ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 10 : เรื่องมหัศจรรย์

ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 10 : เรื่องมหัศจรรย์

โดย : กฤษณา อโศกสิน

Loading

ลวดลายในวิญญาณ นวนิยายลึกลับโดย กฤษณา อโศกสิน เมื่ออิทธิพลของ ‘ดาวเกตุ’ ผูกโยงชะตาชีวิตและจิตวิญญาณของละอองทองเข้ากับความเร้นลับยามค่ำคืน ความจริงที่ซ่อนอยู่คือพรหรือคำสาป? ติดตามปริศนาแห่งลายแทงวิญญาณได้ที่นี่

ยังมิทันจะขาดคำ รถสีตองอ่อนคันเล็กก็แล่นมาถึงหน้าร้าน

หญิงสาวทั้งคู่แห่งร้าน ‘นวลทอง’ ก้าวลงมา

พิทยาธรแทบจะวิ่งออกไปประคองพาเจ้าของคนงามมานั่งตักเขาเอาทีเดียว

เมื่อคืน เขาคิดถึงหล่อนสุดซึ้งอย่างประหลาด เป็นความรู้สึกที่วิ่งแซงขึ้นหน้าความตื่นเต้นที่ได้ลงเรือสำเภาเป็นระยะ…ประหนึ่งจริงกับฝันผันผวนอยู่ด้วยกัน

“คุณนวล คุณทอง เชิญเลยครับ” น้ำเสียงของเขาเคล้าความตื่นเต้นจนสันสกฤตนึกขำ…แต่ก็เอาเถอะ…หนึ่งในหญิงสาวคู่นี้สมควรเข้ามาเป็นใครที่สำคัญในชีวิตหลานของเขา

เทพธิดาดีดพิณอนุญาตแล้ว

ท่านคงเห็นสมควรมานานครัน…ตั้งแต่วันที่ได้ภาพเขียนจากตลาดฝรั่งเศสนั่นแล้ว

เพียงแต่สองสาวลงนั่ง ยังมิทันเอ่ยคำใดๆ พิทยาธรก็แนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกองพล เจ้าของเรือสำเภาแกะสลักที่นำมาขาย ครั้นแล้วก็ขายได้สองลำคือ ลำพรีเมียม เสริมฮวงจุ้ยกับลำประดับบ้านทำด้วยไม้ขนุน

นวลสนิทสนใจทันที จึงพิจารณาอีกสองลำที่เหลือ

ในที่สุดก็ตกลงซื้ออย่างง่ายดาย

“แปลกดีจัง” ละอองทองยิ้มสดใส

เช้าวันนี้ หล่อนเปลี่ยนไปอีก ไม่ดูเผลอๆ เบลอๆ ดังเช่นค่ำวันวานอันเป็นชั่วโมงนาทีที่หล่อนกำลังเตรียมตัวไปกับเรือสำเภา…ที่บัดนี้…ทั้งลุงและหลานจะไม่มีวันหัวเราะเยาะขำขันอีกต่อไป

ด้วยว่า ดวงวิญญาณทั้งไทยและจีนจากอดีตได้ไหลเลื่อนเคลื่อนกลับมาแสดงตนให้แลเห็นในความฝันพร้อมกันทั้งสองคน

“พี่นวลไม่เคยเชื่ออะไรพวกนี้เลยนะคะ…ไม่เคยไหว้เจ้าที่…ไม่เคยตั้งศาลพระภูมิ…ฮวงจุ้ยอะไรทั้งนั้นค่ะ…ใช่ไหม…ทองก็เลยลืมไปว่ามีคำว่าฮวงจุ้ยอยู่ในดิกชันนารี” หญิงสาวผู้ไม่สมประกอบยามค่ำคืนเพิ่งปริปากฟื้นความทรงจำ

“ไม่ได้นะฮะ” กองพลรีบส่ายหน้า…อย่างคนเชื่อถือจริงจัง “ผมนี่ไม่ได้เลย…คือกลัวไงฮะ…ก็เราคนค้าขาย…ไงๆ ทำให้ครบไว้ดีกว่า ไม่ได้เสียเวลาอะไรเลยด้วยซ้ำ…ว่าแต่ว่า…คุณทุกคนสวดมนต์กันบ้างไหม”

พิทยาธรยกมือ

“สวดฮะ…ขืนไม่สวด ลุงเอ็ดตาย”

สันสกฤตเลยยิ้มๆ

“ผมสอนให้เขาสวดมนต์ทุกคืนก่อนนอนมาตั้งแต่เขาจำความได้เลยฮะ…อย่างน้อย…นะโมตัสสะครบสามครั้งก็ยังดี”

“ดีมากเลยละคุณ” เจ้าของกิจการเกี่ยวกับศิลปะสองประเภทพยักหน้า “ทำไว้…มีแต่ดีไม่มีเสีย ก็เรานับถือพุทธศาสนาไงฮะ…พระพุทธเจ้าท่านสอนอะไรไว้ ก็ควรทำตามทั้งกายวาจาใจ…”

สีหน้านวลสนิทกับละอองทองสลดลงไป ในที่สุดก็สารภาพ

“ไม่ทันนึกเรื่องนี้เลยค่ะ มัววุ่นเรื่องซื้อมาขายไปทั้งวันทั้งคืน”

สันสกฤตก็เลยเข้าใจได้ปรุโปร่งว่า เพราะเหตุใด ละอองทองจึงเกิดอาการไม่ปกติในยามค่ำ

นั่นก็คือ วิญญาณดวงใดดวงหนึ่งหรือหลายดวง มาพาหล่อนไปสู่สายใยแห่งยุคก่อน เพื่อเชื่อมเหตุการณ์ในอดีตที่คนสมัยปัจจุบันแลไม่เห็นเข้าด้วยกัน

ครั้นถึงวันนี้ ก็ราวกับสิ่งที่มองไม่เห็นเริ่มส่งกองพลเข้ามา ทั้งเพื่อช่วยพิทยาธรและสันสกฤตรวมไปถึงช่วยนวลสนิทกับน้องสาวราวได้รับคำสั่ง

‘ดาวเกตุก็มีพลังไม่ใช่เล่นเหมือนกันนา’ สันสกฤตนึกในใจขณะมองทีละคนด้วยความเข้าใจอย่างแตกฉานขึ้นมาโดยไม่มีผู้ใดชี้แนะ นอกจาก…

‘เทพธิดาไม้ดีดพิณ’

ช่างสุดแสนอัศจรรย์บันลือเลื่องกระไรเช่นนี้

ทำให้เขาแทบจะรีบวิ่งขึ้นไปอ่านบันทึกจากหมอดูผู้ล่วงลับที่เล่าถึงอิทธิพลของหมายเลข ๙ เอาทีเดียว

 

ครั้นแล้ว พิทยาธรจึงชวนนวลสนิทพิศเพ่งเล็งดูภาพเขียนเทพธิดาดีดพิณที่เขาซ่อมแซมหัวพิณเรียบร้อยแล้ว ส่ำสีที่เสริมแต่งแซงซ้อนงดงามดุจของเดิมมิผิดไป

“อื้อฮือ…ฝีมือคุณเนี้ยบมากเลยนะคะ” หล่อนเอ่ยชมด้วยจริงใจ

กองพลเองก็พยักพเยิดเนื่องด้วยสังเกตไม่เห็นรอยชำรุดแต่แรก

“คุณซ่อมได้เก่งมาก ผมไม่เห็นร่องรอยที่ซ่อมแซมเลยสักนิด เดิมทีมันชำรุดตรงไหนหรือฮะ”

พิทยาธรจึงชี้ให้ดูตรงส่วนหัวของพิณ

บรรยากาศวันนี้เลยดูดีดูงามโดยมิได้นัดหมาย

สันสกฤตมองไล่ทีละดวงหน้าอย่างอดแปลกใจไม่วาย

คนกลุ่มนี้ไปอย่างไรมาอย่างไรจึงมารวมตัวกันที่ร้านเขาตั้งแต่เริ่มเปิดประตู

หรือว่าเทพธิดาจับจูง

ทันทีที่จิตแว่บขึ้นมาเช่นนั้น ก็มีเสียงแผ่วแว่วอยู่ข้างหู

“ก็ใช่น่ะซี”

โอ้…ท่านเทพธิดา…สันสกฤตเกือบจะยกมือพนมทันใด หากก็ยั้งไว้ได้

ดังนั้น จึงคล้อยตามคำชี้แนะของกองพลเมื่อสักครู่

“ที่คุณว่าให้หมั่นบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้ ผมเห็นด้วยมากเลยฮะ” สันสกฤตบอกกล่าวอย่างศรัทธา

“แค่สวดมนต์ก่อนนอนทุกคืนก็นับเป็นสิริมงคลกับตัวเราเองมากพอแล้วละฮะ” กองพลตอบรับ

“สวดว่ายังไงมั่งคะ” ละอองทองถามอย่างเห็นได้ชัดว่าสนใจ “เช่น นะโมตัสสะสามจบ แค่นั้นพอไหมคะ”

“เอ…” อีกฝ่ายนิ่งนึก “พอรึเปล่า ไม่ทราบซีครับ…แต่ผมละก็สวดยาวเหยียดทุกคืน พร้อมกับแผ่เมตตาให้ญาติสนิทมิตรสหายคนที่แวดล้อมเราอยู่ทั้งใกล้และไกลด้วย”

“มิน่า…” พิทยาธรพึมพำ “คุณกองพลถึงได้ดูเป็นคนทำมาค้าขึ้น”

“สาธุครับ” อีกฝ่ายพนมมือ “คือยังงี้นะฮะ…คือผมเคยลองดูแล้วว่า สิ่งที่ว่าศักดิ์สิทธิ์ที่เรามองไม่เห็น…เราจะเชื่อได้ไหมว่ามี…”

“นั่นซีนะคะ” ละอองทองเริ่มสนใจถ้อยคำของชายแปลกหน้าผู้ที่นำสินค้าคือเรือสำเภาประดับบ้านหรือร้านอันประหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้ามาช่วยคุ้มครองผู้เป็นเจ้าของ พลันก็ขายได้หมดโดยไม่มีใครต่อรองเรื่องราคาเลยแม้แต่ประโยคเดียวขึ้นมาทันใด…เขาผู้นี้คงต้องมี ‘อะไรดีๆ’ อยู่ในตัวอย่างแน่นอน “ทองน่ะ เชื่อเต็มร้อยเลยละค่ะ”

“ทำไมถึงเชื่อฮะ”

“ที่เชื่อเพราะตัวทองเองกับพี่นวลไม่เคยไหว้อะไรอย่างที่เขาไหว้ๆ กันเลยค่ะ…เพราะงั้น…ก็…คืออธิบายยากเหมือนกันว่า…พอถึงตอนค่ำ ทองก็ดูจะควบคุมตัวเองไม่ได้…มันเหมือน…เอ้อ…เหมือนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวสักเท่าไหร่…เหมือนมีใครบางคนมาพาทองไปกับเรือสำเภา”

อีกฝ่ายก็เลยหัวเราะออกมา

“ผมก็เคยไปฮะ”

“จริงหรือคะ”

“จริงครับ…แต่ที่ได้ไปเพราะผมอธิษฐานขอไป เพราะ ‘ท่าน’ รู้ว่าเราอยากไป ท่านก็จัดให้ไป…” เจ้าของกิจการสองประเภทเล่าความอย่างรื่นรมย์ ไร้ความกริ่งเกรงใดๆ “แล้วผมก็ไปกับเรือสำเภาโบราณคืนหนึ่ง…เป็นสำเภาจีนครับ…ลงเรือไปพร้อมกับ ‘วิญญาณ’ ลูกเรือจีน-สยาม…ตอนนั้นยังเป็นสยามอยู่ไงฮะ”

“โอย ขนลุกแล้วซีคุณ” พิทยาธรเอ่ยขึ้นพร้อมกับลูบแขน

สันสกฤตได้แต่นิ่งฟัง

เรื่องมหัศจรรย์เช่นนี้ก็มีด้วยหรือ

มีสิ…มี…เพราะเขาเองกับหลานชายก็เพิ่งผจญมาใหม่ๆ หมาดๆ ยามดึกดื่นของคืนที่เพิ่งผ่านไป

“ผมขนลุกมาก่อนคุณ” กองพลบอกหัวเราะๆ นิตยานั่งฟังเงียบๆ มานาน จึงพูดแซงขึ้นนิดนึง

“แต่ก็แปลกนะคะ ฉันไม่เคยฝันเห็นเรือสำเภาอะไรนี่เลย”

“สงสัย ๘ กับ ๙ ในดวงไม่เอื้อกัน” สันสกฤตเผลอเอ่ยออกมา

“๘ กับ ๙ นี่อะไรหรือคะ” อีกฝ่ายถามยังอยากรู้ “คือฉันเองก็อยากฝันว่าตัวเองลงเรือสำเภาสมัยโน้นเหมือนกัน ทีพี่พลยังไปได้ ทำไมฉันถึงไม่เคยไปเลย ไม่เคยฝันแปลกๆ เลยละค่ะ”

“เป็นคนๆ ครับ” สันสกฤตรู้ว่าคนไม่มีสัมผัสที่หกก็มีอยู่…อาจจะมากพอใช้ก็เป็นไปได้ “ขออนุญาตตอบสั้นๆ แค่ที่ว่าไปพลางก่อน…ก็คือ…ดาวเกตุ หมายเลข ๙ ตามหลักโหราศาสตร์ ถือว่าเป็นดาววิญญาณธาตุ ถ้าในดวงใครมีดาวเกตุให้คุณแรง…คนคนนั้นก็มักจะมีสังหรณ์แรงตาม คือสามารถล่วงรู้อะไรบางอย่างล่วงหน้าทั้งดีทั้งร้ายที่จะเกิดกับตัวเองหรือเกิดกับคนใกล้ชิดก็ได้”

“แล้วคุณมีไหมคะ” นิตยาถามต่อ

“มีครับ”

“โอย…ลุงผมมีมากเลยละฮะ…” ชายหนุ่มกระหวัดใจไปถึงดึกดื่นที่ผ่านมา “เลยมักจะรู้อะไรล่วงหน้าที่คนอื่นไม่รู้บ่อยๆ”

“จริงฮะ…ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าตัวเองมี…จนกระทั่งได้ดูดวงกับลุงหมอดู เลยรู้ว่า ๘ กับ ๙ ในดวงตัวเองแรงมาก”

“๘ กับ ๙ นี่คืออะไรคะคุณลุง” ละอองทองถาม ขณะที่นวลสนิทยังคงพิจารณาภาพเขียนที่พิทยาธรซ่อมเสร็จอย่างชื่นชม ครั้นแล้วจึงม้วนสอดเข้ากล่องกระดาษแข็งยาวตามเดิม “ไม่ทราบในดวงของทองจะมีไหมนะคะ”

“มีครับ…มี…แข็งแรงมากด้วย ไม่งั้นคุณจะไม่มีวันได้ไปกับเรือสำเภา”

“ตกลง มีดาวเกตุนี่ดีหรือไม่ดีคะ”

“ดาวเกตุในตำแหน่งดีจะดีเลิศแบบแปลกๆ ครับ แต่ถ้าอยู่ในตำแหน่งเสียก็จะเสียแบบแปลกๆ อีกเหมือนกัน” สันสกฤตยืนยัน

หญิงสาวจึงพลันนึกถึงตนเองในยามดึกขณะโดยสารไปในเรือสำเภาจีน-สยามขึ้นมาทันใดนั้น

 



Don`t copy text!