เที่ยวเกาหลีกับลีซังกุง ตอนที่ 1 :  ‘พระราชวังแห่งพรที่ส่องสว่าง’ คยองบกกุง พระราชวังของเกาหลีในอดีต

เที่ยวเกาหลีกับลีซังกุง ตอนที่ 1 :  ‘พระราชวังแห่งพรที่ส่องสว่าง’ คยองบกกุง พระราชวังของเกาหลีในอดีต

โดย : ลีซังกุง

ไม่ได้มีแค่ นิยายออนไลน์ ให้อ่าน ที่ อ่านเอา  แต่เรายังมีเรื่องราวของดินแดนแห่งแสงสว่างยามเช้าและคำบอกเล่าของกาลเวลา โดย ลีซังกุง ให้ทุกคนได้ อ่านออนไลน์ กันเพลินๆ ในคอลัมน์ เที่ยวเกาหลีกับลีซังกุง

…………………………………………..

– 1 –

 

สวัสดีชาวอ่านเอาทุกท่าน ขอต้อนรับเข้าสู่การเดินทางเข้าสู่ดินแดนเกาหลีเจ้าค่ะ วันนี้ลีซังกุงจะเป็นผู้นำทางทุกท่านเข้าสู่ดินแดนแห่งความสงบยามเช้าและเรื่องราวต่างๆ ที่ตัวของซังกุงต่างแดนคนนี้ได้ประสบพบมา อย่างแรกเลยต้องบอกว่า ซังกุงเป็นคนที่ชอบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเกาหลีมาก ถ้าว่างๆ ก็จะไปเดินเที่ยววังหรือพิพิธภัณฑ์ค่ะ คือถ้าเลือกไปอย่างแรกๆ เลยจะเลือกไปวังค่ะ และยอมรับว่าย่านการค้าที่คนบ้านเราชอบไปเที่ยวกันอย่างมยองดง ฮงแด ซังกุงจะไม่ค่อยได้ไปเดินสักเท่าไหร่ค่ะ

พูดเรื่องวังนี่ถนัดนัก เพราะถวายตัวเข้าวังมาย่างปีที่สิบสองแล้ว ที่เกาหลีมีพระราชวังสำคัญห้าแห่ง แต่ละพระราชวังมักจะอยู่ตามทิศต่างๆ ซึ่งสำคัญมากตามหลักฮวงจุ้ย อย่างที่เราทราบกันดีว่าจีนจะเป็นแม่แบบทางวัฒนธรรมของภูมิภาคนี้ ทำให้พระราชวังเกาหลีแม้ไม่ยิ่งใหญ่เท่าจีน แต่ก็รับเอาหลักการวางตำแหน่งมาใช้ด้วยค่ะ

คยองบกกุง (경복궁) มีความหมายว่า ‘พระราชวังแห่งพรที่ส่องสว่าง’ (The Palace of Shining Blessings) คยองบกกุงถือเป็นศูนย์รวมจิตใจ ความมุ่งมั่นของทั้งกษัตริย์และประชาชน เป็นพระราชวังหลักแห่งแรกที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าแทโจ  ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของโซลเมืองหลวงของเกาหลีใต้ ด้านหลักของพระราชวังนี้จะมีภูเขาชื่อพุกกุกซาน เล่ากันว่าคยองบกกุงจะมีความลับ คือเมื่อแรกเริ่มเดิมทีก่อนการก่อสร้าง ก็จะมีการสำรวจเพื่อวางผังเมืองค่ะ ที่ตั้งของวังขนาบด้วยภูเขาทั้งสี่ด้าน เพราะการสร้างคยองบกกุงถือว่าเป็นพระราชวังหลักที่ปฐมกษัตริย์ใช้สถาปนารัฐ จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมากค่ะ

ในแผนที่แบบเก่าของคยองบกกุง ตัวพระราชวังจะเป็นทรงสี่เหลี่ยม ทิศเหนือจะกว้างกว่าทิศใต้ ประตูหลักควางฮวามุน ประตูฮึงรเยมุน ประตูที่สามคึนจองและพระที่นั่งคึนจองจอนซึ่งเป็นพระที่นั่งที่สำคัญที่สุด พระราชาเมื่อแรกเริ่มจะขึ้นครองราชย์ต้องใส่มยอนบกและทำพิธีราชาภิเษกที่พระที่นั่งคึนจองจอน หากเราสังเกตดีๆ ตำแหน่งของประตูหลักและตำแหน่งพระที่นั่งสำคัญและบัลลังก์ที่ประทับจะมีตำแหน่งที่ตรงกันค่ะ  แล้วภูเขาที่ล้อมรอบคยองบกกุงมีอะไรบ้าง ตามนี้เลยค่ะ

ภาพแสดงแผนที่ภูเขาแบบโบราณจะเห็นแนวภูเขาสี่ด้าน โอบล้อมพระราชวังเกาหลี

ทิศเหนือ ภูเขาพุกอักซาน ภูเขานี้จะสามารถนี้จะเห็นได้เมื่อเรามองจากมุมสูงค่ะ

ทิศใต้ ภูเขานัมซาน

ทิศตะวันออก ภูเขาทัลรักซาน

ทิศตะวันตก ภูเขาอินวังซาน

การก่อสร้างคยองบกกุงทุกตำแหน่งจะเป็นการวางตามหลักฮวงจุ้ย เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากเลยค่ะ เพราะการสร้างบ้านของเราปกติธรรมดาเราก็ดูฤกษ์ยาม ดูที่ตั้ง ยิ่งเป็นวังการวางตำแหน่งตั้งแต่เสาแรกล้วนมีความสำคัญมาก แล้วทำไมถึงเป็นแบบนั้นเล่า

เพราะวังหลวงเป็นศูนย์รวมอำนาจของอาณาจักรค่ะ ที่เกาหลีจะคล้ายๆ จีนซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และตำแหน่งของพระราชวังและสุสานจำเป็นต้องมีการสำรวจก่อนการก่อสร้างจริงหลายปีเลยค่ะ

ประวัติคร่าวๆ ของคยองบกกุง พระราชวังแห่งนี้สร้างมาเมื่อปี 1394 หรือราวปีพุทธศักราช 1937 โดยจองโดจอน (정도전) ท่านผู้นี้มีบทบาทในการก่อตั้งโชซอนเป็นอย่างมาก จองโดจอนเป็นอัครเสนาบดีคนแรกของโชซอน เป็นคนที่พระราชาแทโจ (ลีซองกเย) ไว้วางพระทัยมากที่สุด แต่ต่อมาถูกองค์ชายลีบังวอน หรือพระเจ้าแทจงในกาลต่อมาลอบสังหาร แต่สิ่งที่จองโดจอนได้ให้ไว้กับเกาหลีก็คือการสร้างพระราชวังหลักที่สำคัญที่สุด เพราะคยองบกกุงเป็นพระราชวังหลักที่พระราชาใช้ว่าราชการและเป็นที่ประทับของเชื้อพระวงศ์ พื้นที่ของคยองบกกุงกว้างมาก มีอาคารหลักที่สำคัญๆ ที่พระราชาจะเอาไว้ใช้ทรงงาน นอกจากนั้นยังมีตำหนักทรงและตำหนักมากกว่าสองร้อยหลัง ที่นี่จึงเป็นศูนย์กลางในการปกครองประเทศ เชื้อพระวงศ์ส่วนใหญ่จะประทับที่นี่เป็นหลักค่ะ และได้รับการต่อเติมโดยพระเจ้าแทจง (รัชกาลที่ 3) และพระเจ้าเซจงมหาราช (รัชกาลที่4)

แต่บางส่วนของพระราชวังนั้นถูกเพลิงเผาวอดในช่วงที่ญี่ปุ่นบุกประเทศเกาหลี

นับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก ในช่วงที่ญี่ปุ่นปกครองเกาหลี ได้มีการรื้อบางส่วนเพื่อสร้างสถานที่ราชการ ประตูหลักและประตูรองก่อนจะเข้าสู่ตัวอาคารที่ใช้เป็นท้องพระโรงถูกรื้อและมีการสร้างขึ้นมาใหม่ค่ะ หากท่านใดที่เคยมาเที่ยวเกาหลี ที่นี่ถือเป็นแลนด์มาร์กที่คนไม่มาไม่ได้

ในโปรแกรมทัวร์ส่วนมากจะลงว่าจะได้เดินที่คยองบกกุง ใส่ชุดฮันบกถ่ายรูป ปิดท้ายด้วยพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ออกประตูวังด้านทิศตะวันออกแล้วขึ้นรถไปสถานที่ใหม่ ซึ่งถ้ามากับทัวร์โปรแกรมจะเป็นแบบนั้นค่ะ แต่ถ้ามีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ขอแนะนำให้มาเองแล้วลองเที่ยวแบบใจเย็นๆ จะได้รับความอิ่มเอมมากกว่าค่ะ  

ในฐานะที่อยู่ที่นี่ ซังกุงอยากบอกว่าการจะเที่ยวในวังแต่ละแห่งต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวัน ถึงจะเที่ยวได้ทั่ว นี่เป็นสาเหตุให้บทความเรื่องวังที่ซังกุงจะเขียนมีความยาวมากว่าหนึ่งตอนค่ะ

พระราชวังคยองบกเรียกกันง่ายๆ ในหมู่ประชาชนทั่วไปว่าวังฝ่ายเหนือเพราะอยู่ทางทิศเหนือ ที่นี่มีประตูหลักที่ยิ่งใหญ่คือควางฮวามุน เป็นประตูหลักของพระราชวังคยองบกเป็นประตูที่สำคัญและใหญ่ที่สุดของคยองบกกุง ตั้งอยู่ทางทิศใต้ เรียกโดยทั่วไปว่าประตูทิศใต้ค่ะ

 

 

สถาปัตยกรรมแบบเกาหลีคือจะใช้สีแดง สีขาว และเขียว งานไม้ถึงจะมีความละม้ายจีน แต่ก็แตกต่างจากจีนมากค่ะ มีคนเคยถามซังกุงว่าทำไมวังของเกาหลีเล็ก คิดว่าจะใหญ่กว่านี้เสียอีก นั่นอยากให้เข้าใจว่าก่อนการสร้างอาณาจักรนั้นโชซอนต้องไปขอความเห็นชอบจากจีนในสมัยนั้น ขนาดชื่ออาณาจักรยังต้องให้จีนเลือก ตอนนั้นทางพระราชาส่งไปสองชื่อคือฮวายองและโชซอน ราชสำนักต้าหมิงเลือกใช้ชื่อหลัง และถือว่าโชซอนเป็นเมืองที่ต้องส่งบรรณาการให้จีน การใช้พระยศ จะใช้คำว่าวังซึ่งเทียบเท่ากับอ๋อง ฉะนั้นการสร้างพระราชวังก็จะเล็กลงมาอีกขั้น แต่ก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ในเรื่องงานไม้และการเขียนสีในลวดลายค่ะ

แต่พระราชวังส่วนมากที่เราเห็นในปัจจุบัน ส่วนมากเป็นของใหม่และได้รับการบูรณะมาแล้วทั้งนั้น วันเวลาที่ผ่านมา ร่องรอยของความเสียหายยังมีให้เห็นในบันทึกของประวัติศาสตร์และภาพถ่าย นั่นเป็นเรื่องที่ซังกุงเสียดาย เพราะเกาหลีเองก็ผ่านเวลาแห่งความเจ็บปวดมามากเช่นกัน อย่างการถูกทำลายครั้งแรกในสงครามอิมจิน (ปี 1592) คยองบกกุงถูกทำลายไป พอมาช่วงปี 1910-1945 การเข้ามายึดครองของญี่ปุ่นก็ทำให้ประตูเมืองหลักถูกทำลายไปค่ะ

ตอนหน้าซังกุงจะมาพูดเรื่องประตูวังตามหลักฮวงจุ้ยที่ได้สร้างขึ้นมา มีความหมายและเกี่ยวกับหลักโหราศาสตร์ เรื่องการสร้างพระราชวังหลักเกาหลีจะให้ความสำคัญมากเลยค่ะ เพราะว่าหากผังเมืองดี ย่อมส่งผลต่อชะตาของประเทศค่ะ

 

– โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ –

Don`t copy text!