จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก บทที่ 10 : ของขวัญวันวาน

จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก บทที่ 10 : ของขวัญวันวาน

โดย : คีตาญชลี แสงสังข์

จระเข้คอยเธออยู่บนทางช้างเผือก โดย คีตาญชลี แสงสังข์ ผลงานจากโครงการช่องวันอ่านเอา เมื่อเจ๋งต้องกลับบ้านที่ไม่อยากกลับเพื่อเจอกบเพื่อนตุ๊ดที่เป็นรักแรกและการกลับไปครั้งนี้เจ๋งยังพบจดหมายที่อังศุมาลิน เพื่อนอีกคนทิ้งเอาไว้ก่อนตายไปในซ่อง มันจะนำพาเจ๋งและกบไปสู่จุดหมายปลายทางที่สุขสมหรือทุกข์ทนนั้น…ไม่มีใครจะล่วงรู้

ฉันกลับเข้ามาสู่โหมดการทำงานอีกครั้ง หลังจากท่องโลกอดีตอยู่พักใหญ่ๆ กบแนะนำวัดหนองโว้ง ซึ่งตั้งอยู่บนถนนจรดวิธีถ่อง ให้เป็นสถานที่ถ่ายรายการอาถรรพ์ตำนานพื้นถิ่น 

เราเถียงกันนิดหน่อยเพราะฉันอยากได้สถานที่ที่มีตำนานอาถรรพ์จริงๆ ในขณะที่กบพยายามนำเสนอความเก่าแก่ สวยงามและตื่นเต้นเอามากๆ กับการที่มันมีอายุมากว่าสามร้อยปีแล้ว

“ปลายอยุธยาเชียวนะ” เขาว่า ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการอธิบายให้เขารู้ว่า รายการที่เขาได้รับเชิญไปนั้นเกี่ยวกับเรื่องผีๆ สางๆ และต่อให้สถานที่นั้นเป็นแค่บ้านร้างหลังหนึ่งที่ไม่ได้มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมใดๆ เลย มันก็ยังอยู่ในคอนเซ็ปรายการที่ต้องการนำเสนอ

เขาคิดอยู่พักหนึ่งแล้วว่า

“ก็หลวงพ่อสองพี่น้องไงล่ะ”

“หลวงพ่อสองพี่น้อง” ฉันทวนคำเขา พยายามนึก กบท่าทำเหม็นเบื่อแล้วพูดต่อ

“แกนี่มันซื่อบื้อไม่เคยเปลี่ยน แกไม่เคยได้ยินเรื่องเศียรท่านถูกขโมยไปหรือไง”

“เคยสิเคย” ฉันว่า รู้สึกว่าชักเข้าเคล้า

กบลดระดับคีย์เสียงลง สร้างบรรยากาศให้น่าพิศวงขึ้นไปอีก “ตอนหลังขโมยมันมาอีก แต่สองครั้งหลังทำไม่สำเร็จเอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง”

“แล้วเศียรท่านได้คืนมาใช่ไหม”

กบส่ายหัว ส่งเสียงปฏิเสธในลำคอ

“อ้าว… แล้วมันจะเป็นอาถรรพ์ได้ยังไงล่ะ” ฉันออกอาการผิดหวัง

“ก็อีกสองครั้งไง ที่ขโมยมันมาแต่เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง แล้วหูแกเน่าหรือไง ฉันบอกว่าวัดหนองโว้งน่ะเก่าแก่ ถ้าแกได้เห็นจิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถเก่า กับมณฑปไม้ โค-ตะ-ระวิจิตร แกจะตะลึงจนอยากจะนั่งแช่ในนั้นทั้งวัน”

ฉันอยากจะตื่นเต้นกับภาพจิตรกรรมฝาผนังเมื่อสามร้อยปีก่อน ที่กบว่าเป็นของแท้และยังไม่เคยบูรณะหรอกนะ แต่พี่ภพต้องเอาฉันตายแน่ๆ ที่หาตำนานอาถรรพ์มาได้แค่นั้น

กบเหมือนจะรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ ในที่สุดเขาก็ดีดนิ้ว ท่าเดียวกับพี่ภพตอนสปอร์ตไลท์ในหัวเรืองแสงเป๊ะ แล้วพูดชื่อหลวงพ่อพวงมาลัยออกมาอีกชื่อหนึ่ง

“หลวงพ่ออะไรนะ”

“หลวงพ่อพวงมาลัยวัดทุ่ง ถ้าหลวงพ่อสองพี่น้องทำให้แกรู้สึกเย็นใจเวลาเข้าไปในวิหาร หลวงพ่อพวงมาลัยจะทำให้แกขนลุก เสียดาย…เห็นเขาว่าเขารื้อวิหารเก่าของท่าน แล้วย้ายท่านเข้าวิหารหลังใหม่ไปซะแล้ว”

“วัดทุ่ง… ใกล้ๆ บ้านย่าเลยนี่” ฉันเริ่มระลึกได้ มันเป็นวัดเล็กๆ มีศาลาไม้โบราณหลังใหญ่เบ้อเริ่ม เฉพาะเสานั้น ผู้ใหญ่ทั้งคนก็โอบไม่มิด

“ก็นั่นแหละ แกลองกลับไปถามคนแก่ๆ แถวบ้านอายุสักเจ็ดแปดสิบ รับรองว่าทันเรื่องนี้กันทั้งนั้น”

“เล่าคร่าวๆ ได้ไหม”

“ฉันรู้แค่ว่ามีขโมยมาอุ้มท่านไป แต่ตอนหลังได้คืนมา และคนขโมยก็รับเคราะห์กรรมอะไรสักอย่าง ก็จำไม่ได้แล้ว วัดน่ะไม่ใหญ่โตอะไรหรอกแต่ชาวบ้านนับถือกันมากๆ”

“แกไปเป็นเพื่อนได้ไหม”

“วัดไหน”

“ทั้งสองวัดนั่นแหละ”

“ได้ แต่รอให้เลิกเรียนก่อนนะ”

“ได้…” ฉันว่า ก่อนจะนิ่งอย่างคิดคำนวณ

ถ้าวันนี้ฉันรอกบจนเลิกงานอย่างไรก็ไม่น่าไปดูได้ทันทั้งสองวัด แต่เหมือนกบจะรู้ใจ เขาบอกว่าฉันยังมีเวลาวันเสาร์ เขาจะอุทิศทุกวินาทีให้ฉันเลย

กบให้ฉันไปคอยในหอสมุด ระหว่างที่เดินเข้าโรงเรียนมานั้น เด็กหลายคนชี้ชวนมาทางเรา ฉันเห็นกบหันไปยิ้ม เด็กสาวบางคนวิ่งมาหา มองฉันอย่างสนใจ พวกเธอถามเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำไมอาจารย์กบถึงมีแต่เพื่อนสูงๆ

กบตอบอย่างอารมณ์ดีว่าเพราะเขาเป็นนักกีฬาบาสของโรงเรียนน่ะสิ เป็นมาทั้งชีวิต เพื่อนๆ ก็เลยมีแต่สูงๆ

ตอนนี้นี่เองที่ฉันรู้ว่า หลังจากฉันและอังศุมาลินจากไป กบก็ยังคงยึดฐานที่มั่นอยู่ในสนามบาส

ระหว่างรอกบ ฉันฆ่าเวลาด้วยการค้นข้อมูลของวัดหนองโว้งและวัดทุ่ง แต่ก็มีซ้ำไปซ้ำมา ข้อมูลของหลวงพ่อพวงมาลัยที่น่าสนใจที่สุด คือข้อมูลขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะตาเลี้ยง มีทั้งเรื่องประวัติอันเหลือเชื่อของท่าน ซึ่งเหมือนพระพุทธรูปองค์สำคัญอื่นๆ รวมทั้งเรื่องการขโมยที่เกิดขึ้น เพียงแต่มันไม่ได้ระบุปี พ.ศ. จนสามารถไปใช้อ้างอิงได้

ฉันอยากได้ข้อมูลที่ชัดเจนกว่านี้ ไม่อยากให้มันเป็นเพียงเรื่องเล่า แต่อยากให้มีความเป็นจริงอยู่ในนั้นด้วย

ฉันตัดสินใจโทรไปปรึกษาที่เตย เล่าเรื่องวัดทั้งสองให้ฟัง พี่เตยสนใจวัดหนองโว้งเอามากๆ เธอว่ามันเหมาะสำหรับรายการเที่ยวถูกไทยแลนด์ และซูเปอร์ ริช ในคราวเดียวกัน

“เหมาะกับ ซูเปอร์ ริช ยังไงพี่” เที่ยวถูกไทยแลนด์ฉันพอจะเข้าใจได้ แต่รายการของพี่เตยนั้นอยู่นอกเหนือจิตนาการ

“อ้าวก็มูลค่าพระเก่าแก่ขนาดนั้นคงจะประเมินค่าไม่ได้ยังไงล่ะเจ๋ง”

“แต่ท่านเป็นพระ ใครจะไปซื้อขายได้กันได้ล่ะ”

“เจ๋งฟังพี่นะ” น้ำเสียงนี้ไม่ต่างจากกบ ฉันรู้สึกว่าตัวเองโง่ขึ้นมาเป็นรอบที่สองของวัน “เราก็ไปหาพระเก่าแก่ที่เคยเป็นที่หมายปองของนักค้าของเก่าสิ เอาสักสามสี่วัด พี่จำได้ว่ามีหลวงพ่อศิลาที่ถูกโขมยไปขาย แล้วอเมริกาส่งคืนมาด้วยไม่ใช่เหรอ”

“ใช่พี่” ฉันยืนยันเพราะเคยไปทัศนศึกษาเข้าชมท่านที่วัดทุ่งเสลี่ยม จำได้ติดใจว่ากว่าจะได้คืน คนไทยต้องเสียเงินชดเชยไปให้ผู้ครอบครองชาวสหรัฐไปถึงสองแสนหนึ่งพันดอลล่าร์ ทั้งๆ ที่ท่านเป็นของเราและถูกขโมยไปแท้ๆ

ฉันเล่ารายละเอียดเรื่องนี้ให้พี่เตยฟัง พี่เตยทำเสียงบางอย่างที่ทำให้ฉันนึกถึงใบหน้ายิ้มกริ่มของเธอ

“เห็นไหม นี่มันของขวัญจากโลกอดีตชัดๆ สุโขทัยมีแต่ของดี ของเก่า แล้วทำไมถึงจะไม่เหมาะกับรายการพี่ล่ะ” พี่เตยสรุป ตอกย้ำให้ฉันรู้สึกโง่ขึ้นมาจริงๆ

“เดี๋ยวเจ๋งไปแวะวัดหนองโว้งแล้วไปถ่ายรูปส่งมาให้พี่นะ ถ้าหาข้อมูลได้ก็หามา พี่จะลองค้นในเน็ตดูด้วย”

“ค่ะ” ฉันตอบรับ เห็นภาพเลยว่า ทั้งบริษัทจะต้องยกขโยงมาที่บ้านของฉัน แล้วความวุ่นวายจะต้องตามมาแน่ๆ

อย่างน้อยๆ ก็จากพี่ภพและแม่เลี้ยงของฉันนี่แหละ

 



Don`t copy text!