ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 12 : ร้านปลอดภาษี

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า บทที่ 12 : ร้านปลอดภาษี

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบน้ำจรดขอบฟ้า โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 กับการเดินทางครั้งสำคัญของสมุทรไทที่นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ชีวิตอันอ้างว้างของเขา นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

……………………………………………………………….

-12-

 

บรรยากาศแห่งค่ำคืนนี้นับเป็นคืนแรกบนเรือเดินสมุทรที่ทุกคนต่างก็ไม่เคยมา นอกจากย่าผู้เคยไปสิงคโปร์กับเพื่อนร่วมรุ่นมาแล้วครั้งหนึ่ง หากก็ยังติดตาตรึงใจการเดินทางที่ไม่ต้องเปลี่ยนที่ทางค้างแรมให้เหนื่อยยาก เนื่องด้วยอายุมากแล้ว…เมื่อมาถึงคราวนี้ บังเอิญทีเดียวที่หลานคนงามอารมณ์ดี ถามปู่ย่าว่าอยากไปครูซหรือไม่ ‘หนูจะเลี้ยงฉลองครบรอบแต่งงาน 55 ปีให้ปู่ย่าไงจ๊ะ แล้วหนูก็ไปด้วยทั้งๆไม่ชอบลงเรือเลยซักนิด แต่เพื่อสะดวกทั้งหนูทั้งปู่ย่า ก็จะกัดฟันไปกับเรือสำราญ ลำมหึมาเชียวนะจ๊ะย่าจ๋า’

ปู่ก็เลยอยากไปขึ้นมาทันควัน นั่นก็เนื่องด้วยคราวที่ย่าขอตัวไปสิงคโปร์กับเพื่อนๆ พวกเขาต่างก็ไม่ยอมพา ‘อีกคน’ ไปก็เลยไปด้วยกันเฉพาะ ‘หญิงแก่’ ล้วนๆ แค่สี่คน

ครั้นแล้ว หลังจากแหงนมองฟ้าอันมีดาราส่องฉาย ประกายน้ำทะเลวูบวับเพียงวิบวิบท่ามกลางเมดิเตอเรเนียน ต่างก็ชวนกันไปชุมนุมจิบไวน์ โดยสมุทรไทแวะไปนำไวน์ที่ห้องเขามาสมทบ รินน้ำสีองุ่นเข้มลงในแก้วทรงสูงที่จัดไว้เพียบพร้อมตรงเคาน์เตอร์แพนทรีแจกทุกคนถ้วนหน้า โดยสามมุขนั่งนิ่ง

หญิงสาววัยยี่สิบสามก็ดูเหมือนจะพลอยเงียบไป จนกระทั่งปู่นั่นเอง เป็นผู้ยื่นแก้วออกมากระทบกับแก้วของชายหนุ่มผู้เผยอตัวจากที่นั่ง ยื่นแก้วของเขาชนแก้วกับปู่ย่า

“เชียร์ส” ปู่เปล่งเสียงอย่างร่าเริง หันไปชนแก้วกับย่า

บนฟ้าก็เลยลุกจากโซฟามาชนแก้วกับบุพการี พลางยื่นจมูกเข้าไปจุ๊บที่แก้มของทั้งคู่

“หนูคิดถูกมากเลยลูกที่ซื้อทัวร์มาแบบนี้” ปู่ดูปรีเปรมเกษมสุขเป็นอันมาก “ดูซี่ เรือนี่สบายออกนะลูกนะ สบายไหม ชอบไหม สามมุข”

“น้องบนจัดอะไร ผมก็ชอบทั้งนั้นละครับ” เขาเอ่ยหลังจากชนแก้วโดยมารยาทกับทั้งสาม…แต่ทำไม่รู้ไม่ชี้กับชายหนุ่ม ราวไม่ได้นั่งอยู่ด้วยกัน

“จิบไวน์เสร็จ หนูอยากลงไปที่ชั้น 5 หน่อยน่ะย่า” หลานสาวเอ่ยขณะพลิกดูสมุดคู่มือที่วางไว้กลางโต๊ะรับแขก ในนั้นบอกรายละเอียดเกี่ยวกับเรือ พนักงานระบบระเบียบการต่างๆ ห้องทุกห้อง ทั้งของผู้โดยสารและส่วนกลาง รวมทั้งจุดที่มีลิฟต์ มีสระว่ายน้ำ มีบาร์ มีเธียเตอร์ มีห้องสมุด มีสปาและอื่นๆพร้อมพรัก

“ชั้นห้ามีอะไร” ปู่ถามพลางจิบน้ำสีเข้ม

แค่ท่าทีมีความสุขของปู่ ชายหนุ่มก็พอใจแล้ว

ย่าเองก็ยินดี

“มีร้านขายของปลอดภาษีไงคะ”

“ถ้างั้นย่าไปด้วย บางทีก็อาจจะซื้อกระเป๋าซักใบ น่าจะมีนะกระเป๋าสวยๆ”

“เดี๋ยวไปดูด้วยกัน” ท่าทางหลานกระปรี้กระเปร่าขึ้นทันใด

“ไม่ได้หรอก เรื่องของแต่งตัว” ย่าหันมาทางสมุทรไท ไม่หันไปทางสามมุข เนื่องด้วยไม่รู้สึกสนิทเพียงพอ รวมทั้งยังไม่เข้านัยน์ตาสักเท่าไหร่ “โดยเฉพาะพวกแบรนด์ดัง…”

ชายหนุ่มก็เลยมองหล่อนเต็มตา

“กระเป๋าสะพายนี่เท่าไหร่ ไททายซิ”

มียิ้มเยาะนิดๆผุดขึ้นบนริมฝีปากสามมุข

แต่ฝ่ายหญิงสาวกลับหัวเราะเปิดเผยแจ่มใสอย่างคนถูกตามใจ

“ก็หนูชอบของหนูยังงี้ไงย่า…แล้วมันเสียหายตรงไหน ถึงไงมันก็เป็นทรัพย์สินนี่คะ ขายต่อเมื่อไหร่ก็ได้ราคา จริงไหมคะพี่สาม” เจ้าตัวเสแสร้งแกล้งหันไปทางเพื่อนหนุ่ม หลังจากเห็นสมุทรไทมองหน้ามองกระเป๋าอย่างไม่ชื่นชมโสมนัส “มันเป็นพร็อพเพอตี้”

“ก็แล้วแต่ชอบมากกว่ามั้งน้อง” พี่ชายสมัครใหม่ตอบแกนๆ “คนมีเงินก็คิดอย่าง คนไม่มีก็คิดอีกอย่าง”

เออ…จริง…ชายหนุ่มนึกในใจ มึงพูดถูก…นึกว่ากูไม่รู้ละมังว่ากระเป๋าที่แฟนมึงถืออยู่นี่ รองเท้าบู๊ตอีกล่ะ เสื้อคลุมโก้เก๋ กางเกงที่ดูแวบเดียวก็รู้ว่าตัดเนี้ยบ เนื้อดี ทั้งหมดนี่ราคาเท่าไหร่

เขาก็เลยดื่มไวน์รวดเดียวหมด พลางบอกย่า

“ไปดีกว่าครับ ไปชั้นห้า ไปดูของกัน เรือออกแล้ว ซื้อของได้ เล่นกาสิโนได้”

“ไปค่ะปู่” บนฟ้าก็ส่งน้ำสีเข้มเข้าลำคอจนหมดเช่นกัน

ดังนั้น ไม่กี่นาทีต่อมา สมุทรไทก็พาทุกคนลงลิฟต์ไปยังชั้นห้า

มีร้านขายของปลอดภาษีอยู่ที่นั่น

เพียงแต่เห็นกระเป๋าชื่อดัง หากเป็นอันดับรองๆน้องของเพื่อนก็อึ้งไป

“ว้า…หนูไม่เคยใช้แบรนด์นี่เลยนี่ย่า”

“คงถูกไป” ย่าหันมาหัวเราะกับเขา “แบรนด์ของน้องบนไม่ใช่แบรนด์นี้”

“แบรนด์ที่ว่านั่นกี่แสนล่ะฮะ” เขาก็เลยเหน็บแนมเข้าให้

คราวนี้ ‘น้องบน’ หน้าบึ้ง หันมาจ้องหน้า

ครั้นแล้วจึงเมินกลับค่อนข้างแรง จูงมือย่า ทำท่าจะออกจากประตู

“ไปเถอะค่ะ หนูไม่ได้ใช้แบรนด์นี่ ไม่เคยใช้”

“แต่ย่าใช้” เธอบอกพลางจูงหลานกลับไปที่ตู้กระจก บอกคนขายให้หยิบกระเป๋าใบหนึ่งออกมา “ไทว่าสวยไหมจ๊ะ”

“สวยดีครับ” เขาพยักหน้าพลางพลิกดูราคา “ราคาก็กำลังดี”

“ฉันไม่ใช้ของแพงมาก เดี๋ยวคนจ่ายเงินเขาบ่น ดีไม่ดีเขาหยุดให้ก็จะอดหมดทั้งกระเป๋าทั้งทอง” ย่าหัวเราะหัวใคร่ขณะที่ปู่กับสามมุขเลี่ยงไปยืนดูของอีกตู้หนึ่งซึ่งมีกระเป๋าเงินใบเล็ก น้ำหอม เครื่องเพชรเทียมแบบต่างๆ เสื้อผ้า “ถ้างั้น ยังไม่ซื้อดีกว่านะ เราก็ยังอยู่อีกตั้งหลายวัน”

“ไม่ดีหรอกย่า”  หลานสาวเอ่ยปราม “ถ้าย่าไม่รีบซื้อ แบบที่ย่าชอบนี่พรุ่งนี้อาจไม่มีแล้วก็ได้ คนเขาก็จะมาซื้อไปไงคะ”

“เออ…จริง” ย่าก็เลยลังเล

แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจซื้อกระเป๋ากลางคืนใบเล็กกะทัดรัดสีดำ ทำด้วยต่วนปักเพชรเทียม ราคาใกล้หมื่น จ่ายด้วยบัตรที่เจ้าหน้าที่เรือออกให้สำหรับใช้จ่ายบนเรือโดยเฉพาะ หากก็เชื่อมโยงกับบัตรเครดิตของตนเอง เพื่อสะดวกในการซื้อสินค้าหรือเป็นค่าความเริงรมย์อื่นๆ

ขณะที่สมุทรไทนึกขำ  บนฟ้าในยามนี้ไม่มีเค้าว่าเป็นนักธุรกิจเลยแม้แต่น้อย 

Don`t copy text!