อุมาวสี บทที่ 26 : ดอกไม้สีทอง

อุมาวสี บทที่ 26 : ดอกไม้สีทอง

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

นวมินทร์มารับสองสาวตามที่รับปาก ในใจนึกแอบเบื่อหน่ายเล็กๆ เมื่อขับรถเก๋งคันหรูออกจากสวนอาหารอิ่มเอม เฉิดโฉมนั่งรถเก๋งเบาะหน้าเคียงคู่ชายหนุ่มสุดหล่อ อุมาวสีนั่งเบาะหลังกลายเป็นส่วนเกินโดยปริยาย

แทบจะตลอดระยะทาง เฉิดโฉมแสดงบทบาทเจ้าแม่แอ๊บแบ๊วคอยชม้อยชม้ายทำตาหวานฉ่ำ ผสมกับยิ้มระรื่น ลูบคอเสื้อเหนือทรวงอกบ่อยครั้งเชิงอวดว่า ของฉันอวบเต่งกว่าอุมาวสี

ไม่ยักลูบลำคอค่อนข้างสั้น เนื้ออวบเป็นชั้นใกล้เคียงกับคำว่าอ้วน

ณ ห้างสรรพสินค้า อุมาวสีเข็นรถตะแกรงตามหลังบุคคลทั้งสอง

สาวใหญ่จีบปากคุยฉอเลาะไม่ขาดระยะ

“เชื่อไหมคะ น้องอุเพลิดเพลินมากที่ได้เที่ยวห้าง โดยเฉพาะมีคุณมินทร์ร่วมทางด้วย ไม่เชื่อ คุณมินทร์ลองถามน้องอุ”

เอากับแม่ซิ กล่าวเท็จชัดเจน ทั้งที่ตัวเองต่างหากเพลิดเพลิน อยากจะควงแขนนวมินทร์เสียด้วยซ้ำ

“ใช่ไหมครับ คุณอุ?”

“อุเปรียบเหมือนช้างเท้าหลังค่ะ” เด็กสาวตอบเสียงอ่อนหวาน “พี่โฉมเปรียบเหมือนช้างเท้าหน้า”

เฉิดโฉมหน้าเจื่อนนิดหนึ่ง ถือโอกาสไม่ขยายความ

ไม่ใช่ภาคเย็นหรือค่ำ ผู้คนในศูนย์การค้าไม่มากนัก ส่วนใหญ่เข็นรถตะแกรง ส่วนน้อยหิ้วตะกร้าพลาสติก

สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์เลือกหยิบสินค้าใส่รถตะแกรง ชักจะมากมายหลายถุง นวมินทร์จึงเข็นรถตะแกรงแทนอุมาวสี ปล่อยให้เธอเดินอยู่ในกลุ่มระยะใกล้

สบโฉลกเหมาะ เฉิดโฉมช่วยเข็นบ้าง แขนต่อแขนเบียดกันเชิงกระตุ้นสวาทในตัว บางครั้งหล่อนทำตาหวานเยิ้ม เผยอริมฝีปากนิดๆ เชิงชวนว่า

จูบพี่โฉมอีกสิคะ แม้กลางห้างก็ไม่เป็นไร กลับดีเสียอีก เท่ากับประกาศว่าเรารักกัน

นวมินทร์แสนจะรำคาญ หล่อนจุ้นจ้านไม่รู้จักกาละเทศะ ในที่สุดเขาก็ปล่อยให้เฉิดโฉมเข็นรถตะแกรงตามลำพัง เจ้าของกิจการสวนอาหารส่งรถตะแกรงต่อให้ลูกน้องทันที เขาหมดโอกาสช่วยเหลือ

อ้อยอิ่งอยู่ในห้างนานพอสมควร เฉิดโฉมจีบปากคุยฉอเลาะ ทั้งที่นวมินทร์แสนจะเบื่อ ตอนหนึ่งว่า

“คุณมินทร์เชื่อไหมคะ คนอื่นเขาคิดว่าเราเป็นแฟนกัน”

“ความคิดของคนเราห้ามกันไม่ได้หรอกครับ” หนุ่มหล่อเน้นเสียงชัดเจน “ผมนับถือพี่โฉมเหมือนพี่สาว การกระทำที่ไม่เหมาะสมจะไม่เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด”

ทำไมจะไม่รู้ความหมายแอบแฝง เฉิดโฉมนึกเถียง พี่สาวต่างพ่อต่างแม่ ลองนวมินทร์มานอนเตียงเดียวกับเราสิ จะพิสูจน์ข้อเท็จจริง

ขากลับเฉิดโฉมนั่งเชิดหน้าสวยพริ้งคู่กับนวมินทร์ อุมาวสีนั่งเบาะหลังเช่นเคย ตอนรถเก๋งติดสัญญาณไฟแดง หล่อนคุยจ้อฉอเลาะ ส่วนใหญ่เขาจะพยักหน้าแทนคำตอบ พร้อมกับนึกในใจว่า

เจ้าแม่แอ๊บแบ๊วรู้ไหมว่า เราเบื่อสุดๆ

ณ สวนอาหารอิ่มเอม นวมินทร์ช่วยหิ้วถุงพลาสติกไปส่งถึงห้องครัวด้านหลัง เฉิดโฉมแสดงบทบาทต่อเนื่อง

“ทานข้าวด้วยกันนะคะ พี่โฉมเลี้ยงคุณมินทร์ตอบแทน”

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมจะไปธุระ”

สาวใหญ่เจ้าเล่ห์ชำเลืองหางตามองอุมาวสี

“น้องอุอยากให้คุณมินทร์ทานข้าวที่นี่ เธอคงเป็นสุขมาก”

ขณะนั้นอุมาวสีอยู่ห่างเกินกว่าที่จะตอบ

“เอ้า ตกลง”

นวมินทร์ทรุดกายลงนั่งโต๊ะเล็กที่ว่าง เฉิดโฉมไปประจำเคาน์เตอร์แคชเชียร์ กวักมือเรียกพนักงานเสิร์ฟเบอร์หนึ่ง สั่งให้ไปบริการหนุ่มสุดหล่อ และแถมพก

“อุอย่าไปคุยอะไรนอกลู่นอกทางกับคุณนวมินทร์นะจ๊ะ”

“อุไม่ชอบคุยนอกลู่นอกทางอยู่แล้วค่ะ”

ที่โต๊ะเล็ก อุมาวสีจดรายการอาหารตามที่นวมินทร์สั่ง เขาตบท้ายเสียงดังเท่ากระซิบ

“วันนี้ที่ห้างสรรพสินค้า คุณอุเบื่อไหมครับ”

“ไม่เบื่อค่ะ อุนึกเสมอว่าเราเป็นลูกจ้าง หนักนิดเบาหน่อย อดทนได้เสมอ”

อุมาวสีกลับไปที่ห้องครัว บอกแม่ครัวปรุงอาหารตามที่ลูกค้าสั่ง ธวัชมาที่สวนอาหาร สาวน้อยสะคราญโฉมให้การต้อนรับ เขาสั่งรายการอาหาร เมื่อเสร็จก็แถมพก

“เมื่อคุณอุเลิกงานตอนเย็นใกล้ค่ำ ผมจะมารอรับ พาไปส่งที่บ้านนะครับ”

นี่ก็อีกรายหนึ่ง ทำไมเธอจะไม่รู้จุดประสงค์ที่แฝงเร้น เอาใจลูกค้าไม่กล้าปฏิเสธเด็ดขาดว่าไม่ตกลง อุมาวสีบ่ายเบี่ยง

“พี่โฉมควบคุมพฤติกรรมของพนักงานเสิร์ฟทุกคนค่ะ คุณควรขออนุญาตจากพี่โฉมเสียก่อน”

“ครับ ตกลง” เขายอมรับเงื่อนไข “งั้นกรุณาช่วยบอกคุณโฉมด้วย ขากลับเชิญคุณโฉมไปส่งผมที่รถเก๋ง ผมจะขอร้องตามลำพังไม่ให้คนอื่นได้ยิน”

เด็กเสิร์ฟเบอร์หนึ่งไปแจ้งข้อมูลแก่เฉิดโฉมที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ ผู้ฟังขบริมฝีปากไตร่ตรอง นึกเปรียบเทียบระหว่างนวมินทร์กับธวัช

ฝ่ายแรกหนุ่มน้อยนักเรียนนอกสุดหล่อ โสดแท้ ฐานะทางครอบครัวระดับมหาเศรษฐี ฝ่ายหลังหนุ่มวัยสามสิบขึ้น หน้าตาค่อนข้างดี สงสัยว่าจะเป็นโสดเทียม ฐานะทางครอบครัวเป็นความลับ

แต่นั่นช่างเถอะ ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า หล่อนอยากจะอวดนวมินทร์ทำนองว่า ฉันไม่ไร้ค่า มีหนุ่มอื่นคอยจีบแทะเล็มเยอะแยะ เผื่อว่านวมินทร์จะนึกเสียดาย

เวลาผ่านไป…

นวมินทร์รับประทานอาหารช้ากว่าปกติเล็กน้อย ผสมผสานกับอาการตรึกตรองใคร่ครวญ เฉิดโฉมเปรียบเสมือนเรือพ่วง เกาะตามติดอุมาวสี เขาหมดปัญญาจะแยกสองสาวต่างวัยออกจากกัน

เจ้าแม่แอ๊บแบ๊วก่อกวนน่ารำคาญ อยากจะอยู่ห่างสักร้อยโยชน์ เมื่อจบรายการของคาว เขาก็ต่อของหวาน อุมาวสีติดเสิร์ฟอาหารลูกค้าโต๊ะอื่น พนักงานเสิร์ฟอีกคนทำหน้าที่แทน

ธวัชอิ่มอาหาร กวักมือเรียกอุมาวสีคิดเงิน เธอหยิบกระดาษที่จดรายการให้ดูหนุ่มใหญ่พยักหน้ารับ พร้อมทั้งต่อท้าย ขณะยื่นแบงค์ห้าร้อย

“อย่าลืมบอกคุณโฉมตามที่ผมขอร้อง”

ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์มุมเด่น อุมาวสีแจ้งจุดประสงค์ เฉิดโฉมคลี่ยิ้ม

“คาดว่าคุณธวัชจะขออนุญาตพี่โฉม ขับรถพาน้องอุไปส่งบ้านตอนเย็น พี่โฉมจะติดรถไปเป็นเพื่อน แต่จะขอนั่งเบาะหลัง ปล่อยให้เธอนั่งเคียงคู่คุณธวัช”

“เผื่อว่าอุไม่ตกลงล่ะคะ”

“เราเป็นพนักงานเสิร์ฟควรเอาใจลูกค้านะจ๊ะ” หล่อนลอยหน้าจีบปาก อ้างเหตุผลเข้ากับตัวเองทุกอย่าง กลับดีเสียอีก สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ประหยัดเงิน ไม่ต้องจ่ายค่ารถประจำทาง

“แต่อุไม่อยากทำอะไรล้ำหน้าเพื่อนพนักงานคนอื่น” อุมาวสีแย้งน้ำเสียงนุ่มนวล “ส่วนใหญ่เขากลับรถเมล์กันทั้งนั้น บางรายญาติขับมอเตอร์ไซค์มารับ”

“พี่โฉมขอร้องให้เธอตอบรับไมตรีของคุณธวัชได้หรือเปล่า”

ทำไมจะไม่รู้ว่าการขอร้องก็คือการบังคับกรายๆ นั่นเอง เฉิดโฉมคอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เบื้องหลัง พร้อมกันก็โทรไปแจ้งข่าวแก่พิณทิพย์ ใส่ร้ายป้ายสีบิดเบือนความจริง

สรุปแล้ว เธอจะเสียหายทั้งขึ้นทั้งล่อง

“พฤติการณ์ไม่เหมาะสม” ดรุณีผู้เลอโฉมยืดร่างเต็มส่วนสัด “พี่โฉมจะให้อุพิจารณาตัวเอง ใช่ไหมคะ”

เฉิดโฉมยิ้มเจื่อนนิดหนึ่ง พอจะรู้นิสัยอุมาวสี พูดคำไหนคำนั้น หากถูกบีบบังคับพร้อมที่จะลาออกเสมอ สาวใหญ่เจ้าของกิจการน้ำเสียงอ่อนลง

“ตามใจน้องอุเถอะจ้ะ พี่โฉมไม่บังคับ”

อุมาวสีนำเงินทอนค่าอาหารไปมอบให้ธวัช ไม่ยอมใส่ถาด แฝงเจตนาว่าไม่ต้องการทิป

นั่นปะไร!

หนุ่มใหญ่จับมือเธอ สายตาเว้าวอนเจ้าชู้ เด็กสาวโฉมงามดึงมือออกอย่างสุภาพ ปราศจากอาการหรือค้อนควักขุ่นเคือง

ถึงคราวที่สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์จะแสดงบทบาท ออกจากเคาน์เตอร์เดินนวยนาดไปส่งธวัชที่ลานจอดรถพื้นที่ค่อนข้างจะคับแคบ

พนักงานเสิร์ฟเบอร์หนึ่งมองตาม แต่แล้วก็หันหลังให้ หมุนแหวนเงินนิ้วนาง กลั้นลมหายใจอธิษฐานจิต

เกือบจะทันควัน ธวัชลืมตัวชั่วขณะหนึ่ง เหมือนถูกอำนาจลึกลับสะกดจิต โผสวมกอดเฉิดโฉมประทับจูบดูดดื่ม ท่ามกลางสายตากว่าสิบคู่ ยกเว้นอุมาวสี

ชั่วพริบตา สติสัมปชัญญะกลับคืน ธวัชรู้สึกตัวว่าตนกระทำความผิดร้ายแรง รีบพนมมือไหว้ พูดเสียงตะกุกตะกัก

“ขอโทษครับ คุณโฉม… ผมนี่บ้าชะมัดเลย…ไม่ควรทำแบบนี้”

เฉิดโฉมเองก็ตะลึงในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน ถึงอย่างไรรสจูบของธวัชก็ยังเป็นรองนวมินทร์หลายขุม

ด้วยสมองเจ้าเล่ห์อันฉับไว สาวใหญ่แอ๊บแบ๊วรีบพลิกสถานการณ์ให้เกิดประโยชน์แก่ตน

“ไม่เป็นไรค่ะ โฉมไม่ถือโทษ ยังไงล่ะก็ คุณธวัชมาทานอาหารที่นี่บ่อยๆ นะคะ”

“ครับผม” ชายหนุ่มรีบเปลี่ยนเรื่องที่ตนปรารถนา “ผมอยากจะขับรถไปส่งน้องอุ คุณโฉมช่วยเป็นธุระให้หน่อยได้ไหมครับ”

ตรงเผง ตามประเด็นที่ตนคิดไว้ หล่อนผ่อนลมหายใจน้อยๆ ยิ้มกร่อย

“เด็กคนนี้หัวแข็งค่ะ ถ้าเฉิดโฉมขอร้องเชิงบังคับ น้องอุก็จะลาออกทันที”

“งั้นผมควรจะทำยังไงดี”

หนุ่มใหญ่เกือบจะเกาท้ายทอยแกรก

“คุณธวัชดักพบน้องอุตอนเย็นทางประตูด้านหลัง ขอร้องเธอตรงๆ เด็กคนนี้ชอบความโก้เก๋ รักความสบาย ถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่นั่งรถเมล์” เฉิดโฉมแนะนำเชิงใส่ร้ายในตัว พร้อมทั้งสร้างศัตรูใหม่เพิ่มให้เขา “แต่อย่าลืมว่าคุณมีคู่แข่ง”

“ใครครับ?”

“หนุ่มน้อยสุดหล่อที่นั่งโต๊ะเล็กด้านขวามือริมสุด”

ชายหนุ่มแปรสายตามองตาม พบนวมินทร์ที่เขาไม่รู้จัก ในทันทีเขาก็รู้สึกเกลียด เฉิดโฉมอธิบายเพิ่มเติม

“คนนี้แหละชื่อนวมินทร์ จะคอยดักรับส่งน้องอุ คุณธวัชต้องชิงมาดักก่อนล่วงหน้า

หนุ่มเจ้าของนามรับปาก กัดฟันกรอด สายตาที่มองนวมินทร์เกือบจะถมึงทึง

เจ้าของฉายาเจ้าแม่แอ๊บแบ๊ว เดินลอยหน้าลอยตาระทดระทวยกลับเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ถึงอย่างไรอากัปกิริยาก็ไม่เนียนเท่าครั้งที่ถูกนวมินทร์กอดจูบ พร้อมทั้งนึกในใจว่า

“คุณมินทร์เห็นไหมคะ ไม่ใช่มีแต่คุณคนเดียวเท่านั้น หนุ่มๆ เขาก็อยากแนบชิดพี่โฉมเยอะแยะ เสียดายไหมล่ะ”

ขณะเดียวกันนวมินทร์ชำเลืองมองทางด้านข้างของอุมาวสี แม้สาวน้อยร่างงามระหงจะไม่เห็นลูกค้าหนุ่มใหญ่กอดจูบเจ้าของสวนอาหารอิ่มเอม แต่ก็เชื่อว่าเธอใช้อำนาจลึกลับดลบันดาลให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

ตอบโต้หนุ่มใหญ่ที่จีบแทะเล็มเธอ แถมยังจับมือเชิงเจ้าชู้ตอนรับเงินทอน

นวมินทร์กำหนดบทบาทว่าจะกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง

O         O         O         O

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ พิณทิพย์กระวนกระวายเล็กน้อย ทำไมยังเงียบ ตามปกติเฉิดโฉมจะโทร.มาฟ้องเสมอ ทำนองว่าที่สวนอาหาร อุมาวสีร่าเริงกระติ๊กริกชอบเล่นหูเล่นตากับลูกค้าหนุ่มๆ ใกล้เคียงกับคำว่าดอกไม้สีทอง

ปี๊บ-ปี๊บ!

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้น นามเฉิดโฉมปรากฏที่จอมือถือ

“ว่าไงคะ พี่โฉม มีข่าวคราวอะไรเกี่ยวกับน้องอุบ้าง”

“เปรี้ยวมากค่ะ เจ้าชู้ด้วย หนุ่มๆ ติดกันเกรียว เย็นนี้ดูเหมือนว่าจะนัดให้คุณมินทร์มารับตอนเลิกงาน น้องอุโกหกเก่ง แทบจะเรียกว่าคำพูดคำโกหกคำ พี่โฉมถามดักคอ เธอไม่ยอมรับ พูดเชิงท้าทายว่าพร้อมที่จะลาออก”

“แหม นึกไม่ถึง ที่บ้านอุทำตัวเรียบร้อยเหมือนกุลสตรี”

จนกระทั่งวางสาย เฉิดโฉมไม่ยอมพูดถึงธวัชกอดจูบหล่อนประเจิดประเจ้อที่ลานจอดรถ ใครต่อใครเห็นกันทั่ว

อุมาวสีแลเห็นเฉิดโฉมพูดโทรศัพท์อยู่ไกลโข ด้วยญาณหยั่งรู้เบื้องต้น เธอรู้ว่าสาวใหญ่เจ้าเสน่ห์โทร.รายงานพิณทิพย์ ใส่ร้ายป้ายความผิดให้เสียหาย ยกย่องตัวเองว่าเลิศเป็นแม่พระแห่งคุณธรรม

สาวใหญ่เจ้าบทบาทกวักมือเรียกเด็กเสิร์ฟเบอร์หนึ่ง น้ำเสียงแฝงโกรธ

“คุณมินทร์เช็คบิลไปแล้ว ทำไมน้องอุไม่บอกฉันล่วงหน้า”

“พี่โฉมกำลังโทรศัพท์อยู่นี่คะ”

“นั่นแหละ” เฉิดโฉมรุกกระชั้น “เธอสั่งเพื่อนพนักงานให้รีบมาบอกฉันก็ได้”

“อุหลีกเลี่ยงการวางอำนาจเหนือคนอื่น” อุมาวสีตอบอ่อนโยนยิ้มแย้ม ไม่โมโห “เราเพื่อนพนักงานฐานะเท่าเทียมกัน”

เฉิดโฉมขบริมฝีปาก ฮึดฮัดเงียบๆ รู้นิสัยอ่อนนอกแข็งในของเจ้าหล่อน และฐานะของพิชญ์เหนือกว่าหล่อนมากมายหลายเท่า ถึงอย่างไรก็อยากให้ดรุณีสะคราญโฉมทำงานที่นี่ เพื่ออ่อยเหยื่อลูกค้าหนุ่มๆ

“ฉันขอทายว่า ตอนเย็นเลิกงาน คุณมินทร์จะจอดรถรอรับส่งน้องอุทางถนนซอยด้านหลังสวนอาหาร”

“เป็นแค่การคาดคะเนเท่านั้น อุไม่กล้ายืนยันว่าจริงหรือเปล่า” อุมาวสีหลีกเลี่ยงด้วยไหวพริบของเธอ และรู้ทันเป้าหมายที่แท้จริงของเฉิดโฉม

“พี่โฉมควรจะโทร.ถามคุณมินทร์”

“บ๊อง! ใครจะกล้าโทร.ถามจ๊ะ”

สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์ชำเลืองค้อน

“คุณมินทร์จะได้หาว่าฉันวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของเขา เอาอย่างนี้เถอะ เธอสัญญากับฉันได้ไหมว่า จะไม่นั่งรถเก๋งไปกับคุณมินทร์ตามลำพัง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหานินทาของสังคม”

คู่สนทนานึกหัวเราะในใจ ช่วยต่อสร้อย

“ยกเว้นแต่ว่า พี่โฉมจะติดรถไปด้วยใช่ไหมคะ”

จี้ใจดำตรงเผง เฉิดโฉมพยักหน้าที่แต่งเติมสีสันสวยพริ้ง

“นั่นแหละ ช่วยเหลือน้องอุ เพราะเธอมีครอบครัวแล้ว ไม่ใช่สาวโสด”

พิลึก ซ่อนความปรารถนาตัวเองไว้ว่าต้องการจับคู่นวมินทร์หนุ่มน้อยสุดหล่อ อุมาวสีเลี่ยงเบี่ยงประเด็น

“ตามปกติ อุชอบนั่งรถประจำทางค่ะ ยกเว้นรถของพี่โหน่ง”

“เอาละ เท่านั้นแหละจ้ะ”

เวลาผ่านไป…

ตอนเย็น ใกล้เวลาปิดสวนอาหารอิ่มเอม ลูกค้ากร่อย เหลือแค่โต๊ะสุดท้าย อุมาวสีเตรียมตัวกลับ เดินไปหยิบกระเป๋าหิ้วที่ลิ้นชักต่ำสุดของเคาน์เตอร์แคชเชียร์ พนมมือไหว้ลานายจ้างสาวใหญ่

ช่วงเวลาสองนาทีต่อเนื่อง เฉิดโฉมกระซิบสั่งงานลับแก่พนักงานเสิร์ฟอีกคน หล่อนย่องออกทางประตูด้านหลัง ครู่เดียวก็กลับมาแจ้งเจ้าของกิจการ

“หนูไม่เห็นยายอุค่ะ”

“มีรถเก๋งจอดรออยู่หรือเปล่า”

“ไม่ทันสังเกต พี่โฉมไม่สั่งไว้นี่คะ นอกจากให้จับตายายอุ”

“ช่างเถอะ”

หล่อนถอนใจเฮือก

ชั่วประเดี๋ยวก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังกังวาน สาวใหญ่ผู้อารมณ์หงุดหงิดหยิบกระบอกหูฟังขึ้นแนบหู

“ขอโทษ ใครคะ?”

“ผมธวัชครับ รอครู่ใหญ่แล้ว ไม่เห็นน้องอุออกทางประตูด้านหลัง”

“มีรถเก๋งคันอื่น จอดอยู่หรือเปล่าคะ”

“รถเก๋งสี่-ห้าคัน จอดห่างจากรถผมประมาณร้อยกว่าเมตร”

“ช่างเถอะค่ะ น้องอุเธอไวเหมือนปรอท”

เฉิดโฉมวางโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์ แค้นเคืองมากใกล้เคียงกับกระอักเลือด ไม่กล้าโทร.ไปฟ้องพิณทิพย์อีก เพราะมันจะตอกย้ำสำนวนเดิมที่ตนฟ้องไว้แล้ว

สิ่งเดียวที่เฉิดโฉมไม่รู้ก็คือ อุมาวสีมีอำนาจพิเศษสามารถหายตัวได้

 



Don`t copy text!