MESSY BUDDY คุณบัดเดอร์ ใช่เธอหรือเปล่า? บทที่ 13 : หมูปิ้งปริศนา

MESSY BUDDY คุณบัดเดอร์ ใช่เธอหรือเปล่า? บทที่ 13 : หมูปิ้งปริศนา

โดย : แสนแก้ว

MESSY BUDDY คุณบัดเดอร์ ใช่เธอหรือเปล่า?  โดย แสนแก้ว หญิงสาวผู้มีความฝันอยากเป็นนักเขียน จึงตัดสินใจเข้าอบรมในโครงการ อ่านเอา ก้าวแรกรุ่นที่ ๑ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจกลับไปเขียนนวนิยายจนจบเป็นเรื่องแรกและได้รับรางวัลชมเชยจากการประกวดในครั้งนี้ และนี่คือ นิยายออนไลน์ ที่เราอยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

– 13 –

 

เช้านี้เป็นอีกวันที่เอกอักษรกินข้าวเช้าที่ห้องไม่ทันจึงต้องแวะซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งขึ้นไปกินบนออฟฟิศแทน แต่เมื่อวิ่งกอดกระเป๋ามาถึงหน้ารถเข็นอย่างเหนื่อยหอบ คุณป้าแม่ค้ากลับบอกว่า หมูปิ้งที่เหลือมีคนซื้อเหมาไปหมดแล้ว

“โห…จริงเหรอคะป้า แล้วที่กำลังปิ้งอยู่นี่ล่ะคะ” เธอชี้ไปยังหมูปิ้งหกเจ็ดไม้ที่กำลังนอนอ้าซ่าผึ่งควันไฟอยู่บนเตา

“นี่เขาก็จองหมดแล้วจ้ะ หมดจริงๆ จ้ะหนู”  คุณป้าปิ้งไปก็ยิ้มไป คงดีใจที่วันนี้ขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่ยังไม่สาย แต่เอกอักษรยิ้มไม่ออก เมื่อท้องเจ้ากรรมดันร้องประท้วงโครกคราก ราวคะยั้นคะยอให้เธอหาทางออกให้ไว

“ใครกันนะช่างใจร้าย ซื้อหมดไม่แบ่งคนอื่นกินบ้างเลย” เธอบ่นพึมพำ แล้วทันใดนั้นก็มีเสียงคุ้นหูดังขึ้นข้างหลัง

“ใกล้เสร็จยังครับป้า”

เอกอักษรหันขวับ ไม่ใช่ใครที่ไหน ตี๋ใหญ่เพื่อนซี้นั่นเอง

“ไอ้ตี๋ แกเองเหรอ! เหมาหมดไม่แบ่งใครเลยนะ ฉันไม่มีข้าวเช้ากินเลยเนี่ย”

ธีระผู้ซึ่งถือหมูปิ้งกับข้าวเหนียวอยู่ในมือ เคี้ยวหยุบหยับยักคิ้ว  “ช่วยไม่ได้ มาสายเองนี่หว่า”

“เดี๋ยวนะ แกก็กินอยู่ไม่ใช่เหรอ แล้วยังจะซื้ออีกทำไม” เธอมองไอ้เพื่อนชายสลับกับหมูปิ้งบนเตาไฟไปมา “ใจคอแกจะกินกี่ไม้กันเนี่ย”

“จะกินกี่ไม้ มันก็เรื่องของฉันน่า” เขาปาถุงข้าวเหนียวที่กินหมดแล้ว ลอยหวือลงถังขยะ

ในเมื่อไม่ยอมตอบดีๆ เธอจึงหันไปถามคุณป้าแม่ค้าแทน “นายคนนี้เขาซื้อไว้กี่ไม้เหรอจ๊ะป้า”

ปรากฏว่าตี๋ใหญ่เอื้อมมากระตุกแขนทันใด “เฮ้ย แกจะอยากรู้ไปทำไมวะ ฉันจะซื้อเท่าไรมันก็เรื่องของฉันเว้ย”

“ก็ถามดีๆ แล้วไม่ตอบ นี่ยังมาจับแขนฉันอีก ทำเป็นมีลับลมคมใน ต้องมีเรื่องอะไรไม่ดีแน่ๆ”

“โวะ…จะบ้าเหรอ หิวจนฟุ้งซ่าน ธาตุไฟแตกหรือไง”

เอกอักษรจิ๊ปาก ยกมือขู่จะตีเพื่อนชาย คุณป้าก็หัวเราะขำ “เอ้าๆ ไม่ต้องทะเลาะกัน พ่อหนุ่มเขาซื้อป้าสองชุด ชุดละสิบไม้น่ะจ้ะ กับข้าวเหนียวอีกชุดละห่อ แล้วตะกี้เขาก็ซื้อกินเองอีกห้าไม้ รวมเป็นยี่สิบห้าไม้”

“โห แกมันบ้าไปแล้วไอ้ตี๋ นี่มันข้าวเหนียวหมูปิ้งนะเว้ย ไม่ใช่บุฟเฟต์ปิ้งย่าง แหม…กินเยอะขนาดนี้แกคิดอะไรกับป้าเขาหรือเปล่าเนี่ย”

คุณป้าหัวเราะเสียงดังจนอกกระเพื่อมท่าทางถูกอกถูกใจ ตี๋ใหญ่เกาศีรษะแกรก ตอนแรกเห็นทำท่าเหมือนจะเถียงกลับไม่ลดละตามประสา ก็กลับหุบปากฉับ อ้ำอึ้งอึกอัก แล้วก็ขอตัวไปซื้อน้ำเฉย ข้ามถนนหายไปอย่างรวดเร็ว

เอกอักษรหันกลับจะเข้าตึก แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า…ถ้าตี๋ใหญ่จะซื้อกินเอง ก็ไม่เห็นมีความจำเป็นต้องแบ่งเป็นสองชุดนี่นา

เธอกลับมาอีกครั้ง ป้ากำลังจัดหมูที่เพิ่งปิ้งสุกใส่ถุงเตรียมไว้ให้ตี๋ใหญ่ วางเคียงกันสองถุงใหญ่จริงๆ เอกอักษรคิดแผนการได้บางอย่าง จึงส่งเสียงหวานๆ ไปว่า

“คุณป้าขา หมูหมดก็จริง แต่ข้าวเหนียวยังมีใช่ไหมคะ”

“ใช่จ้ะ ข้าวเหนียวยังมีอีกเยอะเลย แต่หนูจะกินกับอะไรล่ะ”

“เดี๋ยวหนูไปค้นกับข้าวในตู้เย็นเอาค่ะ งั้นขอซื้อข้าวเหนียวห่อนึงนะคะ”

แล้วฉับพลันทันทีที่คุณป้าเปิดกระติกควานหาถุงข้าวเหนียว เธอก็แอบหย่อนเศษตั๋วรถเมล์ลงไปในถุงหิ้วหมูปิ้งชุดละแผ่น หากพวกสายลับจะดักจับตำแหน่งเหยื่อด้วยชิปจีพีเอสแล้วละก็ นักสืบสมัครเล่นอย่างเอกอักษรก็จะใช้ตั๋วรถเมล์นี่แหละนำทางไป

ดังนั้นแล้ว พอตี๋ใหญ่ขึ้นมาข้างบนได้ครู่หนึ่ง เอกอักษรก็เริ่มปฏิบัติการสำรวจรอบๆ ทักทายคนโน้นที คนนี้ที หรือไม่ก็ทำทีเป็นส่งงานตามจุดรับส่งเอกสารต่างๆ โดยวางกระดาษลงตะกร้า แล้วหยิบขึ้นมาใหม่อยู่อย่างนั้น  สองตาสอดส่องไปทั่วหาถุงหมูปิ้งเป้าหมาย

มีผู้แทนขายบางคนวางถุงคล้ายๆ กันไว้บนโต๊ะ แต่พอเข้าไปดูใกล้ๆ พบว่าเป็นลูกชิ้นทอด โต๊ะพี่เติ้งก็มีถุงหมูปิ้งอยู่ แต่ไม่มีตั๋วรถเมล์ เธอร่อนไปร่อนมารอบออฟฟิศก็ไม่พบถุงหมูปิ้งต้องสงสัยสองถุงนั้นเลย จนต้องจำนนกลับมานั่งที่โต๊ะตัวเอง

‘หรือไอ้ตี๋มันจะซื้อกินเองหมดจริงๆ นะ…’

แล้วทันใดนั้นเอง กลิ่นหมูปิ้งหอมหวนก็ลอยมาเตะจมูกเข้าอย่างจังจนท้องไส้กรีดร้องต้อนรับโครกคราก ต้นกลิ่นไม่ได้มาจากใครอื่นไกล เป็นพี่เบียร์นั่นเอง

หญิงสาวชะโงกข้ามพาร์ทิชันไป เจอเศษตั๋วรถเมล์ในถุงหิ้วจริงๆ ด้วย!

“พี่เบียร์ๆ” แล้วปากก็ไวเท่าความคิด “ได้มาจากไหนน่ะ”

“หมูปิ้งนี่น่ะเหรอ”

“ใช่ค่ะๆ ใครซื้อให้พี่เหรอ”

หนุ่มรุ่นพี่เลิกคิ้ว คงสงสัยว่าทำไมเธอถึงรู้ว่ามีคนซื้อให้ ไม่คิดว่าซื้อเอง แต่เขาก็ตอบมาเรียบๆ ว่า

“บัดเดอร์ให้มาน่ะ”

เอกอักษรนิ่งสนิท เบิกตาโตอ้าปากค้าง พี่เบียร์คงนึกว่าเธอไม่เชื่อ ถึงได้ยื่นโพสต์อิทใบเล็กมาให้ดูเป็นหลักฐาน มีลายมือเขียนหวัดๆ สั้นๆ แค่ว่า

ให้เบียร์ จากบัดเดอร์

หญิงสาวถอยกลับมา หรี่ตาคิด… มันดูจะพลิกโผไปหน่อยที่คนน่าสงสัยที่สุดอย่างตี๋ใหญ่จะกลับกลายเป็นบัดเดอร์ของพี่เบียร์ไปเสียได้ นี่เธอพลาดอะไรไปหรือเปล่า

หรืออาจเป็นเพราะว่าเธอดันไปเห็นเขาที่รถเข็นเสียก่อนเมื่อเช้านี้ แถมยังรู้อีกว่าเขาซื้อหมูปิ้งแยกชุดไว้ หากว่าเขาส่งมาให้เธอเป็นของขวัญบัดดี้ ก็จะรู้ชัดเจนทันทีว่าบัดเดอร์เป็นเขา เลยต้องสวมรอยให้พี่เบียร์ไว้แทน กันแผนแตก

หญิงสาวลูบคางไปมา กระหยิ่มใจในความฉลาดเฉลียวของตนเอง ช่างสันนิษฐานอะไรได้ยอดเยี่ยมเช่นนี้ มิเสียแรงที่อ่านการ์ตูนโคนันมาตั้งแต่เด็ก แต่คิดอีกทีก็เสียดายในความรู้มากของตัวเอง ถ้าทำไม่รู้ไม่ชี้ป่านนี้ก็คงได้กินหมูปิ้งฟรีไปแล้ว ไม่ต้องมานั่งหิ้วท้องรอพักกลางวันอยู่อย่างนี้หรอก

“อ้าว เอ…ปวดท้องเหรอ เป็นอะไรน่ะ”

เก็จดาวมายืนอยู่หน้าโต๊ะตั้งแต่เมื่อไรไม่ทันรู้ตัว ที่ทักอย่างเป็นห่วงเป็นใยก็คงเพราะเห็นเธอกุมท้องอยู่นั่นเอง

“อ๋อ เราหิวข้าว” พูดแล้วเธอก็ยิ้มเขิน

“อ้าว แปลกจัง ปกติเอกินมาจากบ้านนี่นา” เพื่อนสาวถามปนหัวเราะ “ถ้างั้นเรายกให้เลยทั้งถุง กำลังจะแบ่งให้พอดี”

ไม่ทันขาดคำ หมูปิ้งถุงใหญ่ก็ถูกหิ้วลอยหวือลงมาวางปุอยู่ตรงหน้า เอกอักษรกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่  แต่แล้ว…ก็มีอันต้องเบิกตาโตอีกครั้งเมื่อพบว่ามันมีเศษตั๋วรถเมล์แอบอยู่ก้นถุง!

“ใครก็ไม่รู้มาวางบนโต๊ะน่ะ สงสัยจะบัดเดอร์ละมั้ง” เก็จดาวบอก

เอกอักษรหยิบถุงหมูปิ้งมาดูจนแน่ใจว่าเศษตั๋วรถเมล์นี่ใช่ของเธอจริงๆ แสดงว่านายตี๋ใหญ่ซื้อหมูปิ้งถุงหนึ่งสำหรับบัดดี้อย่างเธอ ซึ่งบังเอิญว่าเธอดันไปเห็นเสียก่อนจึงยกให้พี่เบียร์ไว้แทน และอีกถุงหนึ่งให้เก็จดาว หญิงสาวคิดเท่าไรก็คิดไม่ตกว่าเขามีเหตุผลอะไรจะต้องซื้อให้นักการตลาดสาว แถมยังให้แบบไม่ประสงค์จะออกนามอีกด้วย

ช่วงบ่ายอันเงียบสงัดเพราะต่างคนต่างจดจ่ออยู่กับงานของตัวเอง พี่เป้ย เปรมยุดา เลขาฯ สาวสวยก็ออกแจกของขวัญบัดดี้ตามปกติ เอกอักษรได้รับซองสีทองซึ่งข้างในเป็นตั๋วชมภาพยนตร์แบบวีไอพี รอบปฐมทัศน์ ของโคนัน เดอะมูฟวี่ ซึ่งกำลังจะเข้าโรงเร็วๆ นี้ เธอต้องรีบตะครุบปากไว้กลัวจะกรี๊ดออกมาลั่นออฟฟิศ คว้าโทรศัพท์มาทันที

 

A : คุณบัดเดอร์! ขอบคุณมากนะคะสำหรับตั๋วหนัง คุณรู้ด้วยเหรอว่าเอชอบโคนันมากๆ

Budder : รู้สิครับ บนโน้ตบุ๊กของคุณก็มีสติกเกอร์โคนันแปะอยู่ แล้วไหนจะพวงกุญแจห้องพักอีก

 

“จริงด้วยสินะ” หญิงสาวรำพึง นักสืบอย่างเธอทิ้งเบาะแสไว้ให้คนอื่นสืบเสียแล้ว

 

A : มีบัตรสองใบ งั้นเราไปดูด้วยกันนะคะ

Budder : คุณชวนผมเดตเหรอ

 

หญิงสาวยิ้มกรุ้มกริ่ม

 

A : ชวนได้ไหมล่ะคะ

Budder : ชวนได้ครับ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ 555 จะให้วิดีโอคอลกันในโรงหนังก็คงไม่ไหวนะครับ โดน รปภ.ยึดแท็บเล็ตกันพอดี

A : แต่เอว่า รปภ.ไม่ทันได้ยึดแท็บเล็ตหรอกค่ะ คงโดนคนที่นั่งข้างๆ ด่าก่อน 555

Budder : นั่นน่ะสิครับ 55 ลองชวนเพื่อนดูครับ แต่ถ้าเพื่อนที่ไปด้วยเป็นผู้ชาย ก็อย่าลืมบอกเขาก่อนนะว่าไม่ใช่เดต แค่ดูหนังเฉยๆ ได้ตั๋วฟรีมา

 

เอกอักษรอมยิ้ม รู้สึกร้อนผ่าวที่สองแก้ม

แต่พอหันไปดูปฏิทินบนโต๊ะทำงานกลับพบว่า วันที่ฉายรอบปฐมทัศน์นั้นเธอติดนัดกับคุณตาคุณยายที่บ้านสวนต่างจังหวัดพอดี จำต้องถอนใจด้วยความเสียดาย แล้วบอกคุณบัดเดอร์ไปตามตรงว่าคงต้องขอส่งต่อตั๋วหนังให้คนอื่นแทน

คนแรกที่เธอนึกถึงก็คือหนูเยลลี่ ด้วยความที่เป็นขาประจำ ดูการ์ตูนด้วยกันอยู่บ่อยๆ

“พี่เบียร์ๆ เอมีตั๋วหนังฟรีสองใบ สนใจหรือเปล่า” เธอยื่นตั๋วซึ่งเป็นการ์ดลายโคนัน สวยจนพวกแฟนคลับต้องอยากเก็บเป็นที่ระลึกไปให้ดู  “พาน้องเยลลี่ไปสิพี่ แกน่าจะชอบนะ”

“ช่วงนี้เยลลี่ใกล้สอบน่ะสิ ยิ่งไม่ค่อยยอมอ่านหนังสืออยู่ด้วย แต่ก็ขอบใจมากนะ เดี๋ยวพี่ถามแฟนดูก่อน”

“ค่ะพี่ ถ้าพี่ไม่ไป เอฝากส่งต่อเลยนะคะ เพราะเอก็ติดธุระไปไม่ได้เหมือนกัน”

“อื้อ ได้ๆ” เขารับคำพลางพลิกดูตั๋วหนังไปมา แล้วเก็บไปเงียบๆ

 

ตี๋ใหญ่ปิดโน้ตบุ๊กในตอนค่ำ เก็บกระเป๋าแล้วเดินมาที่โต๊ะเธอเช่นเคย

“กลับแล้วเหรอ ฉันยังไม่เสร็จเลย” เอกอักษรตอบทั้งที่มือยังเป็นระวิง คิดว่าเขาจะมาชวนกลับบ้าน แต่เข้าใจผิดไปเสียแล้ว เมื่อเพื่อนชายบอกเธอว่า

“วันเสาร์หน้าไปดูหนังกันไหม”

หญิงสาวหันขวับ ก็พบกับตั๋วชมภาพยนตร์สองใบยื่นมาตรงหน้า เธอตาโตอย่างตกตะลึง รีบคว้ามาดู

“เป็นไง สนใจละสิ เรื่องโปรดของแกเลยนี่”

เขากลับตีความอาการตกใจของเธอเป็นอย่างอื่น หารู้ไม่ว่า ที่ตกอกตกใจจนต้องรีบคว้ามานั้นเป็นเพราะมันคือตั๋วใบเดียวกันกับที่คุณบัดเดอร์ให้มา!

ให้พี่เบียร์ไปแล้วนี่นา แล้วมันวนกลับมาที่นายตี๋ได้ยังไงกัน

“แกไปได้มาจากไหนเนี่ย”

“ไม่บอก” เขาลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ “ฝีมือก็แล้วกันละ”

เอกอักษรพลิกตั๋วไปมา หรือว่า…นายตี๋จะได้ตั๋วมาจากที่อื่น ไม่เกี่ยวกับคุณบัดเดอร์

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เธอบอกคุณบัดเดอร์ไปแล้วว่าไม่ว่างไปดู ถ้านายตี๋เป็นคุณบัดเดอร์จริง จะบ้าจี้เอามาให้เธออีกรอบทำไม

“ฝีมือของแกน่ะเหรอ ขโมยมาชัวร์ป้าบ”

“โห…ทำไมมองฉันแง่ร้ายอย่างนั้นวะ หรือจะบอกว่าฉันเป็นจอมโจรคิดละสิ”

เขาเต๊ะท่าหล่อเมื่อพูดถึงตัวละครสุดเท่ในเรื่องยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ที่ปรากฏตัวเมื่อไร สาวๆ เป็นต้องกรี๊ดกันลั่นโรง เอกอักษรเบ้ปาก แล้วแกล้งไล่สายตาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแทนความหมายว่า สารรูปอย่างแกเนี่ยนะ จอมโจรคิด ตี๋ใหญ่หัวเราะลั่นจนเธอต้องหัวเราะตาม

“แล้วสรุปแกไปได้ตั๋วมาจากไหน”

“ไม่บอก แกไม่ไปด้วยกันแล้วจะรู้ไปทำไม”

เอกอักษรยักไหล่ จะไม่บอกก็ตามใจ ความจริงแล้วก็เดาคำตอบได้ว่า พี่เบียร์คงไม่ไปเพราะหนูเยลลี่ใกล้สอบ ก็เลยส่งต่อให้ตี๋ใหญ่ซึ่งเป็นคู่งานกัน ไม่เห็นจะยากเลย

“เออๆ บอกก็ได้” เขาคงเห็นเธอไม่แคร์เสียแล้ว เลยเลิกแกล้ง “บัดดี้ฉันเขาแต๊งค์กลับน่ะ ฝากพี่เป้ยมาให้เมื่อบ่ายนี้เอง”

เอกอักษรอึ้งสนิทกับคำตอบที่ได้รับ

ถ้าสิ่งที่เพื่อนหนุ่มบอกเป็นความจริงละก็ บัดดี้ของนายตี๋ใหญ่ก็จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากไอ้พี่เบียร์

หญิงสาวตบหน้าผากตัวเอง ความจริงเธอควรจะรู้ตั้งแต่เมื่อเช้าที่เห็นถุงหมูปิ้งของพี่เบียร์แล้ว แต่ตอนนั้นดันคิดซ้ำคิดซ้อนซ่อนเงื่อนเอาเองเสียนี่

“ฉันว่าแกไม่ต้องทำงานแล้วละ กลับบ้านกันเถอะ” พูดจบเขาก็ตบจอโน้ตบุ๊กของเธอลง หญิงสาวร้องเฮ้ยแทบไม่ทัน เขาไม่สนใจ จัดการรวบเก็บเอกสารบนโต๊ะให้ เธอจึงถอดใจยอมกลับบ้านกับเขาแต่โดยดี เพราะยังไงก็เสียสมาธิจนไม่อาจทำงานต่อได้แล้วจริงๆ

 

Don`t copy text!