พรางพัสตรา บทที่ 18 : ริ้วรอย

พรางพัสตรา บทที่ 18 : ริ้วรอย

โดย : พงศกร

พรางพัสตรา นวนิยายออนไลน์เรื่องล่าสุดโดย พงศกร ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เมื่อผ้าคลุมผมเจ้าสาวไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในชุดเจ้าสาว แต่คือสิ่งที่นำ ‘ลดานิดา’ ไปเห็นบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ความรักของเขาคือความจริงหรือความลวง ผ้าคลุมผมเจ้าสาวนี้มีคำตอบ

***************************

ลดานิดาแทบจะอดใจรอให้ถึงเช้าวันรุ่งขึ้นไม่ไหว เธออยากเล่าแผนธุรกิจที่เพิ่งคิดได้ให้เพชรพธูและอาณัฐฟังไวๆ อยากรู้ว่าเพื่อนทั้งสองเห็นด้วยหรือไม่

แผนธุรกิจของลดานิดาคือ การลดราคาแพ็กเกจตรวจสุขภาพแบบครบวงจรให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่ขาดทุน เพราะเดิมทีการตรวจสุขภาพโปรแกรมนี้ราคาเฉียดหมื่น คราวนี้ลดานิดาตั้งใจจะลดราคาให้เหลือแค่ ๔๙๙ บาท ซึ่งเป็นราคาเท่าทุน ทำแบบนี้เธอคิดว่าคนไข้จะต้องพูดกันปากต่อปาก และเป็นแคมเปญที่จะต้องฮือฮาอย่างแน่นอน

“เพชรไม่เห็นด้วย”

ทันทีที่ฟังโครงการของลดานิดาจบลง เพชรพธูก็ส่ายหน้าไม่เห็นด้วย ขณะที่อาณัฐได้แต่นั่งฟัง ปล่อยให้เพื่อนสาวสองคนเถียงกันไปก่อน ตัวเองยังไม่ออกความเห็นอะไร

“คลินิกเราเน้นลูกค้าพรีเมียมนะ ลดราคาลงมาขนาดนี้ลูกค้าเก่าจะคิดยังไง…พวกเขาอาจจะคิดว่าที่ผ่านมาเราเอากำไรสูงเกินไปก็ได้”

“เราจะอธิบายให้คนไข้รู้ว่าเรายอมลดราคาขนาดนี้เพื่อฉลองคลินิกครบรอบวันเกิด” ลดานิดาพยายามอธิบาย ประเด็นที่เพชรพธูแย้งขึ้นมานั้นไม่ใช่ว่าลดานิดาจะไม่คิด เธอคิดและเตรียมคำตอบเอาไว้แล้ว

“ลดมากเกินไป เพชรว่าแบบนี้จะเสียราคาหมด อีกหน่อยกลับมาขายราคาปกติก็ขายไม่ได้หรอก”

“เราไม่ได้ลดตลอดไปสักหน่อย เราลดแค่ครึ่งเดือน ใครอยากได้ราคาพิเศษก็ต้องมาซื้อโปรแกรมในช่วงนี้ ถ้ามาหลังจากนี้ก็ต้องจ่ายราคาเต็มเหมือนเดิม” ลดานิดายังไม่ยอมแพ้ เธออุตส่าห์คิดแพ็กเกจพิเศษนี้มาทั้งคืน ยังไงก็ต้องเกลี้ยกล่อมให้เพื่อนเห็นด้วยให้ได้ “โปรแกรมนี้ซื้อล่วงหน้า มาตรวจเมื่อไรก็ได้ภายในระยะเวลาหนึ่งปี อีกอย่าง นิดาคิดว่าเราควรจะยอมถอยเพื่อให้ได้มา ยอมลดราคาให้คนไข้ก่อน แล้วเราจะได้กลับคืนมามากกว่านั้น”

“ได้คืนยังไง” อาณัฐถามเสียงแผ่วต่ำ ขณะที่ดวงตาหลังกรอบแว่นจ้องมองลดานิดาอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาเห็นริ้วรอยเหี่ยวย่นที่ปรากฏชัดอยู่บนดวงหน้าสวยหวานของอีกฝ่าย แล้วอดจะขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจมิได้

“พวกเธอก็เห็นอยู่แล้วว่า วิถีชีวิตของคนเราทุกวันนี้มีปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นความเครียดจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอย เรื่องการพักผ่อนไม่เพียงพอ อาหารการกินที่ไม่ได้สัดส่วน” ลดานิดาอธิบาย “เกิดโรคนั่นนี่ตามมามากมาย ตรวจสุขภาพก็คือการค้นหาปัญหาความผิดปกติ เอาละ…หลายคนมาตรวจแล้วอาจจะมีสุขภาพดี แต่นิดาเชื่อว่าจะต้องมีคนอีกไม่น้อยที่พบปัญหาผิดปกติ อย่างเช่น ขาดวิตามิน เป็นออฟฟิศซินโดรม (1) แล้วเราก็จะได้คนไข้กลุ่มนี้ละ มารักษาต่อ”

“แต่สี่ร้อยเก้าสิบเก้าบาทนี่เราแทบไม่ได้อะไรเลยนะนิดา”  แม้เพชรพธูจะยังคัดค้าน หากเสียงของเธออ่อนลง

“ใช่” ลดานิดาพยักหน้า “ถึงไม่ได้กำไร แต่ก็ไม่ขาดทุน…สิ่งที่เราจะได้ จะเกิดขึ้นหลังจากแคมเปญนี้ได้รับการโปรโมตออกไป”

“ผมเห็นด้วยกับนิดา” อาณัฐพยักหน้าในที่สุด “ช่วงเดือนนี้ครบรอบก่อตั้งคลินิกสามปีพอดี ใช้แคมเปญฉลองครบรอบสามปีคลินิกได้เลย…ผมเชื่อว่าคนจะต้องสนใจกันมาก เพราะใครๆก็อยากมาตรวจสุขภาพกับเรา ที่ผ่านมาราคาสูงจนลังเล…นิดาฉลาดมาก นอกจากเราจะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น เรายังได้พื้นที่ข่าวอีกด้วย แคมเปญนี้จะต้องมีแต่คนพูดถึง ไม่ต้องไปจ้างใครมาประชาสัมพันธ์ให้เลยด้วยซ้ำ”

“งั้นตกลงตามนี้นะ” ลดานิดายิ้มออกมาได้ “เดี๋ยวนิดาจะพิมพ์สรุปรายละเอียดให้เรียบร้อย แล้วเรียกพนักงานมาอธิบายรายละเอียดทั้งหมด ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย อีกสองวันเราเริ่มประชาสัมพันธ์ได้เลย”

“ดี” อาณัฐพยักหน้า เขาชี้มาที่ลดานิดาแล้วออกคำสั่งว่า “แต่ตอนนี้นิดายังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”

“อะไรอีก” ลดานิดานิ่วหน้า ขณะที่อาณัฐใช้นิ้วชี้ไล่ไปบนดวงหน้าของหญิงสาว

“ริ้วรอยพวกนี้” เขาว่า “จะเป็นเจ้าสาวอยู่อีกไม่กี่สัปดาห์แล้วนะ ปล่อยเอาไว้ไม่ได้เด็ดขาด”

“นั่นสิ” ลดานิดาถอนใจ “นิดาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน…โผล่มาได้ยังไงไม่รู้”

“เข้าไปในห้องทรีตเมนต์เลย” เขาหมายถึงห้องสำหรับทำหัตถการต่างๆ ให้กับคนไข้ “ผมว่าถึงเวลาที่คุณจะต้องฉีดโบท็อกซ์เสียหน่อยแล้วละ…ลดานิดา”

 

วันนี้ลดานิดาใช้เวลาอยู่ในห้องทรีตเมนต์นานกว่าทุกครั้ง เพื่อนของเธอฉีดโบท็อกซ์ให้หลายตำแหน่ง อาณัฐบ่นพึมพำพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่น

“แปลกมาก” เขาทำเสียงประหลาดใจ “ครั้งนี้มีรอยย่นรอบดวงตาเยอะมาก อย่างกับคนอายุสามสิบปลายเลยนะ นิดา…รอยพวกนี้มาจากไหน ทำไมมาได้รวดเร็ว ผมจำได้ว่าสามเดือนก่อนยังมีไม่มากเท่านี้เลย”

อาณัฐพึมพำขณะจิ้มปลายเข็มลงไปบนตำแหน่งที่เล็งเอาไว้ด้วยความระมัดระวัง ลดานิดารู้สึกได้ถึงความหน่วงๆ ชาๆ ขณะที่อาณัฐเดินยาอย่างใจเย็น

“คุณนอนดึกหรือเปล่า”

“ก็มีบ้าง” ลดานิดาพึมพำ

“วิตามินล่ะ” อาณัฐถามต่อ

“กินครบทุกเม็ด ทุกมื้อ” ลดานิดาตอบ

“ความเครียด”

“มีบ้าง” ลดานิดาถอนใจเบาๆ

“เอาละ…เสร็จแล้ว”

อาณัฐถอนโบท็อกซ์เข็มสุดท้ายออกจากข้างขมับของหญิงสาว

“ขอบใจมากนะณัฐ” ลดานิดาขยับลุกขึ้น และเดินไปหยุดอยู่ที่หน้ากระจก ขณะที่พยาบาลช่วยกันกับอาณัฐเพื่อเก็บเครื่องไม้เครื่องมือ

ปลายนิ้วเรียวยาวของหญิงสาวไล้ไปรอบๆ ดวงหน้าแผ่วเบา ดวงตาที่จ้องมองตอบกลับมาจากกระจกเงามีประกายหวั่นวิตก

ริ้วรอยพวกนี้ดูเหมือนจะมีมากขึ้นกว่าสองสามวันก่อนอย่างเห็นได้ชัด หลังจากอาณัฐฉีดโบท็อกซ์ให้ขนานใหญ่ ดูเหมือนทุกอย่างจะดีขึ้น แต่ถ้ามานั่งจ้องในระยะใกล้เช่นนี้ ก็ยังพอจะมองเห็นรอยย่นบางส่วนได้อยู่ดี

ปกติแล้วเธอไม่ค่อยฉีดโบท็อกซ์เองบ่อยนัก ในวัยยี่สิบแปดปี ผิวหน้าของลดานิดายังอ่อนเยาว์จนแทบไม่มีริ้วรอยใดๆ แต่เพราะคลินิกของเธอ เป็นคลินิกส่งเสริมสุขภาพและให้การดูแลเรื่องความสวยความงาม ภาพลักษณ์ของคุณหมอจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่มีคนไข้คนไหนอยากมาหาหมอที่หน้าตาแก่ สุขภาพทรุดโทรมหรอก ด้วยเหตุนี้ หมอทั้งสามจึงจำเป็นจะต้องดูแลสุขภาพของตัวเองเป็นอย่างดี เพื่อให้คนไข้ที่มาหาเชื่อถือและไว้วางใจ

ด้วยเหตุนี้ ลดานิดาจึงฉีดโบท็อกซ์บ้างเป็นครั้งคราว เพื่อรักษาให้รูปร่างหน้าตาของเธอเองดูดีและน่าเชื่อถือที่สุด

ออกจากห้องทรีตเมนต์ ก็พบว่าพีธันดรมารออยู่แล้ว เขากำลังนั่งคุยอยู่กับพยาบาลที่เคาน์เตอร์หน้าห้องตรวจ

“นิดา” ชายหนุ่มยิ้มกว้าง “เลิกงานแล้วใช่ไหมครับ ไปหาอะไรอร่อยๆ ทานกันดีกว่า”

“ไปสิคะ” ลดานิดาตอบเสียงแผ่ว ท่าทางไม่ได้ดีใจนัก เรื่องที่ทุกคนช่วยกันปิดบังอะไรบางอย่างเมื่อวันถ่ายภาพพรีเวดดิ้งยังค้างคาอยู่ในใจ

“วันนี้ไปร้านไหนดีครับ” พีธันดรเดินมาควงแขนของหญิงสาว ท่ามกลางสายตาอิจฉาของทุกคนในคลินิก “ผมอยากไปกินปิ้งย่าง อาหารเกาหลี…นิดาว่าดีไหม”

“ไม่ดีค่ะ…เอ้อ นิดาหมายถึงว่า ไม่ได้ค่ะ” ลดานิดารีบส่ายหน้า

สองถึงสามวันแรกหลังจากฉีดโบท็อกซ์ คนไข้ต้องหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด กิจกรรมอะไรที่หน้าต้องสัมผัสกับความร้อนต้องงดไปก่อน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายกลางแดด การเข้าซาวน่าอบตัว รวมถึงการรับประทานอาหารปิ้งย่าง ชาบู ที่ต้องนั่งอยู่หน้าเตาร้อนๆ เพราะความร้อนจะทำให้สารโบท็อกซ์เสื่อมประสิทธิภาพได้

“อ้าว ทำไมล่ะครับ…” พิธันดรนิ่วหน้า ชายหนุ่มเคยชินกับการที่ทุกคนตามใจเขา พอลดานิดาปฏิเสธ พีธันดรก็อดจะหงุดหงิดไม่ได้ แต่ครั้นพอรู้ตัวเขาก็รีบปรับสีหน้าเสียใหม่

“แต่ไม่ไปก็ได้ครับ…อาหารปิ้งย่างทานมากๆ ก็ไม่ดีต่อสุขภาพ” เขายิ้มกว้างเหมือนกับทุกครั้ง “งั้นเราไปร้านสลัดกันไหม”

“วันนี้ นิดาไม่อยากกินสลัด”

หล่อนเอ่ยเสียงเรียบ แน่ละ…ก็เพิ่งกินอาหารฝรั่งฝีมือของบทจรและ ‘แฟน’ ของเขาไปเมื่อวานนี้เอง วันนี้ลดานิดาจึงไม่มีความรู้สึกอยากกินอาหารฝรั่งอีก

“นั่นก็ไม่กิน นี่ก็ไม่กิน…ถ้างั้นนิดาเป็นคนเลือกก็แล้วกันว่าอยากกินอะไร” พีธันดรพยายามควบคุมน้ำเสียงให้ฟังดูไม่หงุดหงิด “ผมกินง่าย กินอะไรก็ได้”

“ไปร้าน…ดีไหมคะ อร่อยแล้วก็อยู่ไม่ไกล” ลดานิดาเสนอร้านอาหารไทยเล็กๆ ร้านหนึ่งที่อยู่ไกลจากคลินิกมากนัก ไม่ใช่ร้านหรูหราแบบที่จะถ่ายรูปไปอวดใครได้ แต่รสชาติของอาหารอร่อยแบบไทยแท้ๆ

“อาหารไทย” เขาเม้มปากก่อนจะพยักหน้าตกลง “ได้สิครับ ดีเหมือนกัน ไม่ได้กินอาหารไทยมานานแล้ว”

ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มาถือไว้ในมือและบอกกับว่าที่เจ้าสาวว่า “ผมขอชวนมันนี่ไปด้วยนะ พอดีมันนี่เขามีเรื่องอยากมาขอคำปรึกษาจากนิดาหน่อยน่ะครับ”

มันนี่คือชื่อเล่นของมณียา ผู้เป็นดาราสาว ‘คู่จิ้น’ ของพีธันดร

ตอนแรกลดานิดาก็ไม่เข้าใจคำว่าคู่จิ้นนัก เพชรพธูอธิบายให้เธอฟังว่าหมายถึง imagine หรือจินตนาการของบรรดาแฟนคลับดารา ที่จับคู่ให้ดาราคนนั้นเป็นแฟนกับคนนี้ ทั้งๆ ที่ดาราแต่ละคนต่างก็มีแฟนตัวจริงกันอยู่แล้ว

“อ้าว” ลดานิดาเลิกคิ้ว อดนึกแปลกใจมิได้ “นิดานึกว่าเราจะไปกันสองคน”

“ผมเพิ่งเจอกับมันนี่ที่งานบวงสรวงละครเมื่อวานนี้” ละครเรื่องใหม่ที่เพิ่งเปิดกล้อง พีธันดรแสดงเป็นพระเอกคู่กับมณียาตามใบสั่งของช่อง “มันนี่มีเรื่องอยากขอคำแนะนำจากนิดา ผมเลยคิดว่าวันนี้น่าจะเหมาะ เพราะทั้งมันนี่กับผมไม่มีคิวถ่ายละคร แต่ถ้านิดาไม่สะดวก เอาไว้วันหลังก็ได้นะครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าคุณมันนี่ว่างพอดี ก็มาได้” ที่จริงลดานิดาอยากจะพูดว่า อุตส่าห์มัดมือชกขนาดนี้แล้ว ยังจะถามหล่อนทำไม

อันที่จริงเธอกับมณียาก็เคยเจอกันอยู่หลายหน ผู้จัดการของพีธันดรเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการนัดหมายให้ทั้งสองได้พบกัน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าพีธันดรและมณียาเป็นเพื่อนร่วมงานกันจริงๆ

มณียามีแฟนอยู่แล้วเป็นคนนอกวงการ แฟนของดาราสาวชื่อดัง เป็นลูกชายเศรษฐีทางภาคใต้ ทั้งสองอยู่คอนโดฯ ห้องเดียวกันมานานหลายปีแล้วแต่ปิดข่าวไม่ให้ใครรู้

“ว่าแต่คุณมันนี่อยากจะปรึกษานิดาเรื่องอะไร พีทพอทราบไหมคะ”

“เรื่องอาหารเสริมครับ” คำตอบของชายหนุ่มสร้างความประหลาดใจให้กับลดานิดาเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วน

“อาหารเสริม” ลดานิดาเอียงศีรษะ “คุณมันนี่อยากกินอาหารเสริมหรือคะ”

ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับปัจจุบันที่ผู้คนจะใส่ใจเรื่องสุขภาพและมองหาอาหารเสริมมารับประทาน ด้วยชีวิตประจำวันอาจทำให้คนเรารับประทานอาหารไม่ครบทุกหมู่ อาหารเสริมจึงมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน สมุนไพรชนิดต่างๆ

“เอ…ยังไงไม่รู้นะครับ รอให้มันนี่มาคุยเองดีกว่า” พีธันดรตอบด้วยน้ำเสียงแบ่งรับแบ่งสู้ และนั่นทำให้ลดานิดารู้ได้ในทันทีว่าเขารู้…

แต่ในเมื่อเขาไม่พูด หล่อนก็ไม่อยากคาดคั้น

จากคลินิกใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีก็มาถึงร้านอาหารที่ลดานิดาเป็นคนเลือก

เนื่องจากเป็นเวลาเลิกงาน ภายในร้านจึงมีผู้คนหนาแน่น โต๊ะที่มีมากมายมีลูกค้านั่งเต็มทุกโต๊ะ และยังมีคนมายืนรอโต๊ะอยู่ทางด้านหน้า โชคดีที่เธอให้จันทร์เจ้าโทร.มาจองโต๊ะไว้ก่อนล่วงหน้า เมื่อมาถึงทั้งสองจึงเดินเข้าไปได้เลย

แม้ว่าพีธันดรจะสวมหมวกและสวมแว่นกันแดดเพื่ออำพรางตัวเอง หากทว่ารูปร่างสูงใหญ่ บุคลิกที่ดูแตกต่างจากคนทั่วไปทำให้มีหลายคนจำได้ จึงสะกิดให้หันมาดูพร้อมกับซุบซิบด้วยความตื่นเต้น หลายคนมองแลเลยมาทางลดานิดาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ใช่หรือเปล่าเธอ”

“ใช่สิ”

“ไม่ใช่มั้ง” คนแรกยังลังเล

“ใช่แน่นอน” คนที่สองยืนยัน

สองสาวนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่โต๊ะถัดไป พวกเธอหันไปเถียงกันอย่างไม่แน่ใจ แม้จะพยายามลดเสียงแล้ว หากทว่ายังดังมากพอที่ลดานิดาจะได้ยิน

“ไม่ใช่หรอก ดูตัวจริงแก่กว่าในรูปเยอะเลย” ลดานิดาเห็นจากหางตาว่าหญิงสาวคนแรกพยายามชะเง้อมองมาที่หล่อน

“ใช่” เสียงยืนยันเสียงหนักแน่น “มากับพีท พีธันดร ถ้าไม่ใช่แฟน จะเป็นใครไปได้”

“อุ๊ย” อีกคนเลยหัวเราะออกมาเบาๆ “ในรูปก็หลอกลวงน่ะสิ ตัวจริงแก๊แก่ นึกว่าพี่สาวของพีท”

พอสิ้นสุดคำพูดประโยคนั้นของสองสาวในโต๊ะถัดไป พีธันดรซึ่งนั่งฟังมาตั้งแต่ต้นก็ลุกพรวดพราดขึ้น และลดานิดาแลเห็นร่องรอยไม่พอใจฉายชัดในดวงหน้าคมสันของดาราหนุ่ม…

 

เชิงอรรถ : 

(1) ออฟฟิศ ซินโดรม (Office Syndrome) คือกลุ่มโรคที่เกิดจากการทำงาน การนั่งอยู่ในอิริยาบถเดิมๆ นานตลอดทั้งวันโดยไม่มีการพักเบรก ทำให้เกิดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ แผ่นหลัง ไหล่และต้นคอ สายตาอ่อนล้า มีความเครียดสะสม หลายคนอาจพัฒนาไปเป็นโรคทางสุขภาพจิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง



Don`t copy text!