ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 11 : ดีหรือไม่ หมายความว่าอย่างไร

ลวดลายในวิญญาณ บทที่ 11 : ดีหรือไม่ หมายความว่าอย่างไร

โดย : กฤษณา อโศกสิน

Loading

ลวดลายในวิญญาณ นวนิยายลึกลับโดย กฤษณา อโศกสิน เมื่ออิทธิพลของ ‘ดาวเกตุ’ ผูกโยงชะตาชีวิตและจิตวิญญาณของละอองทองเข้ากับความเร้นลับยามค่ำคืน ความจริงที่ซ่อนอยู่คือพรหรือคำสาป? ติดตามปริศนาแห่งลายแทงวิญญาณได้ที่นี่

“ทำยังไง ทองถึงจะรู้ดวงตัวเองว่าตัวมีดาวเกตุดีหรือไม่ดีล่ะคะคุณลุง” หญิงสาวจากย่านทรงวาดไต่ถามด้วยท่าทางสนใจใฝ่รู้จริงจัง

“ไม่ยากเลยฮะ” ลุงของชายหนุ่มยิ้มๆ “ก็แค่ผมรู้ว่าคุณเกิดวันเดือนปีเวลาอะไร…ผมก็เอาตัวเลขใส่เข้ามือถือ…พริบตาเดียว มันก็จะทำดวงและรายละเอียดต่างๆ ออกมาให้อย่างสำเร็จรูปเลยฮะ ซึ่งผมก็มีอยู่แล้ว”

ละอองทองทำหน้างง ก่อนที่นวลสนิทจะเอ่ยว่า

“พี่เคยให้วันเดือนปีเกิดเราสองคนกับคุณลุงไปคราวก่อน คุณลุงเป็นห่วงทองน่ะ”

ผู้เป็นน้องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจ

“ถ้างั้นผมขออนุญาตนะฮะ”

กล่าวจบเจ้าของแกลอรีก็จัดการใส่ตัวเลขที่มีอยู่ลงไป

ทันใดนั้น ก็ปรากฏรูปดวงชะตาและรายละเอียดต่างๆ บนกระดานแก้วสี่เหลี่ยมเล็กๆ ของชายสูงวัย

“นี่ไงฮะ…นี่ของคุณนวลสนิท…” ลุงของชายหนุ่มบอก พลางยื่นมือถือของเขาให้หญิงสาวอ่าน

บนกระดานแก้วปรากฏรูปคล้ายธรรมจักร มีตารางเป็นช่องๆ สิบสองช่องทั้งตรงและเฉียง

“คุณนวลสนิทเป็นคนราศีกันย์นะฮะ” เขาบอกกล่าวอย่างตื่นใจ “ราศีเดียวกันหมดเลย เจ้าธรด้วย น่าประหลาดมาก”

เขาอดประหลาดใจมิได้จริงๆ ตามเสียงที่เปล่งออกมา

“ถ้างั้น…จะลองผูกดวงคุณทองอีกดวงให้ดูนะครับว่าราศีไหน” สันสกฤตก็เลยใส่วันเดือนปีเวลาเกิดของละอองทองเข้าไปบ้าง

เมื่อปรากฏเป็นรูปดวงชะตาพร้อมระบุราศี จึงเอ่ยให้ได้ยินกันทั่ว

“นี่ไงฮะ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ”

“ราศีอะไรคะ” สาวผู้น้องยิ้มกว้าง “หน้าตาคุณลุงบอกว่า…ราศีเดียวกันใช่ไหมคะ”

“ใช่ซีฮะ…ราศีกันย์เหมือนกัน สมพงศ์กันหมด…อย่างที่บอกไป…น่าประหลาดได้ขนาดนี้”

“ราศีเดียวกันก็หมายถึง…” ละอองทองหยุดไว้นิดนึง จึงต่อความ “เราเป็นเพื่อนกันไปมาหาสู่กันได้…เขาเรียกว่าอะไรนะคะ…แว่วๆ เมื่อกี้…”

“สมพงศ์กันไงคุณ” สันสกฤตตอบเต็มเสียงอย่างยินดีที่หลานจะได้มีหญิงสาวคนใหม่ที่ดวงชะตาสมพงศ์กันมาสนิทชิดเชื้อใกล้เสกสร้างไมตรีแก่กันและกัน แต่จะถึงปลายทางคือได้แต่งงานกันไหม ก็สุดแต่วาสนาอันผูกพันกันมาแต่ปางก่อนว่าแรงพอหรือไม่

“ใช่แล้วค่ะ…สมพงศ์…”

สายวันนี้ ละอองทองน่ารักน่าเอ็นดูทีเดียว ด้วยว่า กลับเป็น ‘ตนเอง’ อย่างเด่นชัด

กองพลเองก็พลอยเพลินไปกับการดูดวงทางออนไลน์เช่นกัน เพราะเขาเพิ่งบอก

“ผมไม่ยักทราบว่าไลน์ก็ผูกดวงได้”

“เดี๋ยวนี้ ไม่มีอะไรทำไม่ได้อีกแล้วฮะ” สันสกฤตบอกกล่าว เพราะตนเองก็อาศัยเครื่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ นี้มายาวนาน “อย่างเอไอนี่ เขาก็เอามาขับเคลื่อนอะไรต่ออะไรได้หลายอย่าง เพียงแต่มันก็แข็งโป๊กแบบเครื่องยนต์กลไกนั่นละฮะ…ก็ต้องมาปรับปรุงแต่งเติมเอาเอง…สุดแต่เราจะชอบแบบไหน…แต่ยังไม่ถึงกับเข้าไปอยู่กับเราในเรือสำเภาตอนเราฝันดึกๆ เป็นใช้ได้”

ทุกคนก็เลยขำเจ้าปัญญาประดิษฐ์ฤทธิ์ร้ายตัวนั้นกันพร้อมหน้า

“ที่จริง…” ละอองทองเอ่ยออกมา “ถ้าทองได้เจอพวกเราทุกคนที่นั่งกันอยู่ตรงนี้ในเรือสำเภาสมัยโน้น คงจะสนุกไม่ใช่เล่นเลยนะคะคุณลุง”

ทั้งสันสกฤตและพิทยาธรก็เลยเบิกตากว้างพร้อมกัน

“เป็นไปได้นะฮะ”

 

แต่เจ้าของเรือสำเภาไม้แกะสลักกำลังนิ่งนึกถึงความฝันครั้งหนึ่งและครั้งเดียวของเขาคราเมื่อดวงวิญญาณยามนิทราล่องลอยไปสู่บรรพกาล

เขาเอง…ไม่เคยเรียนโหราศาสตร์ รวมทั้งไม่เคยมีหมอดูประจำตัว อาศัยเป็นคนมีหัวศิลปะและเลื่อมใสความศักดิ์สิทธิ์ของเทวดาอารักษ์กับสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ความรู้สึกนั้น สัมผัสได้ เขาก็เลยยึดมั่นถือมั่นแต่การบูชาอันเกิดจากศรัทธาปสาทะ ดังเช่นบูชาพระแก้วมรกต เจ้าพ่อหลักเมือง พระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระแม่ธรณีและดวงพระวิญญาณแห่งพระมหากษัตริย์พระบรมราชวงศ์จักรีที่ทรงคุ้มครองแผ่นดินไทยผืนไม่เล็กนี้ให้ผ่านพ้นอิทธิพลของไพรีทุกหมู่เหล่าที่ล้วนแต่ดาหน้าเข้ามาเพื่อรุกรานไทยในทุกรูปแบบเพียงเท่านั้น

“ผมไม่ทราบว่า ในดวงตัวเองมีดาวเกตุดีหรือร้ายเพราะไม่เคยดูหมอ แต่คิดว่าคงดี…” กองพลเอ่ยขึ้นเมื่อนึกถึงอาชีพของเขาที่ดำเนินมาอย่างราบรื่น มิว่าการรับช่วงนำภาพวาดจากทางผู้ใหญ่และผู้เยาว์มาฝากขายโดยกินเปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกับแกลเลอรี กับผลิตงานไม้แกะสลักประดับบ้านผ่านการบูชาที่ตนเองเคารพนับถือพร้อมด้วยปฏิบัติจริงมาเป็นเวลายาวนาน ซึ่งก็ได้ผลดีเป็นที่ยอมรับของลูกค้าฐานะต่างๆ โดยไม่มีอุปสรรคใดๆ

“ดูไหมฮะ…ผมให้เครื่องทำให้ แป๊บเดียว”

“ไม่ต้องก็ได้ครับ” ฝ่ายนั้นทำท่าหวงดวงของตนเองอยู่เหมือนกัน เพราะยังไม่คุ้นเคยสักเท่าไร ลองคบกันไปพลางก่อนดีกว่า อีกอย่างคงเนื่องจากไม่มีเรื่องกังขาหรือกลัดกลุ้มให้ต้องไปไขข้อข้องใจ

“คงผมเองมากกว่าที่อยากทราบว่าในดวงคุณมีดาวเกตุกับราหูอยู่ตรงไหน” สันสกฤตก็เลยต่อความ

“มันต่างกันยังไงหรือฮะ”

“ราหูคือ ๘ ครับ เกตุคือเลข ๙”

“เกตุคือเลข ๙” กองพลพึมพำ “แล้วมันมาเกี่ยวข้องกับเรายังไงหรือฮะ”

“เกี่ยวครับ…เกี่ยวมาก เลข ๙ ที่อยู่ในตำแหน่งดี จะกลายเป็นเลขนำโชคเลยละฮะ”

“แล้วสังเกตตรงไหนฮะ” อีกฝ่ายซักถามอย่างสนใจไปพลางๆ ตามวิสัยผู้มีหลักฐานเพียบพร้อมแล้ว ไม่จำเป็นต้องดูหมอก็เดินเรื่องของตนเองไปได้ไม่ติดขัด เพราะในอีกด้านหนึ่ง คือด้านที่ไม่เคยลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลจักรวาล ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ดียิ่งตลอดมา

“นี่ไงครับ” ว่าพลางสันสกฤตก็ขออนุญาตละอองทองส่งดวงชะตาในมือให้อีกฝ่ายดู “๙ ของคุณทองอยู่มีน ๙๗ อยู่ด้วยกัน แล้วนี่ ๘๒ กุมลัคน์ ราศีกันย์ ๕ เป็นเกษตรอยู่ธนู”

“งงจัง” อีกฝ่ายพึมพำยิ้มๆ

“๘ กุม ๙ เล็ง คือตัวราหูและหางราหูไงฮะ…” ว่าพลางเจ้าของมือถือก็หัวเราะ “ผมเองก็งูๆ ปลาๆ ก็ว่าตามลุงหมอดูไปยังงั้นเอง…แต่หมายความว่า คุณทองมีญาณบางอย่างเป็นพิเศษ”

“เช่น…ไปกับเรือสำเภาตอนดึกๆ ที่ใครต่อใครหลับแล้วงั้นหรือฮะ” กองพลสัพยอก พลางนิ่งนึก “เอ…ผมก็น่าจะไปขอดูที่อยู่อาศัยคุณสักวันคงดีกว่า…”

“ไปบ่ายนี้เลยดีไหมคะ”

“งั้นเราไปหาอะไรรับทานกันที่ทรงวาดก็ได้” พิทยาธรจึงเอ่ยชวนทันใด

“เผื่อยังไงคุณอาจจะขายเรือสำเภาเสริมพลังฮวงจุ้ยได้อีกสักลำ” นวลสนิทล้อนิดนึง

“ไม่ใช่ยังงั้นหรอกฮะ” กองพลกำลังคิดอีกอย่าง คิดว่า ไหนๆ สองหญิงก็ซื้อเรือสำเภาของเขาไปสองลำแล้ว เขาก็ควรจะตอบแทนโดยไปช่วยดูว่าควรจะวางตั้งไว้ที่ใดจึงจะถูกโฉลกที่สุด เป็นมงคลที่สุด เนื่องด้วยเขามิใช่พ่อค้าที่ขายแล้วก็แล้วกัน ไม่ยอมรับผิดชอบใดๆ

ด้วยนิสัยเช่นนี้เอง จึงทำให้การค้าของเขาก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว มีผู้นิยมซื้อเรือสำเภามงคลของเขาไปประดับห้องรับแขกอย่างงามสง่า

ดังนั้น แม้เขาจะขนรูปมาวางขายเพื่อกินเปอร์เซ็นต์ ผู้คนทั้งผู้ใหญ่และเด็กต่างก็ไว้วางใจ ยินดีให้กองพลเป็นผู้ประสานงานกับแกลเลอรีแทนตนเอง โดยไม่มีเรื่องคดโกงยักยอกเข้ามาทำให้เหนื่อยหน่าย

“แหม…นี่ถ้าเราฝันว่าลงเรือสำเภาสมัยรัชกาลที่สามไปด้วยกันทั้งหมดนี่ ไม่ทราบจะตื่นเต้นกันซักแค่ไหน” พิทยาธรเอ่ยขึ้นอย่างนึกสนุกในอารมณ์

“จริงด้วยค่ะ” ละอองทองตอบรับทันใดนั้น พลางยกมือพนม “เจ้าประคู้น…ขอให้เราได้ลงเรือสำเภาไปด้วยกันคืนนี้เลยดีกว่า”

สมมาดจัดการเรียงลำดับภาพวาดทั้งสีน้ำมันและสีน้ำเสร็จสิ้นจากชั้นบน ลงมาถึงพอดี

พิทยาธรจึงบอกเขา

“เราจะไปหาอะไรกินที่ทรงวาดกัน พี่ไปด้วยซี ป้าเฝ้าร้าน คิดว่าคงไม่มีแขกมาดูรูปมากนักหรอกนะวันนี้”

“มาก็มาซีฮะ…คุณป้ารับไหวอยู่แล้ว”

นวลสนิทก็เลยบอกทุกคนว่า

“คุณพิทยาธรกระซิบว่าไม่คิดเงินค่าซ่อมภาพ แถมยังพาไปเลี้ยง แล้วพี่ๆ จะว่ายังไงกัน”

กองพลก็เลยเอ่ยมีนัย

“คืนนี้ ยังจะได้ลงเรือสำเภาอีกต่างหาก…ผมได้ลงครั้งเดียวยังอยู่ในใจเลย”

ต่อจากนั้น ต่างก็ขึ้นพาหนะส่วนตัวของตนเองไปทรงวาด

สองสาวเชื้อเชิญลุงและหลานให้นั่งไปด้วยกัน ต่างก็สุขสันต์หรรษาที่วันนี้ช่างเป็นวันฤกษ์ดีที่สุดวันหนึ่งของปี

“คุณกองพลทำท่านับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์จังเลยนะคะ” นวลสนิทเอ่ยขึ้น “เราซีไม่เคยเลย จะสวดนะโมตัสสะให้ครบทุกคืนยังไม่ครบ”

“ทำไงได้…ก็ไม่เห็นมีใครบอกเลยว่าต้องสวดมนต์” ละอองทองแสนฉงน

“สวดมนต์ก่อนนอนนี่สำคัญที่สุดครับ” สันสกฤตก็เลยเอ่ยนุ่มๆ “ช่วยให้จิตเราสงบสบาย แผ่เมตตาไปด้วยยิ่งดีมาก”

 

 



Don`t copy text!