อลวนคนธรรพ์ บทที่ 4 : เสียงพิณพิฆาต

อลวนคนธรรพ์ บทที่ 4 : เสียงพิณพิฆาต

โดย : ตรี อภิรุม

Loading

อลวนคนธรรพ์  จินตนิยายสุดสนุกเรื่องล่าสุดของ ตรี อภิรุม นวนิยายที่จะทำให้คุณตระหนักถึงบาปบุญคุณโทษ และสนุกสนานไปกับจินตนาการอันสุดแสนตระการตา ได้จบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่คุณตาตรีใจดี มอบไว้คุณผู้อ่านได้อ่านกัน 5 บท ซึ่งหากใครติดใจและอยากซื้อเก็บเป็นเล่ม สั่งซื้อกันง่ายๆ เพียงแจ้งชื่อหนังสือที่ต้องการทางกล่องข้อความของแฟนเพจ > m.me/read.groove.publishing  และหากต้องการซื้อเป็น e-book ก็ คลิก ที่นี่ ได้เลย

*************************

– 4 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ชายสองหญิงหนึ่ง บาดแผลฉกรรจ์โชกเลือดอวัยวะบางส่วนขาด บางส่วนแหลกยับเยินร่องแร่ง สามเสียงแข่งกันร้องโหยหวนปริเวทนาการแสนสาหัส

ยิ่งกว่านั้นบุรุษฉกรรจ์จ่าฝูง ถือแขนซ้ายที่ขาดปลายนิ้วสั่นกระดิกๆ

ไม่ต้องสงสัยแก๊งผีตายโหงเมื่อครั้งเป็นมนุษย์ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตกลางถนนหลวง

วิญญาณเกิดอุปาทานเกาะติดที่ ทำนองหาตัวตายตัวแทนอะไรเทือกนั้นแหละ

“โอย…เจ็บปวดเหลือเกิน ข้าอยากได้ร่างกายคืน”

ปิศาจจ่าฝูงโอดครวญเลือดหยดแหมะๆ กลิ่นคาวตลบน่าสะอิดสะเอียน

มณทินีหวาดกลัวแทบจะช็อก พยายามปลอบใจตนเองว่า มันแค่สิ่งสมมุติท้าทายความเข้มแข็งของประสาท

ภูตทั้งสามกำลังเสวยวิบากกรรม หล่อนควรสงเคราะห์ผ่อนหนักให้เป็นเบาหรืออย่างน้อยที่สุดก็ช่วยฉุดให้พ้นจากการเกาะติดถนน ไม่อาจร่อนเร่พเนจรเยี่ยงสัมภเวสีอื่นๆ

“ปลงเสียเถิด เจ้าพ้นจากสภาพมนุษย์แล้วอย่าอาฆาตแค้นผู้อื่น เลิกคิดหาตัวตายตัวแทน ฉันจะทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้พวกเจ้า”

“ทุด นังรูปสวย ดีแต่ใช้โวหารสั่งสอนพวกข้า เอ็งวิเศษมาจากไหนเชียว”

บุรุษกะรุ่งกะริ่งโซมเลือด โยนแขนขาดที่มันถือ

ช่างน่าแปลก ชิ้นส่วนนั้นไม่ยักตกดินกลับลอยกลางอากาศ นิ้วทั้งห้าขยุกขยิกงอๆยืดๆ ร่อนฉวัดเฉวียน

หากเดาไม่ผิดมืออุบาทว์นั้น จ้องจะขยุ้มบีบคอหล่อน

ใช่แต่เท่านั้น ผีตายโหงทั้งสามยังเดินทื่อเข้าใส่แบบดับเครื่องชน

“อย่า!”

มณทินีกระหืดกระหอบถอยหลังกรูด จวนเจียนจะควบคุมสติสัมปชัญญะไม่อยู่

บัดดล เสียงพิณไพเราะเสนาะโสตสอดแทรก

สาวผู้ประจัญบานฝูงผีอาฆาตเหลียวขวับ

คนธรรพ์ยืนถือพิณที่มุมทางโค้ง พักเสียงดนตรีทิพย์ร้องเตือนสติหล่อน

“โปรดอย่ากลัว สายตามนุษย์เรามีพลังความร้อนโดยเฉพาะคุณนุ้ยอานุภาพสูงกว่าปุถุชนทั่วไป เพียงแต่ว่าคุณต้องนิ่งๆ ฝูงกเฬวรากก็จะพ่ายแพ้หนีกระเจิง”

ทำตามคำแนะนำปักหลักสู้ รวบรวมความเข้มแข็ง เพ่งสายตาเขม็ง

อัศจรรย์ซ้ำซ้อน

ทั้งมือชุ่มเลือดและอมนุษย์ชะงักกึก สั่นระรัวถอยหลังตะเบ็งเสียงโหยหวน

“โอย…ร้อน…ร้อน กรี๊ด!”

ซากอสุภแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย อันตรธานแวบ

เหลือแต่ความเงียบสงบ เปลี่ยววังเวงปราศจากสิงสาราสัตว์ทั้งปวงเสมือนคนละโลก

ละความสนใจปิศาจทางหลวงชั่วคราวหมายมั่นปั้นมือว่าจะได้พบหนุ่มลึกลับ แต่หล่อนผิดหวังอย่างแรง

ตำแหน่งดังกล่าวไม่มีนายแมวขโมยผู้ถือพิณลายวิจิตรศิลป์

ประหนึ่งว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อตะกี้เป็นเพียงจิตหลอนหาใช่ความจริงไม่

“คุณแมวขโมย!”

สาวสวยร้องเรียกกวาดสายตาสำรวจรอบๆ คล้ายพูดกับความเวิ้งว้างของอาณาบริเวณ ไร้ปฏิกิริยาตอบรับ

“ตลกปัญญาอ่อน”

มณทินีกลับไปแหล่งเดิมรอบสอง

สามอณูเรืองแสงเขียว เกาะนิ่งที่พื้นถนนไม่กล้าสำแดงอิทธิฤทธิ์ข่มขวัญ

“ฉันขอยืนยันอีกครั้ง จะทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลปลดปล่อยพวกเจ้า”

คืนนี้เพียงพอแก่เวลาแล้ว วันหลังจะเจาะลึกโลกของโอปปาติกะ ติดตามจนกระทั่งพบนายแมวขโมยระลึกถึงร่างที่นั่งสมาธิในศาลาประยุกต์

ทันทีทันใด หล่อนก็ไหวตัวลืมตาขึ้นกะพริบ

เสียงพิณเสนาะดุจจะกล่อมสู่นิทรารมณ์พร้อมด้วยเสียงขับขานกังวานทุ้ม

“สาวเอยจะบอกให้ ความในใจฉันรักเธอ”

นี่เป็นการได้ยินครั้งที่สอง ความหมายเกี้ยวพาราสีแสดงว่าคนธรรพ์อยู่นอกศาลานี่เอง

ทายาทสกุลไฮโซรีบลุกพรวดออกจากประตูสองชั้น

สวนดอกไม้ร่มเย็น อากาศบริสุทธิ์ลมพัดโชยได้กลิ่นดอกแก้วผสมราชาวดีเงียบเชียบวังเวง ใบไม้แห้งปลิดขั้วหมุนเคว้งคว้างร่วงสู่ดิน

ปราศจากนายแมวขโมยทุกตารางฟุตของสวน

“ถึงยังไง ฉันก็ไม่เชื่อว่าอุปาทาน”

มณทินีปรารภกับตนเอง

“เขาท้าทายให้เราค้นหาติดตามเล่นเกมตามที่เขากำหนด”

O         O         O         O

โทรศัพท์บ้านกังวานปี๊บ สาวไฮโซโฉมงามยกกระบอกหูฟังขึ้นแนบข้างแก้ม

“ฮัลโหล”

“สวัสดี ผมเอง คุณนุ้ยจำเสียงได้ไหมเอ่ย?”

“อ๋อ…คุณเริง”

หล่อนไม่ถึงกับเบื่อ แต่ไม่ชอบการก้อร่อก้อติกคอยจีบแทะเล็มของเริงธวัช

“ตอนกลางวันผมขับรถผ่านฟู้ดเวิร์ล ไม่เจอคุณนุ้ยขายก๋วยเตี๋ยวหลอด เจ้าอื่นขายแทน”

“นุ้ยเซ้งแผงให้เจ้าใหม่แล้วค่ะ” มณทินีเล่าข้อมูล

“ต่อไปตั้งใจว่าจะขายขนมหวาน จำพวกถั่วเขียวต้ม เต้าส่วน ราคาถูก”

“เมื่อไหร่คุณนุ้ยจะว่าง?”

“เวลานอนกระมังคะ”

เริงธวัชนิ่งตรึกตรองชั่วประเดี๋ยว

“สงกรานต์ปีนี้ทางการจัดงานเฉลิมฉลองใหญ่โตที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะถนนข้าวสาร ราชดำเนิน สนามหลวง เรียกร้องความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศสนไหมครับ ผมจะรับคุณนุ้ยไปเที่ยว”

มณทินีเผลอเขย่าไหล่กับความว่างเปล่า

“อากาศร้อนจัดนุ้ยไม่ชอบเบียดคน ดีไม่ดีโดนน้ำเย็นจากน้ำแข็งละลายสาดกลับมาจับไข้ซม โทรทัศน์ถ่ายทอดข่าวงานสงกรานต์ก็เพียงพอแล้ว”

“งั้นไปเที่ยวต่างจังหวัด เปลี่ยนบรรยากาศ”

“เมื่อไหร่ก็ได้ค่ะ เราไม่จำเป็นต้องไปเบียดเสียดกับพวกเขา วันครอบครัวนุ้ยก็จะไปรดน้ำคุณยายหญิงที่เคยกระทำทุกปี”

“ไปเมื่อไหร่อย่าลืมบอก ผมจะไปรดน้ำอวยพรท่านบ้าง”

สาวสวยตอบตกลงและวางหู

ระลึกถึงคุณยายม.ร.ว.แสงโสม แม้ว่าจะอายุถึงแปดสิบสองปีแต่ดูไม่แก่เท่าใดนัก ท่านหัวทันสมัยหมุนตามโลกไม่ยอมเป็นผู้ชราที่ตกรุ่น สังคมภายนอกเรียกท่านว่าคุณหญิงตามฐานันดรศักดิ์เดิม

เมื่อปรึกษาหารือคุณหญิงยุพาพร มารดาแสดงความคิดเห็นว่า

“แม่ก็คิดอยู่แล้ว พวกลูกหลานกระทำเป็นกิจวัตรไม่เคยว่างเว้น แต่เราต้องโทร.นัดท่านล่วงหน้าก่อนจ้ะ ไม่ใช่จู่ๆ ยกขบวนไปกะทันหัน”

“นัดคุณยายหญิงเวลาไหนคะ?”

“สายก่อนเที่ยงกำลังเหมาะ ตามประเพณีเขาไม่กระทำตอนบ่ายเย็น เพราะนั่นหมายถึงรดน้ำศพ” คุณหญิงยุพาพรเว้นระยะหน่อย

“หลังจากเสร็จพิธีคุณยายหญิง เลยไปอีกไม่กี่วันก็จะถึงงานสมรสยายอิง”

ไม่เพียงแต่ปรึกษาแผนงานกับทายาท ท่านถือโอกาสโทร.ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบม.ร.ว.แสงโสม

มารดาพักอยู่กับน้องชายบ้านตึกใหญ่โตสกุลขุนนางเก่าเทียบขั้นเศรษฐีตามปรกติ ท่านชอบทัวร์ต่างประเทศเสมอ เมื่อถึงยุคไอเอ็มเอฟ. ทางราชการรณรงค์ให้ใช้ของไทยเที่ยวเมืองไทย ม.ร.ว.แสงโสมจึงทัศนาจรเมืองไทยแทน

ทุกหนทุกแห่งจำเพาะเจาะจงวัดวาอาราม ดูเหมือนว่าท่านจะท่องเที่ยวจนปรุหมด

“แม่ปวดเมื่อย ตอนนอนเส้นกระตุกบ่อยๆ หลับไม่สนิท”

“คุณแม่ไม่ลองไปหาหมอนี่คะ”

“โฮ้ย ไม่ต้องถึงขั้นนั้นหรอกจ้ะ” เสียงแหบเครือตามวัยอาวุโส

“หมอนวดขาประจำของแม่เสียชีวิต แม่ว่างเว้นไม่ได้นวดร่วมสองสัปดาห์แล้ว อาการไม่ชอบมาพากลต่างๆ ก็เลยโผล่”

“หาหมอนวดรายใหม่แทนเจ้าเก่าสิคะ”

“โธ่…แทบว่าจะพลิกแผ่นดินทีเดียว รวมทั้งขอคำแนะนำจากคนบางคนเบ็ดเสร็จ อ้อ..ได้แก้ขัดรายนึงฝีมือไม่เอาไหนเลย นวดได้แค่สิบนาทีแม่ต้องบอกให้เขาหยุด เท้าแพลงเดินเขยก นี่เพิ่งจะหาหยกๆ”

“ยุจะหาให้แม่ค่ะ”

สุภาพสตรีผู้สูงศักดิ์วางสาย ถ่ายทอดความวิตกกังวลสู่ลูกสาวคนโต แนะนำว่าควรขอความช่วยเหลือจากเริงธวัช เขาเป็นคนกว้างขวางสังคม อาจจะรู้สํานักหัตถศาสตร์ตำรับวัดโพธิ์

ดูเถิดทั้งที่พยายามอยู่ห่าง แต่กลับมีเหตุพัวพันใกล้ชิดหลีกเลี่ยงไม่ได้เสียด้วย

มณทินีโทร.ถึงเพื่อนชายที่หมายปองตน เริงธวัชหัวเราะเสียงห้าวทุ้มร่าเริง

“อพิโธ่…เรื่องขี้ผงแม้ผมจะไม่ใช่คนชอบปวดเมื่อย แต่มั่นใจว่าจะหานักหัตถศาสตร์ได้ไม่ยาก ขอบคุณที่คุณนุ้ยใช้บริการผม เผื่อยังไงผมจะโทร.แจ้งให้ทราบครับ”

เสร็จภารกิจครอบครัวเปลาะหนึ่ง หล่อนนึกถึงธุระส่วนตัวของตน เช้านี้ตักบาตรพระภิกษุหลายรูปเช่นเดียวกับสอง-สามวันก่อน

สาวทรงงามกรวดน้ำ อุทิศให้ภูตทั้งสามที่เกาะติดถนน แล้วเทน้ำที่กรวดลงโคนต้นไม้ในสวน จิตใจอิ่มเอิบด้วยกระแสบุญ

ในที่สุดก็ถึงวันรดน้ำดำหัวม.ร.ว.แสงโสม นับว่าเป็นวันชุมนุมญาติโดยแท้ทั้งรุ่นใหญ่ รุ่นเล็ก รุ่นเยาว์ บางรายธุรกิจรัดตัวไม่ได้พบกันตั้งปี

ต่างคนต่างทักทายปราศรัยสนิทสนม คำพูดที่จะสะเทือนความรู้สึกของมณทินีก็คือ

“ระวังนะจ๊ะยายนุ้ย อายุตั้งสามสิบห้าแล้วขืนปล่อยปละละเลย เธอจะกลายเป็นสาวทึนทึก”

คุณหญิงยุพาพรซ่อนยิ้มพอใจที่ญาติกระแนะกระแหนธิดาคนโต

นุ้ยไม่ไขว่คว้าหรอกค่ะ เมื่อถึงเวลาเขาก็จะมาเอง โอกาสย่อมจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีรถด่วนขบวนสุดท้ายสำหรับผู้ปรารถนาจะสละโสด”

ม.ร.ว.แสงโสมแต่งชุดมัลติคัลเลอร์โทนสีแดงคล้ำแลดูสง่างามสมวัยทอง

ท่านนั่งบนโซฟายื่นสองมือเหนือขันเงินใบโตที่ตั้งโต๊ะน้ำที่รดนั้นสะอาด ผสมน้ำอบไทยโรยกลีบกระดังงากุหลาบ

ญาติมิตรลูกหลานเหลนต่างทยอยใช้จอกตักน้ำปรุง รดที่สองมือเหี่ยวอวยพรคุณหญิงแสงโสมอายุมั่นขวัญยืน ท่านก็จะประสาทพรตอบสนองอะไรเทือกนั้น เริงธวัชมาถึงร่วมเที่ยงนั่งเขยิบต่อคิวเข้าแถว

เมื่อเสร็จกิจตามประเพณี มณทินีที่ดักสกัดทวงถาม

“เรื่องหมอนวดคุณยายหญิงเหลว ใช่ไหมคะเริง?”

“ไม่เหลวครับ ที่สถาบันหัตถศาสตร์เจ้าหน้าที่รับรองว่าจะส่งหมอนวดเบอร์หนึ่งมาวันนี้แหละ อย่างช้าที่สุดบ่ายสามโมง ผมมั่นใจว่าหมอนวดรายก่อนๆ ของคุณหญิงยายฝีมือแพ้รายใหม่ล่าสุด”

“คุณเริง เห็นตัวหรือยังคะ?”

“ยังครับ ทางสถาบันหัตถศาสตร์รับรองคุณภาพ เขาย่อมจะไม่ทำให้ชื่อเสียงตกตัว ง.”

เที่ยงเศษพิธีรดน้ำดำหัวก็สิ้นสุด ม.ร.ว.แสงโสมเคลื่อนย้ายจากที่เดิมเก็บของขวัญจำพวกสิ่งถักทอที่ลูกหลานมอบ

เลี้ยงอาหารบุฟเฟ่ต์ต่างฝ่ายต่างตักแยกย้ายกันกินกลุ่มใครกลุ่มมัน สังสรรค์หรรษาพวกผู้ใหญ่มักจะคุยกันเรื่องอดีตหวานแหววสดชื่น

ธนัชชัยจับคู่กับเพื่อนหญิงคนสวย มณทินีร่วมโต๊ะกับศรีประภัทรน้องสาว มีเริงธวัช แจมคอยเอาอกเอาใจหล่อน ในสายตาผู้ที่มองผิวเผิน เริงธวัช-มณทินีน่าจะเป็นคู่แต่งงานในอนาคต

บ่ายสองครึ่ง สาวใช้ยอบตัวรายงานม.ร.ว.แสงโสม

“หมอนวดมาแล้วค่ะ คุณหญิง”

สุภาพสตรีรุ่นพิพิธภัณฑ์ขยับตัว

“เดี๋ยวฉันจะขึ้นห้องนอนเปลี่ยนชุดนุ่งกางเกงสี่ส่วน แม่หมอแกจะได้ดัดแข้งดัดขาสะดวก”

“อย่าเพิ่งค่ะ คุณแม่”

คุณหญิงยุพาพรที่นั่งคู่กับคุณธณพ ทักท้วงขึ้น

“ทำไมจ๊ะ?”

“โน่นค่ะ”

ม.ร.ว.แสงโสมมองตามลูกสาวที่บุ้ยปาก

หนุ่มใหญ่หุ่นสูงโย่งรูปหล่อนัยน์ตาวาวคมกริบ เหมาะที่จะเป็นพระเอกของโลกบันเทิงมากกว่าดำเนินอาชีพทางหัตถศาสตร์

“ใช่แล้ว…คนธรรพ์”

“คิดว่าผู้หญิง ท่าจะผิดฝาผิดตัวกระมัง ยุช่วยตรวจสอบแทนแม่ที่เถอะจ้ะ”

ทายาทวัยทองลุกไปที่เฉลียงหินขัด ท่ามกลางการจับสายตาของมณทินี ทั้งสองประจันหน้ากันทั้งที่คนธรรพ์ยืนระดับต่ำกว่า เขาก็ยังสูงกว่าคุณหญิงยุพาพรเล็กน้อย

“คุณนี่หรือคะ ทางสถาบันหัตถศาสตร์ส่งมาให้เรา”

“ครับผม”

“ไหน…ขอดูหลักฐาน”

ชายหนุ่มล้วงมันออกจากกระเป๋าเสื้อ แจกแจงแต่ละอย่าง

“แผ่นใหญ่สำเนาประกาศนียบัตรศูนย์หัตถศาสตร์ตำรับวัดโพธิ์ แผนที่สองบัตรของสถาบันที่ผมสังกัด อันดับสามบัตรประชาชน”

“ขอเวลาสักครู่ค่ะ”

ท่านหายเข้าตึกโทร.สอบถามตามหมายเลขโทรศัพท์ ปรากฏว่าจริงทุกรายการ

“ใช่ค่ะ คุณแม่”

“ตกกระไดพลอยโจน จะได้ไม่เสียเที่ยว”

ม.ร.ว.แสงโสมถอนใจเฮือก

“แต่แม่จะนอนแท่นที่โถงทางเดิน นอกห้องนอนชั้นบน พวกลูกหลานต้องอยู่เป็นเพื่อนด้วย”

คุณหญิงยุพาพรกลับไปพบคนธรรพ์ กิริยาอาการคลางแคลง ค่อนข้างจะรังเกียจ

“เอาล่ะ คุณแม่ดิฉันยินยอม สักครู่สาวใช้จะมาตามคุณขึ้นไปนวดทดสอบ สมมุติว่าคุณแม่เดินเขยกเท้าแพลง อาชีพของคุณก็คงจะสิ้นสุดลงเพียงนี้”

ฝ่ายตรงข้ามยิ้มเจื่อนสำรวมไม่โต้แย้ง

มณทินีพยายามจับสายตาบุรุษลึกลับ หาทางประกบเคียงตั้งกระทู้ถามส่วนตัว แต่ไม่สบโอกาสเหมาะ

เก่งเหลือเกิน สามารถแทรกเข้าไปในความฝันของหล่อน พบกันในสมาธิขณะเกิดอุคหนิมิต ดีดพิณขับขานเสียงเสนาะทุกมิติ

วันก่อนเป็นเมสเซนเจอร์ขับมอเตอร์ไซค์ส่งเอกสาร วันนี้กลายเป็นหมอนวดฝีมือเยี่ยม แทรกตัวเกี่ยวข้องกับหล่อนทุกหนทุกแห่ง

เวลาผ่านไปสิบนาที คนธรรพ์ก็เดินตามสาวใช้ขึ้นบันไดตึก พวกลูกหลานสกุลไฮโซตามหลังคุมเชิง

“คุณนุ้ยครับ ใครก็ไม่รู้เอาพิณโบราณวางริมสนามใกล้กำแพงรั้ว”

เริงธวัชรายงานสาวทรงงาม ผู้ฟังตื่นเต้นระทึก

“ไหนลองพานุ้ยไปดูสิคะ”

สองหนุ่มสาวผ่านไปตามทางซีเมนต์บล็อกรูปตัวหนอนแฝงเงาร่มพฤกษ์

ผ่านเพียงครึ่งทาง เริงธวัชก็ชะงักกึก พลอยทำให้มณทินีชะงักงัน

“พิณหายไปแล้วครับ ประหลาดพวกคนใช้หยิบผมก็ต้องแลเห็น โน่นไง…มอเตอร์ไซค์จอดแทนตำแหน่ง”

หล่อนตื่นเต้น นำชายหนุ่มตรงไปขี่จักรยานยนต์หนึ่งร้อยห้าสิบซี.ซี.แฮนเดิลบาร์แขวนหมวกกันน็อกลูบๆ คลำๆ พลางรำพึง

“พาหนะของหมอนวด”

“ทราบได้ยังไง?”

“พวกเราไม่มีใครใช้มันค่ะ”

เขาลูบมอเตอร์ไซค์ตำแหน่งอานเบาะ พลันเย็นซู่กรูเกรียวทุกขุมขน รีบชักมือกลับ

“ผมรู้สึกยังไงก็ไม่รู้ อธิบายไม่ถูก”

“อุ๊ย! นุ้ยเห็นคุณเริงขนลุก”

มณทินีทักขึ้น

“เปลี่ยนอิริยาบถเถอะ บางทีจะช่วยให้เกิดความรู้สึกดีๆ”

 



Don`t copy text!