รสอมฤต บทที่ 28 : เท่ ทึ่ง…แต่ยังไม่ถึงกะทุ่มเท

รสอมฤต บทที่ 28 : เท่ ทึ่ง…แต่ยังไม่ถึงกะทุ่มเท

โดย : กฤษณา อโศกสิน

รสอมฤต นวนิยายเรื่องล่าสุดที่ร้อยเรียงเรื่องราวและทุกตัวอักษร โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 นักเขียนอาชีพผู้สร้างคุณูปการมากมายให้กับวงการวรรณกรรมและประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี นวนิยายออนไลน์ทรงคุณค่าที่ อ่านเอา อยากให้ผู้รักการอ่าน ได้อ่านออนไลน์

*******************************

เพียงแต่ตาพบตา…ปิ่นทิพย์ก็ถามลูกสาวยิ้มๆ

“ทำไมกลับเร็ว ไม่กินกลางวันด้วยหรอกหรือ”

“เขาขอตัวรีบกลับค่ะ” อีกฝ่ายตอบคำ หากมียิ้มมากกว่า…

ร้อยรัดต้องยิ้มกว้างออกมาทีเดียว…แม้จะมีวี่แววว่าเขินหน่อยๆ

“คือ…”

“ต้องรออีกคน” แม่ของหล่อนล่วงรู้สายสนกลในเนื่องด้วยไม่มีความลับระหว่างสามพ่อแม่ ลูกสาว…เว้นลูกชายผู้ที่ทุกคนไม่สู้จะวางใจว่าเขาจะนำความมิบังควรไปหลุดปากให้คนรักร่วมรู้ด้วยหรือไม่ เรื่องบางเรื่องอันมิใช่เรื่องที่รู้กันทั่วไป จึงจำเป็นต้องปิดไว้ไม่มากก็น้อย

“ใช่ค่ะ…เขาว่าเขาคงมาช้านิดหน่อย แล้วก็มามอ’ไซด์…ไม่ใช่รถยนต์เพราะหาที่จอดยาก”

ปิ่นทิพย์ก็เลยพยักหน้าเพราะบัดนี้…ลูกสาวกำลังมีส่วนร่วมในงานสำคัญ

แม้ทั้งเธอและระวีจะไม่เคยพบหน้าตาตัวจริงของชายผู้มีรกรากอยู่ศรีสัชนาลัย หากก็แลเห็นเขาจากมือถือของร้อยรัดเรียบร้อยแล้วแทบจะทุกอิริยาบถ

“จะไม่พามาให้แม่รู้จักเลยหรือไง”

“รอไว้ก่อนดีกว่าแม่…ดูเหมือนเขาก็ค่อนข้างเก็บตัวนะคะ” หญิงสาวบอกกล่าวพลางก็นั่งนึกถึงบุคลิกลักษณะของชายผู้พบปะกันพร้อมโจม “เขาน่ะตรงข้ามกับคนเมื่อคืนเหมือนขาวกับดำเลยละค่ะ…คุณโจมเขาดูสวีทสว๊าด ทั้งๆที่ในใจเขาก็เก็บงำอะไรดำๆเทาๆไว้แยะเหมือนกัน…หนูว่างั้นนะ…”

“อยากเจอตาปั้นมากๆ” แม่ว่า

“เขาเงียบๆนะแม่…แต่คม…คือหนูว่า…” ร้อยรัดนิ่งนึกถึงดวงหน้าดวงตาท่าทีของชายผู้พบใหม่ “เขาเองก็มีอะไรหลายอย่างที่…เอ๊ะ…หนูจะให้คำนิยามว่ายังไงดี…ที่ดูยากหน่อยๆ…”

“แปลว่ายังไม่ชอบทีเดียว” มารดาดักคอ

“ม่ายยย-ช่ายยย…” อีกฝ่ายลากเสียงยาว ผิวแก้มฉีดโลหิตสะพรั่ง แผ่ซ่านไปถึงแววนัยน์ตา “ก็…เอ้อ…คือเขามีอะไรเท่ๆอยู่ในทีน่ะค่ะ…เท่ ทึ่ง…แต่ยังไม่ถึงกะทุ่มเท…”

คราวนี้แม่ยิ้มกว้าง นัยน์ตาพร่างชอบใจ

“ไปสืบให้เขาถึงโรงบาลยังไม่ว่าทุ่มเท” ปิ่นทิพย์แย้ง

“ก็…เพื่อคุณพลังด้วยมากกว่า…เขาเองก็ทำให้คุณพลังเพราะต่างคนต่างก็เคยขายของให้เขา…ถือเป็นผู้มีอุปการคุณไงแม่”

“ใช่” คราวนี้แม่ลงเสียง หากก็ยังต่อเติมนิดหนึ่ง “บุญคุณต้องทดแทน แล้วแค้นล่ะ ต้องชำระไหม”

“คือคุณพลังเขาก็คงบอกพวกเราเท่าที่จะบอกได้…แต่เขาจะมีเบื้องหลังอะไรกับใครนี่ เราต้องควานหาเอาเองไม่ใช่หรือ” ร้อยรัดพูดพลางคิดพลาง “แม้แต่คนในบ้านเขา เขายังบอกว่าไม่สงสัยใคร มันเป็นไปได้ไหมแม่ในเมื่อของสามอย่างอยู่บนโต๊ะหมู่บูชาบนตึกชั้นสาม ถึงไม่มีกล้องวงจรปิด แต่ของพวกนี้เป็นของเนรมิตหรือไง…นึกจะมาก็มา นึกจะหายก็หาย…ยังกะการ์ตูน”

“แต่เขาก็เป็นผู้ใหญ่นาลูกนา คนบ้านเขาก็น้อยอยู่เมื่อไหร่ ไอ้การที่เขาจะบอกว่าสงสัยใคร สำหรับคนมีบริวารมากอย่างเขา มันทำไม่ได้อยู่แล้ว” ปิ่นทิพย์พูดอย่างสุขุมลุ่มลึก ด้วยว่าผ่านเรื่องราวโจรกรรมอมตะเหล่านี้มามากมาย จับได้บ้างไม่ได้บ้าง ส่วนใหญ่มักเลือนหายไปกับกาลเวลา “จะว่าเสียหายกับความเคารพนับถือก็ใช่…ทันทีที่เขาเอ่ยชื่อว่าสงสัยใครเท่านั้น ทั้งบ้านจะไม่ปั่นป่วนหรอกหรือ…คือเรื่องนี้…แม่ว่า…มีทางเดียวคือ เราต้องค่อยๆสืบเสาะเอาเอง ถือว่าช่วยกัน ช่วยลูกค้าที่เคยอุดหนุนสินค้าเรามานาน…ก็ต้องเท่านั้น”

“ตกลงเลยละค่ะแม่…คิดแบบนี้แต่แรกอยู่แล้ว”

พอดีทีเดียวที่เสียงมือถือดัง

“มาแล้วค่ะ…ถ้ายังไง เสร็จธุระแล้ว หนูอาจพาเขามาสวัสดี…แล้วเย็นๆค่ำๆอาจจะชวนเขาไปทานข้าวบ้านก็ได้ เอาไหมล่ะคะ” อีกฝ่ายถามพร้อมขำ

“ตามใจ” แม่พยักหน้า “ฟ้อนกะไมมันคงงงสามตลบแปดกลับ หมู่นี้คุณร้อยควงไม่ซ้ำคน”

“กิ๊กกิ๊ก” ลูกสาวทำเสียงพลางฉวยกระเป๋าเดินออกไปจากร้านสองคูหา อีกประเดี๋ยวปัทมะจะมาอยู่โยงกับมารดา

 

ปูนปั้นคร่อมจักรยานยนต์รออยู่แล้วตรงลานของศูนย์การค้า มีหมวกนิรภัยเผื่อหญิงสาวอีกใบหนึ่ง

“คุณเกาะท้ายนี่จะกลัวไหมฮะ” เขาก็เลยเปิดกะบังใสขึ้นถามขณะยื่นหมวกให้พลางบอก “หมวกใหม่เอี่ยมเลยนะ ผมซื้อฝาก วันนี้เลยเอามอ’ไซค์มา จะได้เร็วหน่อย”

ร้อยรัดก็เลยรับหมวกมาสวมขณะก้าวขึ้นคร่อมด้านหลังด้วยว่าอยู่ในกางเกง จึงสะดวกกว่านั่งห้อยเท้า

“จะเกาะบ่าผมหรือกอดเอวก็ยังได้น้าาา…ถ้ากลัว” อีกฝ่ายทอดเสียงล้อๆ

หญิงสาวก็เลยบอก

“ไม่กลัวหรอกค่ะ เคยเกาะท้ายรถน้องชายบ่อยๆ…ที่จริง ฉันเองก็มีหมวกส่วนตัวเหมือนกัน ไม่ทราบนี่คะว่าจะต้องมาเกาะท้ายคุณวันนี้”

“และอาจจะวันต่อๆไป” ชายหนุ่มแถมท้าย ความสุขใจแปลกๆหลั่งไหลมา

นานสักปีสองปีแล้วซีนะที่แยกทางไปจากคนเก่า หากยังไม่มีหญิงใดเข้านัยน์ตา

เพิ่งเดือนนี้เองที่งานตามหาสมบัติโบราณพาไปพบสาวสคราญในต่างแดน

เป็นหญิงสวยรวยปัญญาอย่างน่าอัศจรรย์ เตรียมพาเขาผันผ่านรายละเอียดเฉียดนักสืบ…ทั้งๆหล่อนก็ไม่ใช่

“หิวหรือยังฮะ…ถ้าหิวมาก ผมพาไปร้านใกล้ๆ แต่ถ้ายังพอทนไหว จะไปไกลกว่านั้น…แถวชานเมือง” เขาส่งเสียงดังแข่งกับเครื่องยนต์ขณะพารถวิ่งฉิวลิ่วไปในช่องว่างระหว่างรถกับรถอันขนาบอยู่ทั้งสองข้าง ไปติดไฟแดงตรงสี่แยกข้างหน้า  “มีอะไรบางอย่างอยากให้ดู”

“ไปเลยค่ะ…อยากดู” หล่อนกรอกเสียงไว้ข้างหูเขาอย่างมีชีวา

ช่างน่าแปลกที่บัดนี้บุคลิกของเขาที่เคยเห็นว่าคล้ายเป็นใครคนหนึ่ง กลับค่อยๆขยับขยายย้ายที่จนกลายเป็นใครอีกคนที่แม้ไม่รู้จักมาก่อน หากภายในก็เริ่มรอนๆอยากรู้จัก…จนกระทั่งตัวเองยังได้ยินเสียงกระชั้นถี่ของสิ่งที่เรียกว่าติดเนื้อพึงใจ

เพียงครึ่งชั่วโมง ปูนปั้นก็พาหล่อนวิ่งเลาะลัดฉวัดเฉวียนมาถึงร้านอาหารริมถนนนอกเมืองที่บัดนี้แออัดไปด้วยรถทั้งเล็กและใหญ่ พลางก็จอดเทียบหน้าร้านที่มีทั้งข้าวมันไก่ ข้าวขาหมูพะโล้ และก๋วยเตี๋ยวบะหมี่ครบครัน พากันก้าวเข้าไปนั่งยังโต๊ะที่เพิ่งว่างเกือบสุดคูหา

ต่างก็สั่งทั้งข้าวขาหมู ก๋วยเตี๋ยวต้มยำพร้อมเกี๊ยวกรอบ มานั่งกินอย่างหิวจัดจนอิ่มไปด้วยกัน

“มีแรงดูแล้วใช่ไหมฮะ” เขาถามขณะเช็ดเหงื่อที่ซึมบนใบหน้าลำคอ

แสงจากแดดบ่ายทอผ่านหน้าร้านชอนลึกมาจับบนรูปหน้าสีน้ำตาลอ่อนอมแดงระเรื่อ เจือแสงทั้งร้อนและเย็นจากดวงตาของชายหนุ่มผู้นัยว่าเป็นลูกจ้างบริษัทส่งออกนำเข้า แม้มีพ่อแม่เป็นเจ้าของกิจการหล่อพระ ก็ราวกับไม่เคยมี

คล้ายๆทั้งเนื้อทั้งตัวของเขามีแต่เลือดเนื้อของเพศชายผู้เข้ามาค้นหาชะตากรรมในเมืองหลวงด้วยสองแขนและสองขาของตนเองล้วนๆ

“ไปต่อกันหรือยัง”

“ไปค่ะ”

ในร้านที่เต็มแน่นเมื่อครู่ บัดนี้พร่องลงไป ปูนปั้นดึงแว่นกันแดดขึ้นมาสวมพลางตวัดนัยน์ตาดูผู้คนที่กินเสร็จลุกจากโต๊ะ หากก็มีคนใหม่สวนเข้ามา

ขณะนั้น เขาก็ต้องชะงักเท้านิดหนึ่งเมื่อต้องสวนทางกับชายสองคนเพราะจำศีรษะที่ผมด้านข้างตัดเกรียน มีรอยถากกลมใหญ่ที่ผมไม่ขึ้น ปรากฏอยู่เหนือใบหูนั้นได้

หากก็ผ่านกันอย่างไวจนเกินกว่าจะดึงแขนหญิงสาวผู้เดินเยื้องนำหน้าเขานิดหนึ่งไว้ทัน

แต่ก็เป็นวินาทีเดียวที่ฝ่ายชายก็คล้ายชะงักงันขณะที่ร้อยรัดกำลังจะเฉียดเขาไป

แม้กระนั้นสายตาปูนปั้นภายในแว่นก็ฉับไวเกินพอ…พอที่จะจับภาพนี้ไว้ได้

จนกระทั่งเดินเลยหน้าร้านไปยังมอเตอร์ไซค์ที่มีหมวกครอบอยู่สองใบ ใกล้นัยน์ตาคนหน้าเตาที่มีหม้อน้ำลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวบะหมี่ คล้ายขอให้เขาช่วยเฝ้าหมวกมิให้อันตรธานไปพร้อมกัน

ชีวิตปัจจุบันไว้วางใจกันไม่ได้ขนาดนี้

“คุณเห็นผู้ชายสองคนที่เพิ่งเข้าไปไหม” ปูนปั้นทำทีก้มลงดูความเรียบร้อยของพาหนะ…ขณะที่แลเลยไปในร้าน เห็นสายตาชายหัวถลอกยังคงมองเขม็งตามมา

“เห็นค่ะ” หญิงสาวตอบพลัน “เขามองฉันยังกะเคยรู้จัก”

“ไม่เคยก็มองได้ไม่ใช่หรือฮะ” อีกฝ่ายยังไม่สตาร์ทเครื่องเพราะกำลังใคร่ครวญ

นี่เขาจะบอกหล่อนดีหรือไม่ว่า ชายผู้นี้คือใคร

ร้อยรัดจะตกอกตกใจจนไม่อยากนั่งท้ายรถตามเขาเข้าไปในถนนซอยข้างๆนี้ ดิ่งตรงผ่านตึกรามบ้านช่องท้องถิ่นที่เคยเป็นทุ่งนา

หากบัดนี้คืออาณาจักรโอ่อ่าอันเป็นที่ตั้งคฤหาสน์หรูหราของเจ้าอาณาจักรวัตถุโบราณหรือไม่



Don`t copy text!