พยับฟ้าโพยมดิน บทที่ 26.1 : ฉันจะไม่ยอมเป็นเหยื่อ

พยับฟ้าโพยมดิน บทที่ 26.1 : ฉันจะไม่ยอมเป็นเหยื่อ

โดย : พงศกร

Loading

พยับฟ้าพโยมดิน นวนิยายจากอ่านเอา โดย พงศกร เมื่อน้องชายฝาแฝดหายตัวไปอย่างลึกลับในหมู่บ้านกลางหุบเขาของภูฏาน เขาจำเป็นต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อตามหาก่อนที่จะสายเกินไป เขาต้องยอมรับความช่วยเหลือจากนารีญาหญิงสาวที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขาตั้งแต่แรกเจอพ่วงไปด้วย เธอคนนี้อาจเป็นคนเดียวที่ไขปริศนาต่างๆ และพาเขาไปพบกับน้องชายได้

ความวุ่นวายจากพิษสาหร่ายเพิ่งจะได้รับการแก้ไข ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้ก้าวขึ้นจากลำธาร ความวุ่นวายใหม่ก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อพื้นลำธารที่ทุกคนยืนอยู่เกิดการยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะขยับขึ้นสูงในวินาทีถัดมา

“ทุกคน…ระวัง!”

เชวังตะโกนเตือน หากไม่ทันเสียแล้ว

“โอ๊ะ” นารีญาร้องตกใจ เธอเอื้อมมือไปจับอัญญาวีร์เอาไว้แน่น

“แผ่นดินไหว” น้าของเธอร้อง ก่อนจะเสียหลัก เซจนเกือบล้ม หากเชวังจะไม่ถลันมารับเอาไว้ได้ทัน

“ไม่ใช่…ไม่ใช่แผ่นดินไหว”

ลิ่วลมร้องเสียงหลง เมื่อเห็นว่าสาเหตุที่ทำให้พื้นดินยุบตัวลงแล้วกลับยกขึ้นสูงอีกครั้งคืออะไร เขาชี้นิ้วไปที่พื้นลำธาร

“ดูสิครับ”

เป็นภาพที่เขาไม่เคยคิดว่ามันจะมีอยู่จริง สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะมีอยู่แต่ในภาพยนตร์เท่านั้น เพราะต้นเหตุที่ทำให้ดินยุบตัวและยกขึ้นสูงในวินาทีถัดมา คือ ปลาขนาดยักษ์!

ใช่…

พวกเขาทุกคนยืนอยู่บนหลังปลาขนาดใหญ่ยิ่งกว่าเรือลำยักษ์ และที่ลิ่วลมรู้สึกในตอนแรกว่าพื้นลำธารที่ดินอ่อนยวบลง นั่นคือโคลนที่อยู่บนหลังของปลายักษ์นั่นเอง

“แย่แล้ว” เยชิร้องลั่น

“ทุกคนตั้งสติ” เชวังพยายามตะโกนบอก หากในนาทีนั้นไม่มีใครฟังเขา เพราะปลายักษ์สะบัดตัวสุดแรง จนบรรดาผู้คนที่อยู่บนหลังของมัน พากันล้มระเนระนาดแล้วตกลงไปในธารน้ำ

กรวดก้อนอัญมณีทั้งหลายกระเด็นกระจุยกระจาย ถึงตอนนี้ไม่มีใครสนแล้วว่ามันมีค่าเพียงใด เพราะสิ่งที่มีค่ากว่าคือการเอาชีวิตรอด

ปลายักษ์ซุกอยู่ที่ก้นลำธารนานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ มันพรางตัวเนียนไปกับธรรมชาติแวดล้อม ขนาดพวกเขาเดินย่ำอยู่บนหลังของมันตั้งนานก็ยังไม่สังเกตเลย

บัดนี้ ปลายักษ์ขยับเคลื่อนไหว มันแยกเขี้ยวเห็นฟันแหลมคมราวกับเลื่อย

ดวงตาสีแดงก่ำของมันมองมายังมนุษย์ตัวจิ๋วด้วยความหิวกระหาย ลิ่วลมได้คำตอบในตอนนั้นว่าโครงกระดูกในลำธารมีที่มาจากอะไร

“ปลาพวกนี้หวงถิ่น มันจะฆ่าทุกคนที่ผ่านมา กระดูกพวกนั้นคือเหยื่อที่ถูกมันสังหาร…หนีเร็ว” เชวังตะเกียกตะกายลุกขึ้น เขาคว้ามืออัญญาวีร์เอาไว้แน่น พร้อมกับตะโกนบอกทุกคนให้พยายามขึ้นบก แต่เพราะปลามีขนาดใหญ่มาก ยามที่มันดีดตัวขึ้นจากก้นลำธาร จึงทำให้กระแสน้ำถูกดูดเข้าไปใต้ลำตัว

วังโมและเทนซิลที่ล้มตะแคงตัวอยู่ในลำธารถูกแรงดูดเข้าไปหาปลาปีศาจอย่างรวดเร็ว ลิ่วลมกระโดดไปคว้ามือของวังโมเอาไว้ได้ นารีญาและยูเยนอยู่ใกล้เทนซิลที่สุด พวกเธอช่วยกันดึงชายหนุ่มผู้นั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

คินซาและเยชิเป็นสองคนที่มีสติที่สุด

ทั้งสองหยิบมีดปลายแหลมที่พกติดตัว จ้วงแทงไปที่สีข้างของปลายักษ์จนสุดแรง

แต่เมื่อเปรียบเทียบกับร่างอันใหญ่มหึมาแล้ว มีดของเยชิและคินซาไม่ต่างอะไรกับการเอาไม้จิ้มฟันไปสะกิดไดโนเสาร์ นอกจากจะไม่ระคายเคืองแล้ว ยังสร้างความรำคาญให้กับปลายักษ์เป็นอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้ มันจึงสะบัดตัว ฟาดครีบและฟาดหางไปมาอย่างรุนแรง

ความที่ตัวของมันใหญ่มาก ประกอบกับระดับน้ำในลำธารไม่สูงมากนัก มันจึงฝังตัวนิ่งๆ เหมือนปลาเกยตื้น ครั้นเมื่อมนุษย์วิ่งหนีไปทางด้านหาง ปลายักษ์จึงกลับตัวได้ลำบาก มันพยายามแถกตัวและสะบัดไปมา ทำให้น้ำในละธารกระเพื่อมแรง และโคลนที่ปกคลุมร่างของปลายักษ์ก็ทำให้น้ำที่เคยใสกลับขุ่นคลั่ก

“ขึ้นฝั่ง…ขึ้นฝั่ง”

เชวังยังพยายามบอก เขาไม่รู้ว่านั่นคือวิธีที่ดีที่สุดหรือไม่ แต่อย่างน้อยอยู่บนฝั่ง พวกเขาจะเคลื่อนไหวได้ดีกว่าอยู่ในลำธาร

หลังจากล้มลุกคลุกคลานอยู่ในลำธารพักใหญ่ เชวังและอัญญาวีร์กลับขึ้นฝั่งได้ก่อนคนอื่น ลิ่วลมและคนที่เหลือกำลังวิ่งตามมา โดยมีปลายักษ์ไล่หลังมาติดๆ

มันพลิกกลับตัวได้ในที่สุด

ท่าทางการขยับเคลื่อนไหวของมัน ทำให้ลิ่วลมอดนึกไปวัยเด็กไม่ได้ ที่ตามพ่อและแม่ไปทำนา แล้วเห็นปลาที่กำลังแถกไถลตัวเองไปมาบนแอ่งโคลน

ท่าทางเหมือนกันไม่มีผิด ต่างกันที่ขนาดลำตัวเท่านั้น

เชวังสบตาอัญญาวีร์ ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา อัญญาวีร์ก็รีบพยักหน้าเพราะรู้ว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไร เธอวิ่งตรงไปยังเป้ของตัวเอง หยิบเอาสมุด กระดาษ และผ้าเท่าที่มีอยู่ในเป้ เอาออกมาพันกับท่อนไม้ที่ตกอยู่แถวๆ นั้น แล้วจุดไฟส่งให้กับเชวัง

ชายหนุ่มรับคบไฟที่อัญญาวีร์ทำขึ้นชั่วคราว วิ่งสวนทางกับลิ่วลมเข้าไปหาปลายักษ์ที่พลิกตัวกลับมา และไล่ติดตามมนุษย์มาด้วยความกระหายหิว

ครั้นพอเห็นเปลวไฟในมือของเหยื่อที่กำลังตามล่า ปลายักษ์ก็หยุดชะงักไปนิดหนึ่ง ท่าทางราวลังเลว่าจะเอาอย่างไรต่อ

เชวังไม่รอให้มันได้คิด เขาวิ่งลุยลงไปในลำธาร พุ่งเข้าประชิดกับปลาปีศาจ แล้วทิ่มคบไฟที่ถืออยู่ในมือเข้าที่ดวงตาของมันจนสุดแรง

“กรรรรรรรร”

เสียงโหยหวนของปลายักษ์ดังลั่นไปทั่วทั้งธารน้ำ

เลือดสีดำเข้มพุ่งกระฉูดออกมาจากดวงตาของมันราวน้ำพุ

ร่างขนาดใหญ่ฟาดลำตัวไปมาด้วยความเจ็บปวด เสียงร้องยังโหยหวนสะท้อนก้องไปทั่วทั้งท้องน้ำ เชวังรีบกระโดดถอยหลัง เมื่อปลายักษ์กำลังอาละวาดรุนแรง

การตัดสินใจของเชวังหยุดปลายักษ์ได้จริงๆ

แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของภยันตรายครั้งใหม่…ที่กำลังตามมาในวินาทีถัดจากนั้น!



Don`t copy text!