รสอมฤต บทที่ 30 : จดหมายรัก

รสอมฤต บทที่ 30 : จดหมายรัก

โดย : กฤษณา อโศกสิน

รสอมฤต นวนิยายเรื่องล่าสุดที่ร้อยเรียงเรื่องราวและทุกตัวอักษร โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2531 นักเขียนอาชีพผู้สร้างคุณูปการมากมายให้กับวงการวรรณกรรมและประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี นวนิยายออนไลน์ทรงคุณค่าที่ อ่านเอา อยากให้ผู้รักการอ่าน ได้อ่านออนไลน์

*******************************

เสียงมอเตอร์ไซค์ข้างหลังดังกระชั้นถี่แข่งกับรถคันอื่นๆ ที่วิ่งเร็วรี่อยู่เคียงข้าง แต่ปูนปั้นบอกคนนั่งหลังมิให้หันไปมอง ร้อยรัดจึงกรอกเสียงไว้ริมใบหูคนขับ

“คุณไม่ต้องว่อกแว่ก ฉันไม่กล้ามองมันอยู่แล้ว”

บัดนี้ หล่อนเองก็เพิ่งรู้

ติดตามผู้ร้ายนี่มิใช่เรื่องสนุก ดีไม่ดีก็วายชีวา เนื่องด้วยอาจถูกมันยิงสะกัดสักเปรี้ยงสองเปรี้ยงดังที่มีข่าวเป็นประจำ ด้วยว่าผู้คนสมัยใหม่มีอาการเหมือนได้เชื้อสุนัขบ้า ความคลุ้มคลั่งเกิดขึ้นในมันสมองของคนได้ทุกชั้น ตั้งแต่ชั้นสูงลงไปจนถึงชั้นล่าง ตั้งแต่คนมีการศึกษาไร้พรมแดนไปจนถึงคนป่าคนดอยในดอนดง

ดังนั้น หล่อนจึงเลื่อนวงแขนจากเกาะขอบเบาะที่เขานั่งเป็นกอดเอวปูนปั้นไว้แน่น

ครั้นแล้วจึงได้ยินเสียงของเขาผ่านมา

“ดีมาก…ยังงั้นแหละผมชอบ”

หญิงสาวอยากเอาใจเขา เป็นกำลังใจให้งานตามหาของมีค่าของพลังผู้เป็นลูกค้าผู้มีอุปการคุณเกิดกุศลผลบุญเคียงมา ขออย่าให้ต้องกลับมือเปล่า…

อย่างน้อยวันนี้เขาควรจะได้ประจักษ์ในความจริง…ว่า…ใครคือผู้ยิ่งใหญ่ที่ฉวยโอกาสชิงสมบัติอมตะไปครอบครอง

อาจจะหวังส่งของขายต่อ หรือมิฉะนั้นก็เก็บไว้ในกรุทรัพย์ศฤงคารของตนเอง

เสียงกระหึ่มครึมครางกำลังบรรเลงเพลงร้อนแรงชื่อแซงกันไปตอนไฟแดงเปลี่ยน ต่างก็เฆี่ยนเครื่องของตัวจนหัวไหล่โก่ง เจ้าคนที่ขับตามหลัง ฉวยโอกาสตอนชะลอให้คันหน้า เสียบกระดาษสีขาวเข้ามาระหว่างสันหลังของปูนปั้นและทรวงอกของร้อยรัด

คราวนี้ หล่อนก็เลยฉวยมันไว้ในกำมือ

เจ้านั่นจึงพายานของมันบรื๋อจากไป

หล่อนก็เลยโน้มกายบอกเขา

“มีคนอุตริส่งจดหมายรักมาให้แล้วนะคะ…แต่ห้ามหัวร้อนอยากอ่าน” คนข้างหลังคิกคักทีเดียว เปลี่ยนนาทีเสียวไส้ให้กลายเป็นขำขันคั่นเวลาโดยมิยาก

ปูนปั้นได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้างเพราะกำลังพารถผ่านไฟเขียวไปตามถนนกว้างข้างหน้า…ที่มีพาหนะทั้งใหญ่และเล็กแข่งกันมา รวมทั้งรถของมันคันนั้นกำลังจะเลี้ยวขวาอยู่ตรงโน้น

ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถของเขาก็พาหญิงสาวมาเทียบที่หน้าศูนย์การค้าที่เป็นร้านของหล่อน

“ไปอ่านจดหมายรักกันก่อน” อีกฝ่ายบอกขำๆ ทั้งๆ ใจยังรอนหวิววับอยู่ไม่หาย

เคยเห็นแต่วายร้ายในหนังในละคร…ไม่นึกเลยว่าจะย้อนมาถึงตนเองเมื่อกี้

“ที่ไหนดีฮะ”

“ที่ร้านฉันไงคะ แม่เฝ้าอยู่ ไม่ทราบว่าน้องมาหรือยัง”

ดังนั้น เขาจึงตกลง เดินตามหล่อนขึ้นลิฟต์ไปจนถึงร้าน ‘บุราณรมย์’ ที่มีปิ่นทิพย์กำลังต้อนรับลูกค้า พาเดินชมเครื่องกระเบื้องเครื่องแก้วเจียระไน

ร้อยรัดจึงชวนเขานั่งที่โซฟารับแขก พลางก็ส่งกระดาษเช็ดปากที่มีตัวอักษรดำจัดอยู่บนนั้น

‘อย่านึกว่ากูไม่รู้ว่ามึงตามกูมา’

 

“ก็ไม่ต้องตกใจอะไรมากหรอกคุณร้อย” ชายหนุ่มปลอบโยนเมื่อเห็นหญิงสาวเบิกตากว้าง “ถึงไงเราก็ได้กำไรอยู่ดี ตรงที่เรารู้แล้วเวลานี้ว่า ของยังไม่ได้ผ่านมาถึงมือมิสเตอร์พี…เพราะงั้นเราก็ยังต้องตามงานต่อไป…เพราะคำถามที่ว่า ตกลงของอยู่ไหน อยู่ในมือใคร ยังเป็นคำถามที่เราต้องได้คำตอบ”

“น่าจะยากเหมือนกัน” ร้อยรัดพึมพำขณะที่ใจยังไม่หายสั่น “ว่าแต่ว่า…สงสัยพวกมันจะรู้จักคุณ”

“นั่นน่ะไม่แปลกหรอกฮะ เพราะเรามีรายชื่อหน้าตาคนค้าขายของพวกนี้อยู่ในเครื่องของเรายังไง มันก็มีหน้าตาพวกเราอยู่ในเครื่องของมันยังงั้น” ปูนปั้นลดเสียงเบาลง “คุณร้อยอย่าลืมเสียซิว่า การลักลอบค้ามรดกวัฒนธรรม คือ ‘อุตสาหกรรมระหว่างประเทศ’”

ร้อยรัดฟังแล้วได้แต่ทอดถอนใจ เมื่อนึกถึงปฏิบัติการไร้พรมแดนของสมบัติชาติ

แม้ทรัพย์มีค่าทั้งสามชิ้นของพลังจะเป็นสมบัติเอกชน หากเมื่อเป็นสมบัติอมตะ ในโลกนี้อาจมีแค่ชิ้นเดียว และชิ้นเดียวนี้ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงหายากในที่ทั่วไปแม้กระทั่งในท้องตลาด จึงย่อมเป็นที่ปรารถนาของพวกมือทองคอยผ่องถ่ายไปไว้ในห้องหับใหญ่ ซึ่งปราดเปรื่องเรืองนามด้านสะสมมหาสมบัติประเภทนี้ไว้ อันมีทั้งคนไทยและต่างชาติ คอยโอกาสอันงามสืบไป

แน่นอน การซื้อขายส่วนใหญ่มักจะเคลื่อนไหวไหลเลื่อนไปตามใต้ดิน

ขณะที่การส่งออกนอกประเทศทั้งสิ้นจะถูกลักลอบออกไป ผ่านชายแดนต่างๆ ที่บัดนี้นิยมเรียกกันว่า ‘เส้นทางธรรมชาติ’

แม้กรมศิลปากรจะเคยลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่ขึ้นทะเบียนไว้อย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อตัดวงจรการลักลอบค้า รวมทั้งยังอาศัยกฎหมายควบคุมไว้อีกโสดหนึ่ง ก็ใช่ว่าจะพึ่งได้มาก

ก็เช่นเดียวกับพวกตัดไม้ทำลายป่า หรือล่าสัตว์สงวนในไพรพนา ย่อมหาโอกาสฟาดฟันให้บรรลัยด้วยไร้สำนึก

ในความรู้สึกของหล่อนบัดนี้จึงอยู่ที่ว่า

‘จะได้คืนหรือไม่’

ดังนั้น หล่อนจึงเอ่ยกับชายหนุ่ม

“ฉันอยากเชิญคุณปั้นไปทานข้าวกับเราค่ำนี้น่ะค่ะ จะได้มีเวลาหารือเรื่องจะต้องเดินเรื่องแม่คุณโจมแบบถี่ๆ ขนาดไหน เพราะตอนนี้เราก็รู้แล้วใช่ไหมว่า ของยังไม่ถึงมือพวกนั้น”

“ได้ฮะ…ผมเองเวลานี้ก็หายใจเข้าออกเป็นของสามชิ้นทั้งหลับทั้งตื่น” เขาระมัดระวังทีเดียวที่จะไม่หลงลืมลื่นไหลไปเอ่ยถึงพระอิศวรที่เขารู้ดีว่าเป็นอีกขบวนการหนึ่ง “อีกอย่าง…ก็จะได้รู้จักคุณพ่อคุณด้วย…คุณพ่อที่ผมรู้สึกว่าท่านคือเส้นเลือดใหญ่ของบุราณรมย์”

“ใช่ค่ะ…พ่อเป็นมันสมอง เป็นคนคัดกรองทุกเรื่อง”

จึงเป็นอันว่า หลังจากแม่ของหญิงสาวห่อโคมแก้วเจียระไนขนาดเล็กสำหรับติดเพดานให้ลูกค้าเรียบร้อยแล้ว จึงชวนกันออกไปยังลานจอด ร้อยรัดเป็นคนขับรถของหล่อน มีปิ่นทิพย์นั่งข้าง ปูนปั้นขี่จักรยานยนต์ของเขาตามหลังไป จนกระทั่งถึงบ้านขนาดกลางของสี่พ่อแม่ลูก

เข้าไปทำความรู้จักกับบิดาของอีกฝ่าย

“ได้ยินแต่ชื่อมาพักใหญ่” ระวียิ้มแย้มทักทาย อดแปลกใจมิได้ที่ ‘ของสามชิ้น’ ของพลัง เป็นต้นเหตุชักพาชายหนุ่มสองนายมาถึงบ้าน มาประสานไมตรีที่มิรู้ว่าจะดีหรือร้าย เพราะยังอยู่ในข่ายสงสัยด้วยกันทั้งคู่

โดยเฉพาะชายผู้ที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้า ท่าทางสำรวมกว่าชายเมื่อคืน

แต่ในกิริยาที่ดูเหมือนลุ่มลึกก็มีเรื่องยาว

“ครับ…ผมก็ได้ยินคุณร้อยพูดถึงคุณอาบ่อยเหมือนกัน วันนี้ พอดีมีชั่วโมงว่างก็เลยตามคุณร้อยมาทำความเคารพครับ”

“มีสินค้าส่งออกมากละซีนะคุณ ถ้าไม่ใช่พระพุทธรูปแล้วเป็นอะไร”

ปูนปั้นเลยต้องนิ่งไปนิดหนึ่ง นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเปิดฉากด้วยเรื่องทำมาหากิน

“ก็แล้วแต่ครับ…แล้วแต่ว่ามีคนมาเสนอขายอะไรแล้วทางต่างประเทศอยากได้ประเภทไหน ไม่จำกัดครับ” เขาก็เลยตอบเป็นกลางๆ เหมือนเคยตอบทุกคน “อยู่ที่คนทางโน้นต้องการน่ะฮะ…”

แต่ยังมิทันเอ่ยต่อ เสียงมือถือของเขาก็ดังขึ้น ชายหนุ่มยังไม่ทันจะขยับตัวลุกยืน ก็ต้องรับฟัง

“กูอยู่หน้าบ้าน ออกมาพูดอะไรกะพี่ชายกูหน่อย จะได้รู้จักกันไว้”

ปูนปั้นตกใจจนถือเครื่องค้าง ตาเปิดกว้างจนทั้งสามคนตรงหน้าแลเห็นอาการไม่ปกติ

“พูดเรื่องอะไร” ในที่สุดเขาก็ทรุดตัวลงนั่ง

เรียกวิญญาณนักสืบคืนมา

“เรื่องสมบัติมหากาฬ”

“ผมไม่รู้เลยนะคุณ…ถ้าคุณตามผมมารู้ว่าผมไปไหนก็คงจะเข้าใจนะว่า ผมเองก็ตามหาเหมือนกัน”

เจ้านั่นนิ่งไป คงหันไปถ่ายทอดถ้อยคำของเขาให้อีกคนที่มันว่าเป็นพี่ชายฟัง

ปูนปั้นก็เลยกดปิดมือถือ ขณะหันไปทางร้อยรัด พร้อมยิ้มมีนัย

“น่าอัศจรรย์ที่มันก็รู้เบอร์ผม”



Don`t copy text!