แสนคำนึง บทที่ 10 : งานวันเกิด

แสนคำนึง บทที่ 10 : งานวันเกิด

โดย : สิริมารีน

แสนคำนึง โดย สิริมารีน กับเรื่องราวความรักและการรอคอย ท่ามกลางกลิ่นอายของสงครามโลกครั้งที่ ๒ ซึ่งอุบัติขึ้นโดยไม่มีใครคาดหมาย สงครามที่พรากความรักของมัทนาและศันต์จากกัน…หนึ่งหัวใจ และหนึ่งหน้าที่ที่มีต่อชาติบ้านเมือง…หากชีวิตนี้ ศันต์พร้อมจะพลีเพื่อเธอคนเดียว … นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คูณได้ อ่านออนไลน์

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

…………………………………………

-10-

 

มัทนานั่งรถรางกลับจากบ้านยายด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เธอเพิ่งเคยพบกับยงยศครั้งเดียวก็จริง แต่สำหรับคนรุ่นยายก็ถือได้ว่ามากกว่าการคลุมถุงชนแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าแม่มีแผนอย่างนี้ในใจ แต่เธอก็ได้ยินจากปากของแม่ที่อวดน้าน้อมว่า ‘นึกแล้วว่าอาย้งจะต้องชอบมัทนาตั้งแต่แรกเห็น ตะลึงไปเลยไหมล่ะ ก็ลูกสาวฉันสวยออกอย่างนี้ ที่ผ่านมาเตี่ยหาให้ดูตัวกี่คนๆ ก็บอกปัดหมด เพิ่งจะเร่งเร้าก็ตอนเจอมัทนานี่แหละ เสี่ยถึงกับบอกว่าอยากเห็น เพราะลูกชายเพ้อหนักมาก’

สำหรับแม่ ลูกสาวมีไว้สำหรับอวด และส่งไปแต่งงานให้มีหน้ามีตา เสริมฐานะเท่านั้นหรือ…น้ำตากำลังจะหยดออกมาแต่เธอไม่อยากร้องไห้ให้ใครเห็น สมองทำงานหนักหาทางป้องกันเรื่องที่จะเกิดขึ้น อาจดูตีตนไปก่อนไข้ แต่เธอเกรงว่าถ้าผู้ใหญ่ตกลงกัน โดยเฉพาะคุณจอมตอบรับแล้ว เธอก็จะหมดทางปฏิเสธ

ยงยศนั้นไม่ได้บกพร่องอะไรหรอก ทั้งหน้าตา ฐานะ และเท่าที่ได้พูดจากันเขาก็วางตัวดี เพียงแต่เธอไม่ได้มีใจให้เขาเลย…

เย็นวันนั้น มัทนาเข้าไปหาคุณจอมระหว่างที่ท่านนั่งร้อยมาลัย หลังจากท่านชมเชยเสื้อลูกไม้และขนมของฝากจากยายแล้ว หญิงสาวก็คลานเข่าไปนั่งพับเพียบข้างตั่ง ปลิดขั้วดอกมะลิแทนเด็กรับใช้ที่ถอยออกไป

เธอพยายามเรียบเรียงถ้อยคำเพื่อจะเล่าเรื่องแม่ แต่คุณจอมกลับพูดขึ้นก่อนว่า “กลับมาเร็วก็ดีแล้ว รอจะคุยด้วยอยู่”

มัทนาเลื่อนถาดกลีบกุหลาบให้ และคุณจอมก็เล่าต่อไป…

“วันนี้คุณหญิงแขไขกับลูกสาวมาหา” คนฟังเงยหน้าขึ้นทันทีด้วยความแปลกใจ และผู้อาวุโสก็อธิบายว่า “ที่จริงก็คุ้นเคยกันตั้งแต่เธอยังสาวรุ่นๆ เข้าไปหัดทำขนมเม็ดแตงโมที่ห้องเครื่องหวานวังสวนสุนันทา ยุคสมัยเปลี่ยนไป เธอก็ได้ดีมีวาสนาในอีกทางหนึ่ง แต่จะอย่างไร ก็ยังวางตัวเหมือนเดิม ไม่มากไม่น้อย”

มัทนามองไปที่ตะกร้าของกำนัลที่มีทั้งโอเดอโคโลญและผ้าลูกไม้ “สวยงามดีไหม” เจ้าจอมถามปนหัวเราะ “พักนี้แปลก มีแต่คนขยันหาของมาฝากบ่อยเสียจริง ท่าฉันจะดวงดี”

“เขามีธุระอะไรหรือเจ้าคะ จู่ๆ ถึงได้มากราบเยี่ยม” มัทนารู้สึกว่าอากาศที่เย็นสบายอยู่นั้นเริ่มจะร้อนขึ้นจนต้องขยับตัว ไม่อยากจะคาดเดาว่าทำไมมารดาของทัดเทพจึงต้องมาถึงบ้านคำหอม

“ไม่มีเรื่องอะไรมากมายนอกจากมาขอให้แม่นากับวดีไปช่วยงานทำบุญวันเกิดเทียมจันทร์ ลูกสาวคนเล็กของเขา”

เทียมจันทร์บอกไว้หลายวันแล้วว่าเธอจะมีงานฉลองวันเกิดเล็กๆ ที่บ้าน แต่มัทนาก็ลืมเสียสนิท เพราะมัวแต่กังวลเรื่องมารดา

“หน้าศึกสงคราม เขาไม่ได้จัดงานอะไรใหญ่โต มีเลี้ยงพระ กินข้าวกลางวันกันในหมู่เพื่อนฝูงเท่านั้น ที่จริง ฉันรู้ว่าลูกชายของคุณหญิงยังโสด ก็ไม่อยากให้พวกเธอไปถึงบ้านเขา แต่จันทร์บอกว่ารู้จักกันอยู่แล้วใช่ไหม”

“ใช่เจ้าค่ะ พี่ชายคนโตของเทียมจันทร์ ชื่อพันตรีทัดเทพ วดีกับนาพบเขาที่เสนารักษ์เสมอ ทำงานอาสาด้วยกัน พร้อมกับเทียมจันทร์เจ้าค่ะ”

“สมัยนี้ไม่ถือฝ่ายหน้าฝ่ายในแล้วกระมัง ผู้หญิงก็ออกไปทำงานได้เท่ากับผู้ชาย ไปงานบุญวันเกิดเพื่อน และรู้จักกันมาก่อนอย่างนี้ ก็คงไม่มีใครครหาว่าวิ่งไปให้ดูตัวหรอกนะ ออกงานบ้างก็ดีเหมือนกัน”

ที่จริง ตอนเทียมจันทร์ชวนครั้งแรก มัทนาคิดว่าจะให้วดีไปคนเดียว โดยอ้างว่าไม่สบายในวันงาน แต่ถึงตอนนี้ สถานการณ์เปลี่ยนไป มารดาของเธออาจล้มเลิกความคิดเรื่องยงยศ ถ้าหากมีทัดเทพมาเปรียบเทียบ

“วันงานจะให้แป้นทำขนมของหวานไปช่วยเขา และนาไปหาซื้อของขวัญให้หนูจันทร์ เลือกที่สมกับราคาน้ำอบฝรั่งนี่ สองคนเตรียมชุดสวยๆ อย่าให้ขายหน้าด้วย” คุณจอมบอก และวดีก็ทำตามคำสั่งของท่านอย่างเคร่งครัด ถึงกับยอมทุ่มเงินซื้อผ้ามาตัดชุดใหม่

“ไม่นุ่งซิ่นสำเร็จหรือ” มัทนาถาม “จะไปทำบุญ”

“อยากใส่สเกิร์ตกับเบลาส์ แล้วก็จะทำหมวกใบใหม่ด้วย” วดีบอก ท่าทางพอใจที่จะได้แต่งตัวทันสมัย และในวันงาน เธอก็สวยสมความตั้งใจในชุดกระโปรงสีชมพูอมส้มขับผิวน้ำผึ้ง ใส่หมวกพันริบบิ้นสีเดียวกัน ใบหน้าคมคายยิ่งเด่นด้วยผมดัดหยิกสลวย ส่วนมัทนานุ่งซิ่นสำเร็จผ้าไหมหางกระรอกสีม่วงอ่อน ใส่เสื้อเก่าของคุณจอมที่ส่งไปให้ยายซ่อม เป็นผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสีครีมคอปิดแขนพอง ตัวเสื้อเข้ารูปรัดเอวมีชายระบายน่ารัก กับหมวกลูกไม้ประดับขนนกเข้าชุดกัน

“สวยคนละแบบ” คุณจอมชม “แต่คอแขนโล่งไปคนเขาจะนินทาว่าฉันเลี้ยงเด็กไม่ให้ใส่ทองหยองบ้างเลย แป้นหยิบกล่องกำมะหยี่ที่ลิ้นชักข้างเตียงให้ที” ในกล่องนั้นเป็นเครื่องประดับแบบที่เรียกว่าของใส่เล่น คุณจอมเลือกต่างหูให้คนละคู่ ของมัทนาเป็นต่างหูพวงเต่ารั้งทองโบราณฝีมือละเอียด กับสร้อยข้อมือเส้นบางสวมซ้อนกันสองเส้น วดีได้เพชรเล็กๆ เรือนทองคำขาว

“ใส่แล้วก็ไม่ต้องคืน” คุณจอมยิ้ม “โตเป็นสาวต้องมีเพชรพลอยติดตัวบ้าง แต่ตอนนี้ก็ไม่ต้องแต่งบ่อยนักหรอก โจรผู้ร้ายชุกชุม แต่คุณหญิงว่าจะส่งรถมารับ นานๆ แต่งตัวสักทีคงไม่เป็นไร”

“ตอนนี้น้ำมันหาแทบไม่ได้ แม้แต่คุณพ่อก็ต้องเลิกขับรถยนต์ บ้านคุณหญิงต้องโก้มากเลยนะคะ ถึงยังมีรถใช้อยู่” วดีพูดอย่างปลาบปลื้ม

“อย่าไปทำท่าตื่นเขาอย่างนั้นสิ” คุณจอมเอ็ด “มาช่วยกันดูขนมดีกว่า วดี”

ท่านเดินออกมาที่ห้องหน้าเพื่อตรวจตราของที่จะส่งไปช่วยงาน ระหว่างนั้น รถเก๋งปอนเตี๊ยกสีน้ำเงินก็แล่นเข้ามาเทียบที่บันไดตึก

“รถมาแล้วหรือ” คุณจอมชะเง้อมองแล้วถามมัทนาว่า “นั่นใครกัน แต่งชุดสากลนิยมเสียด้วย สูงใหญ่ราวกับฝาหรั่ง”

“คุณทัดเทพเจ้าค่ะ” มัทนาตอบ

“ลูกชายคุณหญิงแขไข…ขับรถมารับเองเทียวรึ” ท่านพึมพำ

“รูปหล่อสมชื่อจริงๆ” ป้าแป้นพึมพำระหว่างที่วดีกระวีกระวาดลงไปต้อนรับ พาเขาขึ้นมากราบคุณจอม

“สวัสดีครับ” ทัดเทพถอดหมวกแล้วทำท่าจะคุกเข่าลงจนท่านต้องร้องห้าม

“นั่งบนเก้าอี้เถอะ คุณ รอประเดี๋ยวนะ แป้นกำลังจะผูกริบบิ้นกระเช้าผลไม้ ฉันจะฝากให้คุณหญิง มีขนมไปช่วยงานด้วย”

“ขอบพระคุณครับ”

“คุณแม่บอกว่าคุณรับราชการทหาร…” เจ้าของบ้านชวนคุย

“ใช่ครับ ตอนนี้กระผมประจำที่เสนารักษ์” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“สงครามรุนแรงขึ้นทุกที ไม่รู้เมื่อไรจะจบสิ้น ยังดีนะ ที่บ้านคุณพอจะจัดงานทำบุญรื่นเริงได้บ้าง”

“ถ้าที่นี่ขาดเหลือสิ่งใดเรียกใช้กระผมได้เสมอนะครับ” เขารีบทำคะแนน

“ขอบใจ” คุณจอมหันไปมองมัทนา “จัดกระเช้าเรียบร้อยแล้วก็รีบไปเถอะ ประเดี๋ยวจะไม่ทันพระสวด”

“อย่างนั้นกระผมลาก่อน วันหลังจะมากราบเยี่ยมใหม่นะขอรับ” เขาพาสองสาวไปขึ้นรถ จงใจเปิดประตูหน้าให้มัทนา วดีจึงต้องไปนั่งหน้างออยู่กับป้าแป้นทางด้านหลัง กระนั้นเจ้าหล่อนก็ยังพยายามชะโงกมาชวนคุยเรื่องรถยนต์ และเหลียวซ้ายแลขวาอย่างตื่นตา เมื่อไปถึงคฤหาสน์ที่เพิ่งสร้างใหม่

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

รถแล่นตามถนนโค้ง ผ่านอ่างน้ำพุและสวนดอกไม้ไปจอดหน้าอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้น เป็นตึกแบบตะวันตกสีขาว ดูโอ่อ่าด้วยหน้ามุข ประตูหน้าต่างบานเกล็ดมีช่องลมด้านบนเป็นไม้แกะสลัก ทาสีเขียวอ่อนเหมือนกับกระเบื้องดินเผากาบกล้วยที่มุงหลังคา “สวยจริงๆ สนามกว้างขวาง ใหญ่โต ไม้ดัดก็งาม” วดีพร่ำชม มาหยุดพูดก็เมื่อทัดเทพลงไปเปิดประตูให้มัทนา

“ดีใจจริงๆ ที่คุณมาได้” เขาบอกมัทนาระหว่างที่คนงานเข้ามาช่วยป้าแป้นยกถาดขนม “ตอนคุณแม่ไปขออนุญาตเจ้าจอม ผมกลัวเหลือเกินว่าท่านจะไม่ยอมให้มา ยังดีที่ท่านสมัยใหม่พอที่จะเข้าใจงานปาร์ตี้”

“ขอบคุณที่ชวนค่ะ” มัทนาตอบตามมารยาท ก้าวขึ้นบันไดไปสู่ห้องโถงที่จัดงาน ในห้องเพดานสูงนั้นงามสะพรั่งหอมกรุ่นด้วยแจกันดอกไม้ อาสนะพระและโต๊ะหมู่บูชาตั้งอยู่บนยกพื้น ต่ำลงมาเป็นชุดรับแขกสำหรับผู้ใหญ่ แล้วจึงเรียงเก้าอี้เป็นแถวสำหรับแขกเหรื่อ มีเพื่อนหนุ่มสาวของเทียมจันทร์นั่งพูดคุยสรวลเสอยู่เป็นกลุ่ม แต่ที่สะดุดตามัทนาที่สุดคือเปียโนตั้งตรง คลุมผ้าไว้เหมือนไม่ค่อยมีใครเล่น

“บ้านสวยเหลือเกินค่ะ” วดียิ้มชดช้อย “ราวกับฉากในภาพยนตร์”

ทัดเทพก้มศีรษะรับคำชม แล้วบอกกับสองสาวว่า “เชิญข้างในครับ”

“นาขอไปช่วยป้าแป้นในครัวก่อนค่ะ” มัทนาหาทางเลี่ยงเพราะไม่รู้จักใครอื่นในงาน แต่ทัดเทพยืนยันว่า “ที่นี่มีคนงานล้นเกินไปด้วยซ้ำ ไหนจะพลทหารที่มาช่วยเสิร์ฟและยกโต๊ะเก้าอี้ ถ้าพี่ให้คุณสองคนลงครัว ยายจันทร์คงโกรธแย่ไปเลย เชิญทางโน้นดีกว่า จันทร์เขาจัดโต๊ะไว้สำหรับเพื่อนๆ จากเสนารักษ์ ท่านหญิงพรรณก็เสด็จด้วย”

เมื่อเขาบอกอย่างนั้น เธอก็ไม่มีทางเลี่ยง ต้องขึ้นไปนั่งรวมกลุ่มกับแขกอื่น แล้วเทียมจันทร์ก็ลงบันไดมาในชุดกระโปรงงดงามสมกับเป็นเจ้าของวันเกิด ตามด้วยคุณหญิงและท่านรัฐมนตรี มัทนาชะเง้อมองอย่างสนใจ พอหันมาอีกทีจึงเห็นว่าทัดเทพลงนั่งอยู่เคียงข้าง มีเพียงโต๊ะเล็กที่วางเครื่องดื่มคั่น

“ไม่ไปนั่งข้างหน้าหรือคะ คุณเป็นเจ้าภาพ”

“ตรงนี้สบายกว่า” เขายิ้มพรายจนมัทนาขยับตัวอย่างอึดอัด ไม่สบายใจนักเพราะที่นั่งข้างวดีก็ว่างอยู่ แต่ยังไม่ทันพูดอะไร พระก็มาถึง ได้เวลาเริ่มพิธีแล้ว

เมื่อพระสวดมาถึงอนุโมทนารัมภคาถา มัทนาก็หยิบชุดกรวดน้ำกระเบื้องเคลือบ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อทัดเทพเอื้อมมาแตะหน้าตาเฉย วดีคงจะเห็นจึงลุกขึ้นยื่นมือเข้ามาวางทับจนมัทนาต้องปล่อยให้เธอถือคนโทแทน จังหวะที่ขยับตัวเงยหน้าขึ้นนั้น มัทนาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งมองมาจากอีกฝั่งของห้อง

เธอผู้นั้นอายุประมาณยี่สิบปลาย หน้าตาคมขำ ผมสั้นดัดลอน แม้จะนุ่งซิ่นฝ้ายย้อมครามกับเสื้อขาวเรียบๆ ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นคนสวย ถ้าหากไม่มีอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดจนบึ้งตึง ทั้งที่อยู่ในบรรยากาศรื่นรมย์ของงานเลี้ยง…

มัทนาไม่ได้ถามว่าใคร ในเมื่อเธอเข้ามาเป็นแขกของงาน ไม่เคยมีเรื่องขุ่นเคืองกัน เธอจึงสรุปเอาเองว่าผู้หญิงคนนั้นคงจะหงุดหงิดเรื่องอื่น แล้วก็ปล่อยผ่านเลยไม่ได้เก็บมาคิดอีก เพราะเทียมจันทร์เดินมาคุยด้วยพอดี หลังจากส่งพระกลับแล้ว

“หิวหรือยังคะ” เด็กสาวยิ้มหวาน นัยน์ตาเป็นประกายตื่นเต้นที่ได้จัดงานวันเกิด “ท่านหญิงประทับที่โต๊ะแล้ว พี่นาไปนั่งเป็นเพื่อนหน่อยสิคะ จันทร์ต้องไปคุยกับแขกทางโน้น”

ห้องโถงชั้นล่างนั้นกว้างพอจะจัดโต๊ะอาหารขนาดสิบที่ได้สามชุด ครบจำนวนทั้งเจ้าภาพและแขก เสิร์ฟอาหารแบบ ‘กุ๊กช็อป’ ฝรั่งปนจีนโดยมีพนักงานเดินโต๊ะเรียบร้อยสวยงาม ของหวานมีทับทิมกรอบจากบ้านคำหอม และเค้กวันเกิดที่เทียมจันทร์เป่าเทียนอธิษฐาน

หลังอาหารกลางวัน ทุกคนยังคุยกันอ้อยอิ่งไม่อยากกลับ “พี่นาเล่นเปียโนให้พวกเราฟังหน่อยซีคะ คุณแม่ซื้อมาให้จันทร์เรียน แต่ก็ทิ้งเสียนานแล้ว”

มัทนาเผยอริมฝีปากจะปฏิเสธ แต่ก็เปลี่ยนใจเดินไปเปิดฝาเปียโน ไล่นิ้วบนคีย์งา แล้วความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามา…ถ้าเล่นเพลงไทยเดิม จะมีใครกล้าว่าอะไรไหม… น่าเสียดายที่ใช้เครื่องดนตรีฝรั่งนั่งเก้าอี้และมีโน้ตสากล หากนั่งกับพื้นตีขิมกลางงานให้ผิดกฎเล่นคงจะสนุกพิลึก…อยากรู้จริงๆ ว่าถ้าไม่ทำตามระเบียบข้อบังคับแล้วจะเกิดอะไรขึ้น!

แม้ไม่ถึงกับห้ามเล่น แต่กฎมากมายที่ใช้บังคับก็ทำให้เสียงเพลงไทยเดิมแผ่วหาย…แต่วันนี้ ท่วงทำนองอ่อนหวานของลาวคำหอมพลิ้วไหวก้องกังวานขึ้นอีกครั้ง…

ทัดเทพปรบมือขึ้นก่อน และแขกอื่นๆ ก็ทำตาม มัทนายิ้มมุมปากก่อนที่น้ำตาจะรื้นขึ้นเมื่อเนื้อร้อง “โอ้อกคิดถึง…คิดถึงคะนึงนอนวัน นอนไห้ใฝ่ฝัน เห็นจันทร์แจ่มฟ้า” จะกระทบใจให้นึกห่วงคนไกลที่ห่างหาย…ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร…

 

***

 

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

สั่งซื้อ 1 หลอดราคา 2,090 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2UT2G40   

สั่งซื้อเซ็ตประหยัดสุดคุ้ม 3 หลอดราคา 2,940 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2QFzcY9

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ คลิกที่นี่ >>>>>>>>>>> http://anowl.co/anowlsabai/remember-wrinks/

Don`t copy text!