รัก (จัง) ปักใจ บทที่ 1 : ร็อคโค

รัก (จัง) ปักใจ บทที่ 1 : ร็อคโค

โดย : ปิยะพร ศักดิ์เกษม

รัก (จัง) ปักใจ นวนิยายรักโรแมนติกเรื่องล่าสุด จากปลายปากกาของ ปิยะพร ศักดิ์เกษม ที่นักอ่านรอคอย กับเรื่องวุ่นๆ ของเจ้าคอร์กี้ตัวเปี๊ยกนาม “รักจัง” และ “ปักใจ” ที่ป่วนปั่นอลวนอลเวง พาให้เจ้าของของทั้งสองมาพบกัน ตกหลุมรักกันและเผชิญกับอุปสรรคมากมายด้วยกัน นิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

*****************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

อาการเจ็บจี๊ดบางเบาราวมีเข็มเล่มเล็กปลายแหลมทิ่มคาอยู่บริเวณสะโพกรบกวนการเดินของร็อคโคอีกแล้วในวันนี้ ดูเหมือนมันจะเริ่มมาถี่ขึ้น และจับความรู้สึกได้ชัดเจนขึ้นทุกวัน หลังจากที่เขาอายุย่างเข้าเดือนที่เจ็ด

ขาหลังทั้งสองข้างของเขาแข็งขัด แต่ความตื่นเต้นดีใจก็ทำให้มันคล่องแคล่วขึ้นในเวลาอีกไม่กี่วินาทีถัดมา

ร็อคโคดีใจจนสุดชีวิตเมื่อกลิ่นที่คุ้นเคยและเป็นรักปักใจของเขาเข้มข้นขึ้น เสียงหวานใสที่เป็นประดุจเสียงสวรรค์ เสียงที่ประทับอยู่ในดวงจิต เป็นเหมือนชีวิตทั้งชีวิตของเขา ดังมาก่อนตัว

“ขอบคุณมากนะคะ คุณป๊อกที่พาไปทานอะไรอร่อย ๆ…”

สุนัขน้อยที่โดดจนตัวลอย ส่ายหางจนแทบจะหลุดออกจากตัวอย่างร็อคโค ไม่รู้หรอกว่า ‘อะไรอร่อย ๆ’ ที่ว่านั้นคือชุดน้ำชายามบ่ายที่โรงแรมริมน้ำ ชุดน้ำชาที่พร้อมเพียบไปด้วยอาหารละลานตาราวกับเป็นอาหารกลางวันหรืออาหารเย็นเต็มชุด ไม่ได้มีแต่เพียงพายชิ้นเล็ก แซนต์วิชชิ้นน้อย เค้ก สคอน กับของหวานอย่างที่เสิร์ฟกันอยู่ทั่ว ๆ ไป

ยามบ่ายชุดพิเศษของที่นี่เริ่มด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยประกอบด้วยปูใหญ่อลาสกา เยลลี่ที่ภายในเป็นเนื้ออาหารทะเลชั้นเลิศ และบลินิสหรือแพนเค้กขนาดพอคำหน้าไข่ปลาคาเวียร์ ตามด้วยแซนด์วิชขนาดเล็กแบบที่เรียกกันว่าฟิงเกอร์แซนด์วิชสารพัดใส้ให้เลือก ก่อนจะล้างปากล้างคาวด้วยน้ำส้มยูสุปั่นถ้วยน้อย

ถัดจากนั้นก็เป็นสคอนถาดใหญ่ให้เลือกรส และเค้กอีกสารพัดแบบ ทั้งหมดนี้มีชาเสิร์ฟคู่มาด้วยพร้อมทั้งแชมเปญอีกหนึ่งแก้ว

รสชาติของอาหารและความหรูหราของสถานที่ทำให้หญิงสาวอิ่มทั้งท้องอิ่มทั้งตาอิ่มทั้งใจ

“ร็อคโค ร็อคโค…” เจ้าของเสียงเปิดคอกที่กั้นไว้ออก แล้วร็อคโคก็เผ่นทะยานเข้าหาตามเสียงเรียกแล้วกระโดดขึ้น ๆ ลง ๆ แม้ว่าการทำแบบนั้นจะทำให้ความเจ็บแปลบที่สะโพกชัดเจนขึ้น หากเขาจะสนใจไปทำไม หัวใจและชีวิตของเขาอยู่ที่นี่แล้ว

คนพูดทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาแล้วร็อคโคก็โดดตาม ตะกายขึ้นบนตัก หัวใจดวงเล็ก ๆ เต้นกระหน่ำ ยามที่แนบร่างลงกับอกอ่อนนุ่ม พยายามเบียดตัวแทรกเข้าไปเพื่อปีนป่ายเกาะกอดให้ถึงใบหน้าแสนงาม หากอีกฝ่ายกลับผลักออกพลางพูดด้วยเสียงหัวเราะ

“น้ำลายเปียกหมด สกปรกมาก นั่งนิ่ง ๆ ซิ เดี๋ยวไปหาข้าวให้กินก่อนนะ” คำนั้นทำให้เขาชะงักและรู้สึกเหมือนท้องร้องจ๊อกขึ้นมาทีเดียว เขาไม่ได้กินอะไรอีกเลยหลังจากคุณเขมออกจากบ้านไปในยามสาย ทิ้งเขาเอาไว้ในในคอกกับของเล่นอีกสองสามชิ้น

“คุณป๊อก ฝากดูร็อคโคไว้ก่อนนะคะ เขมขอไปหาข้าวให้ร็อคโคก่อน”

คนพูดผละจากไป ทิ้งเขาไว้กับมือแข็ง ๆ แขนแข็ง ๆ ที่แม้จะคุ้นแต่ไม่เคยทำความอบอุ่นใจให้ และเสียงการตักอาหารของเขาใส่ลงไปในชามที่ห้องถัดไปก็ไม่ทำให้เขาโหยหามากเท่ากับความต้องการโผเข้าไปอยู่ใกล้‘คุณเขม’ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ร็อคโคตัดสินใจดิ้นสุดแรงให้หลุดพ้นจากมือแข็ง ๆ นั้น การตะกุยตะกายจนสุดฤทธิ์อาจทำให้เล็บที่แสนคมเพราะเพิ่งตัดมาใหม่ ๆ ของเขาข่วนควากลงไปบนแขนที่แม้จะแข็งแกร่ง หากผิวหนังมนุษย์ก็แสนบางไร้เส้นขนปกคลุม มันจึงเกิดเป็นแผลตื้น ๆ เลือดซึม คงไม่ได้ทำให้เจ็บปวดนักหรอก แต่เจ้าตัวคนถูกข่วนคงตกใจถึงขั้นสะบัดมือปัดเขาหล่นจากเก้าอี้

เจ้ากรรมที่สะโพกของร็อคโคกระแทกพื้นไม่เบานัก เข็มที่ไร้ตัวตนเล่มที่ฝังอยู่ในสะโพกจึงเหมือนแทงลึกเข้ามาในหัวใจ เขาส่งเสียงร้องสุดเสียง

คุณเขมโผล่หน้าเข้ามาในห้อง ดวงตางามเบิกโตด้วยความตกใจ ยิ่งได้เห็นเขาดิ้นพราด พยายามตะเกียกตะกายจะลุกขึ้นแต่ไม่สำเร็จอยู่อึดใจใหญ่ เธอก็ยิ่งตกใจตรงเข้ามาอุ้มไว้ นวดขาข้างซ้ายที่แข็งเกร็งราวเป็นตะคริวอย่างห่วงใย

หญิงสาวระงับถ้อยคำเผ็ดร้อนไว้ในใจได้ทัน…ขณะที่ภายในตะโกนว่า ‘ไอ้ห-! แค่ให้ดูลูกหมาตัวเดียวยังไม่มีปัญญา เอาซะตกโต๊ะตกเก้าอี้’ ภายนอกเขมรุจีแค่อุทานเสียงหวาน เติมความตกอกตกใจเกินเกินจริงลงไปในแววตา

“ตายละ คุณป๊อก มันเป็นอะไรหรือเปล่า ส่งเสียงยังกับโดนเชือด…” เธอคว้ากระเป๋าถือมาคล้องแขนแล้วสั่ง “คุณป๊อกอุ้มมันที พาไปให้หมอดูที่โรงพยาบาลดีกว่า”

เมื่อถึงรถที่จอดไว้ในที่จอดรถใต้อาคาร เขมรุจีก็ก้าวขึ้นนั่งบนที่นั่งตอนหลังหน้าตาเฉย รับเอาร็อคโคมานั่งบนตักกอดไว้แน่น แล้วออกคำสั่งอีกครั้ง “ไป ซันนี่พรีเมียร์ เพ็ด แคร์…” เธอบอกบริเวณและชื่อถนน ดวงหน้าสวยสดงดงามยังคงแย้มยิ้มอ่อนหวาน กิริยาท่าทียังคงกึ่งออดอ้อนกึ่งยั่วเย้าด้วยการแตะมือลงที่แขน ยื่นหน้าบอกทางด้วยการเอาคางเกยที่บ่าเหมือนเดิมทั้ง ๆ ที่ในใจเป็นไปในทางตรงกันข้าม

หญิงสาวตั้งใจแล้วว่า‘เท’!…เป็นการ‘เท’เร็วกว่ากำหนดเดิมที่คิดไว้ เธอรู้แล้วว่านายป๊อกกระเป๋าไม่ลึกเท่าที่คิดหวัง แค่ได้อาหารอร่อยในสถานที่หรูหราหลายมื้อ กระเป๋าถือราคาแปดหมื่นหนึ่งใบ และลูกหมาราคาเดียวกันอีกหนึ่งตัวก็น่าจะพอแล้ว เขมจิราคนนี้ควรได้เดินหน้าต่อไปเสียที ผู้ชายคนนี้เซ่อซ่าไร้ราคาจนเธอไม่ควรเสียเวลาด้วยอีกแล้ว

อีกไม่นานนักร็อคโคก็อยู่ในมือหมอ นายสัตวแพทย์หนุ่มมองดวงตากลมโตอ่อนหวานสีน้ำตาลใส หูกางตั้ง แขนขาสั้นป้อมกับหางยาวเป็นพวงของร็อคโคแล้ว อุทานยิ้ม ๆ

“หน้าสวย ตาหวานจริง คาร์ดิแกน เวลช คอร์กี้…ชื่ออะไรครับ อ้อ ร็อคโค…ร็อคโคเป็นอะไรมาครับ”

ได้ยินชื่อตัวเองและรู้สึกว่าอีกฝ่ายยื่นมือออกมารับตัวไว้ ร็อคโคก็ตัวสั่นเทาพยายามจะตะกายหนี กลิ่นที่โชยออกมาจากเจ้าของมือนอกจากจะเป็นกลิ่นของเพื่อน ๆ ประเภทเดียวกับร็อคโคแล้วยังมีกลิ่นของความเจ็บป่วยและเจ็บปวดที่น่าหวาดหวั่น

คุณเขมของร็อคโคไม่จำเป็นต้องตอบคำถาม เพียงแค่ขยับตัวจะตะกายหนี คุณหมอก็จ้องนิ่งแล้วขมวดคิ้ว ชายหนุ่มนิ่งฟังคำพูดเจื้อยแจ้วของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น

“มันตกโซฟาลงมาค่ะ ไม่รู้ว่าขาหักหรือแพลงหรืออะไร เลยเอามาให้คุณหมอดู เอ็กซเรย์ดูได้ไหมคะ”

“อาจมีปัญหาที่สะโพก” คุณหมอหนุ่มพูดเบา ๆ “เดี๋ยวเอ็กซเรย์ดูได้ คุณเจ้าของรอสักครู่นะครับ”

เขมรุจียิ้มพยักหน้า เธอเห็นมุมเล็ก ๆ ตรงล็อบบี้ของโรงแรม มีร้านเค้กและกาแฟเล็ก ๆ นั่งสบาย นั่งรอสักครึ่งชั่วโมงก็คงไม่เบื่อหน่ายอะไร…เธอต้องรอคำวินิจฉัยจากหมอ และไอ้นายป๊อกหน้าโง่นี่แหละจะต้องอยู่รอ…เพื่อจ่ายค่ารักษาทั้งหมดให้

ความจริงร็อคโคก็เป็นของขวัญจากเขานั่นแหละ เมื่อเธอบ่นว่าอยากได้สุนัขสักตัวไว้เป็นเพื่อน ตอนเล็ก ๆ จะเลี้ยงไว้เอง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่โตขึ้นจนไม่สามารถเก็บเอาไว้เงียบ ๆ ในห้องที่คอนโดได้แล้ว เขมรุจีก็มีแผนจะส่งมันไปอยู่กับพ่อแม่ที่ต่างจังหวัด

สิ่งที่หญิงสาวไม่บอกกับใคร เก็บไว้เพียงแค่ในใจตนเองก็คือ เธอจะให้ร็อคโคเป็นตัวทำเงินให้เธอไปตลอดชีวิตของมัน หญิงสาวจึงเลือกสุนัขตัวผู้เมื่อได้ฟังเจ้าของคอกอธิบายว่าการผสมพันธุ์แต่ละครั้งนั้นเป็นเงินเป็นทอง

เขมรุจีเลือกพานายป๊อกไปยังคอกสุนัขพันธุ์ที่กำลังเริ่มเป็นที่นิยม ราคาขายต่อตัวจึงสูงนับหมื่นบาท หญิงสาวไม่ต่อสักคำในเมื่อตนเองไม่ใช่คนจ่ายเงินแล้ววาดฝันถึงวันที่สุนัขน้อยจะเติบโตขึ้นมาสร้างรายได้ให้เธอ

 

ภายในห้องเล็ก ๆ มืดทึบ ร็อคโคนอนหงายถูกยึดตัวไว้ใต้เครื่องมือหน้าตาน่ากลัว เขารู้สึกสั่นไปทั้งอกทั้งใจ เสียงตึง ๆ ที่ดังขึ้นสลับกับการถูกจับหงายจับตะแคงหลายครั้ง ยิ่งทำให้เขาเริ่มสั่นไปทั้งตัว

หากครู่เดียวเหตุการณ์นั้นก็สิ้นสุดลง…โดยธรรมชาติ…ประสบการณ์น่ากลัวที่เพิ่งผ่านไปจะถูกกดไปฝังไว้ที่ก้นบึ้ง ความรู้สึกและความทรงจำที่ถูกผลักขึ้นมาแทนคือความโหยหา ความคิดถึงหญิงสาวที่เขามอบหัวใจและชีวิตให้

ร็อคโคถูกอุ้มออกจากห้องเล็ก ๆ มืด ๆ ที่แสนน่ากลัวนั้นกลับไปยังห้องตรวจของคุณหมอ เขาไม่รู้ว่าหน้าหวาน ๆ ของเขาจ๋อยเจื่อนอย่างน่าสงสาร ตรงกันข้ามกับสีหน้าเมื่อยามได้กลิ่นที่คุ้นชินโชยผ่านมาก่อนตัว เขาสั่นระริกไปทั้งร่าง ดวงตาสุกใสเบิกโต และพยายามอย่างที่สุดที่จะพุ่งเข้าหาจนผู้ช่วยของคุณหมอต้องรั้งตัวไว้ด้วยกลัวว่าเขาจะเผ่นลงจากโต๊ะ

คุณเขมตรงเข้ามากอด อ้อมกอดนั้นอบอุ่นเช่นเคย…เขาได้ยินเสียงสนทนา หากไม่ใส่จะฟังสักคำ แค่อยู่ใกล้ ๆ เธอก็เพียงพอแล้ว

“ขาน้องร็อคโคไม่เป็นอะไรหรอกครับ แต่หมอพบว่าสะโพกน่าจะมีปัญหา” คุณหมอหนุ่มเริ่มเรื่อง “คงเป็นมาตั้งแต่กำเหนิด หมาพันธุ์นี้ถูกออกแบบให้ขาสั้นเตี้ย ดังนั้นข้อต่อสะโพกจะตื้นโดยธรรมชาติ แต่จากการเอ็กซเรย์พบว่าของร็อคโคนี่ตื้นมากและไม่สมบูรณ์”

คนพูดอธิบายอีกยืดยาวถึงสุนัขพันธุ์เยอรมันเชฟเพิร์ด หรืออัลเซเชี่ยนที่มักจะมีปัญหาเรื่องข้อสะโพกเช่นกันเพราะมันถูกออกแบบมาให้ขาหลังย่อกว่าขาหน้า การสร้างตัวของกระดูกเมื่อยามอยู่ในในท้องแม่จะหยุดลงเร็วกว่าพันธุ์อื่น ๆ

“หมาที่มีข้อบกพร่องแบบนี้ ถ้าเป็นในต่างประเทศเขาจะไม่ให้ทำเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์นะครับ เพราะมันจะยิ่งทำให้รุ่นลูกรุ่นหลานแย่ลงไปอีก ในประเทศพวกนั้นการจะผสมหมาขายได้ต้องมีใบอนุญาตเป็นบรีดเดอร์ ไม่ใช่ใครก็ได้มาผสมขายกันแบบในบ้านเรา”

“แปลว่าร็อคโคจะเป็นพ่อพันธุ์ไม่ได้หรือคะ” คุณเขมอุทานอย่างตกอกตกใจ

“หมอไม่แนะนำ ไม่ควรครับ”

ร็อคโครู้สึกแต่เพียงว่าอ้อมแขนของเธอคลายลงนิดหนึ่ง หากไม่รู้ว่าเสียงในใจของเธอกำลังร้องตะโกนด้วยความกราดเกรี้ยว ‘เวรละ! เลี้ยงไปก็เปลืองข้าวสุกละซิอย่างนี้ ไม่มีประโยชน์อะไรเลย…ค่าตัวไม่ใช่แค่บาทสองบาท ดันเป็นหมาพิการ!’

“แต่นี่ซื้อมาไม่ใช่ถูก ๆ นะคะ ราคาเป็นหมื่น หลายหมื่นด้วย” เสียงเจ้าของอ้อมแขนที่รัดตัวเขาไว้ต่อการสนทนา

“ก็อย่างที่หมอบอก มันอาจมียีนส์ด้อยมาจากทางใดทางหนึ่ง บ้านเราผสมแบบไม่ได้สืบสาวไปลึก และใคร ๆ ก็ผสมหมาขายได้ไม่ต้องมีใบอนุญาตเป็นบรีดเดอร์…” คุณหมอชี้แจงอย่างใจเย็น

“ถ้าพ่อเขาเป็นแชมป์อย่างที่ลงประวัติไว้จริง ก็อาจมียีนส์ด้อยมาทางแม่ หรือชั้นที่ลึกลงไปกว่านั้นก็ได้ครับ…และมันก็อาจเป็นความด้อยที่เกิดขึ้นมาเองไม่ใช่ความผิดของใคร อันที่จริงก็ไม่มีใครบอกได้”

เขมรุจีนิ่งนึก…หรือจะช่างมัน! ที่นี่ใคร ๆ เขาก็ทำนี่นะ หากเสียงพูดของคุณหมอก็ทำให้เธอหยุดความคิด

“แต่หมอแนะนำให้ตอนนะครับ อายุเขาตอนได้แล้ว การทำหมันหมาจะช่วยให้ไม่เกิดโรคหลายอย่าง และจะทำให้เขานิ่งลง ไม่ก้าวร้าวซุกซนมากด้วย”

ความลังเลใจในสีหน้าและแววตาของเธอทำให้เขาอธิบายเพิ่มเติม

“ร็อคโคมีจุดอ่อนตรงนี้ ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ถ้าตอนแล้วเขานิ่งขึ้นก็จะดีมาก แต่อย่างไรเราก็ควรต้องบำบัด ช่วยเขาด้วยการสร้างกล้ามเนื้อ ที่นี่มีสระว่ายน้ำให้เขาได้ว่ายน้ำบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้ดีขึ้นได้ มีชีวิตอยู่กับมันได้ ค่าลงสระที่นี่ไม่แพงนะครับ”

เธอจะต้องมาเสียเงินเสียเวลาให้กับหมาที่ไม่มีประโยชน์แล้วเพื่ออะไร! ผู้ฟังคิดอย่างโมโหโกรธา หากใบหน้านั้นยังคงอ่อนหวานพริ้มเพรา ไม่มีใครเห็นหรือรู้สึกถึงความกระด้างที่ผ่านวูบเข้ามาในดวงตา

คุณหมอหนุ่มยังคงอธิบายถึงโอกาสและความเป็นไปได้ที่ร็อคโคจะอยู่ได้อย่างมีความสุข การออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อมาช่วยประคองข้อสะโพกด้วยการว่ายน้ำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารได้รับการพิสูจน์แล้วว่าคือหนทางที่ดีที่สุด

เจ้าชีวิตของร็อคโคนิ่งฟังคุณหมอหนุ่มพูดขณะที่ในใจดีดลูกคิดรางแก้วอย่างว่องไว เธอตัดสินใจด้วยเหตุผลที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง อีกสองเดือนเธอจะตัดการติดต่อ‘เท’นายป๊อกลงท่อพร้อม ๆ กับที่จะย้ายไปเช่าคอนโดอยู่ที่ใหม่อีกฟากหนึ่งของตัวเมืองและเริ่มทำงานใหม่

“งั้นทำหมันร็อคโคเลยค่ะ คุณหมอ ตอนเสร็จแล้วก็ฝากเอาไว้นะคะ คิดค่าฝากไว้สักสามเดือนเลยค่ะ” สุนัขน้อยตัวนี้ไม่มีประโยชน์กับเธออีกแล้วแถมยังจะกลายเป็นภาระ

“พอดีพรุ่งนี้ต้องไปต่างจังหวัด แต่มะรืนนี้จะมาเยี่ยม และจะมาเยี่ยมมารับร็อคโคออกไปเที่ยวทุก ๆ วันเสาร์อาทิตย์นะคะ อีกสามเดือนบ้านซ่อมเสร็จแล้วถึงจะมารับไปอยู่ด้วยกัน” เธอกอดรัดร็อคโคไว้ ก้มลงจูบที่กลางกระหม่อม เรียกรอยยิ้มและความไว้วางใจให้เกิดขึ้นในดวงตาของคุณหมอหนุ่มและผู้ช่วย

“นะร็อคโคนะ อีกสามเดือนบ้านซ่อมเสร็จ แม่จะมารับ”

หญิงสาวจัดการเรียกให้นายป๊อกมารูดบัตรจ่ายค่าผ่าตัด ค่าค้างคืน ค่าอาหารและค่าดูแลตลอดสามเดือน แล้วเธอก็กอดรัดร็อคโคก้มลงจูบอีกครั้งก่อนทำท่าเหมือนตัดใจส่งตัวสุนัขน้อยให้พนักงาน

ร็อคโคท้องร้องจ๊อกยืดยาวอีกครั้ง คุณเขมคงลืมหรือไม่ใส่ใจว่าเขายังไม่ได้กินข้าวเย็น

หากการอดอาหารเพียงมื้อเดียวยังไม่เท่ากับการที่…นี่คือครั้งสุดท้ายที่เขาได้เห็นเธอผู้เป็นที่รัก…

Don`t copy text!