ปล้นดวงใจมหาสมุทร บทที่ 26 : เจ้าของกลิ่นตัวจริง

ปล้นดวงใจมหาสมุทร บทที่ 26 : เจ้าของกลิ่นตัวจริง

โดย : อสิตา

ปล้นดวงใจมหาสมุทร โดย อสิตา เธอและเขาเป็นลูกคนละแม่ที่แค่เห็นหน้าก็แทบพุ่งเข้ากัดกันแต่อยู่ดีๆ ท่านทวดที่ไม่ใช่มนุษย์แต่หน้าตาเหมือนโพไซดอนก็มาบอกให้ตามล่าหาเนื้อคู่ให้เจอและทั้งคู่จะตายก่อนวันเกิดครบสามสิบ! ศึกแย่งสมบัติของเจ้าสมุทรก็ว่าหนักแล้ว ยังต้องวิ่งหนีจากความตายอีก เรื่องราวจะเป็นยังไง อ่านออนไลน์ได้ที่อ่านเอา

หนุ่มสาวตัวเปียกสบตากันท่ามกลางสายลมรำเพย ไม่รู้เพราะใกล้คืนเดือนดับหรือเปล่า เธอจึงไม่เห็นว่าตัวเขาตั้งแต่อกลงไปกลายเป็นแดงเถือก ดูเหมือนหญิงสาวกำลังจดจ่อกับเรื่องอื่น อย่างเช่น การจ้องตากับเขานี่ไง

สุดท้ายคนงามก็ค่อยๆ อธิบาย

“ตอนแรกน้องชายชวนมาแต่ว่ามีงาน ทำไปทำมางานดันเสร็จเร็ว ฉันเลยวางแผนแอบมาเซอร์ไพรส์”

เพลิงพระสมุทรตัวแข็งทื่อกลายเป็นโขดหินชายหาดไปเสียแล้ว นางเอกของเขา ผิดฝาผิดตัวมาตลอดอย่างนั้นหรือ!

“นี่ยังไม่ได้เจอหน้าเขาเลย แต่ขอโทษจริงๆ ดูเหมือนคุณจะพลอดรักผิดคน ชอบนิทานเหรอคะ”

“เปล่า ผมแค่เมา…เห็นคุณเป็น เอ่อ แฟนเก่า แต่ตัดใจได้นานแล้ว ไม่มีอะไรจริงๆ คนมันเมาน่ะนะ”

เมฆแหวกออก แสงดาวยิ่งสาดลงจับนวลผิวกระจ่าง หญิงสาวผู้นี้อยู่ในชุดบิกินี่แต่ก็เป็นแบบไม่ได้โป๊อะไรนัก อาจเพราะรูปร่างเธอไม่ได้มีส่วนเว้าส่วนโค้งมากมายแม้สัมผัสแล้วนุ่มเหลือใจ เพลิงพระสมุทรหน้าแดงซ่าน เขินจนพยายามย่อตัว ซ่อนกายแดงๆ ของตนในน้ำ โผล่มาแค่หัวกับคอ…ยิ่งมองยิ่งเซ็กซี่เป็นบ้า เขาเพิ่งเข้าใจ กลิ่นรุนแรงนี้เอง มันแรงขนาดที่ว่าติดมากับร่างของนิทานก็ยังได้ กลิ่นซึ่งคล้ายกันอย่างมากของฝาแฝด

เขาเข้าใจผิดมาตลอด!

หากเป็นกับเธอคนนี้ ก็สามารถผลิตทายาทไปอวดทวดได้ด้วยซ้ำไป

ทั้งที่บอกตัวเองว่ามีสปิริตและจิตวิญญาณสูงส่งกว่าแค่เพียงเกิดมาสืบพันธุ์ แต่เมื่อค้นพบเธอแล้ว มีหรือเขาจะไม่ยินดีที่ได้เจอตัวจริง…มือใหญ่จึงรั้งคนที่หน้าตาแทบจะเหมือนนิทานแต่สะสวยนุ่มนวลอย่างยิ่งให้เข้ามาใกล้

“ไม่ผิดตัวหรอก ผมถูกใจคุณ ถึงเราจะเพิ่งเจอกันแต่ใจมันไวไฟไปแล้ว…คบกับผมได้ไหม”

คำพูดยังส่อถึงความหน้าด้านและมาดมั่นเหมือนเคย เขาประคองเธอไว้อย่างอ่อนโยน ซุกซบลงหาเส้นผมนิ่มแล้วสูดกลิ่นเข้าไปเต็มปอด หลับตาลงรับสัมผัสที่ตนเองกระสันหา

นินาไม่ได้ผลักออก เพียงหัวเราะในคออย่างเห็นขันน้อยๆ

แต่แล้ว ก่อนเธอจะตอบรับหรือปฏิเสธ แสงไฟฉายจากมือใครบางคนก็สว่างจ้า สาดจับใบหน้าชายหนุ่มเข้าเต็มเปา เหมือนจงใจกระชากให้ตื่นจากฝันหวาน

“ใครวะ!”

เพลิงพระสมุทรฉุนจัดถึงกับปล่อยมือจากนางในฝัน พรวดเข้าไปคว้าคนที่ทำเรื่องอุกอาจรบกวนเวลาส่วนตัวของเขาอย่างไม่พอที่ คว้าได้ข้อมือบอบบาง ก่อนจะกระชากเอาไฟฉายมาสาดกลับไปยังคนที่เข้ามาก่อกวนเวลาสำคัญ

“วุ้นเส้น…”

“อาจารย์…”

ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นนิทานหรือน้องสาวจอมกวนประสาท ถ้าเป็นอย่างนั้นอาจจะพอเอาชนะด้วยวาจาได้ แต่ตอนนี้ลำคอเขาแห้งผาก ดูสายตาเธอที่มองมาสิ ทั้งสับสนและไม่เข้าใจ ในระยะขนาดนี้ ใกล้ขนาดนี้ คงได้ยินคำสารภาพที่เขาเพิ่งบอกต่อหญิงสาวอีกคนเข้าเต็มสองรูหู

เด็กสาวก๋ากั่นคนนี้คงได้ยินชัดแล้ว เขาบอกว่าชอบคนอื่น

แล้วจะมายืนตีสีหน้าเหมือนคนใจสลายทำไมให้เสียเวลา

“ไม่พอใจก็วิ่งหนีไป…”

เสียงที่หลุดพ้นคอแหบพร่า แทบฟังไม่ออกว่าตนพูดออกไปด้วยอารมณ์ไหน นั่นเสียงเขาเองจริงหรือ ทั้งไม่พอใจ ทั้งโกรธ รู้สึกราวกับเป็นเด็กที่ถูกจับได้ตอนแอบกินขนม มันควรหรือที่เขาจะต้องมารู้สึกแบบนี้กับสายตาตัดพ้อไร้ราคาของใครบางคน

คนถูกไล่หันหลังกลับ วิ่งกระเซอะกระเซิงไปในความมืด ไม่สนใจจะดึงเอาไฟฉายคืนไปด้วยซ้ำ ส่วนเขายังยืนโง่อยู่ที่เดิม

“อันนี้แฟนใหม่หรือเก่า เอาแค่ทรงผมก็ไม่เห็นคล้ายฉันอย่างที่ว่าเลย ชีวิตรักของคุณซับซ้อนนะคะ ไม่ตามไปจะดีเหรอ”

ชายหนุ่มหันไปยิ้มอย่างมั่นใจด้วยสีหน้าแข็งกระด้าง เอ่ยต่อทั้งที่ยังฝืดคอ “ก็แค่นางร้ายเท่านั้นแหละ ผมเจอนางเอกที่ผมตามหามาตลอดแล้ว คนอื่นจะรู้สึกแบบไหน…ก็ให้เขาไปจัดการหัวใจตัวเองก็แล้วกัน”

 

มุกอันดามันหลับไปครู่ใหญ่แล้วก็รู้สึกตัวตื่นกลางดึก

หญิงสาวยกมือขึ้นขยี้ตางัวเงีย วุ้นเส้นหายไป ดูในห้องน้ำก็ไม่มี…เป็นผู้หญิง ออกไปเดินดุ่มๆ ตามลำพังในเกาะมืดๆ แบบนี้น่ากลัวอันตราย อย่างไรมนุษย์ก็อ่อนแอ

แม้ว่าร่างกายเธอจะป้อแป้ แต่คุณสมบัติอย่างหนึ่งของพวกเงือกก็คือ ทนทาน ตายยากหากถูกทำร้าย ทำให้มุกอันดามันไม่ค่อยมีความกลัวเภทภัยสักเท่าไร หญิงสาวตั้งใจจะลงมาตามหาวุ้นเส้น แต่ขณะกำลังลงบันได ร่างหนึ่งก็วิ่งสวนพรวดขึ้นไปบนบังกะโลแล้วปิดประตูปัง

หญิงสาวซึ่งถูกผลักพ้นทางไปชนราวบันไดรูดลงกอง รู้สึกงงงัน ก็แม่วุ้นเส้นนั่นแหละ…ไม่ใช่ใครที่ไหน วิ่งแจ้นขึ้นไปอย่างกับเจอผี

“มีอะไรหรือเปล่า ที่ข้างล่างนั่น”

“ไม่ค่ะ วุ้นเส้นจะนอนแล้ว”

ฟังแล้วต้องถอนใจ อีกฝ่ายพูดงึมงำเหมือนกับง่วงเต็มแก่ แต่เธอนี่สิตาสว่างเพราะสาวน้อยฮอร์โมนพลุ่งพล่านคนข้างบน มุกอันดามันจึงตั้งใจจะออกไปเดินเล่นใต้แสงดาว

ไม่ไกลบังกะโลเห็นใครคนหนึ่งเดินเล่นเรื่อยๆ มาตามริมหาด จากเป็นเงาตะคุ่ม พอเข้าใกล้แสงดาวก็สาดจับ ทำให้เห็นเขาชัดขึ้นทุกทีๆ กลิ่นหอมรวยรินมาตามลม เธอหลับตาซึมซาบสัมผัสกลิ่นของนิทาน บรรยากาศเป็นใจ ทั้งสายลม แสงดาว และเกลียวคลื่น พี่ชายก็ไม่อยู่เป็นก้างขวางคอชิ้นโตอีก

นี่เป็นโอกาสของเธอกับเขาแท้ๆ

เมื่ออีกฝ่ายทิ้งตัวนั่งเล่นบนทรายริมหาดตรงที่น้ำทะเลแทบจะซัดขึ้นมาถึงปลายเท้า หญิงสาวจึงวิ่งตึ่กๆ ลงไปหา รู้สึกถึงแรงดึงดูด ไม่รู้ว่าหลั่งไหลมาจากเนื้อคู่ของเธอ หรือเป็นเสียงเพรียกของทะเล ถิ่นที่มาของพวกเงือก กำลังเรียกร้องให้เข้าไปหา…

“สวัสดีตอนตีหนึ่งค่ะ”

“คุณ…”

“นอนไม่หลับเหรอคะโคช”

“เรียกผมนิทานเถอะ ไข่มุก”

เสมือนดังว่าคืนนี้มีอะไรแปลก…คล้ายประตูหัวใจหรืออะไรบางอย่างที่ชายหนุ่มซุกซ่อนไว้กำลังแง้มออก นี่เป็นโอกาสของเธอแล้วใช่ไหม บางทีควรพูดความในใจออกไปเสียเลย

แต่เขาก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าเธอเองรู้สึกแบบไหน ไม่เคยตอบรับ ไม่เคยปฏิเสธ ทว่าก็ไม่แสดงท่าทีต้องการ จนมุกอันดามันยังคิด

ไม่ใช่แค่พี่ชายหรอกที่จะหมดสิทธิ์ได้ลงเอยกับนิทาน

เธอเองก็คงต้องอกหัก

ชั่วขณะที่นั่งลงเคียงกันหญิงสาวรู้สึกอยากร้องไห้ ความจุกแน่นในอกประดังขึ้นจนแทบจะระเบิด เธอหลากใจอย่างยิ่ง เมื่อจู่ๆ น้ำตามุกเม็ดเล็กจิ๋วก็กลิ้งหล่นจากดวงตาแปะลงบนทราย

“…มีอะไรอยากบอกผมหรือเปล่า” เสียงเขาเบาหวิว

มือรีบคว้าเม็ดมุกที่ร่วงหล่นมากำไว้แล้วซุกเข้าในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะผินไปทางเขา ขยับเข้าไปใกล้ มือแตะไหล่…ชั่วขณะนั้นเองที่เขาหันมา แสงดาววับวาวสะท้อนเข้าตาชายหนุ่ม ดูราวกับเป็นคนที่ไม่เคยพบไม่เคยเห็น ไม่รู้จักหน้าค่าตา

แต่หัวใจกระซิบบอก เธอรู้จักเขาดี

“…” หญิงสาวเผยอปากเว้าวอนขณะคิดเรียบเรียงความในใจ เธอต้องบอกรักเขา ที่นี่ ตรงนี้ “คือว่า ฉัน…”

ว้าย ดูสิ แก้มของเขาแดงสุดๆ หรือว่านิทานเองก็ใจตรงกัน

ข้างชายหนุ่ม ยามจ้องลงไปในดวงตาเธอ นิทานพลันเห็นภาพสะท้อนคล้ายกำลังมองกระจกเงา เป็นภาพหน้าเขา ตัวเขาเองที่กำลังแสยะยิ้มบิดเบี้ยวราวกับฆาตกร ผิวกระจกที่กักขังเงานั้นไว้กำลังบังเกิดรอยร้าว…

จู่ๆ เขาก็หลับตาแน่น ยกมือขึ้นกุมขมับ

ไม่!…ทำไม่ได้ จะปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้

“หุบปาก…”

มุกอันดามันสะดุ้ง “อะไรนะคะ”

ชายหนุ่มลุกช้าๆ ก้มมองเธออย่างเย็นชา “อะไรที่ตั้งใจจะพูดกับผม รีบๆ กลืนมันลงคอไปเถอะ ไม่ได้อยากฟัง…”

หญิงสาวลุกพรวดตามอย่างเสียใจ เขาจะปฏิเสธก็ไม่ผิด แต่จำเป็นต้องพูดจาบาดใจอะไรขนาดนี้กัน “นิทาน ขอแค่ฟังฉัน หลังจากนั้นคุณจะ…”

ไม่!

เสียงตะโกนตัดบทสะท้อนก้องไปทั้งหาด ในวินาทีนั้นแทบจะกลบเสียงลมเสียงทะเลไปได้หมด แล้วเขาก็หันหลัง เดินกลับขึ้นไป

ทิ้งเธอเอาไว้กับน้ำตาไข่มุก ที่ไม่มีราคาค่างวดแม้แต่นิดเดียว!

 

เช้าตรู่บนเกาะ…ทุกคนดูสดใส ยกเว้นอยู่เพียงคนเดียว

“เฮ้ๆ เจ้าหญิงแห่งเกาะไข่มุก เมาค้างเหรอ ทำไมเหี่ยวหดยังกับหอยถูกน้ำร้อนลวก”

หืม พี่ชายถึงกับทักเธอก่อน แถมยังดูอารมณ์ดีจัดๆ เขาเองก็เป็นบ้าไปแล้วเหมือนกันสินะ

“เรียกน้องหอยกาบสิ” หญิงสาวละเมอ

…แล้วมุกอันดามันก็ต้องงงเป็นไก่ตาแตก เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีนิทานงอกมาเป็นสองคน นิทานคนใหม่เป็นผู้หญิง และยิ่งงงสุดๆ เหมือนใครเอาค้อนหนักเป็นตันมาทุบหัว เมื่อพี่ชายตอนนี้ไม่สนใจนิทานคนเดิมเลยแม้แต่น้อย หันไปเกาะติดเป้าหมายใหม่ชื่อนินา

“น้องชวน เกือบจะไม่ได้มาแล้วค่ะ แต่งานเสร็จเร็วกว่าที่คิดเลยหาทางมาเซอร์ไพรส์นิทาน ได้รู้ว่าเป็นเกาะส่วนตัว ปาร์ตี้ที่จะถึงก็รับคนจำกัด แต่พอดีนินามีเพื่อนเคยทำโปรเจกต์จบเกี่ยวกับฟาร์มมุก แล้วเพื่อนก็รู้จักคนทำงานบนเกาะนี้ เลยใช้เส้นเข้ามาได้ เอ่อ คุณเพลิงอย่าดุคนงานเลยนะคะ”

“จะไปดุได้เหรอ ผมมีแต่ต้องให้ทิปคนที่ปล่อยให้คุณเข้ามา” คนเจ้าชู้ยักษ์ขยิบตา ทำนองว่าไม่งั้นพวกเราคงไม่ได้มีช่วงเวลาดีๆ แบบนี้

แทนที่จะดีใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก เมื่อคู่แข่งจากนรกได้หลักใหม่ให้เกาะแล้วอย่างนี้ แต่เพราะฝันเธอสลายไปตั้งแต่ก่อนหน้า หญิงสาวจึงได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ไม่ได้นึกยินดีอะไรเลยนอกจากหมั่นไส้

…เออ มีความสุขกันเข้าไป!

ตอนนี้ยิ่งกว่าเมาค้าง มุกอันดามันไม่ได้นอนด้วยซ้ำ

เพราะถูกหักอก…หญิงสาวจึงนั่งดวดเหล้าอยู่คนเดียวจนเช้า!

ผมตรงสลวยของเธอยุ่งเหยิงเพราะถูกลมตี สีหน้าคล้ำหมองราวกับคนมีเคราะห์ แต่เอาเถอะ เงือกนั้นแสนจะด้านทน ถ่างตาตื่นลากยาวจนถึงปาร์ตี้คืนนี้ได้สบายๆ ตัวเองอารมณ์ค้างแต่อย่าไปทำให้คนอื่นหมดสนุกเลย เธอเป็นนางเอกนี่ สร้างภาพเข้าไว้…แม้ใจจะแหลกก็ต้องทน

พี่ชายใจป้ำยังงัดเอาเซอร์ไพรส์ที่เตรียมไว้ออกมา เรือยอช์ตสูงหลายชั้น ลำไม่ใหญ่นักแต่หนุ่มสาวทุกคนก็กรี๊ดกร๊าดเฮฮาเมื่อเห็นมันมาจอดรออยู่ตรงท่าเรือ

…คนมารอต้อนรับขึ้นเรือนี่สิใครกัน ร่างสูงเพรียวในสูทขาวทั้งตัว ผมตั้งยิ่งกว่าถั่วแขก ทว่าตั้งเป็นเส้นๆ แบบหอยเม่น ไม่ได้จับปึกเหมือนอย่างแฉกขาปลาดาวที่ตอนนี้แสร้งทำหัวเรียบแปล้

“เป็นตัวละครใหม่เอี่ยมอีกแล้วเรอะ” มุกอันดามันคำราม

“เก่าเก็บตะหากครับ เรียกพี่เม่นเถอะน้องไข่มุก” คนพูดตาเยิ้ม เก่ามากๆ แถมเข้มเหมือนเหล้าดีกรีแรง โดยเฉพาะหัวใจดวงนี้ที่บ่มไว้เพื่อเธอ

แต่ก่อนอยากเข้าหานางในดวงใจ ติดที่เพลิงพระสมุทรข่มขู่จะตัดเพื่อน บวกกับเห็นบางคนถูก ‘น้องไข่มุก’ อาละวาดใส่ ตัวเขาจึงไม่กล้า แม้ว่ารับเธอได้ทุกอย่าง…แต่กลัวบุ่มบ่ามเกินไปจะถูกไล่ส่ง ตอนนี้เพื่อนประสาทกลับอยากส่งเสริมให้เพื่อนกลายเป็นน้องเขย มีแต่ต้องรีบคว้าโอกาสไว้หมับ…

“คืนนี้ no moon party แต่เราจะล่องเรือกันทั้งวัน แล้วค่อยวกกลับมาที่เกาะให้ทันดูพลุถูกจุดขึ้นฟ้า เวลาแสงพลุสะท้อนรับกับผิวทะเล รับรองสวยจับใจเลยครับ” ไกด์จำเป็นเอ่ยเอะอะอย่างคะนองปาก

มุกอันดามันที่สะโหลสะเหลเหมือนผีทว่าคุกรุ่นอยู่ภายในเงยหน้ามอง

เรือดำเข้มขลัง ทว่านามที่เป่าสีไว้ข้างลำเป็นสีเพลิงราวกับรถเครื่องเด็กแว้น ก็ว่าไป อันที่จริงมันถูกทำอย่างมีศิลป์จนออกมางามเข้าขั้นคลาสสิค เธอก็แค่ขวางหูขวางตา…เรือลำนี้คือของขวัญวันเกิดจากปู่ย่า เป็นสมบัติของพี่ชายมาตั้งแต่เขายังวัยรุ่น นามของเจ้าหล่อนก็คือ ‘เปลวพระสมุทร’ ไม่ใช่เรือยอช์ตหน้าตาธรรมดา แต่กลับตกแต่งประดับประดาให้ดูย้อนยุค เนื่องด้วยสมัยนั้นย่าชอบดูหนังไททานิคจึงอยากมีส่วนร่วมออกทุน

แต่ไม่รู้เพราะฤทธิ์เหล้าหรือเหตุอันใด มุกอันดามันคล้ายมองไปเห็นแม่ย่านางเรือหัวขาด พอกะพริบตาอีกทีจึงเห็นว่ายังอยู่ดี

แถวนี้ไม่น่ามีชิ้นส่วนภูเขาน้ำแข็ง ขอให้เป็นแค่ตาฝาด เรืออย่าล่มเลยนะ

เพราะเธอคือเงือกที่ว่ายน้ำไม่เป็น!

 

ในเมื่อบนเรือหรูไม่มีเหล้าไทยแท้ที่ชอบ หญิงสาวจึงเริ่มดื่มวิสกี้เพียวแบบยกขวดอย่างต่อเนื่อง พบว่ายี่ห้อนี้แรงใช้ได้ ก่อนจะพบว่าตัวเองสวมใส่ชุดล่อตะเข้ยืนอยู่เดียวดายบนดาดฟ้า เอิ๊กกก ต้นตอเรื่องโง่เง่ามันเริ่มตั้งแต่ตอนไหนกันนะ อ้อ ช่าย นิทาน…เขาเก๊ก แถมลึกลับ ประวัติความเป็นมาเก่าๆ สืบค้นไม่เจอ แปลว่ายิ่งไม่น่าไว้ใจ และแปลว่ายิ่งเย้ายวนหอยกาบตัวนี้ให้กระพือเปลือกเหินเข้ากองไฟ แล้วสุดท้ายก็กลายเป็นหอยย่างหอมเกรียม คิดมาถึงตรงนี้ก็ต้องกระดิกนิ้วเรียกบ๋อยถามหากับแกล้ม

กระดิกเท้ารอไม่นาน…หอยย่างมาวางตรงหน้าเร็วทันใจ

ก่อนที่เด็กเสิร์ฟจะก้มหน้างุดวิ่งหนีไปไกลลิบ ทิปก็ไม่รอเอา

ให้ตาย ทุกคนแม่งหลบลงไปจับกลุ่มสันทนาการมุมอื่นกันหมด! มุกอันดามันตาขวาง ตอนนี้ไม่มีใครอยากเข้าใกล้เธอแม้กระทั่งพี่ชาย เขาเป็นคนเดียวที่กล้ากวนประสาท ทว่าเพลิงพระสมุทรกำลังใกล้ช่วงเดือนสิบสองคะนองรัก เรื่องอะไรจะเสียเวลามาเย้ยเยาะคนช้ำเฉาอย่างเธอ เกาะสวาทหาดสวรรค์อย่างนั้นเรอะ…หน็อย

ชะตาช่างเล่นตลก ตั้งแต่เด็กๆ มาแล้ว เพราะไอ้พี่บ้านั่นมันดันมาแปลงชื่อเล่นของเธอได้ แต่ที่น่าแค้นก็คือ จิตใต้สำนึกดันยอมรับจดจำเอามาว่าหอยกาบคือหนึ่งในหลายชื่อของตัวเอง สุดท้ายเธอมันก็เหมาะกับการเป็นหอยบ้านๆ หมองช้ำธรรมดาๆ มากกว่าเป็นนางพญาหอยมุก

เจ็บใจโว้ย!

นินากลายเป็นนางเอก เป็นจุดรวมความสนใจของทุกคน…แววตาใสกระจ่างไม่มีอะไรปิดบัง ดูเป็นคนอารมณ์ดีอยู่เสมอและน่าเข้าใกล้เป็นที่สุด ขณะที่แฝดผู้น้องอย่างนิทานดูอึมครึมซ่อนความลับ

…ถ้ามืดมนพอๆ กันก็รีบมาจีบเจ้เข้าสิ ไม่ใช่ขับไล่ไสส่งแบบเมื่อคืน มุกอันดามันเหลือแค่ไอ้ไกด์หอยเม่น มันพยายามเข้ามาจีบเธอหลายหนจนรำคาญ จนสิบนาทีก่อนเธอเพิ่งด่ายับ ฝ่ายนั้นร้องไห้คล้ายจะหนีลงไปฟ้องเพื่อนที่ข้างล่าง คงไม่กล้ากลับขึ้นมาอีก

เอ๊ะ แล้วนั่นใครกันวะเดินหัวโด่เด่ขึ้นมา หรืออยากโดนแม่ด่าอีกรอบ

แต่ดูดีๆ นี่มันผมตั้งแบบจับปึก ไม่ใช่หัวหอยเม่น แต่เป็น… “พี่ชายปลาดาว” หญิงสาวครางก่อนแสยะยิ้มใส่ หัวตั้งเด่แบบนี้ ชัวร์ว่าโกรธจัด แถมสีหน้าเขามันบ่งบอก มีเรื่องไม่สบอารมณ์เกิดขึ้นข้างล่าง

“ไม่ต้องมามอง ยัยหอยโดดเดี่ยว” ชายหนุ่มคำรามก่อนทิ้งตัวลงนั่งหน้าบึ้ง ทว่ามือเอื้อมไปแย่งหอยย่างมากัดจนเปลือกแตก ถ่มทิ้งลงทะเล ก่อนดูดกินเนื้อใน

“ไม่จีบสาวต่อ? ใกล้ตายแล้วนะ ห้ามกลับลำมาเอานิทานนะบอกเลย”

คนหัวตั้งสบถออกมาคำหนึ่งอย่างโกรธๆ “ไม่มีอารมณ์…ไอ้เวร ไอ้หอย ไม่รู้หอยเม่นหรือหอยหม้อ รู้งี้ไม่ชวนมันมา”

“ทำไม มันทำอะไร”

ชายหนุ่มฉุกคิด เออ จริงๆ เพื่อนอย่างไอ้เม่นไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่จีบมุกอันดามันต่อแล้วก็ได้ เขาลืมสั่งยกเลิกเพราะมัวยุ่งๆ เรื่องรักเรื่องใคร่ของตัวเอง แต่จู่ๆ มันก็เปลี่ยนเป้าหมายตามใจชอบของมันเองซะงั้น “เปล๊า! ไม่ได้ทำไรเลย” เพลิงพระสมุทรปฏิเสธเสียงสูง จบท้ายด้วยความห้วนกระด้าง “ไอ้ที่สั่งให้ทำไม่ทำ เสนอหน้า…อยู่ดีๆ ดันทะลึ่งไปป้อยัยเด็กวุ้นเส้น เกาะติดแจ”

นี่มัน…อารมณ์เหมือนเขาปรับทุกข์กับน้องสาวซึ่งปกติชังน้ำหน้ากันไม่มีผิด คนเป็นพี่ชายกำลังจะหันไปคำรามร้อนตัวว่าไม่ใช่อย่างที่หล่อนคิด ทว่าสีหน้ายิ้มเย้ยชั่วช้าบนหน้าสวยๆ ของน้องสาวทำเอาเขาตกใจ เกือบงับลิ้นตัวเอง

“น้องหญิงไม่ชอบหน้าเพื่อนพี่ชายคนนี้เลยค่ะ”

“รำคาญเหมือนกัน!” คนชวนเพื่อนมาเองหงุดหงิดอย่างไม่อยากจะสนใจสาเหตุ

“งั้น…จุดอ่อนหมอนั่นคืออะไร”

คนถูกถามค่อยๆ หันไปสบตาน้องสาว ก่อนเผยยิ้มชั่วร้ายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน “ขอบใจมาก…พี่ชายคนนี้รู้จุดแข็งของเพื่อนตัวเองดี”

อุวะ เธอถามถึงจุดอ่อน ใครกันแน่ที่ชักเมา

เพลิงพระสมุทรซึ่งไม่รอฟังผลุนผลันลงไปก่อน ราวสิบห้านาทีถัดมามุกอันดามันที่ทำตัวมาคุจนเบื่อแล้วจึงโซเซลงบันได กลับสู่สังคมมนุษย์ เห็นไกด์จำเป็นวิ่งหน้าตั้งมาหา

อย่าบอกนะว่าเพื่อนด่า เลยกลับลำ วิ่งหน้าตั้งมาจีบเธออีกหน

มุกอันดามันตั้งท่าจับคอขวด คล้ายๆ รอหวดไม้กอล์ฟ “…มาสิมา! เดี๋ยวแม่จะแพ่นกบาลให้แยก อย่าคิดนะว่าเป็นหอยเหมือนกันแล้วจะละเว้น”

ทว่า นายหอยเม่นกลับวิ่งเลยเธอไป พร้อมกับกลิ่นเหม็นคลุ้งคุ้นจมูกอย่างไรชอบกล ครั้นหันไปมอง กางเกงขาวที่เขาสวมมีรอยเปื้อนเป็นวงสีน้ำตาล พร้อมเสียงปรู้ดดดด ครั้งหนึ่ง ก่อนที่ฝ่ายนั้นจะกระแทกประตูส้วมปิดปัง

“ขี้แตก…” หญิงสาวรำพึง

กลิ่น เหมือนตอนเชฟกอร์กอนประสบชะตากรรมเดียวกัน

เป็นกลิ่นที่คงจำติดจมูกไปตลอดชีวิต ไม่มีวันลืมเลือน



Don`t copy text!