เกมอาชา บทที่ 17 : เฮงคอนเฟิร์ม

เกมอาชา บทที่ 17 : เฮงคอนเฟิร์ม

โดย : ภัสรสา

เกมอาชา  โดย ภัสรสา เรื่องราวของคนกับม้าที่แค่การดูแลให้ม้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นก็ทำเอาสุมิตราเหนื่อยหนัก แต่ที่หนักหน่วงมากกว่าคือ ความพิิศวงของวิญญาณตนนั้นที่มาพร้อมผีม้า และอดีตชาติของเธอที่ค่อยๆ ชัดเจน พร้อมๆ กับเขาคนนั้นที่ผูกพันกับเธอมากกว่าที่คิด… ‘ เกมอาชา’ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้ทุกคนได้ อ่านออนไลน์

………………………………………………………….

 

“เล่ามาเดี๋ยวนี้” แสงฉานคาดคั้นทันทีที่ออกห่างจากครอบครัวของโอบนิธิแล้ว ทว่าสุมิตรายังทำไม่รู้ไม่ชี้ “เล่าอะไรล่ะ”

“อย่ามา ฉันเห็นหน้าแกก็รู้แล้วว่ามีเรื่องแน่ ไหนจะหินอีก พออูโน่ชี้ไปทางโน้นปุ๊บ หินกอดอกแน่นมาก ตอนนี้ยังกอดอยู่เลย”

หิรัณย์เลยเอามือลง ทว่าได้ครู่เดียวก็ยกขึ้นกอดอกอีกครั้ง มันทำให้เขารู้สึกอุ่นใจมากกว่าการยืนทิ้งแขนลงเฉยๆ

“เรื่องอะไรเหรอ ฟุ้งไม่เห็นรู้เรื่องเลย”

สุมิตราได้ที รีบเออออกับฟุ้งฟ้า “ก็นั่นน่ะสิ พี่ก็ยังงงอยู่ว่าซันอยากรู้เรื่องอะไร” แต่รู้ว่าถ้าพูดเฉยๆ แสงฉานไม่ยอมแน่ สุมิตราจึงพยายามส่งสัญญาณไปทางสายตาว่าเรื่องนี้ไม่ควรให้ฟุ้งฟ้ารู้ แสงฉานเองจึงยอมตามน้ำไปก่อน นอกเรื่องไป “แกรู้แน่ๆ ใช่ไหมล่ะ ว่าคอกไหนให้ม้าอูโน่ แต่ไม่อยากพูด”

สุมิตราเลยไหลไปด้วยกัน “ฉันยังไม่แน่ใจ เลยว่าจะเช็กก่อน ไม่อยากบอกผิดบอกถูก”

เรื่องเลยจบลงตรงนั้น ต่างคนต่างแยกย้ายทำหน้าที่

เมื่อจอร์จมาถึงก็ร่วมมือกับสุมิตราและแสงฉานตรวจดูม้าอาราเบียนทั้งหกตัวของหิรัณย์ว่าควรแต่งเกือกอย่างไร ส่วนม้าของแสงฉานนั้นทำเกือกไว้เรียบร้อย เพียงติดซิลิโคนเพื่อปกป้องกีบไม่ให้ถูกหินหรือสิ่งแปลกปลอมทิ่มแทงระหว่างแข่งเท่านั้น

กระทั่งการทร็อตอัปม้า การประชุมผู้เข้าร่วมแข่งขันเพื่อพูดถึงเส้นทางและเรื่องอื่นๆ เสร็จสิ้น แต่ละคอกแยกย้ายเพื่อเตรียมแข่งขันในวันพรุ่งนี้ ในตอนนี้ที่ฟุ้งฟ้าแยกห่างจากแสงฉานไปช่วยหิรัณย์กับเฮงทำอาหารนี่เอง สุมิตราถึงได้รู้ว่าเพื่อนไม่ได้ลืมเลย เพราะแสงฉานเข้ามาประชิด คาดคั้นเหมือนเดิม

“เล่ามาเดี๋ยวนี้”

สุมิตรามองหน้าเพื่อน เอ่ยถามอย่างให้โอกาสตัดสินใจ “แน่ใจนะว่าอยากรู้ตอนนี้ ฉันแนะนำว่าให้รู้หลังแข่งแปดสิบโลจบ”

“ทำไมต้องรอแปดสิบโลจบ”

“อย่างน้อยสี่สิบโลก็ปล่อยตัวตอนหกโมง มันสว่างแล้วไง”

ประโยคนั้นบวกกับมองหน้าเพื่อนนานเข้า ไม่นานแสงฉานก็ยิ้ม… ยิ้มแห้ง… ยิ้มเฝื่อน และในที่สุดก็โบกมือ “เออ ไม่อยากรู้แล้ว ช่างแกเถอะ”

“ไม่ได้ แกถามแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้แข่งเสร็จ ฉันจะเล่าให้ฟัง”

“ไม่อยากรู้แล้วโว้ย”

“แก ไอ้ปอดแหก”

“เออ ยอมรับ ฉันมีเมียแล้ว อะไรที่รู้แล้วไม่ปลอดภัยกับชีวิตฉันไม่อยากรับรู้ทั้งนั้นแหละ… โน่น ช้างมาแล้ว ไปเล่าให้ไอ้ช้างฟังโน่น”

“ช้างก็มีเมียแล้วย่ะ”

“ก็เรื่องของมัน”

สุมิตราเลยผลักแขนเพื่อนที่เอาตัวรอดไปหน้าตาเฉยอย่างหมั่นไส้ ก่อนพากันเดินไปต้อนรับชนัญญูที่เพิ่งขับรถนำขบวนทีมเซอร์วิสจากซันแอนด์สกายเข้ามา พอรถจอดก็มีคนรีบวิ่งลงจากรถมาบอก หน้าตาตื่นๆ ดูขวัญเสีย

“คุณช้างคุณซัน พี่ทิงเป็นลม”

นั่นทำให้แสงฉาน ชนัญญู วินิทรา และสุมิตรารีบเดินไปยังรถอีกคัน รีบบอกให้พาทิงลงจากรถมาแผ่อยู่บนพื้น ให้คนไม่เกี่ยวข้องออกไปจะได้ไม่ถูกมุงจนแย่งอากาศหายใจ แสงฉานเอ่ยถามเมื่อทิงมีสติขึ้นมานั่งได้ “ไม่สบายเหรอ ถ้างั้นพรุ่งนี้นอนพักนะ ไม่ต้องเซอร์วิส”

ทิงส่ายหน้าไปมา รอจนเพื่อนคนอื่นไปหมด เหลือแต่แสงฉาน ชนัญญู วินิทรา สุมิตราแล้ว ก็กระซิบบอก “ตอนกำลังจะเข้ามาที่นี่ ผมเห็นผี”

แสงฉานหันมองหน้ากับสุมิตรา ที่ถามย้อนอย่างเจาะจง

“ผู้หญิงกับม้าใช่ไหม”

ทิงเบิกตากว้างอย่างตกใจ แต่ก็พยักหน้ารับทันทีเช่นกัน นั่นทำให้แสงฉานหันขวับมองสุมิตราซึ่งก็พยักหน้ายืนยันว่าสิ่งที่เพื่อนคิดนั้นจริง อ้าปากเตรียมจะเล่าทว่าแสงฉานบอกทันที

“แกเล่าฉันกลับ กลับเดี๋ยวนี้เลยด้วย”

จบประโยคนั้นก็มีเพียงความเงียบ กระทั่งชนัญญูโพล่งขึ้น “ต้องมีอะไรแน่ๆ ใช่ไหมแซม”

สุมิตราพยักหน้า อ้าปากจะพูด ทว่าแสงฉานขัดอีก

“แข่งจบก่อนก็ได้ พรุ่งนี้ปล่อยตัวตีสี่นะโว้ยยยย จะมาทำให้กลัวกันเองทำไม”

นั่นเองสุมิตราจึงนิ่ง พยักหน้าแทนการบอกว่าเห็นด้วย ในบางแมตช์มักมีข่าวลือเรื่องผีสางถูกปล่อยออกมาเพื่อทอนกำลังใจนักกีฬาที่ต้องเตรียมพร้อมอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงก่อนแข่ง ซึ่งถ้าปล่อยตัวตีสี่ก็ต้องมาพร้อมกันตอนตีสาม เป็นเวลาที่ความน่ากลัวทั้งหมดถูกยกไปให้เรื่องผีเรื่องวิญญาณ เพียงแต่นี่ไม่ใช่ข่าวลือเพราะเธอจะไม่ปล่อยให้มันถูกลือ หนำซ้ำถ้าใครบอกว่าถูกผีหลอกเธอจะทำให้ไขว้เขวด้วยว่าที่หลอกนั้นผีหรือคน

สุมิตราได้แต่คิดในใจถึงเจ้าแม่… นี่เป็นการจัดเอ็นดูแรนซ์ครั้งแรกของเฮงกับหิรัณย์ เธออยากให้มันราบรื่น อยากให้เป็นแมตช์ที่ดีที่น่าประทับใจ ถึงแม้ถ้าเฮงกับหิรัณย์ติดใจอยากจัดอีกเธอก็จะค้านหัวชนฝาอยู่เหมือนเดิมก็ตาม ถ้าเจ้าแม่จะไม่อาละวาดทำให้การแข่งขันติดขัดหรือมีปัญหา เจ้าแม่อยากกินอะไรขอให้บอก เธอจะให้หิรัณย์จัดให้ทุกอย่างเลย!

 

ตีสามเป๊ะ ทีมของหิรัณย์ก็มาพร้อมกันที่บริเวณคอกม้า วิศรุต สุมิตรา แสงฉาน กมนนุชช่วยกันดูเรื่องอาหารม้าและการให้อิเล็กโตรไลต์ เฮงมาดูแลเรื่องให้อาหารคน หิรัณย์ ฟุ้งฟ้า วินิทราช่วยกันไล่ถักเปียแผงคอม้า นอกจากเพื่อความสวยงามแล้วยังทำให้ง่ายในการคูลดาวน์ด้วย ส่วนชนัญญูกับคนอื่นๆ ช่วยกันตรวจดูอุปกรณ์การขี่ อีกยี่สิบนาทีจะได้เวลาปล่อยตัว นักกีฬาทุกคนก็ขึ้นบนหลังม้า พาม้าเดินเป็นวงกลมเป็นการอบอุ่นร่างกาย กระทั่งได้ยินเสียงประกาศเรียกจากส่วนกลางให้นักกีฬาและม้าที่แข่งระยะแปดสิบกิโลเมตรไปรายงานตัว จึงทยอยกันเดินเรียงแถวไป มีเฮงเดินยิ้มแต้ตามถ่ายวิดีโอ ชนิดหิรัณย์หันมาเห็นพ่อตัวเองทีไรก็อดยิ้มไม่ได้ จนแม็กซ์ส่งเสียงทักกึ่งแซว

“ผมไม่เคยเห็นคุณยิ้มตอนแข่งมาก่อนเลย”

หิรัณย์หันไปมองแม็กซ์ สายตาเลยไปเห็นสุมิตราที่อยู่ด้านหลัง เลยยิ้ม และส่งยิ้มนั้นให้แมกซ์อีกที คล้ายจะบอกว่าในแมตช์นี้แมตช์เดียวเขาอาจยิ้มมากกว่าที่เคยยิ้มในทุกแมตช์ที่เคยแข่งรวมกัน ก่อนให้ม้าหยุดเดินเมื่อมองไปเห็นความวุ่นวายตรงลานปล่อยตัว คนอื่นหยุดเดินด้วยและพอมองเห็นความวุ่นวายนั้นต่างก็หายสงสัยว่าเขาหยุดเดินทำไม เหมือนมีนักกีฬาคุมม้าไม่ได้ มีม้าที่ไล่เตะม้าตัวอื่นอยู่ ไม่รู้หรอกว่าเป็นม้าของคอกไหนเพราะตอนนี้ค่อนข้างมืด ต่อให้มีแสงไฟเปิดอยู่ก็ยังมองลำบากว่าใครเป็นใครในระยะไกล แต่หิรัณย์รู้ว่าเขากับสุมิตรารวมไปถึงแสงฉานมีธงในใจ หิรัณย์รอจนสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ค่อยพาม้าไปรายงานตัว และรอเวลาปล่อยตัว

หิรัณย์ขออนุญาตสุมิตรากับแสงฉานสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษเพื่อความสะดวกสำหรับแม็กซ์ ซึ่งทั้งคู่ไม่มีปัญหา ในตอนที่ใกล้ได้เวลาปล่อยตัว หิรัณย์ก็พูดขึ้น “เราออกทีหลังได้”

ทุกคนส่งเสียงตอบรับอย่างเห็นด้วย ในการแข่งขันแปดสิบกิโลเมตร การออกตัวก่อนหลังไม่มีผลกับอันดับการแข่งขันนัก พอเห็นความวายป่วงของม้าที่มารวมตัวกัน ประสบการณ์ทำให้หิรัณย์ยอมออกทีหลังดีกว่าไปเสี่ยงให้ม้าตัวเองถูกเตะ หรือถูกม้าขี้ตื่นวิ่งเบียดวิ่งชนจนบาดเจ็บ

ในที่สุดก็ได้เวลาปล่อยตัว ในเฟสแรกไม่มีอะไรต้องเร่งสำหรับหิรัณย์ ทั้งสี่ขี่เกาะกลุ่มกันไปเรื่อยๆ ผ่านวอเตอร์พอยต์ไปโดยไม่หยุดม้า แค่รับน้ำดื่มสำหรับคนและราดตัวม้าเท่านั้น ในตอนที่จะเฉียดผ่านศาลเจ้าแม่ หิรัณย์ก็ขึ้นมาเทียบสุมิตรา เอ่ยถามโดยไม่หันหน้าไปมองเพราะไม่อยากเสี่ยงให้แสงจากไฟฉายคาดหัวทำร้ายตาหญิงสาว

“เป็นไง”

“ไม่เห็น”

จบแค่นั้น หิรัณย์ไม่พูดไม่ถามสิ่งใดอีก เพราะเขาเองก็ต้องพยายามตั้งสมาธิกับทาง แม้มีไฟฉายให้แสงสว่างทว่าทัศนวิสัยก็ยังไม่ดีเท่าตอนกลางวัน

เฟสแรกจบลงไปอย่างง่ายดาย ยังไม่มีม้าตัวไหนถูกคัดออก อันดับของทีมหิรัณย์กับทีมสตาลเลี่ยนไม่หนีกันมากนัก ตอนนี้หิรัณย์นำเพราะฮาร์ตเรตอันน่าอัศจรรย์ของจาเมก้า คือมาถึงแล้วลงผ่านเกณฑ์เลยราวกับการวิ่งยี่สิบกว่ากิโลไม่ส่งผลอะไร สลับด้วยทีมสตาลเลี่ยนอีกสองคน ตามมาด้วยแวนเดอร์บิลต์ ม้าของโอบเอื้อ โอนิกซ์ อิซเบลล่า

เฟสสองหิรัณย์เห็นทีมสตาลเลี่ยนเร่งม้าแซงไปไกล ทว่าหิรัณย์ยังนิ่ง ไม่เร่งตาม จาเมก้าเป็นม้าตีนปลายที่ดีมาก แต่ต้องค่อยๆ เร่งความเร็วจนจาเมก้าพร้อมเอง ซึ่งปกติจะอยู่ในระยะที่สี่สิบกิโลเมตรขึ้นไป หลังจากนั้นควบเร็วเท่าไรเท่ากัน

ทีมหิรัณย์ยังเกาะกลุ่มกันอยู่ มีหยุดพักให้ม้ากินน้ำที่วอเตอร์พอยต์ ซึ่งฟ้าที่ยังไม่สว่างก็ทำให้มองไม่ชัดนักว่าใครเป็นใคร แต่พอฟุ้งฟ้าเห็นว่าแสงฉานหยุดให้ม้ากินน้ำอยู่ก็เดินเข้าไปหาเพื่อส่งน้ำขวดให้ ไม่คิดว่าม้าตัวที่กินน้ำอยู่ข้างๆ จะเบียดมา แสงฉานจึงโน้มตัวลงไปดันไหล่ฟุ้งฟ้าให้เดินผ่านคอโอนิกซ์ไปอยู่อีกฟากพอดีกับที่ม้าทั้งสองตัวเตะกัน แสงฉานพยายามพาโอนิกซ์หนีไม่อยากให้ปะทะ แต่ม้าอีกตัวยังพยายามตามมาเตะ แสงฉานมองโลกในแง่ดีว่าอาจเพราะนักกีฬาคุมม้าไม่ได้ ทว่า…

“ถ้าขวางก็เตะมันเลย!”

ซึ่งดังมาจากทีมเซอร์วิสของม้าตัวนั้นก็ทำให้แสงฉานหันไปมอง แสงไม่สว่างนักแต่แสงฉานเห็นแล้วจำได้ ก็คอกม้าเจ้าปัญหาคอกนั้นแหละ เริ่มไม่แน่ใจขึ้นมาทันทีว่าเป็นเพราะคุมม้าไม่ได้หรือจงใจกันแน่ แสงฉานพาโอนิกซ์ห่างออกมาจนพ้นรัศมี จึงค่อยพูดเหมือนอยากให้อีกฝ่ายนึกถึงคำนี้ให้มาก “มารยาท”

แค่นั้นแล้วหันไปมองฟุ้งฟ้าเห็นว่าไปรวมตัวกับทีมเซอร์วิสแล้ว จึงกระตุ้นม้าให้ออกวิ่ง กระทั่งดวงอาทิตย์เริ่มขึ้นเหนือทิวไม้ หิรัณย์จึงหันไปทางแม็กซ์ซึ่งชูมือถือขึ้นทันที หิรัณย์จึงผ่อนม้าลงกระทั่งหยุด เพื่อให้แม็กซ์ได้ถ่ายรูป แข่งกันมาหลายแมตช์จนรู้ดีว่าเพื่อนชอบถ่ายรูปในสนามแข่งตอนพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งแม็กซ์ใช้เวลาไม่นานนักก็ชักชวนให้ไปต่อ…

หิรัณย์ไม่ชอบถ่ายรูป ทว่าเมื่อมองไปข้างหน้า เห็นสุมิตราอยู่บนหลังแวนเดอร์บิลต์อยู่ในท่าที่เรียกได้ว่าเป็นท่าในอุดมคติ อกผาย หลังตรง ศีรษะ ไหล่ แกนหลัง เท้า เรียงเป็นเส้นตรงทว่าดูผ่อนคลาย เหมือนเป็นธรรมชาติของสุมิตราตอนอยู่บนหลังม้า ซึ่งหิรัณย์ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหญิงสาวเริ่มจากการขี่เดรสสาจซึ่งเน้นความสวยสง่าของท่านั่งหรือเปล่าจึงติดอยู่ในท่านี้ ต่างจากนักกีฬาเอ็นดูแรนซ์ที่ต้องขี่ระยะทางไกลจึงเน้นท่านั่งที่สบายมากกว่า แต่ที่รู้คือ มันเป็นหนึ่งในภาพที่ทำให้เขาตกหลุมรัก… เมื่อนานมากมาแล้ว

หิรัณย์พาม้าเข้าไปอยู่ด้านหลังสุมิตรา ให้แน่ใจว่ากล้องที่ติดอกเขาอยู่ตอนนี้จะบันทึกภาพที่เขาเห็นไว้ให้ อดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นสุมิตราหันมองเหมือนหาว่าเขาอยู่ไหนกระทั่งหันมาเจอเขาอยู่ด้านหลัง แล้วพอสุมิตราส่งยิ้มให้ หิรัณย์ก็คิดว่าเขาได้ภาพที่สวยที่สุดในการแข่งขันแมตช์นี้แล้ว…

เมื่อถึงจุดคูลดาวน์ จังหวะที่นักกีฬาจับม้าให้อยู่นิ่งเพื่อให้ทีมเซอร์วิสราดรดน้ำเย็นใส่ตัว หิรัณย์ก็ต้องหันไปหาแสงฉานที่พูดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“คอนเฟิร์มแผนไหม”

ทว่าหิรัณย์รู้ทันทีด้วยเหตุการณ์ไร้มารยาทของทีมสตาลเลี่ยนตรงจุดวอเตอร์พอยต์เขาก็เห็น ยังคิดในใจว่าถ้าโอนิกซ์เจ็บคงได้มีเรื่องแน่ ดีที่แสงฉานช่วยทำให้โอนิกซ์ปลอดภัย ส่วนแผนที่แสงฉานขอยืนยันคือการที่เขาตั้งใจจะชนะทีมนั้น หิรัณย์จึงพยักหน้ารับ ตอบกลับหนักแน่น “คอนเฟิร์ม”

สุมิตราที่อยู่อีกฟากของหิรัณย์จึงส่งเสียง “เอาด้วย” แล้วหันไปทางแม็กซ์ ถามเขาต่อ “แม็กซ์ เอาด้วยไหม”

แม็กซ์ไม่ตอบ แต่ยกมือขึ้นตะเบ๊ะ เป็นอันเข้าใจตรงกัน เฟสหน้าทุกคนจะลุยเต็มกำลัง

 

ทว่าเมื่อออกเฟสสามมาได้สักพัก สุมิตรากลับต้องผ่อนความเร็วของแวนเดอร์บิลต์ลงเมื่อเห็นโอบนิธิบนหลังบับเบิลกัมอยู่ข้างหน้าลิบๆ มีนิธินันท์อยู่บนมอเตอร์ไซค์ เดาว่าคงขับตามเพื่อดูแลลูก รีบโบกมือเพื่อให้ทุกคนในทีมไปกันก่อน ด้วยอยากหยุดดูมากกว่าว่าเกิดอะไรขึ้น ยิ่งเห็นว่าโอบนิธิกำลังร้องห่มร้องไห้ก็ไม่อยากปล่อยผ่าน พอมาเคียงกับโอบนิธิได้ก็เอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้น”

โอบนิธิหันมาหาสุมิตรา ฟูมฟายใส่ “อูโน่ไม่อยากแข่งแล้วครับพี่หมอแซม”

“อ้าว ทำไมละครับ”

“ก็คุณแม่จะให้อูโน่ไปผิดทาง ยังไงอูโน่ก็ไม่ชนะอยู่ดี”

ผิดทาง… สุมิตราหันไปทางนิธินันท์ ซึ่งรีบอธิบาย

“อูโน่ไปคนละทางกับลูกศรน่ะ มันเป็นทางโค้งพอดี พี่เลยไม่ทันเห็น พอพี่เลยมาสักพักไม่เห็นเลยคิดว่าอูโน่ไปผิดทางแน่ เลยรีบมาตามกลับ”

“อูโน่ไม่ได้ไปผิดทางนะครับ แต่ลูกศรมันชี้ผิดทางเอง คุณแม่ไม่ฟังอูโน่เลย”

เห็นเด็กน้อยน้ำตาเล็ดน้ำตาไหลแล้วสุมิตราอดเอื้อมมือไปโอบไหล่ปลอบใจไม่ได้ ส่วนนิธินันท์ก็พยายามบอก

“แต่เราต้องไปตามลูกศรไงครับอูโน่ ลูกศรไม่ได้ชี้ผิดทางหรอก”

ทว่านั่นทำให้สุมิตราสะกิดใจ มีการแข่งขันหลายครั้งทีเดียวที่อยู่ๆ ลูกศรก็ชี้ไปผิดทางราวกับถูกคนนิสัยไม่ดีปรับเพื่อแกล้งคนอื่นกระนั้น ก่อนตกใจไม่น้อยเมื่อหันไปอีกทางแล้วเห็นว่าหิรัณย์หยุดรออยู่ แต่เขาอยู่ก็ดีแล้ว “คุณเซฟเส้นทางของยี่สิบกิโลฯ ไว้ในเครื่องไหม”

หิรัณย์พยักหน้า แต่ไม่ต้องเปิดจีพีเอส เพราะจำได้ว่าการแข่งขันในระยะยี่สิบกิโลเมตรจะปล่อยตัวช่วงหกโมงเช้า และวิ่งทับเส้นทางเฟสสามของระยะแปดสิบกิโลเมตรแล้วจบลงในเฟสเดียว “ไปทางเดียวกับเราเฟสนี้”

“อ้าว” สุมิตราร้อง ก่อนหันไปทางนิธินันท์ “ถ้าแบบนั้นทางนี้ถูกแล้วค่ะพี่นิ้ม”

“แต่ลูกศร…” นิธินันท์ยังพูดไม่ทันจบ โอบนิธิก็พูดขึ้น “เห็นไหมครับคุณแม่ มันต้องมาทางนี้จริงๆ พี่สาวคนนั้นไม่หลอกอูโน่ พี่สาวบอกว่าลูกศรชี้ผิดทางครับ อูโน่ต้องไปทางนั้น แล้วจะได้ที่หนึ่ง”

พี่สาวคนนั้น… สุมิตราหันมองหน้ากับหิรัณย์ ก่อนรีบสรุปให้นิธินันท์ “ไปทางเดียวกับแซมนะคะ พอถึงสามแยกข้างหน้าเลี้ยวขวาค่ะ”

“โอเคจ้ะ ไม่น่าหลงแล้วแหละ หรือถ้าหลงจริงเดี๋ยวพี่รอพี่เอื้อก็ได้ พี่กลับไปปรับลูกศรให้ชี้มาทางนี้ดีไหม”

สุมิตราส่ายหน้า “โทร.แจ้งให้ทีมจัดแข่งมาทำดีกว่าค่ะพี่นิ้ม”

“ได้จ้ะ เดี๋ยวพี่โทร.เลย แซมรีบไปเถอะ ขอบคุณนะที่อุตส่าห์แวะดู”

สุมิตราส่งยิ้มให้ ลูบผมโอบนิธิ กำมือยื่นไปรอจนหมัดเล็กๆ ของโอบนิธิแตะมาจึงค่อยออกตัว ค่อยๆ เร่งความเร็วขึ้นเพื่อชดเชยเวลาที่เสียไป เมื่อถึงจุดคูลดาวน์ก็พบว่าโอนิกซ์กับอิซเบลล่าผ่านเว็ตเกตเข้าไปให้เว็ตเลนตรวจอัตราการเต้นของหัวใจ สภาพร่างกาย และให้วิ่งเรียบเพื่อตรวจว่ามีอาการบาดเจ็บของขาหรือไม่

จาเมก้าฮาร์ตเรตลงเร็วกว่าแวนเดอร์บิลต์เล็กน้อยตามคาด จังหวะที่รอปล่อยตัวเฟสสุดท้าย หลังกินอาหารที่เฮงเตรียมไว้ให้อย่างรวดเร็ว หิรัณย์ก็ประชุมกับทุกคนเพื่อวางแผนร่วมกัน เนื่องจากทีมสตาลเลี่ยนถูกคัดออกไปสามตัวแล้ว เหลือเพียงฟาสต์สี่กับม้าอีกตัว ไม่ได้รางวัลประเภททีมแน่ จึงไม่มีอะไรต้องคิดมาก เหลือแค่แค้นส่วนตัวของหิรัณย์ที่ต้องชำระ หิรัณย์จึงเอ่ยสรุป “ซันกับแม็กซ์ปล่อยตัวแล้วทร็อตไปเลย ทำยังไงก็ได้ให้นำอยู่ที่หนึ่งที่สองตลอด”

ทั้งสองคนรับคำ ก่อนแม็กซ์จะถาม “แล้วคุณล่ะ”

“ผมคงไปเร็วเหมือนกัน แต่จะรอจังหวะ”

สุมิตรามองหน้าเขา รู้ทันทีว่าเขาจะรอจังหวะอะไร จึงเอ่ยเสริมทันที “ฉันตามคุณ”

หิรัณย์พยักหน้า บอกแผนตัวเองให้เคลียร์ “ถ้าได้จังหวะ ผมน่าจะสปรินต์ตรงทางตรงก่อนเข้าเส้นชัย”

นั่นทำให้แสงฉานเอ่ยเตือน “ตรงทางยาวก่อนเข้าเส้นชัย ฝั่งซ้ายดูแฉะๆ ถ้าจะสปรินต์ให้เน้นฝั่งขวา”

จบประโยคนั้น วิศรุตก็เข้ามารายงาน “ม้าทุกตัวโอเค กินอาหารกินน้ำกินหญ้าดี ฟิตขนาดนี้แข่งร้อยยี่สิบโลยังได้เลย”

ซึ่งหิรัณย์ก็พยักหน้ารับ ไม่แปลกใจนักเพราะม้าชุดนี้ล้วนเคยผ่านการแข่งขันที่ร้อยหกสิบกิโลเมตรมาแล้ว อีกอย่างช่วงที่ผ่านมาก็ไม่ได้ใช้งานหนัก ไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆ และที่ดินผืนนี้เขาทำแปลงปล่อยขนาดใหญ่ทำให้มีพื้นที่วิ่งเล่นออกกำลังจึงแข็งแรงเต็มที่ อย่าว่าแต่ร้อยยี่สิบกิโลเมตร ร้อยหกสิบก็ยังไหว

“ติดอานโอนิกซ์กับอิซเบลล่าได้เลยค่ะ” เสียงกมนนุชซึ่งเป็นคนควบคุมเวลาร้องบอกคนดูแลม้า แปลว่าใกล้ได้เวลาปล่อยตัวของม้าทั้งสองตัวแล้ว ชนัญญูรั้งวินิทราให้ลุกยืนทันที แล้วบอก “ฉันไปสแตนด์บายจุดหนึ่งเลย”

แสงฉานกับแม็กซ์จึงลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายด้วย ฟุ้งฟ้าที่นั่งอยู่ใกล้ๆ จึงหันไปทางทิง

“ไป พี่ทิง รอบนี้เราเข้าจุดสองก่อน” พอทิงตอบรับก็เอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ “เราเติมน้ำขึ้นรถเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”

“เรียบร้อยครับ… รอบนี้ให้ผมขับไหม” ทิงถามเสียงอ่อย ก่อนหน้าละห้อยเมื่อฟุ้งฟ้าปฏิเสธ “ไม่เอา ฟุ้งขับเอง”

ซึ่งมีหรือที่แสงฉานจะไม่เห็นความผิดปกตินั้น จึงถามทิง “มีอะไรเหรอ”

ทิงมองหน้าฟุ้งฟ้าที่พยายามส่งสัญญาณไม่ให้บอก ทว่าด้วยความรักตัวกลัวตาย จึงตัดใจบอกแสงฉาน “คุณฟุ้งขับเร็ว ดริฟต์เกือบทุกโค้งเลยครับ พวกผมนี่หัวใจจะวาย มองไปหลังรถนี่น้ำเหวี่ยงไปมายังกับอยู่ใต้ท้องเรือ”

เท่านั้นแสงฉานก็ตาลุก ขณะสุมิตราหัวเราะร่วน บอกทันที

“เออออ ถึงว่าสิ จากวอเตอร์พอยต์สองอยู่ๆ ฟุ้งก็ไปแทนรุตที่วอเตอร์พอยต์หกได้ รุตเลยมาจุดคูลดาวน์ทัน ไม่งั้นรอบที่ผ่านมาซันคงต้องวัดฮาร์ตเรตเอง”

แสงฉานส่งยิ้มแสยะให้สุมิตราที่ทำท่าเห็นดีเห็นงาม ก่อนหันไปแสยะยิ้มให้ภรรยาตน เดินเข้าไปกระตุกกุญแจรถจากมือเล็กยื่นส่งให้ทิง ไม่สนใจฟุ้งฟ้าที่ร้องลั่น

“อะไรล่ะพี่ซันนน ฟุ้งขับได้”

แสงฉานจับมือฟุ้งฟ้าพาเดินมาที่รถ อาศัยจังหวะที่ทีมเซอร์วิสคันเดียวกันยังไม่เดินมาและไม่มีคนอื่นอยู่บริเวณนี้ พูดด้วยเสียงเด็ดขาด “ถ้าฟุ้งทำแบบนี้ไม่มีงานหน้าจริงๆ นะ”

ฟุ้งฟ้ามองหน้าแสงฉาน รู้ว่าเขาเอาจริงเลยได้แต่ทำหน้ามุ่ย ตอบเสียงสะบัด “ก็ได้”

พอเห็นหน้ามุ่ยๆ นั่นแล้ว คนที่กำลังโกรธกลับต้องคิดหาวิธีเอาใจ และเจอ จึงจิ้มหน้าผากฟุ้งฟ้าเบาๆ “งานหน้าจับลงแปดสิบกิโลฯ ให้เข็ด จะได้ไม่ต้องซ่าไปดริฟต์รถเซอร์วิส”

แล้วแสงฉานก็เดินกลับไปรวมกลุ่มกับนักกีฬา ขณะฟุ้งฟ้ายิ้มกว้าง ประโยคนั้นของเขาก็เท่ากับมี ‘งานหน้า’ แน่นอน!

 

“พี่ซัน แม็กซ์ คุณหินฝากบอกว่าจากวอเตอร์พอยต์ห้า ถ้าโอนิกซ์กับอิซเบลล่าไหว ให้วิ่งยาวเข้าจุดคูลดาวน์เลย ไม่ต้องแวะวอเตอร์พอยต์หก หรือจะข้ามห้าไปเข้าหกก็แล้วแต่ตัดสินใจ” ฟุ้งฟ้าที่มาจากวอเตอร์พอยต์สองย้ายมาจุดสี่ส่งข่าวที่รับมาจากหิรัณย์ให้ทั้งคู่ ก่อนบอกต่อ “เดี๋ยวคันพี่ช้างจะรีบไปแทนหมอรุต ให้หมอรุตไปสแตนด์บายจุดคูลดาวน์เลย”

ทั้งสองคนส่งเสียงตอบรับ ก่อนออกตัวจากวอเตอร์พอยต์สี่ ไม่แปลกใจนักที่หิรัณย์กับสุมิตราตามมาทันตอนอยู่บนทางระหว่างวอเตอร์พอยต์ห้ากับหก ทว่าทั้งคู่แวะให้ม้ากินน้ำ ขณะแสงฉานกับแม็กซ์วิ่งเลยไป และนั่นทำให้นักกีฬาบางคนถึงกับระส่ำระสาย บางคนที่ตั้งท่าจะแวะก็กลับไม่แวะ ชักม้าวิ่งตามสองคนนั้นไป

ส่วนหิรัณย์กับสุมิตราให้ม้ากินน้ำ กระทั่งเห็น… ฟาสต์สี่มาโน่นแล้ว ห้อตะบึงมาเลย หิรัณย์กับสุมิตราจึงหันมองหน้ากันแล้วพากันออกตัวโดยไม่ต้องเจรจาให้มากความ หลังวิ่งเรียบได้สักพักจึงออกวิ่งโขยก ทว่ายังไม่เร่งมากนัก กระทั่งฟาสต์สี่แซงไป นั่นเองทั้งคู่จึงให้จาเมก้ากับแวนเดอร์บิลต์วิ่งโขยกเต็มกำลัง ม้าทั้งสามตัวไล่แซงม้าตัวอื่นๆ ไม่เว้นแม้แต่โอนิกซ์กับอิซเบลล่า ในโค้งสุดท้ายซึ่งเป็นโค้งต่อเนื่องรูปตัวเอสก่อนเข้าทางตรงมีม้าเสียความเร็วไปหลายตัว ทว่าฟาสต์สี่ยังคงนำ ตามด้วยจาเมก้า แวนเดอร์บิลต์ ห่างไปราวสามช่วงตัวเป็นโอนิกซ์กับอิซเบลล่าขับเคี่ยวมากับม้าอีกสองตัวซึ่งเป็นของคอกสตาลเลี่ยนหนึ่งตัวที่เหลืออยู่ และคอกของโอบเอื้อ

ตอนนี้เหลือระยะอีกห้าร้อยเมตรสุดท้ายซึ่งเป็นทางตรงพุ่งเข้าเส้นชัย หิรัณย์แน่ใจว่าฟาสต์สี่ต้องห้อเต็มที่ แน่นอน จาเมก้าด้วย หิรัณย์หมอบตัวต่ำลงอีก สายตาแน่วแน่อยู่ที่เส้นชัยไม่วอกแวกเพื่อให้จาเมก้าไม่วอกแวกเช่นกัน ผิดกับอีกฝ่ายที่เฆี่ยนม้าไปหันมองหิรัณย์ไป ฟาสต์สี่จึงวอกแวกไปด้วย… ในที่สุดจาเมก้าก็ขึ้นแซงในสองร้อยเมตรสุดท้าย

และแวนเดอร์บิลต์ขึ้นมาตีคู่

หิรัณย์ยังไม่มองคู่แข่งเช่นเดิม แค่ยิ้ม…

หิรัณย์กับสุมิตราเข้าเส้นชัยเกือบพร้อมกัน ยังไม่รู้ว่าใครเป็นที่หนึ่งต้องตัดสินจากวิดีโอและภาพถ่ายอีกที เมื่อทั้งคู่ลงจากหลังม้าให้คนปลดอานได้ก็รีบจูงม้าตนเข้าจุดคูลดาวน์ สุมิตราช่วยตักน้ำเย็นรดแวนเดอร์บิลต์ แล้วตรวจอัตราการเต้นของหัวใจ เมื่อเห็นว่ายังสูงอยู่จึงให้พาจูงเดินรอบใหญ่สักสองรอบโดยให้ตักน้ำรดตัวม้าไปด้วย แล้วผละไปดูจาเมก้าที่วิศรุตกำลังวัดฮาร์ตเรตอยู่เพื่อตรวจขาทั้งสี่ข้าง เข้าไปไล่กดเบาๆ ตั้งแต่หลังถึงสะโพกแล้วยิ้มได้ หันไปพยักหน้าให้หิรัณย์ก่อนผละไปช่วยดูโอนิกซ์กับอิซเบลล่าที่เพิ่งเข้ามาใหม่ โดยให้กมนนุชช่วยวัดฮาร์ตเรตอิซเบลล่าเพราะนิ่งกว่า

“ห้าสิบแปด” วิศรุตหันไปบอกฮาร์ตเรตของจาเมก้ากับหิรัณย์ ซึ่งถึงแม้จะผ่านเกณฑ์แล้ว ทว่าพอหิรัณย์หันไปมองฟากฟาสต์สี่ ยังเห็นโผหนีน้ำเย็นอยู่ฮาร์ตเรตไม่น่าลงง่ายๆ ถือว่าพอมีเวลา จึงอยากได้ความแน่ใจอีกนิด บอกวิศรุต “ขอห้าสิบห้าครับ”

วิศรุตพยักหน้า ให้เด็กจูงจาเมก้าเดินเป็นวงกลม ขณะใช้ฟองน้ำอันใหญ่ชุบน้ำเย็นวางบนหลังไปด้วย เข้ามารดน้ำอีกห้าขันก็วัดอัตราการเต้นของหัวใจอีกครั้ง หันไปถามหิรัณย์หน้าเครียด “ห้าสิบสามได้ไหม”

หิรัณย์ยิ้มขำ เข้ามาจูงจาเมก้าผ่านเว็ตเกตเข้าเช็กพอยต์ ผลไปตามคาด จาเมก้าผ่านเกณฑ์ทุกอย่างสบายๆ เป็นอันว่าหิรัณย์ได้ที่หนึ่งไม่ก็ที่สองแน่นอน จนแวนเดอร์บิลต์เข้าเช็กพอยต์และผ่านแล้ว ฟาสต์สี่ก็ยังไม่เข้าเว็ตเกต เมื่อเข้าเส้นชัยจะมีเวลาสิบห้านาทีในการคูลดาวน์ม้าก่อนพาเข้าเช็กพอยต์ และตอนนี้ฟาสต์สี่ใกล้หมดเวลาแล้ว

เพราะจุดคูลดาวน์ของฟาสต์สี่ค่อนข้างใกล้เว็ตเกต สุมิตราจึงแวบไปดูอย่างเป็นห่วง รอจนคนวัดฮาร์ตเรตขาน

“ร้อยสิบ”

ซึ่งนั่นสูงมากทีเดียวสำหรับม้าที่ผ่านการคูลดาวน์มาหลายนาทีแล้ว สุมิตรารีบเดินไปหาเจ้าของฟาสต์สี่ “ตอนแข่งกินน้ำดีไหมคะ”

“ไม่ได้ให้กิน เสียเวลา เดี๋ยวแข่งเสร็จค่อยกิน”

สุมิตราอยากด่าเหลือเกิน เธอพยายามบอกตลอดเวลาว่าระหว่างแข่งขันถ้าม้ากินน้ำไม่เพียงพออาจเป็นสาเหตุให้เกิดความผิดปกติ ทำไมถึงไม่ฟังกันเลย… ทว่าเท่าที่ทำได้ก็เป็นเพียงบอก “เข้าทรีตติ้งเว็ต (1) ดีกว่าค่ะ ให้น้ำเกลือหน่อยน่าจะดี” 

มีเพียงเสียงตอบรับอย่างไม่ใส่ใจกลับมา ก่อนหันไปสั่งให้เอาผ้าขนหนูชุบน้ำวางบนตัวฟาสต์สี่ต่อ สุมิตราจึงย้อนกลับมาที่เว็ตเกต ตอนนี้ม้าที่จ่อเว็ตเกตอยู่คือม้าของโอบเอื้อ โอนิกซ์และอิซเบลล่า ซึ่งสุมิตรายืนอยู่หน้าเช็กพอยต์กับนิธินันท์และโอบนิธิเพื่อช่วยลุ้นม้าโอบเอื้อด้วย พอผลออกมาว่าผ่านหมดก็ปรบมือกันลั่น และเท่านั้นสุมิตราก็ไม่สนใจสิ่งใด รีบยกขบวนทีมตัวเองกลับคอกเพื่อตรวจอาการม้าทันที โดยให้หิรัณย์กับแม็กซ์อยู่ก่อนเพื่อรอดูผลว่าใครชนะ และใครได้ลำดับที่เท่าไรบ้าง

เมื่อม้าเข้าคอก ทั้งสุมิตรา แสงฉาน วิศรุต กมนนุช ช่วยกันทำงานอย่างแข็งขัน กมนนุชงงมากหน่อยเพราะเพิ่งเคยทำงานในการแข่งเอ็นดูแรนซ์เป็นครั้งแรก ทว่ายืนฟังหลักการจากสุมิตราและวิศรุตไม่นานก็เข้าใจ จึงสามารถเป็นผู้ช่วยของวิศรุตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนสุมิตรากับแสงฉานรุมดูโอนิกซ์ที่มีอาการแห้งน้ำมากกว่าตัวอื่น ทั้งคู่ทำงานกันอย่างเข้าขา เรียกได้ว่าสุมิตราแทงเข็มน้ำเกลือปุ๊บ แสงฉานก็ใส่สายน้ำเกลือต่อได้ทันที

ส่วนคนที่ช่วยเรื่องการแพทย์ไม่ได้อย่างชนัญญูกับวินิทราก็ไปช่วยเฮงดูแลเรื่องอื่น ซึ่งก็หนีไม่พ้นการเตรียมน้ำดื่ม น้ำหวาน เกลือแร่ และอาหารต่างๆ

พอหิรัณย์กับแมกซ์กลับมา ทุกคนก็กรูกันเข้าไปถามผลการแข่งขัน หิรัณย์เปิดภาพที่เซฟลงมือถือตนให้ดู แล้วพอสุมิตราเห็นก็หัวเราะ ก่อนร้อง

“โวะ… จาเมก้าขี้โกง”

หากหิรัณย์กลับยักไหล่ “ฉลาด ไม่ได้โกง”

จากภาพถ่าย ถ้าดูจากหน้าอกแล้วม้าทั้งคู่อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ทว่าจาเมก้ายื่นคอไปข้างหน้า ทำให้จมูกเข้าเส้นชัยก่อนแวนเดอร์บิลต์ แมตช์นี้จาเมก้าทำให้หิรัณย์ได้อันดับหนึ่งไป ส่วนแวนเดอร์บิลต์กับสุมิตราได้ที่สอง ม้าของโอบเอื้อได้ที่สาม อิซเบลล่าที่สี่ โอนิกซ์ที่ห้า ม้าที่เหลือยังไม่เข้าเส้นชัย ส่วนฟาสต์สี่และม้าอีกตัวถูกคัดออกเพราะอัตราการเต้นของหัวใจไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด

“อียกคอกว่างั้นเถอะ” สุมิตราเอ่ยสรุป ก่อนผละไปทำงานของตน พอผ่านคอกแวนเดอร์บิลต์ ก็เอื้อมมือไปจับหน้าแล้วรั้งลงมาฟัดจมูก ก่อนบอกติดตลก “เราน่ะ ต้องไปเสริมจมูกแล้วนะ รู้ไหม ต้องเสริมให้แหลมเปี๊ยวเลย”

ลักษณะเหมือนแวนเดอร์บิลต์คงมันเขี้ยวหรือไม่ก็หมั่นไส้สุมิตรา จึงเดินหน้าเข้ามาใช้คอเกี่ยวคุณหมอเข้าไปกอด ไม่กอดเปล่า แต่น้วยใส่ประหนึ่งแมวก็ไม่ปาน ทว่าแรงม้าไม่เหมือนแรงแมว สุมิตราถูกดันไปจนติดเสาคอกจนขยับไม่ได้ และมัวแต่หัวเราะจนไม่ได้ขอความช่วยเหลือทั้งๆ ที่เจ็บอยู่เหมือนกัน แต่หลุดปากร้องออกมาเมื่อแวนเดอร์บิลต์ใช้คอรั้งเหมือนอยากให้สุมิตราเข้าไปใกล้กว่านี้ ติดอยู่อย่างเดียว… ติดรั้วคอก

ทว่าอยู่ดีๆ แวนเดอร์บิลต์ก็ผละออกจากสุมิตรา ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น ประหนึ่งม้าตัวที่น้วยเธอเมื่อกี้นั้นไม่มีจริง

หญิงสาวมองแวนเดอร์บิลต์อย่างงงๆ ก่อนหันไปมองอีกทางจึงเห็นหิรัณย์ยกนิ้วชี้ขึ้นตั้งตรงในระดับสายตาม้า รู้ว่านั่นเป็นสัญญาณในการบอกให้ม้าหยุด แต่แหม… อะไรมันจะเชื่อฟังขนาดนี้ สุมิตราเลยลองเอื้อมมือไปรั้งหน้าแวนเดอร์บิลต์เข้ามาอย่างจะชวนเล่นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้แวนเดอร์บิลต์กลับนิ่ง ไม่มีทีท่าจะสนใจ มองไปที่หิรัณย์ตาไม่กะพริบราวกับทหารกำลังรอรับคำสั่ง สุมิตราเลยหันไปประชดใส่หิรัณย์อย่างหมั่นไส้ “จริงๆ คุณห้ามแวนเดอร์บิลต์ตั้งแต่ตอนดันฉันชนเสาคอกก็ได้นะ”

หิรัณย์มองสุมิตรา บอกเสียงเรียบ หน้าเฉย “เห็นหัวเราะ นึกว่าชอบ”

สุมิตรายกสองมือเท้าสะเอว จะพูดแต่กลับพูดไม่ออก เพราะเขาชิงพูดมาก่อน พูดนิ่งๆ สไตล์เขานั่นแหละ แต่มันฟังดูเย้ยชะมัดเลย

“แพ้แล้วพาลเหรอ”

หลังมองหน้ากันอยู่พัก สุมิตราก็ชกแขนหิรัณย์เบาๆ อย่างรวดเร็ว “นี่หรอก ถึงจะเรียกว่าพาล อย่ายั่วอีกนะ คราวนี้ชกหน้าเลย”

คนถูกห้ามยั่วเลยหันแก้มให้สุมิตราเสียเลย เล่นเอาสุมิตราหัวเราะร่วนเอานิ้วชี้จิ้มแก้มเขาแล้วออกแรงผลักหนักๆ พลางส่งเสียง “วอนนนนน”

ครั้งนี้คนวอนหันแก้มอีกข้างให้แทน คล้ายกับจะบอกว่าจิ้มแก้มซ้ายแล้วต้องจิ้มแก้มขวาด้วย สุมิตราได้แต่ส่ายหน้า สุดท้ายพอหิรัณย์ยังยืนแก้มมาให้อยู่ไม่ไปไหนเลยต้องสนองด้วยการจิ้มให้อีกที คราวนี้แรงกว่าเมื่อกี้สองเท่าเพราะผสมความหมั่นไส้เข้าไปด้วย…

ทั้งสุมิตราและหิรัณย์คงไม่รู้ว่า เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นตกอยู่ในสายตาของคนสองคนที่นั่งเฝ้าม้าอยู่ในคอกตรงข้าม…

แสงฉานกับชนัญญูหันมองหน้ากัน เป็นแสงฉานที่ถามขึ้นก่อนเสียงเบา “แกว่าไง”

ชนัญญูถามกลับ “แล้วแกว่าไง”

“เอ้า แกน่ะ ว่าไง”

“ฉันก็ว่าเหมือนแกนั่นแหละ”

แสงฉานนิ่ง หันไปมองสุมิตรากับหิรัณย์อีกที ก่อนหันไปถามชนัญญู “แล้วแกว่าไงวะ”

“ฟุ้งว่าใช่นะ”

สองหนุ่มหันขวับไปด้านหลัง เห็นฟุ้งฟ้าอยู่ด้านนอกคอกม้า กอดถุงน้ำเกลือที่ยังไม่ได้ใช้งาน สายตามองตรงไปที่สุมิตรากับหิรัณย์เช่นกัน วินิทราที่นั่งอยู่ข้างๆ ฟุ้งฟ้าก็พยักหน้า

“วินก็ว่าใช่”

จากนั้นแสงฉานก็ชี้ให้ทุกคนเปลี่ยนเป้าสายตา “แล้วดูลุงเฮงดิ”

พอทุกคนหันไปมอง ก็เห็นเฮงนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงผ้าใบ กระดิกเท้าริกๆ มองไปยังลูกชายตนกับสุมิตราและมีรอยยิ้ม เหมือนรู้ว่าโดนมอง เพราะจู่ๆ เฮงก็หันมาทางที่คนสี่คนสุมหัวกันอยู่ มองกันไปมาสลับกับแสงฉานและชนัญญูบุ้ยใบ้ไปทางสุมิตรากับหิรัณย์อยู่ครู่เดียว เฮงก็ยิ้มกว้างขึ้น แล้วเอาหมวกลงมาปิดหน้าเหมือนอยากนอนพักผ่อน ทว่ามือกลับชูนิ้วโป้งขึ้น… เป็นการคอนเฟิร์มว่าใช่แน่นอน!

 

เชิงอรรถ 

  • Treating Vet เป็นสัตวแพทย์ส่วนกลางสำหรับดูแลม้าของทุกทีม หากม้ามีปัญหาระหว่างการแข่งขันสามารถให้สัตวแพทย์ตรงจุดนี้ตรวจเช็กได้)
Don`t copy text!