Full Moon Book Shop ร้านหนังสือเล็กๆ แห่งหมู่บ้านเดือนเต็มดวง บทที่ 6 : การปรากฎกายของนายยมทูตไร้ชื่อ

Full Moon Book Shop ร้านหนังสือเล็กๆ แห่งหมู่บ้านเดือนเต็มดวง บทที่ 6 : การปรากฎกายของนายยมทูตไร้ชื่อ

โดย : คเณชารี

Loading

“Full Moon Book Shop ร้านหนังสือเล็กๆ แห่งหมู่บ้านเดือนเต็มดวง” โดย คเณชารี เรื่องราวสุดลึกลับเกิดขึ้น เมื่อ ‘พบจันทร์’ เจ้าของร้านผู้มีพลังทำนายดวงผ่านหน้าหนังสือ ต้องร่วมมือกับ ‘คุณหมอเมฆา’ กุมารแพทย์ผู้เป็นตัวท็อปของตำบล ‘ขวัญเอย’ เพื่อนสนิทสาวสองสายมูสุดสตรอง และยมทูตหนุ่มผู้แสนเย็นชาที่ปรากฎกายมาอย่างลึกลับ เพื่อไขปริศนาที่เกิดขึ้นและแก้ปมในใจของสมาชิกร้านหนังสือเล็กๆแห่งหมู่บ้านเดือนเต็มดวงไปพร้อมๆ กัน

แต่ในคืนถัดมา ร้านหนังสือเล็กๆ แห่งหมู่บ้านเดือนเต็มดวง ก็ได้ต้อนรับแขกหน้าใหม่ผู้แปลกประหลาดรายหนึ่ง–

ระหว่างที่พบจันทร์ยืนจัดหนังสืออยู่ด้านในร้านกับปั้นหยา เสียงกระดิ่งเล็กๆ ที่หน้าประตูก็ดังขึ้นเหมือนมีคนกำลังเข้ามาในร้าน พร้อมกับกลิ่นหอมบางๆ ของอะไรสักอย่างที่คุ้นเคย ลอยเข้ามากระทบโสตประสาทของพบจันทร์

เมื่อเธอเดินออกมาที่หน้าเคาน์เตอร์ ก็พบว่าบานประตูไม่ได้ขยับเขยื้อนเลย แต่กลับมีผู้ชายคนหนึ่งมายืนอยู่ตรงนั้นแล้ว เมื่อเห็นหน้าคนที่เข้ามาเต็มๆ พบจันทร์ก็แอบตะลึงไปชั่วครู่ บอกไม่ถูกว่าควรจะใช้คำว่าหล่อ หรืองดงามกับผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ดี เพราะเขาเป็นชายหนุ่มที่สูงโปร่ง ดูบอบบาง แต่งกายด้วยชุดสีดำสนิท ตัดกับผิวที่ขาวซีดเหมือนหินอ่อน ผมดำแต่มีประกายสีน้ำตาลจางๆ ในขณะที่นัยน์ตามีสีแปลกๆ จะเรียกว่า เป็นประกายสีทองก็ได้ แต่เมื่อมองอีกมุมก็กลับกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม เหมือนดวงตาคู่นั้นจะเปลี่ยนสีไปมาได้เมื่อกระทบกับแสงไฟในร้าน

นิ้วมือเรียวยาวที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์นั่นก็สวยกว่ามือผู้หญิงทำงานหนักๆ แบบพบจันทร์เสียอีก

“ขอโทษครับคุณ”

เจ้าของมือตรงหน้าเคาะโต๊ะเบาๆ สามสี่ครั้งเพื่อเรียกสติพบจันทร์ที่กำลังยืนเหม่อมองหน้าเขานิ่งไปพักใหญ่

“อ่ะ เอ่อ ค่ะ คุณมีธุระอะไรคะ ร้านหนังสือ เอ่อ คือ ตอนนี้ร้านหนังสือปิดแล้วค่ะ”

“ผมไม่ได้มาหาหนังสือ…ผมมาหาคุณ”

เสียงชายหนุ่มคนนั้นทุ้มต่ำนุ่มลึก พบจันทร์ได้ยินอย่างชัดเจนแต่เหมือนว่าเสียงนี้ลอยมาจากที่อื่นไกลๆ ไม่ได้ออกมาจากคนตรงหน้านี้ และกลิ่นหอมอ่อนๆ นี้คือกลิ่นอะไรนะ ทำไมนึกไม่ออก พบจันทร์รู้สึกคุ้นเคยมาก แต่กลับจำไม่ได้

“มาหาฉันเหรอคะ มีธุระอะไรคะ” พบจันทร์แปลกใจ รู้จักกันก็ไม่น่าจะใช่นะแล้วจะมาหาเราทำไม

“ไม่รู้เหมือนกันครับ คือรู้แต่ว่าต้องมาที่นี่ให้ได้”

“อ้าวคุณ…แต่ เอ๊ะ!…” คำพูดของพบจันทร์ต้องหยุดชะงักไปเมื่อหันไปเห็นว่า ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่มีเงาสะท้อนในกระจกที่ตั้งไว้ข้างประตู

“คุณไม่ใช่มนุษย์นี่คะ คุณเป็นใครกันแน่คะ” พบจันทร์ถาม แต่พร้อมกันนั้น ก็มีเสียงหนังสือเล่มใหญ่ตกลงบนพื้นที่บริเวณชั้นหนังสือด้านหลังของพบจันทร์ดังปัง!

“ยมทูตค่ะพี่พบ ยมทูต!” เสียงปั้นหยากรีดร้องโหยหวนมาจากด้านหลังร้าน

อ้อ! ถึงว่า ได้ยินเสียงกระดิ่ง แต่ไม่ได้ยินเสียงบานประตูเปิดปิดเลย

“แล้วคุณยมทูตมาทำอะไรที่นี่คะ มาหาฉันทำไม” พบจันทร์หันกลับมาถามด้วยความแปลกใจ ยมทูตมาหาหรือเราจะใกล้ตายแล้ว ตลกน่า

ถ้าไม่เพราะเสียงในหัวของพบจันทร์ลอยเข้ามาในหัวของร่างสูงโปร่งเบื้องหน้าก็อาจจะเป็นสีหน้าที่แสดงคำถามนี้ออกไปอย่างชัดเจนที่สุด

“ไม่ต้องตกใจไปครับ คุณยังไม่ตายหรอกครับ ผมแค่มีภารกิจต้องมาหาคุณ”

พบจันทร์จ้องหน้าชายหนุ่มอยู่สักพักแบบไม่รู้จะถามอะไรต่อดี แต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีมือเย็นๆ ของปั้นหยามาแตะแขน

“ถ้ายังไม่มีใครตาย งั้น…คุณยมทูตมาหาคนที่ตายแล้วแบบปั้นหยาหรือเปล่าอะคะ”

ว่าแล้วนางก็ยืนบิดตัวไปมาอยู่ตรงนั้น ให้ตายสิ ยัยผีคลั่งรัก เจอผู้ชายหล่อๆ หน่อยเป็นไม่ได้ นั่นยมทูตนะยะ พร้อมจะเอาวิญญาณเธอกลับนรกได้เลยนะ!

ยมทูตลึกลับหันมามองปั้นหยาด้วยสีหน้าที่นิ่งสงบ

“ผมไม่ได้มีหน้าที่มารับวิญญาณคุณครับ ผมแค่ต้องมาหาคุณคนนี้” แล้วก็ชี้นิ้วมาที่พบจันทร์ที่ยังยืนงงอยู่กับที่

“ตกลงมาหาฉันทำไม และด้วยเรื่องอะไรล่ะคะ ไม่งั้นก็ขอเชิญไปนั่งคุยกันในห้องข้างในก่อนละกันค่ะ อยู่ตรงนี้อาจจะมีบางคนเป็นลมได้”

นั่นไง ยัยปั้นหยายืนบิดไปบิดมาร้อยตลบละ เอาสองมืออุดปากแบบนั้น ท่าทางคงอยากจะกรี๊ดในความหล่อของอีตายมทูตนี่อยู่ แต่ด้วยรัศมีของยมโลกที่แผ่ออกมาจากตัวยมทูต เป็นรัศมีที่เหล่าภูตผีต่างๆ ไม่อาจจะเข้าไปใกล้ ทำให้ปั้นหยาไม่สามารถโผเข้าไปเกาะแข้งเกาะขายมทูตสุดหล่อได้เหมือนเวลาที่เจอลูกค้าหนุ่มๆ รายอื่น

‘เฮ้อ อยากจะบ้าตายจริงๆ แต่ละวันชั้นต้องเจอกับอะไรบ้างเนี่ย’ พบจันทร์คิดระหว่างเดินนำทางเข้าไปด้านในร้าน

เมื่อเปิดประตูบานเล็กๆ ตรงนั้น ห้องกระจกที่กั้นไว้เป็นมุมเล็กๆ ก็มีไฟติดโดยอัตโนมัติ เป็นไฟสีเหลืองอ่อน ดูอบอุ่น และถ้าลูกค้าทั่วไปมองเข้ามา ก็จะคล้ายกับเป็นห้องทำงานเล็กๆ ที่พบจันทร์กั้นไว้เพื่อทำงานส่วนตัวแบบเงียบๆ โดยไม่รู้เลยว่า มีใครหรืออะไรกำลังนั่งอยู่ตรงข้ามพบจันทร์เหมือนอย่างตอนนี้

พบจันทร์เดินอ้อมเข้าไปนั่งที่ด้านในของโต๊ะตัวเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในห้อง VI13 แล้วผายมือให้คุณยมทูตสุดหล่อนั่งลงตรงข้าม

“เชิญค่ะ แล้วรบกวนอธิบายให้ฟังหน่อยค่ะว่ามีธุระอะไรกับฉันคะ”

ยมทูตหนุ่มยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรง ก่อนจะเริ่มพูดอย่างตั้งใจเหมือนกำลังจะให้สัมภาษณ์งาน

“คือผม เป็นยมทูตครับ”

“โอ๊ย ทราบแล้วค่ะ แล้วยังไงต่อคะ” พบจันทร์เกือบจะแหวใส่เสียแล้ว ตายมทูตนี่หน้าตาก็ดีนะ บุคลิกก็ดูเรียบร้อย แต่ทำไมเวลาพูดจาถึงฟังแล้วกวนประสาทแบบนี้ไปได้ ถึงดูจะไม่ได้เจตนาก็ตาม

“คือ…ก่อนที่จะมาเป็นยมทูต ผมเคยเป็นมนุษย์มาก่อนครับ แต่คือ ผมจำไม่ได้ว่าเคยเป็นใครอะไรยังไงบ้าง เพราะเมื่อเรากลายเป็นยมทูต ความทรงจำเก่าของเราตอนเป็นมนุษย์จะหายไปเหมือนโดนลบความทรงจำไปทั้งหมดเลยครับ ผมเลยไม่รู้ว่าก่อนนี้ผมเป็นใคร ชื่ออะไร หรือมาเป็นยมทูตได้ยังไง หรือเป็นมานานแค่ไหนแล้ว”

เขาหยุดพูดก่อนจะจ้องหน้าพบจันทร์

“แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผมเริ่มเห็นคุณในนิมิตครับ”

“เห็นฉันเนี่ยนะคะ เห็นได้ยังไงคะ เราเคยรู้จักกันเหรอคะ”

ฉันไม่เคยรู้จักยมทูตแน่ๆ แล้วยิ่งหน้าตาดีขนาดนี้ เคยเห็นที่ไหนก็ต้องจำได้ไหมล่ะ

“ผมก็ไม่แน่ใจเลยครับ แต่พอเห็นหลายๆ ครั้งเข้า ผมเลยไปปรึกษาคุณหัวหน้าทีม เขาก็บอกว่า อาจจะใกล้ถึงเวลาที่ผมจะหมดหน้าที่แล้วก็ได้ แต่ผมจะต้องตามหาคนที่จำผมได้ หรือหาความทรงจำเดิมของตัวเองให้เจอก่อน ผมถึงจะหลุดพ้นจากหน้าที่ได้ และดวงวิญญาณของผมก็จะสลาย เพื่อที่จะได้ไปเกิดใหม่ครับ”

“แล้วคุณหาฉันเจอได้ยังไงคะ ในเมื่อเราก็ไม่ได้รู้จักกัน”

“ผมเห็นชื่อร้านคุณปรากฏในนิมิตล่าสุดด้วยครับ เลยลองเสิร์ชดูจากโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็พบว่าร้านคุณอยู่ที่นี่เลยตามมาครับ”

“โห มีทั้งหัวหน้าทีม มีทั้งโซเชียลมีเดีย ทันสมัยมากนะคะ ระบบของคุณยมเนี่ย แล้วยังไงต่อคะ ในเมื่อสุดท้ายฉันก็ไม่รู้จักคุณอยู่ดี”

“เอ่อ…งั้นผมก็คงต้องขออนุญาตวนเวียนอยู่แถวๆ นี้ไปจนกว่าคุณหรือผม เราจะสามารถจำกันได้ครับ ว่าผมเป็นใคร หรือเคยรู้จักกับคุณตอนไหน เรื่องนี้มันสำคัญกับผมจริงๆ หวังว่าคุณคงเข้าใจนะครับ”

ยุ่งละสิ ร้านหนังสือที่มีสองคน สองผี และกำลังจะมียมทูตมาเพิ่มอีกหนึ่ง จะอยู่กันได้ยังไงล่ะคราวนี้

วิญญาณในร้านจะทนพลังของยมทูตได้ไหมนะ ไหนจะเหล่าลูกค้ารอบดึกของเธออีก

“เอ่อ คุณยมทูต อาจจะไม่ค่อยสะดวกนะคะถ้าจะอยู่แถวๆ นี้ คือ บังเอิญว่าที่ร้านนี้มีเจ้าของเดิม คืออากงและยังมีน้องปั้นหยาผู้ช่วย ที่คิดว่าน่าจะกลัวคุณนะ แล้วคือร้านฉันเปิดบริการให้คำปรึกษาวิญญาณด้วยอะค่ะ”

“ไม่ต้องห่วงครับ ระหว่างอยู่แถวๆ นี้ ผมจะลดระดับพลังงานของผมลง และสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเหล่าวิญญาณต่างๆ ทั้งเจ้าของร้านเดิม…” วิญญาณเฮียจู้ที่โผล่หัวลงมาจากเพดานเพื่อสอดส่องสถานการณ์ หายใจฟู่ออกมาด้วยความโล่งอก

“หรือคุณน้องคนนั้น…”

ซึ่งทันทีที่คุณยมทูตผายมือไปทางปั้นหยาที่ยืนตัวสั่นอยู่หลังร้าน นางก็เข่าอ่อนลงไปนั่งกองกับพื้นด้วยความโล่งใจ

“หรือแม้แต่ลูกค้าทั้งหลายของคุณเลย…มีแค่สิ่งเดียวที่ผมต้องการ” คุณยมทูตสุดหล่อเว้นวรรคให้ทุกคนกลั้นหายใจ

“คุณต้องพยายามช่วยจำผมให้ได้”

“โอ๊ย คุณ นี่เรื่องยากที่สุดแล้วนะเอาจริงๆ อะ อันดับแรกก่อนเลย บอกชื่อมาค่ะ เผื่อจะคุ้นบ้าง”

พบจันทร์เริ่มขึ้นเสียงสูง อยากช่วยหรอกนะ แต่จะให้เริ่มจากตรงไหนกัน พูดจาวนไปวนมาอยู่ได้

“ผมก็บอกคุณไปแล้วไงครับ ว่าผมจำไม่ได้ ผมมีแต่หมายเลขประจำตัว และนั่นคือหมายเลข 13” คุณยมทูตยังตอบด้วยเสียงเรียบๆ เหมือนเดิม

“โอเคๆ งั้น…คุณต้องมีชื่อเรียกก่อน จะให้ฉันเรียกว่าคุณยม หรือจะคุณยมหมายเลข 13 ก็คงไม่ดีทั้งนั้นแหละ แล้วคุณมีร่างที่ปรากฏให้คนเห็นได้แบบนี้ด้วย ต้องมีชื่อแบบมนุษย์ก่อนจะได้คุยกันง่ายๆ หน่อย”

ระหว่างนั้น กลิ่นหอมอ่อนๆ ก็ลอยเข้ามาแตะจมูกพบจันทร์ เหมือนกลิ่นอะไรนะ ดอกไม้หรือเปล่า อ๊ะ ใช่แล้ว ดอกไม้แน่ๆ ดอกไม้ที่พบจันทร์น่าจะรู้จักดี แต่แค่ยังนึกไม่ออก ไม่ใช่ทั้งดอกไม้ที่อยู่หน้าร้าน หรือในร้านเลย

“ใช่แล้ว กลิ่นดอกโมก!…ตอนคุณเดินเข้ามา หรือแม้กระทั่งตอนนี้ ฉันก็ได้กลิ่นดอกไม้ ดอกโมกนี่เอง งั้นเรียกว่าคุณโมกไปก่อนนะคะ” ได้ชื่อเรียกที่ดูไม่น่ากลัวแล้ว ไม่ต้องเรียกว่าคุณยมทูตละ

“ได้ครับ ง่ายดี ชื่อเหมือนดอกไม้ ผมชอบดอกไม้ครับ งั้นวันนี้ผมขอตัวออกไปทำงานที่หัวหน้าทีมสั่งมาก่อนนะครับ เหลืออีกแค่สามจ็อบผมก็หมดหน้าที่แล้ว ไปนะครับ”

แล้วนายโมก ยมทูตหนุ่มที่เบ้าหน้าเหมือนดาราเกาหลี แต่พูดจาเหมือนโรบอตก็เดินทะลุประตูออกไปดื้อๆ คนอะไร! หล่อมาก แต่ช่างแข็งทื่อเหมือนหุ่นยนต์

‘นี่ถ้านังขวัญอยู่ มันกรี๊ดร้านแตกแน่ หล่อระเบิดระเบ้อขนาดนี้’ พบจันทร์คิดในใจ

“อร๊ายยยยยยยยยย” นั่นปะไร มันมาละ

“ไอ้พบบบบบ ใครวะแก ทำไมหล่อขนาดเน้” ขวัญเอยผลักประตูร้านเข้ามา พร้อมเสียงกรี๊ด

“แกไม่อยากรู้จักเขาหรอก นังขวัญ” พบจันทร์ถอนหายใจ ได้แต่กลอกตามองบน

“ไมอะแก กั๊กเพื่อนเหรอ”

“เฮ้อออ จะทำเพื่ออออ นังขวัญ เค้าเป็นยมทูตว้อยแก”

“อย่ามาอำ ฉันมองเห็นเขาชัดมากเป็นตัวเป็นตนเลยนะยะ ไม่ใช่พวกวิญญาณคลื่น 2G แบบแว้บๆ แกอย่ามาอำเพื่อนน่า”

“อะๆ งั้นถามนี่เลยจ้ะ” พบจันทร์ผายมือไปยังปั้นหยา ที่ยืนเอามือกุมหน้าอกอยู่

“ปั้นหยา บอกพี่ขวัญที ว่าคนนั้นเป็นใคร” พบจันทร์พยักหน้าให้ โถ! ปั้นหยาน่าจะยังกลัวคุณยมทูตอยู่มาก ดูสิ คงตกใจสุดๆ ไปเลย ยืนเอามือกุมหน้าอกแบบนั้น คงกลัวมากจนหัวใจแทบหล่นลงไปตาตุ่ม ขนาดตายไปแล้วแท้ๆ…

“ชะ ใช่ค่ะพี่ขวัญ…คะ เค้า เป็น…”

“เป็นยมทูตที่หล่อที่สุดในสามโลกเลยค่าคุณพี่ อร๊ายยย ทำไมหล่อขนาดนี้”

จบกัน ยัยผีเด็กบ้าผู้ชาย นั่นๆ ไปยืนกระโดดกระเด้งกรี๊ดกร๊าดกับเพื่อนรักของพบจันทร์กันใหญ่ละ ให้ตายสิ ยัยผีเด็กกับเพื่อนฉันนี่อาการหนักพอกัน

พบจันทร์ยืนถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่ และเตรียมเก็บของจะกลับบ้าน

กริ๊ง กริ๊ง

เสียงกระดิ่งที่ประตูดังขึ้นอีกแล้ว วันนี้มันวันอะไรกันเนี่ย แต่มือนั้นกำลังผลักประตูเข้ามา คราวนี้มนุษย์แน่นอน แต่ใครกันที่จะโผล่มาที่ร้านหนังสือของเธอในยามค่ำคืนแบบนี้

“คุณพบ มีเรื่องต้องปรึกษาด่วนแล้วครับ” หมอเมฆาก้าวเข้ามาในร้าน พร้อมกับขยับแว่นตากรอบใสให้เข้าที่อีกที เสื้อเชิ้ตขาวพับแขนและกางเกงสแล็กเข้ารูปที่เน้นรูปร่างสูงเพรียว มีกล้ามเนื้อเล็กๆ แบบคนดูแลสุขภาพตัวเองดี แล้วยังบังเอิญมีแสงไฟจากนอกร้านส่องเป็นแบ็กกราวนด์ประดุจออร่าของซูเปอร์สตาร์มาให้อีก วันนี้วันคนหล่อแห่งชาติสินะ ยกขบวนเข้ามากันไม่หยุดเลย

“อร๊ายยยยย คุณหมอ” เสียงกรี๊ดของยัยวิญญาณสาวคลั่งรักดังขึ้นอีกแล้ว พบจันทร์หันไปเห็นทางหางตาแว้บๆ อ้าว แม่คุณ ลงไปนั่งทรุดกับพื้นทำท่าเหมือนหัวใจจะวายอีกแล้ว โรคแพ้คนหล่อคงกำเริบหนักจนแทบจะตายเป็นรอบที่สองแล้วสินะ ยัยผีบ๊อง

 

“คุณหมอเมฆ มาทำอะไรป่านนี้คะ ฉันจะปิดร้านแล้วค่ะ” พบจันทร์สะพายกระเป๋าและยกกุญแจร้านขึ้นมาโชว์ว่า นี่ๆ เห็นไหม กำลังจะล็อกร้านแล้ว

“คุณพบจันทร์ คุณขวัญเอยพอมีเวลาสักนิดไหมครับ เกิดเรื่องนิดหน่อย สะดวกไปกับผมไหมครับ” เสียงหมอเมฆาเครียดและจริงจังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“ได้ค่ะ งั้นมีอะไรว่ามาเลยค่ะคุณหมอ”

“คุณพบเคยเห็นคนที่กลายเป็นตุ๊กตามาก่อนไหมครับ”

“หา อะไรนะ คนกลายเป็นตุ๊กตา!” เสียงตะโกนของสองสาว และหนึ่งผี (ที่หมอเมฆไม่ได้ยิน) ดังขึ้นมาพร้อมกัน

 



Don`t copy text!