที่ติดตัวมาตลอดยี่สิบกว่าปี หญิงสาวต้องค่อยๆ เปลี่ยนแปลงทีละน้อยเริ่มจากการหัดยิ้มให้มากกว่าเดิม เพราะแม้งานที่บ้านจะเป็นงานบริการที่ต้องพบเจอลูกค้ามากมาย หากแต่ความเคร่งครัดเรื่องรายละเอียดเล็กน้อยนี้ไม่มีใครใส่ใจเพราะทุกคนมุ่งแต่มาชิมรสชาติอาหารถูกปาก การที่พนักงานและเจ้าของร้านพูดน้อยหรือยิ้มน้อยไปบ้างคงไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญนักหากมารยาทพื้นฐานเรื่องการทักทายและคำขอบคุณยังมีให้ได้ยินอย่างครบถ้วน ฉลองขวัญใช้เวลาปรับตัวอยู่หลายเดือนกว่าจะเข้าที่โดยผู้ที่ช่วยหล่อนคือพี่งามซึ่งเป็นผู้หญิงที่มีทั้งรูปสมบัติและคุณสมบัติของผู้ที่จะทำงานบริการอย่างไม่ต้องใช้ความพยายามเลย เนื่องจากพี่งามเป็นคนสวยตามธรรมชาติจนฉลองขวัญอดชื่นชมไม่ได้ เพราะแม้หลายคนรอบตัวยอมรับในความงามของเธอ แต่ฉลองขวัญรู้สึกตนเองเป็นผู้หญิงธรรมดาเมื่ออยู่กับพี่งาม พี่งามมีผิวขาวเหลืองนวลตา วงหน้ารูปไข่ ผมยาวประบ่าสีดำสนิทที่ไม่เคยผ่านการย้อมสีใดทั้งสิ้น แววตาคู่งามราวกับนิลล้อมรอบด้วยขนตายาวงอนชนิดที่หล่อนเคยแอบถามพี่งามถึงเคล็ดลับการดัดขนตาได้สวยงอนตลอดวัน หากเมื่อได้รับคำตอบฉลองขวัญก็ถึงกับยอมรับกับตนเองว่าคนเรานั้นเกิดมาไม่เหมือนกันจริงๆ ส่วนเรื่องกิริยามารยาทของพี่งามก็ช่างเรียบร้อยอ่อนหวานตรงกับหน้าตา เสียงกังวานไพเราะทอดหางเสียงทุกครั้งที่พูดกับทุกคน ช่างต่างกับหล่อนที่ดูภายนอกน่าจะเรียบร้อยหากเมื่อใครได้สนทนาด้วยจะรู้ว่าฉลองขวัญเป็นคนตรงไปตรงมาและขาดความอ่อนหวานแบบผู้หญิง แต่แม้เป็นคนพูดเสียงดังกังวานหากหญิงสาวก็ไม่ส่งเสียงเอะอะให้ผู้อื่นรำคาญ อีกทั้งท่าทางของหล่อนก็ไม่ได้ห้าวหาญเช่นผู้ชายด้วย คุณยายอุบลของหล่อนเคยบอกว่าฉลองขวัญกับโกมุทน่าจะสลับเพศกัน เพราะน้องชายของหล่อนเป็นเด็กผู้ชายอ่อนโยนและสุภาพ แม้มีความแก่นแก้วตามประสาเด็กผู้ชายบ้างหากก็ไม่เคยเกเรและทำตัวให้คนในครอบครัวหนักใจเลย

“ขวัญ”

“ว่าไงคะพี่พรรณ” ฉลองขวัญรับคำเรียกรุ่นพี่ซึ่งกำลังเดินลงมาจากด้านบน หลังจากบริเวณต้อนรับส่วนหน้าลดความวุ่นวายเมื่อนักท่องเที่ยวชุดที่สองออกไป ฉลองขวัญนั่งลงและมองเห็นรุ่นพี่กำลังเดินลงมาจากบันไดตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ที่หล่อนนั่งประจำการอยู่

“เดี๋ยวบ่ายนี้ไปประชุมกันหน่อยสิ”

“ที่ไหนเหรอคะ วันนี้ไม่ค่อยมีคนด้วยนะพี่” หญิงสาวหมายถึงเจ้าหน้าที่ต้อนรับที่วันนี้ลาเสียหนึ่งคน ส่วนอีกหนึ่งคนก็ไปประชุมข้างนอกกับฝ่ายบริหาร จึงเหลือเพียงหล่อนกับพี่ฉายเท่านั้น เพราะความเป็นจริงเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ที่ทำงานส่วนหน้าจริงๆ นั้นมีไม่เกินหกคน ส่วนอีกครึ่งที่อยู่ในศูนย์นั้นต้องทำงานเอกสารด้วย เช่นพี่พรรณและพี่งามเป็นต้น เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ของฝ่ายนี้นั้นออกประจำการตามซุ้มประจำจุดบริการนักท่องเที่ยวทั่วกรุงเทพฯ

“เหรอ ทำไงดีล่ะ ผอ.บอกให้พี่เอาน้องสักคนไปกับหัวหน้าด้วย”

“แล้วฝ่ายบริหารไม่มีคนแล้วเหรอพี่”

“มี แต่งานเขายุ่งกันไงเลยบอกให้พี่พาขวัญไปด้วย”

“ขวัญกลัวว่าตรงนี้จะไม่มีคนเหลือตอนที่นักท่องเที่ยวมาพร้อมกันน่ะสิพี่”

“พี่ก็ว่างั้นละ เหลือแค่ขวัญกับฉายสองคนน้อยไปหน่อย”

พี่พรรณเดินจากไปพร้อมกับความกังวลในสีหน้า ฉลองขวัญไม่มีปัญหากับการออกไปประชุมนอกสถานที่กับผู้ใหญ่หากทว่าเธอเพียงแจ้งให้ทราบผ่านพี่พรรณว่าหากเธอไปจำนวนเจ้าหน้าที่ก็จะเหลือน้อยลง และหากมีนักท่องเที่ยวมาสอบถามข้อมูลจะเกิดเหตุการณ์อย่างไรเท่านั้น หากผู้ใหญ่เห็นว่าเธอควรไปจริงก็คงบอกลงมาเอง หญิงสาวหันไปมองหน้าพี่ฉายที่เพิ่งจบการสนทนาระหว่างหญิงสาวชาวยุโรปผู้มาสอบถามข้อมูลเพียงลำพัง

“ว่าไงขวัญ”

“พี่พรรณบอกว่าให้ไปประชุมตอนบ่าย”

“อ้าว วันนี้เหลือเราสองคนเองนะ”

“นั่นสิ ขวัญบอกไปแล้วว่าถ้าไปก็เหลือพี่ฉายคนเดียว”

“เหรอ แล้วพี่พรรณว่าไงบ้าง”

“ก็เข้าใจนะ สงสัยเดินไปคุยกับหัวหน้ามั้ง” ฉลองขวัญมองไปยังประตูกระจกใสถัดจากเคาน์เตอร์อันเป็นส่วนกั้นระหว่างด้านหน้าสำนักงานและฝ่ายประชาสัมพันธ์กับฝ่ายกิจกรรมซึ่งอยู่ด้านใน

“แต่ไม่เป็นไรนะ ถ้าขวัญต้องออกไปพี่ก็อยู่คนเดียวได้” พี่ฉายเป็นผู้ชายที่ไม่เรื่องมากและมีน้ำใจกับทุกคนทำให้ฉลองขวัญคลายความกังวลลงบ้างหากเธอต้องถูกเรียกตัวไปข้างนอกจริงๆ

“พี่ฉาย เมื่อกี้มีคนโทรมาถามเรื่องที่ศูนย์จะจัดนำเที่ยวไหว้พระ 9 วัด ขวัญเลยบอกข้อมูลแล้วโอนสายไปฝ่ายกิจกรรมแล้ว”

“เหรอ ดีๆ”

หน่วยงานที่เธอสังกัดนอกจากจัดตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับการให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแล้วยังมีการจัดกิจกรรมนำเที่ยวแก่ประชาชนผู้สนใจอีกด้วย ซึ่งการเป็นหน่วยงานของรัฐทำให้ไม่เก็บค่าบริการหรือหากมีก็เพียงเล็กน้อย ประชาชนจึงให้ความสนใจเป็นจำนวนมากเพราะนอกจากการเดินทางที่สะดวกสบายแล้วยังได้ความรู้จากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้งด้วย

เมื่อแรกเข้ามาหญิงสาวเคยคิดอยากลองทำงานในฝ่ายกิจกรรมมากกว่า ด้วยเหตุผลที่ว่าน่าจะตรงกับสายงานที่ร่ำเรียนมา อีกทั้งการได้ออกไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวและลงไปพูดคุยกับคนในท้องถิ่นน่าจะเป็นเรื่องที่เธอถนัดกว่าการอยู่ในสำนักงาน เพราะเมื่อเรียนจบใหม่ๆ ฉลองขวัญเคยรับงานเป็นมัคคุเทศก์อิสระอยู่สองสามครั้งกับเพื่อนร่วมรุ่น ฉลองขวัญคิดว่ากว่าตนเองจะได้บัตรนำเที่ยวสีบรอนซ์ซึ่งหมายถึงนำเที่ยวได้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้คณะที่เธอเรียนสามารถมีบัตรได้เมื่อเรียนจบเพราะไม่ต้องไปอบรมมัคคุเทศก์ที่อื่นอีกแล้วก็ตาม แต่ทว่าเมื่อผู้ใหญ่จัดให้ทำงานในส่วนการให้ข้อมูลหญิงสาวก็คิดว่าถือเป็นประสบการณ์อีกอย่างที่ควรลอง และเมื่อฉลองขวัญได้ทำงานให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวมาเกือบหนึ่งปีก็พบว่างานนี้ดูภายนอกไม่มีอะไรน่าสนใจ เพราะหากมองว่าเป็นเรื่องง่ายก็คงไม่ผิดนัก แต่หากไตร่ตรองให้ลึกลงไปอย่างถี่ถ้วนจะพบว่าเป็นงานที่ไม่ง่ายอย่างที่ใครคิด เพราะความน่าสนใจประการแรกคือการที่หน่วยงานเลือกคนทำงานตำแหน่งนี้จบระดับการศึกษาอุดมศึกษา บางคนอาจคิดว่าการตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นไม่จำเป็นต้องใช้บุคลากรเช่นเธอก็ได้ แต่ฉลองขวัญคิดว่านี่ถือเป็นการคัดกรองคุณภาพของคนได้ดีข้อหนึ่งเลยทีเดียว แม้พนักงานรับเรื่องและตอบคำถามลูกค้าในหน่วยงานอื่นอาจไม่ใช้คุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีก็ตาม การที่เธอเข้ามาทำงานที่นี่ทำให้ได้เรียนรู้ว่ากว่าจะตอบคำถามออกไปได้นั้นเธอต้องแน่ใจแล้วว่านั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง หรือการจะแสดงเส้นทางแก่นักท่องเที่ยวนั้นไม่ใช่สักแต่ว่าบอกทางหากต้องทำให้เขาเข้าใจอย่างกระจ่างแจ้งว่าเมื่อออกไปโดยปราศจากเจ้าหน้าที่แล้วเส้นทางหรือรถโดยสารสายที่บอกนั้นใช้ได้อย่างแท้จริง แม้ว่าเจ้าหน้าที่อย่างเธออาจไม่เคยไปเยือนสถานที่เหล่านั้นด้วยตนเองแต่การทำความเข้าใจและสอบถามไปยังที่เหล่านั้นเมื่อนักท่องเที่ยวอยากรู้ก็คือสิ่งที่พวกเธอปฏิบัติอย่างเป็นเรื่องปกติเพื่อประโยชน์สูงสุดของนักท่องเที่ยว อันจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ขององค์กรรวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศด้วย



Don`t copy text!