อุมาวสี บทที่ 28 : จดหมายลับจากผู้หวังดี

อุมาวสี บทที่ 28 : จดหมายลับจากผู้หวังดี

โดย : ตรี อภิรุม

อุมาวสี ภาคต่อของ “หิมพาลัย” โดย ตรี อภิรุม เรื่องราวชีวิตหลังงานแต่งงานของพิชญ์และอุมาวสีในโลกที่แตกต่างจากโลกลับแลจะเป็นอย่างไร ความรักที่พิชญ์มีให้เธอ จะเพียงพอที่จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจของหญิงสาวผู้แสนดีคนนี้ได้หรือไม่ ‘อุมาวสี’ นวนิยายออนไลน์ที่พาชาวอ่านเอาเดินทางไปกับจินตนาการที่สวยงามและความรักที่มีอยู่จริง

ตอนเย็นหลังเลิกงาน อุมาวสีไม่ใช้เส้นทางประจำ หากเลี่ยงไปออกทางประตูรั้วด้านหน้า

เฉิดโฉมที่เฝ้าจับสังเกตรีบโทร.รายงานธวัช หนุ่มขับเคลื่อนเก๋งคันงามมาดักสาวแรกรุ่น

ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง ปราศจากวี่แววของดรุณีสะคราญโฉม เป็นไปไม่ได้ที่หล่อนจะหนีออกทางก้นซอยที่ไกลสุดกู่ ธวัชโทร.แจ้งให้เฉิดโฉมทราบ

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ อุมาวสีลงสะพานลอยไปรอรถเมล์ที่ป้าย

ครู่หนึ่งก็ได้โดยสารรถประจำทางสบายใจเฉิบ ไม่กลัวความลำบากลำบน ถือว่าเป็นสีสันของชีวิต

ปี๊บ-ปี๊บ!

หน้าจอโทรศัพท์มือถือโชว์ชื่อเฉิดโฉมพร้อมทั้งเลขหมาย

จุ้นจ้านเหลือเกิน คอยควบคุมพฤติกรรมของหล่อนทุกองศา เด็กสาวกดตัดสาย

ใช้เวลานานโข ต่อรถเมล์สองสาย

บัดนี้ ทุ่มตรง อุมาวสีเดินเข้าซอย ปลอดโปร่งไม่เจอเจ้าจำรูญดักสกัด สังหรณ์ว่าจะพบใครบางคน ฉะนั้นจึงไม่รีบร้อน

ทันทีทันควัน รถเก๋งไล่หลัง แสงไฟหน้าพุ่งเป็นลำยาว ชะลอความเร็วลง กระจกไฟฟ้าเลื่อนต่ำ

“ขึ้นมาซิจ๊ะ อุ”

พีรวรรณเอ่ยปากชวน

เมื่อก้าวขึ้นไปนั่งเบาะหลัง น้องสะใภ้ก็พนมมือไหว้ขอบคุณ รู้ว่าไอศูรย์ขับรถเก๋งมาส่งแฟนสาว

เพียงไม่กี่นาที รถคันหรูก็หยุดหน้าประตูเหล็กดัด จากวาจาของพีรวรรณกับแฟนหนุ่ม ทำให้อุมาวสีทราบว่า รถเก๋งของหล่อนถูกชนเข้าอู่ซ่อม อาศัยรถของไอศูรย์เอื้อเฟื้อ

เด็กสาวกดออด และผ่านขั้นตอนเข้าประตูรั้วตามลำดับ

“ทำไมอุไม่นั่งรถคุณธวัชล่ะ หรือพี่โฉมไม่ยอมติดรถมาเป็นเพื่อน”

น้องสะใภ้ตาปริบๆ นึกแล้วเชียว เฉิดโฉมปากโทรโข่ง ใส่ร้ายป้ายความผิดจนได้ น่าจะได้รับบทเรียนเพิ่มเติม

แต่ไหนแต่ไรอุติดดินค่ะ ขึ้นรถเมล์ก็สะดวก ไม่เป็นภาระแก่คนอื่น”

พีรวรรณเชื่อว่าลอเยพลิกพลิ้ว จุดมุ่งหมายของหล่อนอยู่ที่นวมินทร์ต่างหาก เกรงว่าหนุ่มสุดหล่อจะเข้าใจผิด

ความเห็นโดยสรุป ทั้งเฉิดโฉมและอุมาวสีต่างหลงใหลใฝ่ถึงนวมินทร์ แก่งแย่งปีนเกลียวกันเองลึกๆ

“คุณธวัชคงจะเสียใจแย่”

“ช่วยไม่ได้ค่ะ อุจะไม่ทำให้ใครปลื้ม ถ้าเราฝืนความรู้สึกรุนแรง”

“ในสายตาเธอ พี่โฉมเสน่ห์แรงรึเปล่า”

อุมาวสีตระหนักว่า คู่สนทนาเป็นศัตรูลับ จัดอยู่ในจำพวกหน้าเนื้อใจเสือ ควรระมัดระวังถ้อยคำ

ขืนปากต่อปาก ปรุงแต่ง จะกลายเป็นสงครามล้างผลาญเบ็ดเสร็จ

“ผู้หญิงมองผู้หญิงด้วยกัน ไม่รู้ชัดหรอกค่ะ”

“หนุ่มๆ เผลอไผลกอดจูบพี่เฉิดโฉมถึงสองคน หวังว่าคงจะไม่มีรายที่สาม”

“พี่แนนอยากจะให้มีรายที่สามหรือคะ”

“แน้ ฉันไม่เกี่ยวจ้ะ” พีรวรรณขัดแย้ง ขุ่นมัว แต่ยังยิ้มระรื่น “เราคนวงนอก วิจารณ์ตามรูปการณ์เท่านั้นเอง”

ทั้งสองหยุดหน้าบันไดหินอ่อนของตึกประธาน สาวสวยเปลี่ยนเรื่องคุย

“พรุ่งนี้วันหยุด เธอกับโหน่งนัดกันไปเที่ยวไหนจ๊ะ”

“ยังไม่ได้นัด พี่โหน่งจะบอกอุภายหลัง”

พีรวรรณแยกขึ้นคฤหาสน์ น้องสะใภ้สาวเท้าเรื่อยๆ ตรงไปตึกขาว

ริงโทนดังกังวานแบบพลิ้ว

ด้วยสัญชาตญาณ สงสัยว่าจะเป็นเจ้าเก่าปากตำแย

นั่นปะไร!

จริงตามที่คาด อุมาวสียกโทรศัพท์มือถือแนบข้างแก้ม

“พี่โฉมโทร.ถึงน้องอุครั้งที่สอง ครั้งแรกสงสัยว่าสายหลุด นี่เธออยู่ที่ไหนจ๊ะ”

“ถึงบ้านแล้วค่ะ อาศัยรถเก๋งของคุณเอ”

“แฟนของน้องแนนหรือจ๊ะ”

“ใช่ค่ะ เราเจอกันกลางซอย คุณเอจอดรถรับ”

เฉิดโฉมเผลอเบิกตาโตจนดูน่ากลัว ไอศูรย์ปรากฏในมโนภาพ หน้าตาปานกลางไม่จัดว่าหล่อหรือขี้เหร่ แต่งกายเนี้ยบมาดไฮโซ เคยมาอุดหนุนที่สวนอาหาร ท่าทางที่แสดงออกคล้ายจะชอบพออุมาวสี

แม่คนนี้เสน่ห์แรงเกินพิกัด ผู้ชายแย่งกันจับจอง

“น้องอุเลิกงาน คุณธวัชที่จอดรถรออยู่ ทำไมไม่เห็นเธอ”

“อุใช้เส้นทางเดิม คุณธวัชไม่เห็นก็ไม่เป็นปัญหาของคุณธวัช อุตอบแทนเขาไม่ได้ค่ะ”

สาวใหญ่นิ่งอึ้ง ยอมรับแก่ใจตนเองว่า บางสิ่งบางอย่างของอุมาวสีเหนือกว่าตนเยอะ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่เชื่อว่าผู้หญิงคนนี้จะปราศจากความโลภ

“ลูกค้าเพิ่งจะจองโต๊ะสิบสองคน พรุ่งนี้จะเลี้ยงตอนเย็น อาจจะเลิกหลังเวลากำหนดประมาณหนึ่งชั่วโมง พี่โฉมอยากจะให้น้องอุมาทำงาน เลื่อนไปหยุดวันพุธหรือพฤหัสแทน เธอจะได้เงินล่วงเวลาไม่รวมทิปจ้ะ”

“เสียใจค่ะ พี่โฉมบอกอุช้าไปหน่อย พี่โหน่งเกริ่นไว้สองวันแล้ว ว่าวันหยุดจะพาอุไปดูหนัง”

ผู้ฟังหงุดหงิด ระงับอารมณ์ไม่ค่อนแคะเหน็บแนม

O         O         O         O

ตอนเช้าตรู่เป็นเพื่อนนางมณีวงศ์ร่วมตักบาตร หลังจากกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ มาวสีชวนสตรีสูงอายุ

“วันนี้พี่โหน่งจะพาอุไปชมภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องพระพุทธเจ้า คุณยายไปกับเรานะคะ”

“ยี้! การ์ตูน”

ท่านย่นจมูก สีหน้าไม่ชอบใจ ประเมินจากภาพที่เห็นทางโทรทัศน์ ลายเส้นสีสันเกินจริง โน้มเอียงไปในด้านตลกขบขัน เด็กๆ ชอบ

“การ์ตูนผู้ใหญ่ค่ะ นักวิจารณ์ชมว่าสร้างได้ดีเยี่ยม ให้เนื้อหาเชิงธรรมะเกือบจะครบถ้วน”

“ไม่ละจ้ะ ยายนั่งนานๆ มักจะปวดหลัง อ้อ อุ” สตรีวัยดึกเหลียวมองหลายสะใภ้ตาเป๋ง “อยากให้อุสวมสร้อยพลอยแดง ก่อนออกเดินทางไปกับโหน่ง มาให้ยายชมหน่อยนะจ๊ะ”

เขาว่าผู้เฒ่ามักจะติดยึดกับสิ่งหยุมหยิมที่ให้ความหมายทางใจลึกซึ้ง คนภายนอกที่ไม่เข้าใจจะหาว่าจะยึดติดอยู่กับอดีต…ความหลัง ไม่คำนึงถึงปัจจุบันและอนาคต นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรก

อุมาวสีรับปาก

เวลาผ่านไปสองชั่วโมง…

บัดนี้ พิชญ์พาแฟนสาวขึ้นตึกเล็ก อุมาวสีแต่งกายสวยพริ้ง นางมณีวงศ์จับตามองชื่นชม

“อุสวมสร้อยข้อมือพลอยแดงรับกันมากจ้ะ เหมือนผู้ดีชาววัง อยากรู้ประวัติของมันมั้ย”

หลานชายอมยิ้ม เคยฟังเรื่องนี้ไม่น้อยกว่าห้าครั้ง สามารถเล่าแทนท่านได้สบายมาก

“อายุของมันประมาณร้อยปีเดียว แม่สามียายให้ของขวัญตอนตั้งท้องแรก”

อุมาวสีชมว่าวัตถุโบราณให้คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ต่อข้อถามของชายหนุ่มว่าอยากรับประทานอะไรจะซื้อมาฝาก บุพการีนิ่งไตร่ตรอง สองข้างแก้มแย่งกันขึ้นจีบริ้ว

“ยายนึกไม่ออกจ้ะ ไปเถอะ เที่ยวดูหนังกันให้สนุก”

วันนั้น อุมาวสีสุขใจหนักหนาที่ได้เคียงคู่พิชญ์ ปัญหาสารพัดจากสวนอาหารถูกตัดออกจากสมองชั่วคราว รวมทั้งปัญหาครอบครัวของแฟนหนุ่มด้วย

ณ ห้างสรรพสินค้าไฮโอันเป็นแหล่งรวมของกิจกรรมบันเทิงหลากหลายประเภท ชายหนุ่มจองตั๋วภาพยนตร์เรื่องพระพุทธเจ้า ต่อจากนั้นก็พากันเดินเตร่ชมบูธสินค้านานาภัณฑ์  หลายชนิดไม่มีขายในดิสเคาน์สโตร์

“อ้อ! อุนึกออกแล้วค่ะ คุณยายชอบสาคูไส้เห็ดหอมเจ”

“งั้นขากลับ เราจะซื้อไปฝากท่าน”

ปี๊บ-ปี๊บ!

พิชญ์ดึงโทรศัพท์มือถือออกจากซองหนัง หน้าจอโชว์นามกุลณัฐ เขายื่นมือถือให้อุมาวสีอ่านหน้าจอ โดยไม่คิดอำพรางแต่อย่างใด แถมยังกดเปิดเสียงสนทนาเพื่อให้ได้ยินด้วย

“พี่โหน่งทำอะไรอยู่คะ”

“มาดูหนังกับน้องอุครับ ซื้อตั๋วแล้ว”

กุลณัฐนิ่งอึ้ง หน้าเสีย ทราบว่าวันหยุดของพิชญ์ ตั้งใจจะชวนเที่ยวเตร่ ช้าไปหน่อยโครงการจึงล้มเหลว

“เท่านั้นแหละค่ะ กุลไม่รบกวนความสุขของพี่โหน่ง”

O         O         O         O

เฉิดโฉมแต่งกายกระชากวัยสุดๆ เนื่องจากเป็นวันนัดของนวมินทร์ ปลาบปลื้มแทบว่าจะยิ้มรื่นเริงตลอด อุมาวสีแกล้งลองใจหล่อน

“พี่โฉมน่าจะไปกันตามลำพังสองคน”

“ตกลงกับคุณมินทร์ไว้ว่าสาม จู่ๆจะเปลี่ยนเป็นสอง พี่จะกลายเป็นคนสับปลับ”

“อุจะช่วยพูดกับคุณมินทร์เอาไหมคะ”

สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์ขบริมฝีปากไตร่ตรอง นัยน์ตามองเฉียงฉายแววฉลาดรอบจัด นึกแลเห็นภาพตนเองเคียงคู่กับหนุ่มสุดหล่อ คุยกันกะหนุงกะหนิงหวานแหวว เป็นที่อิจฉาริษยาของสาวๆ รอบข้าง

“น้องอุคิดว่าจะทำสำเร็จเรอะ”

“ลองดู อุไม่รับรองผลสำเร็จ”

“ก็ได้จ้ะ”

เวลาผ่านไปจนกระทั่งสี่โมงเย็น นวมินทร์ขับรถเก๋งคันงามคลานเข้ามาจอดที่ลานพาร์คกิ้ง อุมาวสีให้การต้อนรับ แจ้งวัตถุประสงค์ ท่ามกลางการจับสังเกตของเฉิดโฉม

“ไม่ตกลงครับ”

“อ้าว! ทำไมล่ะคะ”

เด็กสาวเลิกคิ้วโก่ง ยิ้มหวานละมุน ฝ่ายตรงข้ามทำหน้าพะอืดพะอมคล้ายเขียวยาขม

“ผมขอยกเลิก”

“ขอทราบเหตุผลค่ะ”

“แม้คุณอุจะไม่ตอบ แต่ผมก็เชื่อว่า คุณได้ช่วยให้รอดพ้นจากพวกวัยโจ๋ระดมขว้างก้อนหินใส่รถเก๋ง เป็นหนี้บุญคุณระดับหนึ่ง” ชายหนุ่มอธิบายยาวเหยียด “ผมต้องการดูแลรับใช้ใกล้ชิดคุณอุ พี่โฉมเป็นแค่เรือพ่วง”

“คุณมินทร์เคยเผลอกอดจูบพี่โฉม”

“นี่แหละ ปัญหาโลกแตก” เสียงเครียดขึ้นเล็กน้อย “ถึงยังไงผมก็กล้าสาบานแก่ใจตนเองว่าไม่ได้หลงเสน่ห์ ถูกอิทธิพลเร้นลับครอบงำ”

“โปรดตอบแก่พี่โฉมเองได้ไหมคะ”

“ได้ครับ รับรองว่าจะไม่ทำให้คุณอุเสียหาย”

นวมินทร์ก้าวอาดๆ ตรงไปที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ เฉิดโฉมกระตุ้งกระติ้งพริ้มเพราขึ้นโดยอัตโนมัติ เอียงคอใช้หลังมือปัดเส้นผมเบื้องหลัง เบิกตาโตซึ้งลีลายั่วสวาท น้ำหอมกลิ่นคลาสสิคกระจายกรุ่น

“ผมชอบอะไรที่สนุกสนานไม่เป็นทางการครับ ถ้าเราไปกันเฉพาะสองคน ก็เหมือนกับว่าผมเป็นลูกจ้างพี่โฉม”

นึกแล้วเชียว ว่าอย่างไรก็ต้องล้มเหลว คนอย่างหล่อนหรือจะโทษตัวเอง จีบปากจริตจะก้านพราว

“เป็นความประสงค์ของน้องอุค่ะ เธอคงไม่อยากไปด้วย ละมั้ง โฉมไม่ติดใจอะไรหรอก สามก็สาม แผนเดิม”

ข้อขัดแย้งปลีกย่อยสิ้นสุด เฉิดโฉมสั่งลูกน้องเก่าทำหน้าที่แคชเชียร์แทน ยอมรับว่าเด็กเสิร์ฟเบอร์หนึ่งมีอิทธิพลทางใจต่อลูกค้าหนุ่ม ขนาดหล่อนเจ้าของกิจการไม่อาจเท่าเทียม

เฉิดโฉมนั่งรถเก๋งเคียงคู่นวมินทร์ ปล่อยให้อุมาวสีนั่งเบาะหลังกำหนดเป้าหมายที่ห้างค้าส่งระดับยักษ์ ต่อท้ายว่า

“เพื่อไม่ให้เป็นการเอารัดเอาเปรียบ คุณมินทร์แวะปั๊มเติมน้ำมัน โฉมจ่ายเองค่ะ”

เย็นนั้น สาวใหญ่เจ้าเสน่ห์ออกอาการดัดจริตเพียบ สมฉายาเจ้าแม่แอ๊บแบ๊ว นวมินทร์ไม่สนใจไยดีเลย หล่อนเป็นส่วนเกินที่น่าเบื่อ จิตใจของเขาจดจ่ออยู่กับอุมาวสีผู้เรียบร้อยสำรวม

ณ ห้างสรรพสินค้า เฉิดโฉมเคียงคู่หนุ่มหล่อ ร่าเริงกระติ๊กริก คุยจ้อฉอเลาะ บางครั้งบางคราวแกล้งเผลอจูงมือเขา

อุมาวสีที่ตามหลังนึกว่าชมรายการตลกทางโทรทัศน์ เฉิดโฉมสร้างมุกฮาๆ เพียบ เป็นไปโดยธรรมชาติ

หล่อนเลือกหยิบสินค้าใส่รถตะแกรง แสร้งวกวนล่าช้า เพื่อจะอยู่กับนวมินทร์นานที่สุด

บังเอิญเจ้าจำรูญมาส่งผู้โดยสาร ถือโอกาสเดินเตร่ในห้างยักษ์ พลันเหลือบพบคนทั้งสาม

“นั่น แม่คนสวยเจ้าของนามอุ”

แอบมองหลีกเร้น มันฉุกคิดอุบายได้อย่างหนึ่ง ออกไปตรวจคาร์พาร์ค ยวดยานมากมายจอดเรียงเป็นตับ ไม่นับคันที่วนหาทางจอด และคันที่กำลังจะขับเคลื่อนออกจากช่อง ใช้เวลาสำรวจนานโข

นั่นปะไร!

ยานพาหนะคันหรูจอดในช่องมุมเฉียง หมายเลขทะเบียนรถตรงกับที่จดไว้คราวก่อน

“ได้การละ ฮึ่ม!”

เจ้าจำรูญคำราม เขียนข้อความใส่เศษกระดาษแผ่นย่อมเหน็บที่ปัดน้ำฝน

หลบออกมาเสีย มั่นใจว่าแผนร้ายของมันจะประสบผลสำเร็จ

เฉิดโฉมนำทางวกวนระหว่างล็อคสินค้าขายส่ง นวมินทร์เข็นรถตะแกรงเคียงข้าง อุมาวสีตามหลังเป็นส่วนเกิน

นึกขบขัน สาวใหญ่แสดงประหนึ่งปลากระดี่ฤดูน้ำหลาก เดินอกกระเพื่อมชี้ชมหมวดหมู่สินค้า เสียงเจื้อยแจ้ว ทำตาหวานเยิ้ม เผยอริมฝีปากเต้นระริก เย้ายวนชวนเสน่หา

ใช้เวลาหลายนาทีจึงผ่านช่องแคชเชียร์ หล่อนชำระบัตรเครดิต

“แวะร้านเครื่องดื่มนะคะ โฉมรู้สึกว่าคุณมินทร์จะคอแห้ง”

“ไม่แห้งครับ”

ชายหนุ่มเข็นรถสินค้าครืด อยากจะคุยกับอุมาวสีบ้าง แต่หมดโอกาส เจ้าแม่แอ๊บแบ๊วคุมเชิงตลอด

ณ ลานพาร์คกิ้ง เขาเหลือบพบเศษกระดาษเหน็บที่ปัดน้ำฝน ดึงมันออกอ่านคร่าวๆ พับใส่กระเป๋า

“อะไรคะ?”

“โฆษณาขายสินค้าครับ พี่โฉม”

นวมินทร์ตอบไม่ตรงความจริง เปิดกระโปรงท้ายรถ ช่วยยกสินค้าเก็บ ทำงานคล่องแคล่วเหมือนผู้ชายแรงงานมืออาชีพ

ขับรถเก๋งออกจากห้างใหญ่ชานเมือง เฉิดโฉมทำตามสัญญา บอกให้เขาแวะปั๊มเติมเบนซิน

กว่าจะถึงสวนอาหารก็ค่ำมืด เลยเวลาเลิกงานชั่วโมงเศษ นายจ้างสาวใหญ่หยิบเงินร้อยห้าสิบบาทส่งให้เด็กเสิร์ฟคู่หูเชิงตัดวงจร

“เอ้า พี่ให้น้องอุค่าแท็กซี่ พรุ่งนี้เราเจอกันใหม่จ้ะ”

“เผื่ออุประหยัดนั่งรถเมล์ล่ะคะ”

“ตามใจน้องอุ สิทธิส่วนตัว”

อุมาวสีไหว้ลาคนทั้งสอง สาวเท้าลิ่วทะลุถนนซอย

ชายหนุ่มอัดอั้นตันอก หีบห่อสินค้ายังอยู่ในกระโปรงท้ายรถ เท่ากับเป็นขวากหนามไม่ให้เขาตามไปส่งดรุณีผู้เลอโฉม เฉิดโฉมเหลี่ยมจัดจนน่าเกลียด

ฉุกคิดบางอย่าง บัตรสนเท่ห์อยู่ในกระเป๋าเสื้อ เขายังไม่ได้อ่านรายละเอียดครบถ้วน ช่วยลูกจ้างยกลังสินค้าเข้าไปเก็บในห้องด้านหลัง ไม่รังเกียจว่ามันเป็นงานกรรมกร

“นี่ค่ะ น้ำผลไม้รวมปั่น ถ้าคุณมินทร์ไม่ดื่มละก็ โกรธกันตายเชียว”

เฉิดโฉมเชิญชวน ยิ้มหวานระรื่น นวมินทร์นั่งโต๊ะเดียวกับหล่อน คุยด้วยเรื่องมโนสาเร่โดยมารยาท เก็บความขุ่นข้องไว้ในใจเร้นลึก

ร่วมครึ่งชั่วโมง เขากล่าวอำลาสาวใหญ่เจ้าเสน่ห์

“โอกาสหน้าเราพบกันใหม่นะครับ”

“ค่ะ” ลอยหน้าจีบปากยั่วกิเลส “หวังว่าคุณมินทร์คงจะไม่หายสาบสูญ”

“ไม่แน่ๆ” ยั้งคำพูดไว้ในลำคอ ตราบที่คุณอุยังทำงานที่สวนอาหารอิ่มเอม

“โฉมจะบอกความลับคุณมินทร์ ถึงยังไงน้องอุก็จะไม่ชอบคุณเกินฐานะเพื่อน”

“เธอมีเจ้าของแล้ว ใช่ไหมครับ”

“คุณทราบ…”

หล่อนจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สนทนา ค้นหาแววพิรุธ

“พี่กุลบอกผม”

“แต่คุณก็ยังคบค้าสมาคมกับน้องอุ”

“ผมชอบอัธยาศัยเธอ ไม่โลภ ฉวยโอกาสทางผิด ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง”

สาวใหญ่ขบริมฝีปาก ทุกอย่างสวนทางกับตนทั้งสิ้น ความโลภ กอบโกยไม่อิ่ม ไม่รู้จักพอ และฉลาดแกมโกงอีกต่างหาก เป็นคุณสมบัติของเศรษฐีมหาเศรษฐี

เผลอๆ คนที่ชอบบูชามหาเศรษฐีจะพูดว่า เขารวยแล้วไม่โกงหรอก

“น้องอุอาจจะสร้างภาพก็ได้นะคะ”

“เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชั้นสูง ใช่ว่าจะสร้างภาพกันได้ง่ายๆ พฤติกรรม ภาคปฏิบัติ ต้องถึงพร้อมหมดทุกด้านครับ ผมเชื่ออย่างแน่นแฟ้นว่า คุณอุไม่ใช่คนลวงโลก”

น้ำเสียงของเขาจริงจัง เฉิดโฉมยุติข้อขัดแย้ง รู้โดยสัญชาตญาณว่าหล่อนยุเขาไม่ขึ้น แตกต่างกับพีรวรรณ-พิณทิพย์

นวมินทร์ลุกจากโต๊ะ เจ้าของกิจการตามไปส่งที่รถเก๋ง โบกมือหยอยๆ ลีลาอ่อนช้อย จนกระทั่งเก๋งคันงามขับเคลื่อนพ้นลานพาร์คกิ้ง

ห่างออกไปเกือบสองร้อยเมตร ชายหนุ่มจอดรถยนต์ริมถนนเลนใน เปิดไฟฉุกเฉินกะพริบวาบ หยิบเศษกระดาษจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ตคลี่อ่าน เจ้าจำรูญเขียนว่า

คุณเจ้าของรถยนต์

เย็นวันก่อนคุณรับเด็กสาวชื่ออุที่ป้ายรถเมล์ เธอไม่ใช่คนธรรมดา มีอิทธิปาฏิหาริย์เหนือมนุษย์ อยากรู้รายละเอียดโทร.ถามผม ต่อจากนั้นก็เป็นหมายเลขโมบายโฟนสิบหลัก ลงท้ายว่าจาก…ผู้หวังดี

ชายหนุ่มย่นหัวคิ้ว ตรงตามวัตถุประสงค์พอดี อย่างไรก็ตาม ข้อความแฝงเลศนัยชอบกล อาศัยตรรกะ ไม่ควรไว้ใจคนแปลกหน้าเต็มร้อย

หยิบโทรศัพท์มือถือออกจากเอว นวมินทร์โทร.ถึงอุมาวสีอันดับแรก



Don`t copy text!