หนึ่งในหล้า บทที่ 27 : ‘ดวง’ ของ ‘ใครบางคน’

หนึ่งในหล้า บทที่ 27 : ‘ดวง’ ของ ‘ใครบางคน’

โดย : กฤษณา อโศกสิน

หนึ่งในหล้า นวนิยายชุดโหราศาสตร์ของ กฤษณา อโศกสิน เล่าถึง ‘ยุคทอง’ ชายหนุ่มผู้มีดาวพฤหัสเป็นดาวสำคัญที่มีอิทธิพลโน้มนำชีวิตของเขาจนได้พบกับหญิงสาวนาม ‘ปรางสี’ จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์เกิดขึ้นเพราะความตั้งใจหรืออิทธิพลของดวงดาว และเขาจะเลือกเดินบนเส้นทางใด นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

วันนี้ อินทรีจึงต้องสั่งชะอมไว้ตั้งแต่เช้าเลยว่า ถ้ามีคนมากดกริ่ง ถ้ามิใช่คณะของชายแก่ที่มาเมื่อวาน หรือคุณนภากาศและคุณยุคทองแล้ว ให้บอกว่า ฉันมีธุระไม่สามารถจะรับแขกได้

นั่นก็เนื่องด้วย เขายังขาดดาวพฤหัสในดวงบุคคลอีก 4-5 ตำแหน่ง

คือ พฤหัสที่สถิตราศีพฤษภ เมถุน กรกฎ สิงห์ และตุลย์

ฉะนั้น จึงต้องเสียเวลาเปิดสมุดจดดวงที่เหลือตรงหน้า เลือกเฟ้นค้นหาดวงชะตาคนรู้จักที่เขาค่อนข้างสนิทชิดใกล้ ล่วงรู้ความเป็นไปในชีวิตของผู้นั้นค่อนข้างดี มาเป็นดวงตัวอย่าง ‘หนึ่งในหล้า’

นำทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของดาวพฤหัสมาเป็นหลักการ มีดวงดาวอีก 9 ดวง เป็นองค์ประกอบ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราศีธนู ธาตุไฟ และราศีมีน ธาตุน้ำ

เนื่องด้วยทั้ง 2 ธาตุนี้ มีคุณสมบัติต่างกันไกล แม้จะเป็นดาวพฤหัสเหมือนกัน หากเมื่อ ‘ธาตุ’ แตกต่างกัน การใช้ชีวิตย่อมไม่ไปทางเดียวกัน

ดวงชะตาของยุคทองจึงนับว่า ครอบครองดาวพฤหัสไว้ทั้งสองราศี

คือ ทั้งธาตุน้ำอันเป็นลัคนา ราศีมีน และ ธาตุไฟ ราศีธนู อันเป็นวันกำเนิดซึ่งทำให้อาทิตย์ 1 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งบุคลิก เข้ามาช่วยสรรค์สร้างเจ้าชะตาให้มีนิสัยโน้มเอียงไปในทางที่ดีที่ชอบ ประกอบด้วยการแสวงหาด้านวิธีการหรือวิชาการ หรือศาสตร์อื่นใดอย่างใจจดใจจ่อ

รวมทั้งบุคคลในราศีธนูยังเป็นผู้คงแก่เรียน ทั้งวิทยาศาสตร์ ปรัชญา ตรรกวิทยา จิตวิทยา จริยศาสตร์ และศาสนา

แคล่วคล่องว่องไว

จึงทำให้หัวจิตหัวใจมักกระวนกระวายไม่สู้สงบ

แต่ด้วยอุปนิสัยเปิดเผย มีน้ำใจ ซื่อสัตย์ สุจริตน่าคบหา รักอิสระ จึงช่วยให้มีมิตรสหายจำนวนมาก

หากดวงชะตาเช่นนี้ก็เป็นผู้ที่ ‘ไม่ชอบปลงตก’

อินทรีร่ายเรียงตัวอักษรลงไปบนกระดาษอย่างเพลินใจ ใช้สำนวนของตนเองประกอบกับตำราที่เขาเองยังจะต้องค้นให้พบว่า

มีเรื่องราวใดที่ไม่ตรงตามคัมภีร์ของโบราณาจารย์

ดังเช่นตำรากล่าวว่า

‘ราศีธนูเป็นราศีที่ 9 ธาตุไฟ มีคุณภาพเป็นราศีปลายธาตุ (2 ราศีแรก คือเมษและสิงห์) หมายถึงความไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงง่าย รู้จักปรับตัวให้เข้ากับกาลเทศะว่องไว หงุดหงิดง่าย ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม

มีความสามารถรอบตัว จะศึกษาหรือเล่าเรียนสิ่งใดก็เข้าใจได้ฉับพลัน

มีปณิธานแรงกล้า แต่ค่อนไปทางใจน้อย เจ้าแง่เจ้างอน

กินง่ายอยู่ง่าย ไม่พิถีพิถัน

คบหาแต่เพื่อนที่มีนิสัยรักสงบ ยุติธรรมจริงใจ

พวกปากอย่างใจอย่างไม่คบ

มีลางสังหรณ์ดี หยั่งรู้ แม้จะดูเฉื่อยๆ ไม่ยินดียินร้ายแต่ขยันขันแข็งอยู่เสมอ

ที่จริงกว่านั้นก็ได้แก่ ‘เขาคือนายพราน’

อินทรีเขียนไปคิดตามไปอย่างมีความสุข ดูราวกับหลุดจากโลกนี้ไปยังโลกที่มีแต่ท้องฟ้าอากาศ

ความปรารถนาที่จะบรรจงรจนาแผ่ซ่านเต็มดวงใจ

ขอบคุณเกษียณอายุที่ช่วยให้เขามีเวลา ได้ทำงานส่วนตนที่รักชอบ มีคนมากดกริ่งเหมือนกัน แต่ก็ไม่ใช่ทุกคณะที่เขาต้อนรับ หากก็มิใช่มนตรี

เพื่อนผู้มีปัญหามากดูราวจะอันตรธานไป

ที่จริง ‘ดาวพฤหัส’ ของวัยหกสิบสองผู้นั้น ก็สถิตอยู่ซ้ำที่กับยุคทอง

หากของจริงที่มีอยู่จริงก็บอกกล่าว

ดาวซ้ำที่กันก็ใช่จะทายเหมือนกัน

นั่นก็เนื่องด้วย ‘คุณภาพ’ ที่ต่างกัน

ต่างกันเพราะเหตุใด

ก็เพราะเหตุแห่งราศีที่ดาวพฤหัสและดาวอาทิตย์ของเจ้าชะตาสถิตอยู่ มิใช่ ‘ธาตุ’ ที่เกื้อกูลกันอย่างไรเล่า

ดังนั้น ธาตุจึงสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า

เมื่อบวกกับใช้ ‘ทักษา’ ที่มีคำว่า ‘กาลกิณี’ เข้ามาสมทบ ถึงอย่างไรก็พบว่า พฤหัสชั้นสูง กับพฤหัสชั้นล่าง มิใช่พฤหัสเดียวกัน

ต้องอาศัยความชำนาญของโหราจารย์เท่านั้น จึงจะจับจูงวิชานี้เข้าไปบรรจุในสมองของผู้ไม่เคยรู้ ได้อย่างตรงกับทุกความนัย

ครั้นพลิกสมุดไปมา มองดูผู้คุ้นเคยที่มีดาวพฤหัสซึ่งขาดไปอีก 5 ตำแหน่ง

พลันก็พบ ‘ดวง’ ของ ‘ใครบางคน’ ผู้เป็นเพื่อนของลูกสาวตนเอง

มี 5 อยู่เรือนพฤษภ อัญมณีเคยนำวันเดือนปี เวลาตกฟากมาให้เขาผูกดวงไว้นานแล้ว

อินทรีผูกเสร็จจึงบอกลูกว่า

‘เพื่อนหนูคนนี้ทำท่าไม่สู้ดีนะลูกนะ เขาต้องเป็นอะไรสักอย่างที่บกพร่อง…คือทั้งพฤหัสทั้งเสาร์เป็นอริ มรณะทั้งคู่…ดาวใหญ่เป้งเสียได้ไงถึงสองดวง…’

‘แต่เขาจบปริญญาขนาดเกรด 3.8 เลยนะคะ’ ลูกสาวบอกกล่าวเชิงต่อรอง หากก็มียิ้มประหลาดอยู่ในหน้า

‘จะจบอะไรพ่อไม่เคยถือเอามาเป็นเรื่องใหญ่…พ่อแค่ดูตามตัวเลขว่าตำแหน่งที่ดาวอยู่ให้คุณหรือให้โทษมากกว่า คนจบด็อกเตอร์ก็ยังแย่ได้ สาอะไรกะแค่นี้’

‘พ่อจะว่าดวงเขาเป็นยังไงล่ะคะ’

หลังจากอินทรีคำนวณอย่างถี่ถ้วนตามหลักวิชาแล้ว จึงบอกกล่าว

‘ดวงคนนี้ไม่มีสมรรถภาพพอที่จะทำงานอะไรได้อีกแล้วละลูก’

เพียงแต่จบคำ อัญมณีก็ถึงแก่ตบมือดังมาก

‘พ่อเก่งจัง ใช่ค่ะ เพราะเวลานี้เขาไม่สามารถทำงานอะไรได้เลย ถ้าขาดยาเมื่อไรก็จะอาละวาด ปาข้าวของในบ้าน…แต่แปลกมากที่ว่า พออ่านข่าวรับสมัครงานที่ไหน เขาก็จะสมัครไป สอบข้อเขียนก็มักจะผ่าน แต่พอมาถึงตอนสัมภาษณ์ เขาจะไม่สามารถตอบคำถามได้…สรุปก็คือพูดไม่รู้เรื่อง’

 

เมื่ออินทรีนำดวงดังกล่าวเข้ามาบรรจุรวมกับทุกดวงที่เขารวบรวมไว้ก่อนหน้า พลางก็ตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง ก็พบว่า

วันที่หญิงสาวผู้เรียนสำเร็จปริญญาในเกรดที่ถือว่าสูงเกิดนั้น คือ ‘วันสุริยุปราคาเต็มดวง’

โบราณถือนักถือหนาว่า ห้ามทำการมงคลในวันนี้ มิหนำซ้ำยังห้ามเพ่งดูสุริยุปราคาเสียอีกด้วย แต่ไม่ห้ามตีเกราะเคาะไม้เพื่อกระตุ้นให้พระอาทิตย์เคลื่อนคลายจากการกลืนดวงในแนวเดียวกับดวงจันทร์และโลก ทำให้บนพิภพมืดมิดในบัดดล

ตัวเขาเองก็ยังจำได้ว่า เชื่อตามคนโบราณสอนสั่ง จึงไม่เคยออกไปดูสิ่งใดบนท้องฟ้าไม่ว่าสุริยุปราคา หรือจันทรุปราคา

เมื่อหวนกลับมาดูดวงหญิงสาวผู้เป็นเพื่อนอัญมณี ก็เห็นลายมือตัวเองเขียนไว้ข้างๆดวงชะตาดวงนี้ว่า

‘จันทร์ดับ 11.40 น.

จันทร์ทับพุธ 14.04 น.

ทับมฤตยู 15.59 ทับราหู 16.45 น.

แม้จะเรียนดีเพียงไร ‘แต่เป็นโรคประสาท ทำงานไม่ได้ วันๆไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ออกไปที่นั่นที่นี่ได้ เพียงแต่พูดจาไม่รู้เรื่อง ถ้าขาดยาจะอาละวาด’

เป็นผู้หญิงราศีธนู เกิดวันเสาร์ 7 แต่เป็น ‘มรณะ’ สถิตอยู่ที่ราศีกรกฎเป็น ‘ประ’ เป็นตนุเศษอีกด้วย

‘ตนุเศษ’ นี่ก็มีความสำคัญอีกเช่นกัน

เขาเพิ่งนึกถึงตนุเศษขึ้นมาได้เดี๋ยวนี้เองว่า จะต้องบอกวิธีทำตนุเศษควบคู่ไว้กับการบอก ‘ภพ’ บอก ‘ราศีที่เป็นทั้งศุภเคราะห์และบาปเคราะห์’ รวมทั้งบอก ‘ธาตุ’

เมื่อดวงเด็กคนนี้อยู่ราศีธนู มี 5 เป็นอริอยู่ราศีพฤษภ ซึ่งเป็นราศีที่มีดาวศุกร์ 6 ครองเป็นเกษตร แต่เภทภัยที่เกิดแก่เจ้าชะตา ก็คือ 6 กลับมาเป็นทั้ง ‘ประ’ ทั้ง ‘วินาสน์’ ที่เรือนพิจิก

เพียงแค่นี้ก็ไม่มีสิ่งใดจะช่วยได้

คิดดู เรือนกดุมภะ คือราศีมังกร มีเสาร์เป็นเจ้าของเรือน ก็ยังแล่นไปเป็น ‘ประ’ เสียอีก นอกจากเป็นประ อยู่ในเรือนจันทร์ 2 ดาว 2 ก็ยังไปร่วมหัวจมท้ายอยู่กับกาลกิณี

ทรัพย์สินใดๆก็ไม่มีติดกาย แม้มีพ่อมีแม่อยู่ในเกณฑ์มั่งคั่งก็ช่วยอันใดมิได้

จบดวงนี้แล้วก็เลยยังเหลือพฤหัสอีก 4 ตำแหน่ง คือ พฤหัส (ประ) ที่ราศีเมถุน

พฤหัส ‘มหาอุจ’ ที่ราศีกรกฎ

พฤหัสไม่มีตำแหน่ง แต่มีดี คือพฤหัส ในเรือนอาทิตย์คู่มิตร…ราศีสิงห์ กับพฤหัสที่ราศีตุลย์

ดังนั้น อินทรีจึงพลิกสมุดเล่มใหญ่สืบไป

สลับกับกริ่งดังหลายครั้ง ชะอมออกไปแล้วกลับเข้ามารายงาน

“หนูเลยบอกใครๆไปตามนั้นแล้วค่ะ เขาว่า แล้วเขาจะโทร.มา”

แต่อินทรีปิดเครื่องรับชั่วคราว ไม่เช่นนั้น จะไม่สามารถทำงานสำเร็จตามที่มุ่งหมายไว้

เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า คนเขียนหนังสือน่าจะต้องการเวลาเป็นส่วนตนมากพอ ถ้าเป็นหมอดูด้วยเขียนหนังสือด้วย ก็จะเกิดเหตุการณ์วุ่นวายทุกวันดังที่กำลังผจญ

ครั้นแล้ว เขาก็พลิกหน้ากระดาษสืบไป ไล่สายตาดูดวงที่โดดเด่น แลเห็นชัดว่าตรงกับความต้องการ

จนกระทั่งได้พบดวงชะตานักเขียนผู้มีชื่อเสียงอมตะท่านหนึ่งซึ่งโด่งดังข้ามยุคสมัยมาจนถึงบัดนี้

เป็นนักเขียนชายที่สุดจะยิ่งใหญ่แห่งครั้งกระโน้น

ผู้มีพฤหัส 5 และจันทร์ 2 กุมลัคนาในราศีเมถุน

เกิดเมื่อวันพุธ ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 7

อังคาร 3 จึงเป็นกาลกิณีประจำดวง

ครั้นแล้วอังคารตัวนี้เองที่มาเล็งลัคนาคู่กับมฤตยู 0

ส่งผลให้คู่ครองคนแล้วคนเล่าแยกทางไป

เหมือนคุณเปล่งไม่มีผิด

จึงเห็นได้ชัดเจนว่า 30 เล็งลัคนา ผู้ใดแม้มิใช่กาลกิณี ก็มีผลให้ชีวิตคู่แตกสลาย

แล้วนักเขียนท่านนี้ก็สุดแสนจะเป็น ‘นักรัก’ มีเสน่ห์ เห็นได้จาก 52 กุมลัคน์

พฤหัสจันทร์ ปั้นตัวหาผัวเมีย มิให้ต้องเสียขันหมากหมั้น

อีกประการหนึ่งนั้น

หาก ‘พฤหัสกุมลัคน์ในราศี ปัญญาดีปรีชา กล้าโวหาร อายุยืน ผมบาง ช่างชำนาญ รอบรู้การไสยเวทวิเศษครัน เป็นหมอดีอุดมด้วยปัญญาอุตสาหะ กอร์ปด้วยตบะเดชะมานะมั่น จะสมบูรณ์พูลทรัพย์นับอนันต์ อีกลาภนั้นก็มิได้ขาดเอย’

อินทรีเห็นว่ากลอนบทนี้ช่างถูกต้องแม่นยำสมกับดวงชะตาของบุรุษผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง ก็เลยคิดจะใช้อย่างจริงจังในการเขียน เพียงแต่ไม่สามารถสอบค้นไปถึงต้นตอได้ว่า ผู้ใดเป็นผู้รจนา

เพราะว่า ช่างตรงกับความเป็นอยู่ในชีวิตจริงของท่านนักเขียนผู้นี้เป็นที่สุด

หากก็น่าเสียดายอย่างแท้จริงที่ท่านมีชีวิตอยู่ได้เพียง 48 ปี 10 เดือน 25 วัน ก็ได้เวลาอำลาไปเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2499

วันที่ดาวพุธอันเป็นเจ้าเรือนลัคนา ราศีเมถุนของท่าน สถิต ณ เรือนอังคาร 3 ราศีเมษ

เรือนกาลกิณีเดิมของสุภาพบุรุษนักประพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่



Don`t copy text!