อุมาวสี บทที่ 25 : ได้คืบเอาศอก

อุมาวสี บทที่ 25 : ได้คืบเอาศอก

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

มันเป็นวันแห่งความปลอดโปร่งโล่งอก อุมาวสีโดยสารรถประจำทางเช่นเดียวกับคนอื่นๆ อยากจะให้เป็นเช่นนี้ทุกวันด้วยซ้ำ ไม่ต้องกังวลว่าใครจะมารับส่ง

ลงรถเมล์ที่ปากซอย เดินทอดน่องสบายใจเฉิบ เจ้าจำรูญเฝ้ารอคอยปราดขวางสกัด ยิ้มเผล่ทะเล้น

“เจอกันอีกแล้วคนสวย วันนี้ไม่นั่งรถเก๋ง”

“เรื่องของฉัน”

“เพื่อนผมไม่เชื่อว่าคุณมีอิทธิฤทธิ์เหนือมนุษย์ บันดาลให้มอเตอร์ไซค์ลอยขึ้นจากพื้น ตกลงมาพังยับเยิน น่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้ผม”

“ลองถามตัวคุณเองว่าเป็นนักข่มขืนปลดทรัพย์หรือเปล่า”

จี้ใจดำชะงัด เจ้าจำรูญสะดุ้งยิ้มเจื่อน ถูฝ่ามือไปมาลีลากะล่อนเจ้าเล่ห์

“เชิญซ้อนท้ายรถผม คิดค่าโดยสารแค่ห้าบาท ถูกยิ่งกว่ากล้วย ผมอยากจะเห็นจะจะ ตอนคุณผู้หญิงหายวับไปกับตา”

รำคาญ อยากจะให้การตอแยสิ้นสุด อุมาวสีหยิบเหรียญห้าบาทจากกระเป๋าลูกบิดยื่น

“อ๊ะ! ผมไม่รับ จนกว่าจะส่งคุณผู้หญิงถึงหน้าประตูรั้ว”

เด็กสาวขบริมฝีปาก เจ้าเดนมนุษย์เหลี่ยมจัดสารพัดเล่ห์ ได้รับบทเรียนเจ็บแสบไม่รู้จักหลาบจำ

ครั้นจะลงโทษถึงขั้นปลิดชีพจะเข้าข่ายปาณาติปาต ทำให้เสื่อมอิทธิฤทธิ์ทั้งปวง เมื่อเกิดปัญหาวิกฤติจะไม่สามารถมีกลับหิมพาลัยนคร

อุมาวสีลงทุนนั่งซ้อนท้ายมุมเฉียง สั่งความเรียบๆ

“ขับตรงไปค่ะ”

“กอดเอวผมยึดไว้ก็ได้ครับ กันพลาดตก”

หน็อยแผนตื้นๆ หากหล่อนกระทำเช่นนั้น คงจะเป็นผู้หญิงสำส่อน ชอบประลองรัก

ทรชนหนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ เร่งความเร็วกระหึ่ม อยากจะพิสูจน์ชัดๆ นางงามประจำซอยหายตัวไปได้อย่างไร

เพียงไม่ถึงห้านาที เจ้าจำรูญก็รู้สึกว่าท้ายจักรยานยนต์โล่ง ชะลอความเร็วหยุดรถ เหลียวมอง

นั่นปะไร!

ว่างเปล่า ปราศจากผู้โดยสารโฉมงาม

คราวนี้มันไม่กลัว เพราะรู้ว่าถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ปีศาจ

ทันทีทันควัน เหรียญห้าถูกโยนแปะลงมาตกใกล้ล้อรถ แต่ไม่แลเห็นคนโยน

“คุณผู้หญิง ปรากฏตัวหน่อยเถอะ”

เงียบ!

เฉกเช่นคุยกับอากาศ เจ้าจำรูญคิดละโมบ หากนางงามประจำซอยไว้ใจความสนิทสนม มันจะได้ประโยชน์เหลือจะคณานับ

ช่วงเวลาเดียวกัน อุมาวสีสืบเท้าตามสบายผ่านเข้าประตูรั้ว ภายในบริเวณต้นไม้แยะ อากาศบริสุทธิ์ แตกต่างกับป่าคอนกรีตหรือโลกภายนอก

ที่ตึกขาว หล่อนอาบน้ำ สวมชุดลำลอง ผัดหน้าด้วยแป้งฝุ่น เก็บดอกมะลิจากต้นที่ปลูกเรียงรายริมกำแพงใส่ขันพลาสติกใบย่อม นำไปฝากนางมณีวงศ์ สังเกตได้ว่าท่านเซื่องซึมเศร้าหมอง

“ไม่สบายหรือคะ คุณยาย”

“เปล่าจ้ะ เมื่อคืนยายนอนหลับๆ ตื่นๆ ไม่เต็มอิ่ม”

“คุณยายวิตกกังวล”

หญิงชราสูดลมหายใจลึก ใบหน้ายับย่นพยักเนิบ

“ใช่จ้ะ ยายอายุมากขึ้นทุกวัน ร่างกายอ่อนแอตามวัย ไม่รู้ว่าวันไหนจะสิ้นบุญ ถ้าได้เห็นเหลนคงจะนอนตายตาหลับ”

วาจานั้นแฝงนัยเร่งให้หลานสะใภ้ตั้งท้อง เด็กสาวยิ้มขวยเขิน ไม่ยอมขยายความใดๆ ทั้งสิ้นคล้ายจะตอบโดยปริยายว่า เมื่อถึงคราวก็ตั้งครรภ์เองน่ะแหละ

“อุนวดให้คุณยายนะคะ”

“เอ้อ ตกลง อุอ่านใจยายออก”

นางมณีวงศ์เอนกายระนาบบนโซฟา ศีรษะหนุนหมอนอิง อุมาวสีหมุนแหวนเงินในนิ้ว แผ่พลังจิตบีบนวด กำหนดสุบินนิมิต

ท่านสบายเนื้อตัว ม่านตาหนักสะลึมสะลือ เคลิบเคลิ้ม เพียงไม่นานก็หลับผล็อย

ฝันว่าตัวลอยในอากาศ อยู่เหนือพื้นดินประมาณห้า-หกเมตร เบื้องล่างอุทยานพรรณไม้ดอกนานาพันธุ์สวยสดสะพรั่ง ผีเสื้อนับพันพะเยิบปีกบินว่อน วิหคร้องเซ็งแซ่ดุจบทเพลงแห่งธรรมชาติ กวางสี่-ห้าตัววิ่งกระโดดแผล็ว ฝูงผีเสื้อแตกฮือบินพึ่บพั่บ

อุมาวสีพักมือจากการบีบนวด คอยระมัดระวังตัวเกรงว่าหญิงสูงอายุจะกลิ้งพลัดตก

พิณทิพย์ย่องขึ้นมาบนตึกเล็กเงียบกริบ แม้กระนั้นเด็กสาวก็หยั่งรู้โดยสัญชาตญาณอันละเอียดอ่อน

คนช่างสาระแนจับผิดเมียงมองลับๆ ล่อๆ ที่เฉลียง เมื่อได้จังหวะเหมาะก็กวักมือเรียกน้องสะใภ้ลุกออกมาพบ หล่อนพูดเสียงกระซิบ

“ฉันรู้ว่าอุนวดให้คุณยายจนหลับ ตามประวัติท่านไม่เคยพลิกตกจ้ะ แค่มือหรือเท้าก่ายพ้นขอบโซฟาก็ตื่นแล้ว”

เนื่องจากเป็นคำบอกเล่า ผู้ฟังจึงแค่น้อมรับสำรวม พี่สาวพิชญ์ชมเปาะแฝงกระแนะกระแหน

“ฝีมือเธอยอดเยี่ยม คุณยายไม่พูดถึงน้องกุลอีกเลย ท่านตบรางวัลสร้อยข้อมือพลอยแดงเส้นหนึ่งแล้ว อย่าห่วงจ้ะไม่นานหรอก อุจะได้อะไรจากท่านอีกเพียบ”

“อุไม่คาดหวังค่ะ ตั้งใจจะปรนนิบัติรับใช้ท่านให้ดีที่สุด”

“ใครๆ เขาก็หวังสิ่งตอบแทนกันทั้งนั้นแหละ สิ่งที่อยู่ในใจเธอ ใครจะตรัสรู้”

“คนอื่นจะคิดยังไง อุไม่ถือสาเป็นอารมณ์ ใจเราสะอาดบริสุทธิ์ พระย่อมคุ้มครองเสมอ ศัตรูมีแต่จะแพ้ภัยตัวเอง”

 

พิณทิพย์ขบริมฝีปาก ข่มอารมณ์ร้ายที่คุพลุ่ง ลอเยบังอาจยอกย้อนอย่างแยบยล ทำนองตาใสใจซื่อ แต่หลอกเหน็บนิ่มๆ

“บัวลอยน้ำขิงไส้เผือกผสมงาดำอร่อยไหมจ๊ะ”

ดรุณีร่างงามระหงนึกรู้ทันที มาจากเฉิดโฉมรายงานฟ้อง แน่ละ ย่อมพลิกแพลงข้อมูล ยกย่องตนเอง เหยียบย่ำผู้อื่น

อนาถ…เสียหายทั้งขึ้นทั้งล่อง เหมือนอยู่กลางดงผักหนามหมุนไปทางไหนก็เจ็บ

“อร่อยค่ะ”

“เอาละ พี่คุยกับน้องอุแค่นี้แหละ คุยมากเดี๋ยวจะหาว่าล้วงลูก” ยิ้มเยาะเต้นพราวที่ริมฝีปาก “ดูเหมือนคุณยายจะตื่นแล้ว จะรับท่านไปทานข้าวที่ตึกประธานจ้ะ”

น้องสะใภ้กลับตึกขาว ไม่หงุดหงิดหรือโมโห คุมสติไว้กับตัวตลอด ยังไม่ถึงเวลาจะแยกจิตออกจากกายหยาบ กระแสกิเลสรอบทิศมิอาจแทรกซึมหล่อน

คืนนั้น พิชญ์กับถึงบ้านร่วมสี่ทุ่ม ท่าทางของเขารื่นเริงฮัมเพลงหงิงๆ ข่าวคราวจากเฉิดโฉมตระหนักว่าเป็นการบิดเบือนข้อมูล ใส่ร้ายป้ายความผิดให้คู่ครอง สร้างความแตกแยก

อุมาวสีรู้ปัญหาเชิงลึก กรณีนี้จะปล่อยเลยตามเลยหาได้ไม่ หล่อนเล่าความเรื่องเฉิดโฉมตลอด และต่อท้าย

“พี่โหน่งทราบหรือยังคะ ว่าคุณมินทร์กอดจูบพี่โฉม”

พิชญ์เลิกคิ้ว ประหลาดใจยิ่ง

“เป็นไปได้เชียวรึ”

“วันที่ไปดูหนังรอบกลางวัน จูบที่ลานจอดรถกลางแจ้งเปิดเผย พี่โฉมเดินตัวลอยเคลิบเคลิ้ม แทบว่าจะหกล้ม ตั้งแต่นั้นเธอก็พยายามทุกทางจะเป็นแฟนคุณมินทร์ อุสนับสนุนค่ะ”

เหตุการณ์โอละพ่อ สามีหนุ่มจ้องลึกลงไปในดวงตาของภรรยาสาว

“น้องอุสะกดจิตคุณมินทร์ใช่ไหมเนี่ย”

ปฏิเสธไม่ได้เลย เพราะหล่อนไม่ใช่ชาวโลก มีอิทธิปาฏิหาริย์พอตัว

“ใช่ค่ะ อยากจะสงเคราะห์พี่โฉม เธอว้าเหว่อาภัพคู่ อายุมากขึ้นทุกวัน”

พิชญ์อ่านสถานการณ์ออก ที่สวนอาหารยุ่งเหยิงอุตลุด เกมอิจฉาริษยาหลายระดับซับซ้อน อุมาวสีลุยอยู่ท่ามกลางกระแสคลื่นแรงร้อนของกิเลส โดนเขาสาดโคลนเปื้อน

หากไม่ใช่ชาวหิมพาลัยจะพ่ายแพ้ยับเยิน

“ถ้ามันหนักหนารับไม่ไหว น้องอุควรจะลาออกครับ”

“สบายมากค่ะ” เด็กสาวยืนยัน ดวงตาคู่ฝันฉายประกายนักสู้ “ไม่อยากอยู่เฉยๆ นอนงอมืองอเท้า การทำงานเสริมสร้างประสบการณ์ ช่วยให้เราทันคนทันโลก ไม่ล้าหลังตกรุ่น”

สิ่งที่ยังไม่เปิดเผยคือ แก้ไขสังคมวิปริตที่ตนเกี่ยวข้องด้วย เจ้าจำรูญเป็นหนึ่งของจำนวนนั้น จะแก้ไขสำเร็จหรือไม่เพียงใดก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

O         O         O         O

ใกล้เวลานอน อุมาวสีลุกไปยืนชิดขอบหน้าต่าง ทอดสายตามองท้องฟ้าทะมึนภายนอก

พลันขนลุกซู่จากไขสันหลังแผ่ขึ้นเบื้องสูง ภาพนวมินทร์ปรากฏในห้วงนึก เขากำลังขับรถผ่านถนนซอยเปลี่ยวเขตปริมณฑล

ห่างออกไปประมาณสองร้อยเมตร พวกโจ๋ดักตามรายทางเตรียมก้อนหินไว้คอยขว้างปาระบายอารมณ์ ไม่แยแสต่อความเดือดร้อนของผู้อื่น

อุมาวสีหมุนแหวนเงินในนิ้ว กลั้นลมหายใจ เรือนร่างโสภิตอันตรธานแวบ

ขณะนั้นนวมินทร์กลับจากเยี่ยมมารดาของลูกน้องที่ป่วยหนัก เขาได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง ถนนซอยค่อนข้างแคบ บางช่วงคดเคี้ยวใกล้เคียงมุมหักข้อศอก

ชายหนุ่มใช้ความเร็วระดับปานกลาง ช่วงวิบากจะชะลอรถเก๋งขับช้ากว่าปกติ

จะเป็นอุปาทานหรืออะไรก็เหลือที่จะเดา เหลือบเห็นอุมาวสียืนขวางทางแวบเดียว ชั่วประเดี๋ยวก็เห็นแวบที่สอง เสมือนลางบอกเหตุอะไรสักอย่าง

ไม่ยอมจอดรถรับ เพราะโดยเหตุผล เป็นไปไม่ได้ที่หล่อนจะปรากฏกายในสถานที่เปลี่ยวยามวิกาล

นั่นปะไร!

กลุ่มวัยรุ่นลับๆ ล่อๆ แถวพุ่มไม้เตี้ย มือถือก้อนหินขนาดเขื่อง เตรียมจะประทุษกรรมยวดยานที่สัญจร

สถานการณ์ฉุกเฉิน นวมินทร์แก้ปัญหาฉับไว เป็นไรเป็นกันไม่ตายก็รอด เหยียบคันเร่ง ยานพาหนะคันหรูวิ่งตะบึง

อุมาวสีปรากฏโฉมรอบที่สาม ฝูงมารสังคมระดมขว้างปาก้อนหิน

ช่างน่าอัศจรรย์นัก!

โดยเฉพาะหินก้อนใหญ่เบี่ยงเฉไฉออกนอกเส้นทาง ก้อนย่อมลอยขึ้นสูงหยุดนิ่งกลางอากาศ และกระดอนกลับไปหาคนขว้าง โดนหน้าบาดเจ็บถึงกับทรุด ได้รับบทเรียนถ้วนทั่ว

ชายหนุ่มรอดพ้นอันตรายหวุดหวิด ทั้งที่มิได้พกพระเครื่องแม้แต่องค์เดียว

ฉุกคิดถึงคำเตือนของอุมาวสี ช่างบังเอิญตรงกันเผง

มันเป็นปัญหาแทรกซ้อน เขาจะต้องหาคำตอบ

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ กุลณัฐที่กำลังทาไนท์ครีม แว่วเสียงริงโทนไพเราะ หน้าจอโทรศัพท์มือถือโชว์ชื่อนวมินทร์

“รบกวนเวลาพี่กุลหรือเปล่าครับ”

“ไม่จ้ะ มีธุระอะไรรึ”

“น้องอุเธอเป็นใครมาจากไหน”

ขนตาที่ดัดงอนไหวกะพริบ ด้วยปฏิภาณกุลณัฐรู้ว่า น้องชายน่าจะหลงใหลใฝ่ถึงสาวน้อยผู้เลอโฉม

“ได้ยินว่าเธอมาจากหิมพาลัยหรือเมืองลับแล ดินแดนหลงสำรวจที่ไม่มีในแผนที่โลก แต่พี่คิดว่าไม่ใช่จ้ะ”

“เพราะเหตุใดครับ”

สาวสวยยิ้มเครียดที่มุมปาก ทำไมจะเชียร์คู่ปรับด้วยเล่า กดได้ก็ควรกด จะได้ต่ำกว่ามาตรฐาน

“เมืองสมมุติอยู่ในนิทานปรัมปรา น้องอุสร้างภาพลักษณ์ ยกตัวเองให้สูงขึ้น พี่เดาว่าเธอมาจากสลัมชนบทที่ไหนสักแห่ง นามสกุลเดิมของน้องอุลอเยจ้ะ นี่ไม่ได้เหยียบย่ำซ้ำเติม วิจารณ์ตามข้อเท็จจริง”

ขนาดอ้างว่าไม่ได้เหยียบย่ำ หากวาจาขัดแย้งกันเองในตัว นวมินทร์ไม่ใช่คนหูเบา แค่รับฟัง ใช้วิจารณญาณใคร่ครวญ จะเชื่อหรือไม่เชื่อค่อยว่ากันทีหลัง

“มารยาทของเธองามเพียบพร้อม นิสัยถ่อมตัว ดูออกว่าไม่ใช่เสแสร้งครับ แตกต่างกับพี่เฉิดโฉมลิบลับ รายโน้นดูออกว่าเธอแอ๊บแบ๊ว”

“นั่นเป็นความดีอย่างหนึ่งของน้องอุ พี่ยอมรับจ้ะ” กุลณัฐยอมอนุโลมโดยชั้นเชิง “แต่กิริยามารยาทคนเราย่อมฝึกได้เสมอ”

“เป็นไปได้ไหมครับ น้องอุมีอิทธิฤทธิ์เหนือมนุษย์”

หล่อนเผลอหัวเราะเบาๆ พลิ้วในลำคอระหง

“มินทร์เป็นนักเรียนนอกนะจ๊ะ ไปเก็บเอากากเดนความคิดนี้มาจากไหนเนี่ย”

นวมินทร์ตัดสินใจไม่เล่าความ กรณีถูกพวกวัยโจ๋ขว้างปาก้อนหินใส่รถเก๋งและคลาดแคล้วหวุดหวิด

O         O         O         O

เฉิดโฉมถอนใจเฮือก สีหน้าไม่ร่าเริง อารมณ์ขุ่นหมอง

“เฮ้อ! คิดถึงคุณมินทร์ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เขาจะโผล่”

อุมาวสีค่อนข้างจะเห็นใจสาวใหญ่ไร้คู่ คนเราควรจะพอใจสภาพแวดล้อมของตัวเอง

การครองเรือนใช่ว่าจะเป็นชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ขาดๆ วิ่นๆ เยอะ มิฉะนั้นคงไม่มีข่าวคู่สมรสดังหย่าร้างทางสื่อ

การแต่งงานเป็นเพียงความสมบูรณ์แบบทางโลก ไม่ใช่เจาะจงปัจเจกบุคคล

“อุไม่รู้ว่าจะช่วยพี่โฉมได้ยังไงค่ะ”

“แค่น้องอุโทรไปชวนเท่านั้น เขาก็โอเคไม่เชื่อลอง”

เด็กสาวซ่อนอาการขบขันมิดชิด รู้ว่าเฉิดโฉมเป็นคนปากอย่างใจอย่าง กิเลสหนาแน่น ลองอยู่ต่อหน้าหนุ่มสุดหล่อ หล่อนจะกีดกันให้อุมาวสีเป็นส่วนเกินทันที

“อุไม่ใช่บุคคลสำคัญค่ะ”

“เธอสำคัญมากที่สุด คุณมินทร์มีใจให้เธอ”

“ยังงั้นขอทายว่า วันนี้เขาจะมาทานข้าวที่สวนอาหารอิ่มเอม”

เจ้าของกิจการหรือแคชเชียร์เบิกตาโต เผลออ้าปากหวอ

“จริงหรือจ๊ะ”

“เดาเล่นๆ อาจจะผิดหรือถูกก็ได้ค่ะ”

หล่อนจ้องลึกลงไปในดวงตาของฝ่ายตรงข้ามค้นหาพิรุธ พบแต่ความว่างเปล่า

“เอาละ พี่จะลองลุ้นดูบ้าง”

“เผื่อยังไงพี่โฉมอย่าลืมโทรไปบอกพี่แนทนะคะ เธอจะได้ทราบความเคลื่อนไหวของเรา”

เล่นเอาเฉิดโฉมนิ่งอึ้งคอแข็ง ถึงอย่างไรก็ไม่อาจยอมรับว่าตนปากบอนเกินปกติเข้าขั้นปากตำแย แถมยังอิจฉาริษยา ชอบอ้างเหตุผลเข้าข้างตนเองเสมอ สิ่งที่ทำได้ง่ายดายคือกระทืบเหยียบย่ำผู้อื่น

“โฮ้ย! ปากมีหู ประตูมีช่อง ไอ้เรื่องพรรค์นี้น้องอุแคร์ด้วยหรือจ๊ะ เมื่อเราไม่ได้กระทำความผิด”

เวลาผ่านไปเที่ยงเศษ ลูกค้าเยอะมาก ทุกโต๊ะเต็มหมด นวมินทร์ลงจากรถเก๋งคันงาม เดินอาดๆ เข้าสวนอาหาร

สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์ดีใจเนื้อเต้น แทบจะระงับอากัปกิริยาไม่อยู่ แลเห็นอุมาวสีให้การต้อนรับ เชื้อเชิญให้ไปนั่งโต๊ะรวมกับชายหญิงอาวุโส

ลูกค้าแน่นขนัด ไม่เหมาะที่หล่อนจะแทรกแซง ต้องเลือกเอาเวลาเหมาะสม

เด็กเสิร์ฟเบอร์หนึ่งสาละวนอยู่กับบริการลูกค้า ไม่มีเวลาคุยส่วนตัวกับนวมินทร์ จนกระทั่งชายหญิงสูงอายุเช็กบิลลุกออกไปจากโต๊ะ ชายหนุ่มพยักหน้าเรียก

“สั่งอะไรเพิ่มเติมหรือคะ”

“เปล่าครับ ผมอยากจะถามคุณอุบางอย่าง เมื่อคืนประมาณสี่ทุ่ม ผมเห็นคุณอุสวมชุดนอนเดินถนนซอยเปลี่ยว บริเวณที่พวกโจ๋รุมขว้างก้อนหิน”

เตรียมการแก้ตัวไว้แล้ว ไม่ยากที่อุมาวสีจะหลีกเลี่ยงมุสาวาท ยิ้มหวานละมุน

“ระยะทางไกลหลายสิบกิโลเมตร คุณมินทร์เชื่อหรือคะ ว่าอุจะไปเดินเสี่ยงภัยแถวนั้น”

“นั่นสิครับ ผมคงจะตาฝาดละมั้ง”

เฉิดโฉมออกจากคอกเคาน์เตอร์การเงิน กรายแขนนวยนาดไปหาหนุ่มสุดหล่อ ทำเอียงอายเก้อเขินอย่างไรชอบกล

นวมินทร์รู้สึกว่าความสุขเล็กๆ อันตรธานแวบ พนมมือทำความเคารพอย่างนอบน้อม ขณะอุมาวสีถอยออกไปยืนห่าง

“สวัสดีครับ พี่โฉม”

หล่อนรับไหว้เขา หย่อนกายนั่งเก้าอี้ หนีบขายักเยื้องเยี่ยงนางแบบ

“แหม เจอกันออกบ่อย คราวหลังไม่ต้องไหว้พี่โฉมนะคะ”

“ผมนับถือพี่โฉมครับ พฤติกรรมที่ไม่ถูกไม่ควร รับรองว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก”

สาวใหญ่เกือบจะแอ๊บแบ๊วไม่ออก ห่อริมฝีปากจุ๋มตุ้งติ้ง กรายหลังมือปัดเส้นผม เบิกตาโตกะพริบพราว ทำไมจะไม่รู้ว่าวาจาของเขาแฝงนัยตัดความสัมพันธ์เชิงปฏิพัทธ์

เจ็บใจเหลือเกิน ทั้งที่จูบเราดูดดื่มลืมได้ลงคอ ผู้ชายรักง่ายหน่ายเร็ว

“เมื่อกี้คุณมินทร์คุยกับน้องอุส่วนตัว พี่โฉมมาขัดความสุข”

“เราทักทายกันธรรมดาครับ”

“อาหารมื้อนี้พี่โฉมขอเลี้ยงนะคะ ตอบแทนที่คุณนวมินทร์เลี้ยงเราที่ภัตตาคารอาหารจีนคราวก่อน”

“ของซื้อของขาย พี่โฉมจะขาดทุน กรุณาคิดเงินเถอะครับ”

“ไม่ค่ะ” อมยิ้มพริ้มพรายลีลายั่วกิเลส “แต่คุณมินทร์สามารถเลือกเอื้อเฟื้อด้านอื่นๆ ได้ เป็นต้นว่า…”

รำคาญน่าเบื่อ ตอบแทนเอื้อเฟื้อพะนึงพะหนืดอยู่นั่นแหละ ไม่รู้จักสิ้นสุด นวมินทร์แกล้งถาม

“อะไรครับ”

หากตอบตรงกับใจเป๊ะต้องว่า พาโฉมไปดูหนังชมคอนเสิร์ต เที่ยวสถานบันเทิงกลางคืน หาสถานที่ส่วนตัวจูบกระหน่ำ หรือจะนอนคุยกันบนเตียงก็จะไม่เกี่ยงงอน

“น้องอุชอบเที่ยวห้าง พาเราไปสิคะ”

“วาระไหนบ้างที่ไปซื้อของ”

“บ่อยมากค่ะ โฉมจะซื้อจำพวกน้ำมันพืช เครื่องปรุงรส น้องอุเข็นรถตะแกรง ถ้าเนื้อสัตว์ อาหารสดรถตู้เย็นจะมาส่งที่ร้านเราประจำ รวมทั้งจำพวกข้าวสารด้วย”

“ตกลง วันไหนว่างผมจะโทรมาถามพี่โฉม บริการรับส่งเบ็ดเสร็จ”

เฉิดโฉมชื่นมื่น หล่อนเป็นคนประเภทได้คืบเอาศอก จึงหวังว่าจะเติมเชื้อปฏิพัทธ์ จนกระทั่งแนบแน่นสนิท



Don`t copy text!