
ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 12 : ที่พระ
โดย : กฤษณา อโศกสิน
![]()
ลวดลายในวิญญาณ นวนิยายลึกลับโดย กฤษณา อโศกสิน เมื่ออิทธิพลของ ‘ดาวเกตุ’ ผูกโยงชะตาชีวิตและจิตวิญญาณของละอองทองเข้ากับความเร้นลับยามค่ำคืน ความจริงที่ซ่อนอยู่คือพรหรือคำสาป? ติดตามปริศนาแห่งลายแทงวิญญาณได้ที่นี่
หลังจากอิ่มด้วยอร่อยด้วยจากร้านอาหารเก่าแก่ นวลสนิทก็พาทุกคนไปถึงร้าน ‘นวลทอง’ ที่มีลูกค้าเข้ามาเดินดูสินค้าและจิบกาแฟกินขนมรสดีที่ผู้คนติดใจ พร้อมกับแนะนำให้กองพลและภรรยารู้จักกับรัตนา ป้านิ่มและลุงเม่น ผู้ออกมาช่วยกันต้อนรับลูกค้า โดยรัตนายังคงชงกาแฟ จัดเค้กหน้าต่างๆ ที่หล่อนทำเองนำมาวางเรียงตรงหน้าแขกผู้ติดใจรสเครื่องดื่มและการต้อนรับทั้งด้านของกินของใช้ทางอีกฟากของร้านที่มักจะแปลกเปลี่ยนเวียนหมุนกันเข้ามาอย่างไม่พยายามให้ซ้ำหน้า เพื่อมิให้ผู้มาชมเบื่อหน่ายรูปลักษณ์ของสินค้าเดิมๆ
“ร้านน่ารักจังฮะ” กองพลเดินชมจากตรงนี้ไปตรงนั้นตรงโน้นพลางพึมพำ
เขากำลังมองหาที่ทางอันเหมาะสมแก่การจัดวางเรือสำเภาสองลำที่สองสาวเพิ่งซื้อจากเขา ก็เลยเดาเอาเองว่า คงแค่คล้อยตามลุงหลานคู่นั้นก็เป็นได้
ชายวัยสี่สิบกว่าจึงกำลังคิดจะช่วยให้อาการไม่ปกติยามค่ำคืนของหล่อนหายไป
เป็นเพราะเหตุใด ดวงวิญญาณละอองทองจึงล่องลอยไปกับเรือสำเภายามดึกดื่นทุกคืนค่ำ
ช่างเป็นเหตุการณ์ที่ประหลาดล้ำไม่มีความอัศจรรย์ใดเปรียบได้
เขาเองก็มิเคยพบเคยเห็นมาก่อน แม้จะเป็นผู้แกะสลักสำเภาโบราณด้วยมือตนเองมานานครันก็ตาม
เคยหนเดียวครั้งนั้น ซึ่งก็นานประมาณห้าปีมาแล้ว…ต่อจากนั้นก็ไม่มีอีก
หรืออาจเป็นเพราะเขาเดินสายกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดินทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่มีโอกาสไปถึง
เพราะจากนั้นเป็นต้นมา เขาก็หลับสนิทโดยไม่ฝันอีกเลย ช่วยให้ยามนอนเป็นยามที่เขาได้ผ่อนพักเต็มที่ ไม่ต้องตื่นขึ้นพร้อมอาการเพลียใจ
แต่ไหนๆ คราวนี้ เขาก็มาถึงร้านค้าของหล่อนทั้งคู่ จึงอยากสำรวจดูความเป็นไปของสถานที่ เพื่อจะได้ชี้แนะถูกต้อง
“จะว่าอะไรไหมฮะถ้าผมจะขออนุญาตขึ้นไปดูชั้นบนที่คุณนวลสนิทกับคุณละอองทองใช้เป็นที่พักส่วนตัวน่ะครับ” ผู้ค้าเรือสำเภาแกะสลักเอ่ยถาม “ที่จริงทรงวาดนี่ดีนะฮะ…ส่วนใหญ่ ตึกจะมีแค่สองชั้น เพราะสมัยนั้นก็มักจะสร้างแค่นี้ อย่างบำรุงเมือง เฟื่องนครก็เหมือนกัน”
“ไม่ว่าเลยค่ะ” นวลสนิทตอบคำอย่างรู้สึกคุ้นเคยกับชายแปลกหน้าอัธยาศัยดีเป็นลำดับ
ท่าทางของทั้งสันสกฤต พิทยาธรก็เช่นกัน คล้ายเชื่อมั่นกองพลโดยไม่มีทีท่าว่าสงสัยจะเป็นมิจฉาชีพแต่อย่างใด…นั่นคือ ทำดีแต่แรก แล้วโกงตลบหลังดังเช่นประสบกันเนืองๆ
“ดีมากฮะ” สันสกฤตเห็นด้วย เมื่อเขาเอ่ยถามเทพธิดาไม้แกะสลักในใจ…นางก็ตอบว่า “ขึ้นไปได้” “คุณกองพลจะได้หาที่วางเรือได้ทั้งชั้นบนชั้นล่าง”
ครั้นแล้วสองสาวก็ถือกล่องบรรจุเรือคนละกล่อง พาทั้งกองพล นิตยา สันสกฤตและพิทยาธรขึ้นบันไดไม้ตามกันไปสู่ห้องนอนของสองพี่น้องที่ขนานอยู่กับห้องหัวบันไดอันใช้เป็นห้องกลาง นั่งคุยกันหรือทำกิจต่างๆ ร่วมกัน
ห้องของทั้งคู่เรียบสะอาด เครื่องปรับอากาศถูกติดไว้ทุกห้อง
กองพลเพียงแต่กวาดตาหาที่วางเรือสำเภา
“ผมขอวางไว้ชั้นบนนี้ทั้งสองลำจะดีกว่า แต่วางตรงไหนดี…ไม่มี ‘ที่พระ’ เลยหรือฮะ”
“ไม่เคยมีเลยค่ะ” นวลสนิทส่ายหน้า “เคยมีคนให้พระพุทธรูปมา เมื่อไม่มีทางให้ท่านก็เลยให้ญาติๆ ไปหมด”
แต่กองพลก็ปลอบใจ
“ไม่เป็นไรฮะ ไม่มีก็ไม่มี…ถ้างั้นผมก็ขอวางบนชั้นโชว์ของนี่ลำนึงก่อนดีกว่า”
ตรงมุมห้อง มีชั้นวางของเล็กจิ๋วที่หล่อนทั้งคู่ซื้อมาจากตลาดแบกะดินในต่างประเทศ ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน…ราวหกเจ็ดชั้น
“ผมขอวางเรือไว้ชั้นบนสุดนะฮะ”
“ได้ค่ะ” นวลสนิทก็เลยหยิบของจิ๋วแสนหวงของละอองทองลงมาวางบนโต๊ะกลาง เปิดที่ว่างพอให้เรือสำเภาขนาดจิ๋วไปตั้งแทน
“พอดีเลย” กองพลร้องเบาๆ อย่างพอใจ “อีกลำก็อีกห้องดีไหมฮะ”
“ดีค่ะ”
ห้องนอนสองพี่น้องจัดแต่งเหมือนกัน มีของจิ๋ววางลดหลั่นกันลงมาจากชั้นมุมห้องทำนองเดียวกัน
ชายผู้มีอาชีพแกะสลักเรือวางเรือไว้ทั้งสองห้องแล้วจึงเดินไปนั่งลงที่ห้องรับแขกหัวบันไดที่สันสกฤตและพิทยาธรนั่งรอ
ขณะรอ สันสกฤตก็ได้แต่นึกในใจ
‘นี่มันเกิดอะไรขึ้น…ถึงได้มาอยู่ตรงนี้’
ใช่…ทุกอย่างดูแปลกๆ อย่างไรก็บอกไม่ถูก
“ดีแล้ว” เสียงจากตุ๊กตาไม้ดังแผ่วๆ
ท่านดูจะวางใจในกองพลเป็นอันมาก
นิตยา ภรรยาเขาก็ได้แต่นั่งนิ่งๆ ที่เก้าอี้รับแขกตรงห้องกลาง เธอคงชินกับการซื้อขายเรือสำเภาเล็กๆ ของสามีมานานพอดู
ในที่สุด กองพลก็กลับมานั่งข้างๆ สันสกฤต
“คุณสันสกฤตเคยไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์แถวศาลหลักเมืองไหมฮะ”
“ไปตลอดเลยฮะ”
พิทยาธรจึงเสริมคำ
“ลุงผมสื่อสารกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ครับ…” หากแต่เขาก็หยุดไว้เพียงนั้น
หาได้บอกด้วยไม่ว่า
การมาที่นี่วันนี้ก็โดยสิ่งศักดิ์สิทธิ์พามา
“ถ้างั้น พรุ่งนี้เราไปกราบเจ้าพ่อหลักเมืองกันดีไหม…จะได้กราบพระแก้วมรกตด้วย” กองพลเอ่ยชวน
“แล้วคืนนี้ จะมีใครไปกับเรือสำเภาไหมฮะ” พิทยาธรถามเล่นๆ “หลังจากคุณกองพลมาติดตั้งเหมือนส่งท้าย”
เสร็จสิ้นจากการตั้งวางเรือสำเภา ณ ที่ที่เหมาะสมแล้ว นวลสนิทและละอองทองก็พาทุกคนลงมานั่งล้อมโต๊ะจิบกาแฟ มีรัตนาคอยบริการ ฝ่ายสมมาดไปแล้ว ไปรับ-ส่งของให้ลูกค้าประจำ
แต่กองพลยังคงสนใจอาการของหญิงผู้น้อง ดังนั้นจึงถามต่อ
“ผมยังนึกถึงคุณทองตอนกลางคืนที่ว่ามีเรือมารับอยู่เลยนะฮะ มารับตรงไหนครับ…มาจอดที่โป๊ะท่าน้ำที่เดี๋ยวนี้ปิดตายหรือยังไง แล้วเรือนี่ลักษณะยังไงฮะ เพราะเรือนี่ก็มีหลายยุคหลายสมัยนะ เรือที่ผมเอารูปแบบมาแกะสลักนี่ก็ไม่เหมือนกัน ราคาก็ไม่เท่ากัน เพราะผมเอาประวัติศาสตร์ที่ว่าด้วยเรือสำเภาจีนกับสำเภาสยามสมัยต่างๆ มาเป็นแบบ แล้วแกะสลักตามนั้น เพราะเรือจีนก็ต้องต่างจากเรือสยาม ถึงจะอยู่สมัยเดียวกันก็เถอะ”
สันสกฤตนิ่งฟังอย่างเห็นด้วย เพราะเขาเองก็เคยอ่านประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการค้าขายทางเรือสำเภาระหว่างจีนกับสยามมาแล้วโดยละเอียด
หากก็นึกไม่ถึงเลยว่า จะมีวิญญาณของใครคนใดคนหนึ่งที่เขาต้องรู้จัก เกิดอาการประหลาดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เลยต้องกลับมาค้นคว้าหาสาเหตุแห่งความไม่สมประกอบกันอีกครั้ง
“แต่ส่วนใหญ่ ผมจะแกะสลักจากเรือสมัยรัชกาลที่สอง ควบรัชกาลที่สาม ซึ่งคุณสันสกฤตคงพอจะทราบอยู่แล้วว่า รัชกาลที่สอง ตอนขึ้นครองราชย์ท่านก็ใช้ลูกชายท่านคือพระองค์เจ้าทับซึ่งตอนหลังได้เป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ เพราะท่านเก่งเรื่องค้าขายมาตั้งแต่เด็กแล้ว คงจำกันได้นะฮะ”
“จำได้ดีครับ” สันสกฤตตอบรับทันที
แต่พิทยาธรแค่นิ่งฟัง เพราะเขาเองก็มีเรื่องงานศิลปะที่ตนเองชำนาญอยู่ในสมอง
“รูปร่างเรือสำเภาสมัยนั้น เสากระโดงจะสูงครับ เก๋งท้ายก็เลยพลอยสูงไปด้วย ท้ายเรือตัด ทาสีเป็นลวดลายสวยงามต่างๆ นานา เหมาะจะเดินทางไปมาแถวที่มีหินโสโครกกับสันดอนใต้น้ำ”
“เอ…” กองพลลากเสียง “คุณสันสกฤตนี่ความรู้เยอะนะฮะ…เดี๋ยวก็ได้ชวนมาแกะสลักเรือขายด้วยกันเสียเลย”
ชายสูงวัยก็เลยได้แต่หัวเราะพลางส่ายหน้า
พิทยาธรจึงบอกอีกฝ่าย
“ลุงผมไม่ชอบงานพวกนี้หรอกพี่…ลุงเป็นศิลปินก็จริง แต่ไม่ใช่ทางศิลปะการต่อเรือ…ลุงชอบเขียนรูปเขียนหนังสือมากกว่า”
“ดีทุกอย่างนี่ฮะ…” กองพลพยักพเยิด “ผมชอบมาก…งานศิลปะ…เลยก็อยู่อย่างที่เห็นนี่แหละ รับรูปมาขายกินเปอร์เซ็นต์ แกะสลักเรือสำเภา”
“ใคร้จะนึกออกคะว่ามีคนทำงานนี้” นวลสนิทส่ายหน้า
“มีงานแปลกๆ เยอะครับ” กองพลว่า “เพียงแค่เราไม่รู้แค่นั้น”
“ระวังมิจฉาชีพให้ดีละกันพี่” พิทยาธรติงเตือน
“ต้องระวังมากเลยฮะ…คนโกงคนทุจริตนี่เดินกระทบไหล่เราทุกวัน” เจ้าของกิจการบอกกล่าวพร้อมส่ายหน้า “อย่าผลีผลามโอนเงินให้ใครง่ายๆ เป็นอันขาด”
“บุญของเรานะฮะ ที่ทุกวันนี้เราได้เจอพี่ที่ไม่ใช่มิจฉาชีพ”
“นานๆ เจอทีไง” กองพลหัวเราะร่าเริง “ว่าแต่ว่า คืนนี้รอดูนะฮะ…ผมจะขอบริกรรมคาถาเกี่ยวกับลงเรือสำเภาเป็นครั้งสุดท้าย ต่อไปก็ไม่เล่นด้วยละนะ ไม่สนุกอะไรเลย”
“ได้เลยค่ะ” นวลสนิทพยักหน้า “คืนนี้คุณพลจะพาเราไปลงเรือสำเภาสมัยไหนคะ…เดินทางจากไหนถึงไหน จะมาขึ้นเรือที่ท่าน้ำหลังบ้านเราหรือยังไง”
“ก็ยังนึกไม่ออกเหมือนกันครับ เพียงแต่นึกได้แค่ที่ว่า อยากลงเรือสำเภาเดินสมุทรของจีนที่มีขนาดใหญ่สุดที่แล่นไปมาระหว่างจีนกับสยามสมัยนั้น ข้างเรือมีแถบสีแดงทาอยู่ใต้กราบดำ ที่เขาเรียกกันว่า ‘เรือหัวแดง’ น่ะฮะ มีเสากระโดงสี่ต้น ใบเรือมีขอบด้านหลังโค้งกลม ใบเรือกลม เก๋งท้ายเรือที่ยื่นออกมามีลูกกรงกั้นรอบ กันใครพลัดตกลงไป หางเรือมีรูฉลุ ทำขึ้นเพื่อลดแรงต้านจากน้ำเมื่อต้องเปลี่ยนทิศทางเดินเรือในน้ำที่ลึกมากๆ”
“โอ้โฮ” ละอองทองออกอุทานเบาๆ “คุณพลเป็นผู้เชี่ยวชาญเรือสำเภาที่สุดแห่งยุคเลยนะคะ เอาละค่ะ คืนนี้ทองจะรอพวกเราไปลงเรือสำเภาหัวแดงด้วยกัน”

- READ ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 12 : ที่พระ
- READ ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 10 : เรื่องมหัศจรรย์
- READ ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 9 : ขายดีแน่
- READ ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 8 : เรือสำเภาลำใหญ่
- READ ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 7 : เรือสำเภาสยาม
- READ ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 6 : ศาสตร์จากดาวเกตุหรือว่าจะเป็น...
- READ ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 5 : เดี๋ยวก็รู้
- READ ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 4 : เริ่มระลึกชาติได้
- READ ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 3 : นวลทอง
- READ ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 2 : อิทธิพลดาวเกตุ
- READ ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 1 : คุณเทพธิดา







