เมฆพรางจันทร์ บทที่ 18 : เพื่อนสนิทมากของเพื่อนสนิท

เมฆพรางจันทร์ บทที่ 18 : เพื่อนสนิทมากของเพื่อนสนิท

โดย : คุณหญิง ร่ำรวยมหาศาล

เมฆพรางจันทร์ นวนิยายโครงการช่องวันอ่านเอาปีที่ 2 โดย คุณหญิงร่ำรวยมหาศาล กับเรื่องราวของว่าที่เจ้าสาวที่วิญญาณหลุดออกจากร่างกับข้อแม้ที่หากอยากฟื้นคืนชีวิตต้องทำภารกิจให้กับยมฑูตหนุ่ม แต่เอ๊ะ! ทำไมอยู่ๆ หัวใจเธอถึงรู้สึกแปลกๆ กับเขานะ มาร่วมลุ้นกับภารกิจและหัวใจที่สั่นไหวของเธอในอ่านเอากับนวนิยายออนไลน์สนุกๆ เรื่องนี้

คนถูกทักเพ่งมองใบหน้ายิ้มแย้มดีอกดีใจของผู้หญิงที่แนะนำตัวกับเขาว่ารู้จักและสนิทสนมกับมาสอาภาอย่างอึ้งๆ เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกครั้ง…ไวขนาดนี้

แถมเมื่อวันก่อนผู้หญิงคนนี้ยังช่วยชีวิตเขาไว้อีก คงจะเป็นคนที่มีนิสัยพอคบหาได้ ไม่อย่างนั้นมาสอาภาคงไม่คบด้วยหรอก

อ้าว นี่เขาเชื่อเธอแล้วหรือ ชีวินตกใจความคิดตัวเอง แต่เอาเถอะ ลองดูๆ ไปก่อน

“แผลที่แขนหายหรือยัง ได้ใส่ยา กินยาครบหรือเปล่า” ผู้หญิงน่าสงสัยยังถามเขาไม่หยุด

ชีวินพยักหน้าเบาๆ “ครับ ผมดูแลตัวเองอย่างดี”

คนถามไถ่ด้วยความห่วงใยจึงแย้มยิ้มอีกครั้งทั้งตาทั้งปาก ทำเอาชีวินชะงัก รอยยิ้มของผู้หญิงคนนี้รบกวนใจเขาไม่น้อยเลย

วายชีวาเขม้นมองผู้ชายผมยาวอย่างนึกรู้ เพราะยายมนุษย์นี่ออกอาการดีใจเกินพอดี ยมทูตสาวถอนหายใจ กระตุกชายเสื้อเรียกสติ “นี่ๆ ห่วงเขาเยอะไปไหมหล่อน”

คนห่วงเพื่อนออกนอกหน้ารีบปฏิเสธ พลางกระซิบตอบ “ไม่เยอะหรอกค่ะคุณไวน์ วินเป็นเพื่อนสนิทมากของฉัน…เอ่อ ฉันหมายถึงเพื่อนสนิทมากของเพื่อนสนิทที่ฉันจะมาเยี่ยมไง”

วายชีวาพยักหน้ารับรู้ส่งเดชไปอย่างนั้น ไม่ได้ใส่ใจใคร่รู้จริงจังว่าคนที่กำลังมองเธออย่างอึ้งๆ เป็นเพื่อนสนิทมากของเพื่อนสนิทของใคร

“เอ่อ…ลืมแนะนำเลยวิน นี่คุณไวน์ เป็น…”

มาสอาภายังแนะนำไม่ทันจบ คุณไวน์ก็แนะนำตัวเองแทรกขึ้น “ฉันเป็นน้องสาวของสามียายคนนี้”

หา! เดี๋ยวก่อนสิ เธอไปมีสามีตั้งแต่ตอนไหนกัน เมื่อวานยังเป็นแค่แฟนอยู่เลยนะ

มาสอาภาส่งสายตาเค้นคำตอบรัวๆ ไปที่ยมทูตสาวซึ่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ดูเล็บที่ตกแต่งด้วยสีม่วงลาเวนเดอร์มีดอกไม้สีขาวเล็กๆ ประดับกลิตเตอร์วิบวับฆ่าเวลา

“คุณแต่งงานแล้วเหรอครับ” ชีวินอดถามออกมาไม่ได้

“อ้าว ก็บอกชัดเจนแล้วว่าฉันเป็นน้องของสามียายนี่ ก็หมายความว่ายายนี่มีผัวแล้วไง มีเจ้าของแล้ว ไม่ว่างแล้ว ทำไมต้องให้พูดเยอะด้วยอะ เลิกมองเมียคนอื่นตาเยิ้มได้แล้วจ้ะพ่อคุณ”

เธอไปมีผะ…เอ่อ สามีตอนไหน รบกวนชี้แจงหน่อยเถอะค่ะ

คนที่อยู่ดีๆ ก็มีพันธะทำหน้าเหลอหลา แต่จะพูดขัดก็คงไม่ดี จึงจำยอมรับสถานะด้วยการพยักหน้าหงึกๆ

หฤหรรษ์เหลือเกินชีวิตช่วงนี้ เมื่อวานที่มียมทูตสุดหล่อมาสารภาพว่าตัวเองเป็นรักแรกของเธอ แถมยังรักเธอมาตลอด คงยังแปลกไม่พอ วันนี้ยังมีสามีเป็นยมทูตอีก เออ เอาเข้าไป

มหัศจรรย์พันลึกเหลือเกินจ้ะ มีใครให้มากกว่านี้ไหม

“ก็ดีกว่าให้ความหวังเขานะ” วายชีวากระซิบ มองผู้ชายตัวสูงผมยาวกลืนน้ำลายลงคอ แล้วเดินนำมาที่ห้องพักผู้ป่วยนิ่งๆ “เขากำลังสนใจเธอ”

“ฮ้า…จริงดิ”

“ฉันจะโกหกทำไม”

“ก็แบบ…อาจจะหวงก้างให้พี่ชาย” มาสอาภาตั้งข้อสังเกต ก่อนจะขำออกมา แล้วรีบปรับสีหน้าท่าทางใหม่ เพราะชีวินที่ดูอึ้งๆ หันมามองและถาม

“ไม่เข้าไปพร้อมกันเหรอ เห็นว่าอยากมาเยี่ยมมาสไง”

“เข้าสิ…” คนถูกถามพยักหน้า และบอกกับผู้นำวิญญาณไปโลกหลังความตายเบาๆ “ไปข้างในกันค่ะคุณไวน์”

 

มาสอาภาอึ้งไป น้ำตารื้นคลอขอบตา เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยแบบดับเบิลวีไอพี

หลายวันก่อนดับปราณพาเข้ามา แต่มาในอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่มีใครเห็นเธอ ไม่มีใครรับรู้ว่าเธอมีตัวตนยืนดูอยู่ตรงนี้

แต่วันนี้ไม่ใช่…

แม้จะรู้สึกว่าแปลก ขณะมองร่างตัวเองนอนหลับนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้ แต่แล้วก็ปวดหนึบในหัวใจ พลางคิดเสียดายว่า ถ้าหากวันนั้นเธอขับรถช้ากว่านี้ ไม่บ้าระห่ำอยากโชว์พาวกับบิ๊กไบค์นั่น ตอนนี้แม่คงไม่เสียใจ ไม่ต้องเสียน้ำตา ไม่ต้องทุกข์ใจเพราะเธอ

และเธอเองก็ไม่ต้องมาอยู่ในร่างคนอื่น แถมยังต้องมามองร่างตัวเองนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอีก

น้ำตารื้นเต็มดวงตาอีกรอบ นึกสงสารมารดาที่นั่งซึมอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง คอยลูบหน้าลูบผมที่ร่างเธอไม่ห่าง

มาสอาภาพยายามเก็บก้อนสะอื้นไว้สุดกำลัง ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ เมื่อมองเห็นยมทูตหนุ่มน้อยนั่งโบกมือยิ้มเผล่อยู่ในห้องนี้ด้วย

ทว่าก่อนจะทันได้เอ่ยทัก วายชีวากระตุกมือเรียกสติเสียก่อน “อย่าทักชนลี่นะ ไม่มีใครเห็นเขา”

มาสอาภาบีบมือตอบรับคำเตือนนั้น แล้ววายชนม์ก็หายตัวไป

“แม่ครับ กินอะไรหรือยังครับวันนี้” ชีวินเอ่ยทักทายมารดาของเธอ ซึ่งคนเป็นลูกทำได้แค่เพียงส่งสายตาขอบคุณให้เพื่อนสนิทที่ทักถามอย่างห่วงใย “วันนี้ผมพาเพื่อนอีกคนมาเยี่ยมมาสด้วยนะครับ”

ชีวินคิดว่าการให้อาภาได้เจอม่านเมฆ ซึ่งมีอะไรบางอย่างคล้ายมาสอาภาอยู่มาก น่าจะทำให้มารดาของเพื่อนคลายความเศร้าลงได้

“อืม แม่ไม่หิวหรอกวิน พวกหนูก็ตามสบายกันนะ” อาภาตอบเสียงแผ่ว น้ำตาร่วงหล่น แต่ไม่หันหน้ามามอง ‘เพื่อนอีกคน’ ของลูกสาวเลยสักนิด

“แม่คะ” มาสอาภาตัดสินใจเรียก คนถูกเรียกผินหน้ามาแวบเดียว แล้วกลับไปมองหน้าลูกสาวที่ยังนอนหลับสนิทบนเตียงต่อ

มาสอาภามองผ่านดวงตาของร่างที่อาศัยอยู่ชั่วคราวถึงกับสะอื้นในอก ปวดร้าวมากกว่าตอนรู้ว่าถูกผู้ชายหลอกมาสองปีเสียอีก แต่เธอก็พยายามเข้มแข็ง พร่ำย้ำกับตัวเองในใจ อีกแค่สิบวันเท่านั้น

“กินอะไรสักหน่อยนะคะ เดี๋ยวมา…เอ่อ หนูสั่งให้เขามาส่งให้ค่ะ เกี๊ยวปลาลวกดีไหมคะแม่ เกี๊ยวปลาลวกของร้านก๋วยเตี๋ยวปลาเจริญกรุงสิบแปดที่แม่ชอบมาก สั่งมาเท่าไหร่แม่เหมาคนเดียวตลอด วินช่วยกดสั่งแกร็บให้แม่หน่อยสิ”

บทสนทนาแสนธรรมดาของคนที่อ้างว่าตัวเองเป็นเพื่อนลูกสาว ทำให้อาภาละสายตาออกจากร่างลูกสาวบนเตียง มามองคนกำลังพูดเจื้อยแจ้วด้วยสายตาประหลาดใจ

“หนูรู้ได้ยังไงลูกว่าแม่ชอบกินเกี๊ยวปลาลวกจากร้านก๋วยเตี๋ยวปลาเจริญกรุงสิบแปด” อาภากระซิบถามเสียงแผ่ว

“เอ่อ…มาสไงคะ มาสนั่นแหละเคยเล่าให้หนูฟังค่ะ” คนเป็นลูกแต่เปิดเผยตัวไม่ได้รีบแก้ตัว

“หนูสนิทกับยายมาสมากเลยเหรอลูก” มารดาเป็นคนถาม

มาสอาภาพยักหน้าเร็วๆ “สนิทมากค่ะ มีอะไรเราจะคุยกันตลอดเลยค่ะ”

คราวนี้ชีวินขมวดคิ้วด้วยความสงสัยจริงจัง เพราะเขา…ค่อนข้างแน่ใจว่าไม่เคยได้ยินมาสอาภาเอ่ยถึงเพื่อนคนนี้มาก่อนเลยจริงๆ

ผู้หญิงคนนี้ไปสนิทสนมกับมาสอาภาตอนไหนกันแน่

ส่วนคนออกตัวว่าเป็นเพื่อนสนิทของตัวเอง อยากจะบอกความจริงออกไปใจแทบขาดว่า เธออยู่นี่ อยู่ตรงนี้ เธอเองที่ยืนอยู่ตรงหน้าแม่…มาสเอง

วายชีวาถอนหายใจยาว เหมือนจะสงสารและเห็นใจมาสอาภา เลยเอื้อมมือไปจับมือบางเอาไว้

คนถูกจับมือจึงรู้สึกตัว สูดน้ำมูก ปรับท่าทางใหม่ รีบคะยั้นคะยอให้ชีวินสั่งอาหารในแอปพลิเคชันสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี อย่างน้อยๆ การปรากฏตัวของเธอวันนี้ หากช่วยให้แม่กินข้าวได้ เธอก็ดีใจแล้ว

“หนูเล่าเรื่องยายมาสให้แม่ฟังหน่อยได้ไหมลูก” อาภาขอร้องด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเจือสะอื้น “แม่คิดถึงมาส อยู่ใกล้กันแค่นี้ แต่มาสไม่คุยกับแม่เลย”

“ได้ค่ะ หนูจะเล่าเรื่องมาสให้แม่ฟังทุกเรื่องเลย แต่ถ้าหนูเล่าแล้ว แม่ต้องกินเกี๊ยวปลาให้หมด และยอมนอนพักผ่อนนะคะ”

อาภามองคนช่างต่อรอง พลางก็พยักหน้ายินยอมแต่โดยดี

 



Don`t copy text!