ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 7 : เรือสำเภาสยาม

ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 7 : เรือสำเภาสยาม

โดย : กฤษณา อโศกสิน

Loading

ลวดลายในวิญญาณ นวนิยายลึกลับโดย กฤษณา อโศกสิน เมื่ออิทธิพลของ ‘ดาวเกตุ’ ผูกโยงชะตาชีวิตและจิตวิญญาณของละอองทองเข้ากับความเร้นลับยามค่ำคืน ความจริงที่ซ่อนอยู่คือพรหรือคำสาป? ติดตามปริศนาแห่งลายแทงวิญญาณได้ที่นี่

ขากลับนี้ สมมาดมาส่งตามหน้าที่โดยมีสีหน้าโล่งอกขณะนั่งมาด้วยกัน

“เมื่อกี้โทรบอกแม่ ให้แม่พูดกับรัตน์ด้วยว่าเราตกลงใจเป็นพี่น้องกันเรียบร้อยแล้ว แม่แทบจะกรี๊ดเลยฮะ” ว่าแล้วเจ้าตัวก็หัวเราะหัวใคร่ชอบใจ “คุณลุงกับคุณธรก็เห็นแล้วว่า น้องคนนี้เขาสะอาดๆ ไม่ทำท่าเป็นชู้สาวกะใคร”

“อีกหน่อยแม่ก็คงเลิกเกณฑ์ไปเองแหละน่า” สันสกฤตก็เลยไกล่เกลี่ย

แต่ใจนั้น อยากให้ถึงที่พักโดยเร็ว เพราะอยากนำวันเดือนปีเวลาเกิดของหญิงสาวแปลกประหลาดมาเข้าออนไลน์ที่ใช้ผูกดวง แม้ตนเองจะทำนายทายทักอะไรมิได้ ก็ยังสามารถจะล่วงรู้ได้ว่า ตัวเลขในดวงและลัคนาอยู่ตรงไหนบ้าง

อย่างน้อยๆ เขาก็ยังสามารถตามดูตำแหน่งแห่งที่ของดาวแต่ละดวงแล้วนำไปเทียบกับตำราที่เคยจดจากหมอดูผู้ล่วงลับกับอาจารย์ใหญ่ท่านอื่นๆ ไว้ได้พอสมควร

กว่าจะถึงร้านก็เกือบสองทุ่ม ส่งแล้วคนขับก็มุ่งกลับบ้าน ลุงและหลานที่ถึงเกือบจะพร้อมกันจึงไขกุญแจด้านหน้าเข้าไปจนถึงห้องด้านหลังที่ชิดชื่นกำลังดูโทรทัศน์อยู่ตรงโต๊ะกินข้าว สันสกฤตก็เลยถาม

“มีใครมาติดต่อเรื่องอะไรมั่งไหม”

“มีพี่” น้องสาวทำหน้าตางงๆ แถมพรั่นพรึง “แต่ไม่ใช่คนนอก…เป็นคนใน”

“คนใน…ใครเหรอ”

“คนข้างบน” อีกฝ่ายบุ้ยปากไปทางลิฟต์

“คือยังไง ไม่เข้าใจ”

“นี่ถ้าฉันไม่รู้มาก่อนว่าเขา…เอ้อ…จะบอกยังไงดี…อ้อ…บอกว่าเขามีวิญญาณ…คงกลัวตายเลยละ”

“เขามาทำยังไง” สันสกฤตสงสัยมากขึ้นเพราะเข้าใจเพียงว่า…ตุ๊กตาไม้มาปรากฏเพียงแค่เสียง…คล้ายเสียงจากสายใยบางๆ ที่เชื่อมระหว่างใครคนหนึ่งกับใครอีกคนหนึ่งไม่ถึงกับมาเป็นตัวตนจนชวนสยอง

“เขาก็มายืนอยู่ตรงนั้น” ชิดชื่นทำท่าขนลุกขณะบรรยาย “เอ…หมู่นี้ทำไมเขาขลังจังเลยล่ะ…ก็อยู่นี่น้านนานแล้วนี่นา พี่ก็แค่ขอให้ถูกลอตเตอรี่ไม่ใช่เหรอ”

“ก็มีนะ มีอย่างอื่น” สันสกฤตรีบขอตัวขึ้นข้างบน มีพิทยาธรตามไป

ครั้นไขกุญแจเข้าห้อง แลเห็นตุ๊กตาถือพิณยืนอยู่บนหลังตู้เหมือนทุกชั่วโมงนาทีที่ผ่านไปก็จริง แต่ที่จริงยิ่งกว่า…ก็ยังมี

นั่นก็คือ…ภาพเขียนตุ๊กตาถือพิณ

ทั้งลุงหลานได้แค่ตกใจสุดขีดเมื่อแลเห็นภาพนั้น…ที่แต่แรกอยู่ในกระบอกกระดาษแข็งปิดฝาโดยสันสกฤตใส่ไว้ในตู้เก็บของโบราณ

หากบัดนี้ภาพนั้นกลับวางแผ่อยู่ข้างตุ๊กตาไม้โดยที่กล่องยังนอนอยู่ในท่าเดิมภายในตู้ มิได้ตามออกมาด้วย

แลเห็นเพียงเท่านี้ มือเท้าสันสกฤตก็ถึงแก่เย็นเฉียบ

ดังนั้นจึงก้าวเข้าไปยกมือไหว้

‘เราเพิ่งกลับจากดูอาการน้องสาวผู้หญิงที่เป็นเจ้าของรูปเขียนวันนี้ครับคุณเทพธิดา…ส่งเธอนอนแล้วก็กลับมานี่ละฮะ…ทั้งๆ ไม่สบายใจเลย…เธอจะเป็นอะไรมากไหมครับ จะเป็นแบบนี้อีกนานไหม’

นั่นเอง เจ้าของตู้ก็ได้ยินเสียงแผ่วๆ ริมหูว่า

“นาน”

‘เราควรไปเยี่ยมเธออีกไหมฮะ’

“ไป…ไปทุกวัน”

อา…ในที่สุดเขาก็นึกออกแล้วว่า นับแต่นี้เป็นต้นไป หลังจากปิดร้านแล้ว เขากับหลานชายจะต้องมีภาระใหม่ นั่นก็คือ

ต้องส่งหล่อนเดินทางไปกับเรือสำเภา

ช่างน่าอัศจรรย์ใจกระไรเช่นนี้

ทันใดนั้น เขาก็นึกถึงวันเดือนปีเวลาเกิดของละอองทองขึ้นมาได้ จึงเปิดมือถือ ใส่ข้อมูลลงไปในช่องดูดวง เพียงพริบตาเดียว รูปดวงชะตาพร้อมรายละเอียดต่างๆ ทางโหราศาสตร์ก็ผุดเด่นเป็นที่น่าปีติยิ่งเพราะคือสิ่งที่เขาคุ้นเคยมานาน โดยถ่ายทอดความรู้จากลุงหมอดูคนนั้น

เพียงแต่มิอาจทำนายทายทักใดๆ ได้

แม้ในแผ่นดวงตรงหน้าจะระบุว่าหล่อนคือคนราศีกันย์

ราศีเดียวกับเขาและพิทยาธร

ถึงกระนั้นก็ดี สันสกฤตก็ยังสามารถหยิบสมุดที่จดความรู้ รวมดวงชะตาเขา ชิดชื่นและหลานชายจากเซฟออกมาเปิดดู ตั้งใจว่าอาบน้ำแล้วจะนำดวงละอองทองมาจดจารไว้คู่กัน

ตัวเลขแรกที่ผ่านสายตาเขาก็คือ ๘ กับ ๙ ของหนุ่มสาวคู่นี้

๘ คือราหู ๙ คือเกตุ หางราหูที่เหมือนพ่อกับลูก หรือนายกับลูกน้อง

เขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ละอองทองมี ๘ กุมลัคน์ ๙ เล็ง

 

ต่างคนต่างอาบน้ำแล้ว แต่ก็ยังมิคลายอาการประหวั่นหวาดไหวในสัมผัสใหม่เอี่ยม

แม้สันสกฤตจะบอกให้หลานชายจุดธูปขอขมาภาพหญิงสาวดีดพิณ โดยจะเริ่มซ่อมแซมตรงหัวพิณส่วนที่หายไปในคืนนี้ให้เสร็จสิ้น เพราะพิทยาธรก็เตรียมเครื่องมือกับสีที่เลือกไว้ตั้งแต่ก่อนออกจากร้านเรียบร้อยแล้ว มาวางรอ…แต่ก็ยังมิวายใจสั่นไปด้วยกันทั้งหลานและลุง

“แกก็ทำงานไปนะ…ฉันจะอ่านอะไรสักหน่อย” ผู้เป็นลุงบอกกล่าว “ตอนนี้ก็อย่าเพิ่งคิดเรื่องน้องคุณนวลสนิท…อย่าเพิ่ง…”

แต่พิทยาธรก็อดเอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่งมิได้

“คืนนี้ ผมคงนอนไม่หลับแน่นอนลุง…คิดดู…ใครจะหลับไหวในเมื่อ…คืนทั้งคืนมั้งที่เขาไปกับเรือ…”

“ธร” อีกฝ่ายก็เลยรีบห้าม “ซ่อมรูปดีกว่า…ซ่อมให้เสร็จ พรุ่งนี้จะได้โทรให้เขามารับ รอถามอาการน้องเขาก่อน อย่าเพิ่งใจร้อนมากไป…เรื่องคงไม่จบง่ายๆ เชื่อฉัน…”

เข้าห้องนอนส่วนตัวที่อยู่ตรงกันข้ามนั่นเอง ลงนั่งซ่อมภาพวาดที่เดินทางมาเองอย่างแปลกประหลาดจนเสร็จสิ้น วางผึ่งไว้บนโต๊ะทำงานตัวยาว มีหนังสือปกอ่อนทับตามมุมทั้งสี่ รอจนถึงเช้าให้สีแห้งสนิท

ครั้นแล้วจึงหลับไปบนเตียงเซี่ยงไฮ้มีสี่เสา ประดับหัวเตียงด้วยกระจกสีเขียวสลับขาว แต่สันสกฤตยังคงตาแข็งค้างอยู่ที่โต๊ะทำงานข้างเตียงในอีกห้อง เปิดไฟหัวนอนสดสว่าง อ่านรายละเอียดของดาวเกตุที่เขาคิดว่าคือต้นเหตุที่ทำให้บางคนติดต่อกับวิญญาณได้ บางคนก็ได้บ้าง แต่บางกลุ่มไม่ได้เลย

หารู้ไม่ว่า…‘จิตวิญญาณ’ บางส่วนของพิทยาธรจรจากไป

ไปสู่ฟากฟ้าสีเทาแกมครามกับสีน้ำทะเลสีคล้ำในเรือสำเภาลำหนึ่ง ซึ่งบรรทุกสินค้าหลากหลายกำลังกางใบออกจากท่าเรือเมืองสยาม ในสำนึกของเขานั้นดูเหมือนจะราวรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ถ้าไม่เชื่อ…ก็ตามเขาไปได้…สินค้ามีไม้โกงกาง หมาก รังนกคุณภาพดีอันดับ ๑ กับรองลงไปลูกกระวาน ฝ้ายปั่นแล้ว สีเสียด หมอน ที่นอน…

อะไรจะมากมายขนาดนั้น พิทยาธรรู้สึกเสมือนลอยตามดูสินค้าที่อยู่ในเรือ

เป็นเรือสำเภาขนาดใหญ่…เรือสำเภาสยาม

แต่ยังมิทันจะออกไปยังดาดฟ้าเพื่อสังเกตเรือสำเภาที่เขาอาศัยมาว่าเป็นอย่างไร ก็พอดีตกใจ…รู้สึกตัวขึ้นท่ามกลางความมืดมิดบนเตียงเซี่ยงไฮ้ตัวที่อาคนหนึ่งมอบให้เป็นสมบัติของหลานชายกำพร้า

โดยพลันก็เปิดมุ้งผ้าโปร่งเม็ดพริกไทยที่ป้าชิดชื่นช่วยเย็บครอบไว้ให้ ก้าวลงมาเปิดไฟท่ามกลางความเย็นของเครื่องปรับอากาศ มานั่งสงบเพื่อทบทวนถึงสิ่งที่ปรากฏในความ…จะเรียกว่าความฝันหรืออย่างไร เขาเองก็ยังไม่ปลงใจเรียก เนื่องด้วยภาพต่างๆ ช่างชัดเจนแจ่มกระจ่างราวกับของจริง…ของที่เขาได้สัมผัสด้วยนัยน์ตาตนเองอย่างใกล้ชิดยิ่ง มิหนำซ้ำยังได้ลูบคลำไม้กฤษณา ไม้จันทน์ ไม้แดง ไม้ไผ่ งาช้าง…อะไรจะมากมายขนาดนั้น แต่ก็ยังแลเห็นแออัดขนัดแน่นเต็มลำ

น่าเสียดายที่เขายังไม่ทันได้ก้าวออกมาด้านนอกแล้วแหงนมอง ก็จะบอกได้เลยทีเดียวว่า เรือสำเภาลำนี้มีกี่ใบ กี่เสา เพราะเรือสำเภาของจีนและของสยามเลยไปถึงของมลายู มีระบบระเบียบในเรือแตกต่างกัน ขนาดเรือก็ใหญ่และเล็กไม่เท่ากัน ด้วยเรือสำเภาที่มาจากจีนมักจะมีขนาดใหญ่ ลูกเรือทั้งหมดเป็นคนจีน แต่เรือสำเภาที่ไปจากสยามแม้จะใช้คนจีน หากก็ปนด้วยแรงงานสยาม จึงมีเขาร่วมทางไปด้วยคนหนึ่ง

อ้าว…ท้ายที่สุดก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่า เขาเพิ่งซ่อมแซมภาพวาดหญิงสาวดีดพิณวางผึ่งไว้บนโต๊ะกลาง

ดังนั้น จึงเดินไปชะโงกดูท่ามกลางแสงไฟที่เปิดไว้แค่ดวงเดียว

สีที่เขาใช้ซ่อมอย่างประณีตที่สุดนั้น บัดนี้แห้งสนิท จึงทำให้ภาพจากปลายพู่กันงดงามโดดเด่นเป็นสง่าไม่ผิดไปจากตุ๊กตาไม้บนหลังตู้ของลุงเขา

ชายหนุ่มจึงได้แต่พึมพำเบาๆ

‘ขอบคุณมากนะครับท่านเทพธิดา…พรุ่งนี้เจ้าของมารับคงจะดีใจ…’

เพียงแต่คำนึงนึกถึงตรงนี้ เขาก็ได้แต่รู้สึกว่าสตรีในภาพตรงหน้าเคลื่อนไหวได้

ชวนให้ชายหนุ่มขนลุกซู่เลยทีเดียว

หากก็ยังแข็งใจไต่ถาม

‘ถ้าผมอยากได้น้องสาวเจ้าของรูปเป็นคู่ชีวิต ควรจะทำยังไงดีครับ’

คราวนี้ ดูคล้ายกับแววนัยน์ตา ‘เทพธิดา’ วาวแววแพรวพราววับวาบทะลุกระดาษขึ้นมา

เชิงบอกกล่าวว่า

“ไม่ง่าย”

‘อ้าว…แล้วยังไงถึงจะง่ายขึ้นครับ’

“รอไป” เสียงจากวิญญาณลี้ลับลอยหวิวๆ ผ่านหู

พิทยาธรก็เพิ่งนึกขึ้นได้เดี๋ยวนี้เองว่าลุงชวนเขาอ่านเรื่องดาวเกตุ อันเป็นหางของราหูเป็นดาวแห่งวิญญาณธาตุเมื่อเช้านี้เอง

เขานั่นแหละที่ไม่สนใจ

หากนี่ก็ดึกแล้ว มือถือบ่งบอกเวลาตี ๒ กับ ๑๐ นาที

ทันใดนั้น เครื่องมือสื่อสารของเขาก็ดังขึ้นพอดี

มีเสียงสันสกฤตผ่านมาอย่างผู้ที่กำลังตื่นเต้น

 



Don`t copy text!