เมฆพรางจันทร์ บทที่ 20 : พบคนมีพิรุธ 1 อัตรา

เมฆพรางจันทร์ บทที่ 20 : พบคนมีพิรุธ 1 อัตรา

โดย : คุณหญิง ร่ำรวยมหาศาล

เมฆพรางจันทร์ นวนิยายโครงการช่องวันอ่านเอาปีที่ 2 โดย คุณหญิงร่ำรวยมหาศาล กับเรื่องราวของว่าที่เจ้าสาวที่วิญญาณหลุดออกจากร่างกับข้อแม้ที่หากอยากฟื้นคืนชีวิตต้องทำภารกิจให้กับยมฑูตหนุ่ม แต่เอ๊ะ! ทำไมอยู่ๆ หัวใจเธอถึงรู้สึกแปลกๆ กับเขานะ มาร่วมลุ้นกับภารกิจและหัวใจที่สั่นไหวของเธอในอ่านเอากับนวนิยายออนไลน์สนุกๆ เรื่องนี้

เลิกคิดไม่ได้เลย…

จะให้ทำยังไง ถึงจะมูฟออนจากความอยากเห็น อยากลูบ อยากคลำ อยากไล้วนบนซิกซ์แพ็กแน่นๆ นั่นได้

เฮ้ เธอควรจะนึกถึงคนที่จ้องจะฆ่าเธอมากกว่าไหม

มาสอาภาสั่นศีรษะ ขับไล่ซิกซ์แพ็กในจินตนาการออกจากความคิด ตั้งอกตั้งใจ มุ่งมั่นทำสมาธิในการเรียบเรียงเรื่องราว

แล้วมันเรียงยังไง ถึงเป็นหกลอนสวยๆ แน่นๆ ได้

โอ๊ย! อะไรกันเนี่ย…

เพราะวายชีวาคนเดียวทำให้คนสวยกลายเป็นคนหื่น แถมยังฟุ้งซ่านหนักขนาดนี้

“เมฆ…เมฆนอนหรือยัง” เสียงเรียกของยัยพี่สาวจอมแอ๊บฉุดเธอให้ออกมาจากภวังค์ซิกซ์แพ็ก

หรือจะเป็นม่านฝนกันนะ

อยู่ๆ เธอก็ฉุกคิดขึ้นมา แต่ผู้หญิงบอบบาง เหยาะแหยะ ตีหน้าตาย ทำหน้าใสไร้เดียงสาไปวันๆ อย่างยัยนี่…ไม่น่าจะร้ายกาจขนาดวางแผนฆ่าคนได้

แต่แหม…บุคลิกของม่านฝนนี่ เข้าข่ายลาสบอสตามขนบธรรมเนียมประเพณีของพล็อตนิยายสืบสวนสอบสวนเป๊ะ คนซื่อชนิดที่ไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตบนโลกนี้ได้อย่างไร สุดท้ายก็เลวซื่อๆ เลวสุดๆ ให้โลกจารึกไปเลย

“หิวไหม กินอะไรหรือยัง พี่ทำมาม่าให้ไหม”

แหม…เอาของกินมาล่อ

มาสอาภาเบะปากใส่ลมใส่แล้ง เหลือบมองนาฬิกาที่บอกเวลาสองทุ่มนิดๆ แล้วเดินไปเปิดประตู ปรายตามองคนเป็นพี่สาวเจ้าของร่างนิดหน่อย แต่ก็เดินหน้าตึงไปนั่งรอที่โต๊ะ

ม่านฝนอมยิ้ม

“จริงๆ เวลานี้ไม่ควรกินอะไรแล้ว…แต่เห็นแก่ความมีน้ำใจของเธอ ฉันกินให้ก็ได้”

เป็นอีกครั้งที่ม่านฝนขมวดคิ้วกับสรรพนามและท่าทางของน้องสาว ปกติทะเลาะกันเรื่องภาณุรุจ แค่คืนเดียวม่านเมฆก็เลิกเย็นชา แต่นี่…ผ่านมาหลายวันแล้ว

หญิงสาวหน้าหวานใส นัยน์ตาโศกครุ่นคิดขณะฉีกซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้ววางไปในหม้อต้มที่เดือดปุดๆ ก่อนจะตอกไข่ไก่ตามลงไป สักครู่เธอจึงยกลง ก่อนจะเทลงชาม

ม่านฝนวางชามมาม่าใส่ไข่ลงตรงหน้าคนเป็นน้องที่มองแล้วลอบกลืนน้ำลาย ก่อนจะเอื้อมมือมาดึงชามเข้าไปใกล้ ทำหน้าเหมือนพอใจที่เห็นไข่แดงในชามนั้นเป็นยางมะตูม ไม่สุกหรือดิบจนเกินไป จึงใช้ช้อนขยี้ให้ไข่แตก พร้อมกับคลุกไปกับเส้นและเครื่องปรุงรส

โซเดียมมากมายขนาดนี้ กินเข้าไปแล้วต้องหน้าบวมแน่ แต่นานๆ กินทีคงไม่เป็นอะไรหรอก…มาสอาภาคิดนิดเดียวและลงมือกินทันที

เอาจริงๆ เธอคิดว่าม่านเมฆแปลก แต่บอกไม่ถูกว่าแปลกยังไง รู้ว่าน้องสาวประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่มา สมองกระทบกระเทือนอย่างหนัก แถมอาการยังฟื้นตัวได้รวดเร็วราวกับไม่เคยเกิดอุบัติเหตุมาก่อน และผลจากการกระทบกระเทือน ไม่น่าส่งผลต่อพฤติกรรมดำรงชีวิตหลายอย่างขนาดนี้

เหมือนม่านเมฆที่กินมาม่าอยู่ต่อหน้าเธอคนนี้ ไม่ใช่ม่านเมฆคนเดิม

ยกตัวอย่างง่ายๆ แค่เรื่องมาม่าใส่ไข่ตรงนี้ ปกติอีกฝ่ายจะค่อยๆ กินเส้นให้หมดก่อน แล้วค่อยกินไข่เป็นลำดับสุดท้าย

แต่นี่เธอเห็นน้องสาวขยี้ไข่ให้กระจายปนไปกับเส้นและน้ำซุป

“เมฆดูแปลกไปนะ” ทนไม่ไหวเข้า ม่านฝนจึงตัดสินใจทักออกไป

คนเป็นน้องขมวดคิ้ว แต่เริ่มเลิ่กลั่กไม่น้อย ไม่รู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรผิดจากนิสัยเดิมของเจ้าของร่างหรือเปล่า “แปลกยังไง”

“จริงๆ แปลกตั้งแต่มีแฟน” ม่านฝนพูด พลางบุ้ยใบ้ไปที่บ้านข้างๆ “และยังมีอีกหลายๆ เรื่อง ถ้าเห็นชัดๆ ก็ตอนนี้” เธอพยักพเยิดไปที่ชามมาม่า

มาสอาภาทำใจดีสู้เสือ ยกไหล่เบาๆ “แค่มีแฟน กับกินมาม่า แปลกยังไง”

“เรื่องมีแฟน พี่พอเข้าใจ เพราะผู้ชายคนนั้นดูรักเมฆจริงๆ” ม่านฝนพูดออกมาตามที่เห็น แววตารักใคร่ของผู้ชายคนนั้นมองจ้องน้องสาวเธออย่างเปิดเผย ภาณุรุจที่บอกว่ารักเธอมาก ยังไม่เคยมองเธอลึกซึ้งขนาดนั้นเลย

คนฟังหน้าร้อนวาบ เพราะประโยคที่บอกว่า ‘ผู้ชายคนนั้นดูรักเมฆจริงๆ’ แหม…ฟังแล้วอดเถียงไม่ได้ เขารักฉันย่ะ มาสอาภา ไม่ใช่ม่านเมฆ

“แล้วปกติเมฆจะเก็บกินไข่ไว้กินตอนสุดท้าย จริงๆ ทุกอย่างที่ชอบ เมฆจะเก็บไว้กินทีหลังตลอด”

“พอผ่านเหตุการณ์รอดตายมาอย่างหวุดหวิด ก็เลยอยากลองเปลี่ยนตัวเองดู” คนอายุน้อยกว่ายักไหล่ เอ่ยอ้างอุบัติเหตุขึ้นมากลบเกลื่อนสถานการณ์

“พี่เคยได้ยินว่าคนที่เก็บของโปรดไว้กินทีหลัง ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีความละเอียด ลึกซึ้ง คิดเยอะ ช่างระแวง และไม่ใช่คนที่ช่างพูดจาเท่าไหร่ ซึ่งเมฆเป็นคนแบบนั้นจริงๆ”

มาสอาภาฟังพลางซดน้ำซุปคำสุดท้ายเข้าปาก ค่อยๆ เก็บรายละเอียดนิสัยของเจ้าของร่างไปด้วย… นึกเคืองแฟน เอ่อ…ยมทูตสุดหล่อ อุดมด้วยซิกซ์แพ็กแน่นๆ นั่นที่เอาเธอมาใส่ร่างนี้ แถมไม่มีข้อมูลอะไรให้เลยอย่างโมโห

แหวกขนบนิยายข้ามภพ สลับร่าง เปลี่ยนวิญญาณ ไปเลยจ้า ตามปกติไม่ว่าอ่านหรือดูซีรีส์เรื่องไหน ถ้าวิญญาณเก่ามาอยู่ในร่างใหม่ จะต้องได้รับเศษเสี้ยวความทรงจำของร่างที่อาศัยบ้าง…อะไรบ้าง

แต่ของเธอคือ ไม่มีอะไรเลย…ว่างเปล่า ต้องด้นสดเองทุกตอน!

แล้วไหนเมื่อคืนตาลุงนั่นบอกกับเธอว่ามีจิตปฏิพัทธ์ ผูกพันกับเธอไง คิดถึงจะตายอยู่แล้ว ยังไม่ยอมโผล่มาช่วยกันอีก

ไม่มาช่วย ก็ต้องด้นสดต่อไป…

“ฉันแค่เปลี่ยนมากินของชอบก่อน มันก็แสดงว่าตอนนี้ฉันไม่อยากละเอียดแล้วไง ไม่อยากคิดเยอะ แค่อยากเอาชนะ อยากพูด อยากทำอะไรตามใจตัวเองโดยไม่ต้องคิดถึงความรู้สึกของใคร”

“เมฆยังไม่หายโกรธพี่อีกเหรอ” ม่านฝนฟังแล้ว จึงเลิกซักไซ้พฤติกรรมผิดแปลกจากปกติของคนเป็นน้อง “พี่ว่ารอบนี้เมฆโกรธนานมาก สี่วันแล้วนะ คุณรุจเขาก็อึดอัด”

หน็อย…ไอ้เวรนั่นยังมีหน้ามาบ่นว่าอึดอัด แล้วตามจริงคือไม่ได้โกรธ แต่เคียดแค้นต่างหาก วานพูดให้ถูกต้องหน่อยเถอะ รวมหัวกันทำกับเธอแบบนี้ รับไม่ได้จริงๆ

“ฉันยังไม่หายโกรธอะ ให้ทำยังไง” มาสอาภากอดอก หันหน้าไปทางอื่น

“อย่างน้อยก็อย่าห่างเหิน เรียกแทนตัวเองว่าฉันอีกเลย ชีวิตพี่มีแค่เมฆนะ”

มาสอาภาชะงักกับคำขอร้องนั่น ตามจริงก็รู้สึกสงสารม่านฝนนิดหน่อย รับรู้ได้ว่าถึงจะยังไง อีกฝ่ายก็รักเจ้าของร่างที่เป็นน้องสาวมากจริงๆ “หัวฉันฟาดพื้นมานะ เอ๋อๆ อ๊องๆ หลงๆ ลืมๆ ไปบ้างก็ไม่แปลกหรอก”

“อือ พี่เข้าใจ” คนเป็นพี่เอื้อมมือมาจับมือบางกุมไว้ และก็เหมือนโชคดีอีกครั้งที่มีเสียงรถแล่นเข้ามาจอดในบ้าน

มาสอาภาดึงมือออกจากการเกาะกุม “ไอ้…เอ่อ พี่รุจมาอีกแล้ว”

“ช่วงนี้คุณรุจไม่ค่อยสบายใจเลยนะเมฆ เราก็อย่าไปหาเรื่องเขาล่ะ”

คนชอบหาเรื่องเบะปาก มองบนแรงๆ ใส่แผ่นหลังบางที่ปรับสีหน้าเป็นร่าเริงลุกออกไปต้อนรับคนมาใหม่

“คุณรุจ เหนื่อยไหมคะ ทานอะไรมาหรือยัง ฝนทำอะไรให้ทานไหม” ทักทายพร้อมกุลีกุจอช่วยถือกระเป๋าและเสื้อสูท

“ไม่จ้ะ ผมทานมาแล้ว” เขาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะเลิกคิ้วมองมาที่เธอ ซึ่งนั่งหน้างออยู่ “อ้าว เมฆยังไม่นอนเหรอ”

คนยังไม่นอนถอนหายใจ “ก็ถ้านอน จะเห็นนั่งอยู่ตรงนี้ไหม”

ภาณุรุจสะอึกกับคำตอบยียวน “เอ่อ จริงสินะ พี่ก็ถามอะไรแปลกๆ”

“ยัยเมฆ เราคุยกันแล้วไง” ม่านฝนปรามน้องสาว “ทีกับแฟนเรา พี่ยังไม่เคยทำแบบนี้เลยนะ”

ภาณุรุจหรี่ตามองอย่างสงสัย “เมฆมีแฟนด้วยเหรอฝน”

“ค่ะ อยู่ข้างบ้านเรานี่เอง”

เห็นเขาพยักหน้าระหว่างรับน้ำเย็นจากมือคนรักมาดื่ม มาสอาภาก็อดแขวะไม่ได้ “อ้าว ก็แฟนฉันเขาดีไง ไม่เหมือนผู้ชายบางคน คบอีกคนแต่ไปหลอกแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน น่าสงสารผู้หญิงคนที่โดนหลอกนะคะ”

คนกำลังกินน้ำถึงกับสำลัก ม่านฝนหันมาเอ็ดน้องสาว “เมฆ ทำไมยังไม่เลิกแขวะอีก”

ภาณุรุจยกมือโบก “ไม่เป็นไรหรอกฝน ผมเข้าใจ แต่เราสองคนรู้กันดีว่าอะไรเป็นอะไรก็พอ อีกอย่างผมก็ทำใจทิ้งคุณไม่ได้จริงๆ”

อะไรเป็นอะไรล่ะที่แกสองคนว่ารู้กันดีนั่น!

“คุณไม่สงสารมาสบ้างเหรอ” จู่ๆ มาสอาภาก็อยากจะรู้ว่าผู้ชายคนที่หลอกลวงเธอมาสองปีนี่มีสามัญสำนึกบ้างไหม

“ยัยเมฆ! คุณรุจเขากลับมาเหนื่อยๆ”

“ไม่เป็นไรจริงๆ ฝน” ภาณุรุจพยักหน้าให้คนรัก “ผมคิดว่าเมฆควรจะรู้ว่า ทำไมผมถึงต้องแต่งงานกับมาสอาภา”

“ใช่ อยากรู้มาก ทำไมคุณต้องหลอกมาสด้วย เธอดีกับคุณทุกอย่าง ทั้งระ… ” มาสอาภาชะงักปากได้ทัน เพราะทบทวนความรู้สึกตัวเองตั้งแต่วันแรกที่รู้เรื่องเขากับม่านฝนตอนฟื้นแล้ว “เอ่อ…ไม่ได้รัก ไม่เคยรัก มาสแค่ชอบ และชื่นชมคุณจะตาย”

ภาณุรุจถอนหายใจ เข้าใจว่าอาจจะเหมือนคนเห็นแก่ตัว แต่เรื่องนี้ถ้าได้เคลียร์ออกไป ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและน้องเมียก็ไม่ต้องมีไอหมอกจางๆ ขวางไว้อีก และมาสอาภาก็อาจจะฟื้นไม่ทันวันแต่งงานด้วยซ้ำ

วินาทีแรกที่รู้ข่าวคู่หมั้นสาวประสบอุบัติเหตุ เขาทั้งโล่งใจและสบายใจ รู้อีกนั่นแหละว่าไม่ควรมีอารมณ์แบบนั้นเกิดขึ้น แต่มันห้ามไม่ได้จริงๆ

“ฟังพี่นะเมฆ…”

เออ…ฟังอยู่ไง รีบๆ พูดมา อย่าลีลา

ภาณุรุจสูดลมหายใจเข้าปอดจนลึกอีกครั้ง มองม่านฝนที่เม้มปากแน่น ก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา “พี่ชายบุญธรรมของมาสอาภา เป็นเพื่อนสนิทของพี่ เขาเป็นคนวางแผนทุกอย่าง!”



Don`t copy text!